google logo
สนุก! ค้นหา สารบัญเว็บไทย ข่าว อีเมล์ หาเพื่อน คิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน สนุก! ทูลบาร์ ดูทั้งหมด>>
ดูบล็อกอื่น >
รูปโลโก้ S! Blogger เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
พ.ย. 16 2009

นิสสันเชนจ์ ทีด้า ครบเครื่อง สนนราคา ตัวท็อป 799,000 บาท

Super Salano 3500 Lite Lightweight 1800 Watt
Andis 29115 Promotor +Hair Clipper & Trimmer
Philips Sonicare Essence E5750 Rechargeable Sonic Toothbrush
Philips Norelco 8260 CC Men’s Shaving System
Zojirushi EE-LAC50HA 3-Liter Warm-Mist Humidifier
HairMax LaserComb
LifeSource UC-321 Precision Personal Health Scale
Andis 22340 AGC 2-Speed Professional Animal Clipper
3M FAP03-RS Filtrete Ultra Clean Air Purifier
Emjoi AP99 Optima Epilator
StressEraser Portable Biofeedback Device
Thermofocus Non-Contact Thermometer
Super Solano 232 1875 Watt Professional Hair Dryer
BACtrack Select S80 Breathalyzer Professional Edition
Germ Guardian H2000 Manual Ultrasonic Humidifier
Andis 22405 UltraEdge AGC Super 2-Speed Animal Clipper
Suunto Motion Activated Foot POD
Germ Guardian H-3010 Ultra-Sonic Humidifier
Philips Sonicare R732 HealthyWhite Power Toothbrush
Germ Guardian LW18 UV-C Light Wand
Panasonic ES8249K Arc IV Nano Vortex
Microlife 3MC1-PC Ultimate Automatic Blood Pressure Monitor
Arosa Technology Mini SpO2 Finger Pulse Oximeter
TurboIon Croc PRO 450 TITANIUM Regular 1.5
Marsona TSCi-330 White Noise Travel Sound Conditioner
Philips Norelco 8060X Moisturizing Shaving System
Oral B ProfessionalCare 8900 DLX OxyJet Oral Care Center
Homedics SBM-200H Therapist Select Shiatsu Massaging Cushion
HQRP 3300mAh APS Battery for iROBOT Roomba 500
Elchim Professional 2001 1800 Watt Classic Hair Dryer
Braun SE7281WD Xpressive Body System
Garmin Foot Pod SDM4 (ANT+)
Philips HF3490 Wake-up Light with Dock for iPod
Emjoi AP-18 Emagine Dual Opposed 72 Tweezer Head Epilator
LifeSource UA-787EJ Quick Response Auto
Farouk CHI GF 2100 Rocket Professional Hair Dryer Low EMF
Panasonic ES8043SC Pro-Curve Pivot Action Linear
Philips Sonicare for Kids HX6311/02 Rechargeable Toothbrush
Braun Series 3 370 Men’s Shaver
Eva-Dry Edv-2200 Mid-Size Dehumidifier
SPT SU-4010 Ultrasonic Dual-Mist Warm/Cool Humidifier
Verilux VT05FWW1 HappyLight 6000
Homedics SBM-500H Therapist Select Shiatsu One Massaging
FHI Heat Nano Salon Pro 2000 Professional Ceramic
Omron Elite 7300W Womens Avanced Blood Pressure Monitor
Panasonic ES8103S Pro-Curve Wet/Dry Rechargeable
Philips Sonicare R710 HealthyWhite Power Toothbrush
Oral B S-320 Sonic Complete Rechargeable Power Toothbrush
Nonin GO2 Achieve Fingertip Pulse Oximeter
Philips Norelco 7810 Men’s Cutting System
Duracell myGrid Cell Phone Starter Kit
Omron HEM-670IT Wrist Blood Pressure Monitor
GoWear fit Display Device
Philips HF3480 Wake-up Light
FDA APPROVED - Baby Fetal Heart Prenatal Doppler
Omron HEM-711 DLX Automatic Blood Pressure Monitor
Panasonic ES8243A Arc IV Nano
Panasonic ES8109S Vortex Wet/Dry Shaver
hilips Sonicare Essence e5500 Power Toothbrush
Uplift Technologies DL930 Day-Light 10,000 Lux SAD
Babyliss BABNT2091T Pro Nano Titanium Digital Ceramic Ionic Iron
Philips Norelco SpeedXL 8240XL Men’s Shaving
Remington MS2-390 Microscreen Rechargeable/Corded Men’s Shaver
Omron HEM-790IT Automatic Blood Pressure Monitor
Omron HEM-780 Automatic Blood Pressure Monitor
Philips Sonicare Essence 5300 Power Toothbrush
Porter-Cable 7310 5.6 Amp 3/4-Horsepower Laminate Trim Router
Coleman 5053A751 ProCat Perfectemp Catalytic Propane Heater
Hoover L2310 GUV 10 Amp 5-Gallon Garage Utility Vacuum
Bosch DLR130K Digital Distance Measurer Kit
DeLonghi TCH7590ER 30-Inch Ceramic Tower Heater
Honeywell 2037 .62 Cubic Foot Fire and Water File Chest
Lasko 5365 30-Inch Digital Space-Saving Ceramic Pedestal Heater
Milwaukee 6538-21 15.0 Amp Super Sawzall Recip Saw
Mr Heater MH18B Portable Big Buddy Heater
Makita 1931583 1434 14-2/5-Volt 2-3/5-Amp
Bosch PR20EVSK Colt Palm Grip 5.7 Amp
Lasko 758000 Cyclonic Ceramic Heater
Lux TX9100E 7 Day Universal Programmable Thermostat
Honeywell 2072 1.00 Cubic Foot Anti-Theft Shelf Safe
Honeywell RTH7600B / RTH7600D Touchscreen 7-Day
iRobot 12501 Looj 125 Remote Controlled Cordless Electric Gutter
Cobra CPI 1575 1500 Watt 12 Volt DC to 120 Volt AC Power Inverter
Fenix LD 20 6 Level High Performance Cree LED Flashlight
Dremel 8000-03 10.8-Volt Lithium Ion Cordless Rotary Tool
Whirlpool 1183054K Hepa Filter
Whirlpool 4396510P KitchenAid Side-by-Side Refrigerator
Intermatic ML300RTW Malibu 300-Watt Power Pack
Skylink SC-1000 Complete Wireless Alarm System
Milwaukee 2300-20 M-Spector Digital Inspection Camera
Hitachi DS10DFL 12-Volt Peak Li-Ion 2 Speed Drill/Driver
Flowtron LE-900 The Ultimate Mulcher 8 Amp Electric Leaf Shredder
Rockwell RK5101K Sonicrafter Tool Kit
Makita BDF452HW 18-Volt Compact Lithium-Ion Cordless
Makita BL1830 18-Volt LXT Lithium-Ion Battery
Honeywell RTH6400D 5-1-1-Day Programmable Thermostat
Everpure EV9270-71 H-300 Replacement Cartridge
Lux Products TX9000TS Touch Screen 7 Day Programmable Thermostat
Delonghi TRD0715T Safe Heat Oil-Filled Radiator
Whirlpool 4396710P PUR Side-by-Side Refrigerator

บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จากัด ไมเนอร์เชนจ์รถยนต์นั่งนิสสัน ทีด้าทั้ง 2 รุ่น คือ รุ่น 5 ประตู และรุ่น 4 ประตู โดยคาดหวังว่าทีด้า 5 ประตู และ ทีด้า ลาติโน จะตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้ายุคใหม่อย่างชัดเจน

สิ่งที่เปลี่ยน แปลงไปจากรุ่นเดิม เริ่มจากด้านหน้าดีไซน์ใหม่ มีการปรับเปลี่ยนกระจังหน้า ซึ่งมีรูปทรงคล้ายกับรถยนต์นิสสันมูราโน เพื่อให้สอดรับกับชุดไฟหน้าและกันชนหน้าใหม่ โดยทีด้า จะเป็นสีเทาเข้มเพื่อเพิ่มความเป็นสปอร์ต ส่วนทีด้า ลาติโอ เป็นสีเทาอ่อนให้ความรู้สึกหรูหรา มีรสนิยม รวมทั้งดีไซน์ตำแหน่งไฟตัดหมอกที่คล้ายรูปหยดน้ำ

ภายในทีด้า และทีด้า ลาติโอ รุ่น G มีการปรับเปลี่ยนแผงคอนโซลกลางใหม่เป็นแถบสีเงิน ให้ดูสวยงามและทันสมัยมากยิ่งขึ้น วัสดุหุ้มเบาะผ้าลายใหม่ แผงหน้าปัดเรือนไมล์ ใช้พื้นสีขาวและขยายขนาดตัวเลขให้ใหญ่ขึ้น ช่วยให้มองเห็นได้อย่างชัดเจน สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย ในรุ่น G ควบคุมได้ง่ายเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ที่นอกจากจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังเพิ่มความปลอดภัยในขณะขับรถ เพราะผู้ขับไม่ต้องละมือจากพวงมาลัยอีกด้วย

อีกทั้งทีด้าทุก รุ่น และทีด้า ลาติโอรุ่น 1.6 G และ M มีการปรับเปลี่ยนวิทยุใหม่เป็นแบบ 2 Din + CD 1 แผ่น ซึ่งสามารถเล่นแผ่น MP3 ได้ พร้อมช่อง AUX IN สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง เช่น เครื่องเล่น iPod และ MP3 รุ่น G ของทั้งทีด้า และ ทีด้า ลาติโอปรับเปลี่ยนระบบปรับอากาศเป็นแบบปรับอุณหภูมิอัตโนมัติ ที่มาพร้อมกับระบบแสดงอุณหภูมิภายนอกรถ ช่วยให้ผู้ขับสามารถปรับตั้งอุณหภูมิได้ตามต้องการ และช่วยกระจายความเย็นสบายได้อย่างทั่วถึง อีกหนึ่งความพิเศษที่ช่วยเพิ่มความสุนทรีย์ในการเดินทาง

นิสสัน ทีด้า (5 ประตู) ยังเน้นคอนเซ็ปต์โฉบเฉี่ยวทันสมัย พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง และด้วยรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้ทีด้า แตกต่างจากรถยนต์ตลาดทั่วไป การออกแบบภายนอก-ภายใน เน้นที่ความกว้างและพื้นที่ใช้สอยภายใน ส่วนทีด้า ลาติโอ สามารถให้พื้นที่ๆกว้างพอที่จะเติมเต็มทุกความสุขของคนที่คุณรัก มั่นใจจะสามารถแข่งขันในตลาดรถระดับเดียวกันได้อย่างสบาย พร้อมเปิดตัวฟังค์ชั่นใหม่ ๆ ที่เพิ่มเข้ามา เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความได้เปรียบ เมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งความกว้างขวาง ทันสมัย และเน้นที่ความสะดวกสบายมากที่สุด

สำหรับราคานิสสันทีด้า รุ่น 1.8 G ราคา 799,000 บาท ,ทีด้า รุ่น 1.6 G ราคา 762,000 บาท และทีด้า รุ่น 1.6 S ราคา 688,000 บาท

ส่วน นิสสัน ทีด้า ลาติโอ รุ่น 1.6 G ราคา 737,000 บาท , รุ่น 1.6 M ราคา 681,000 บาท , รุ่น 1.6 B AT ราคา 594,000 บาท และรุ่น 1.6 B MT ราคา 564,000 บาท

พิเศษ สุดโปรโมชั่นเฉพาะในช่วงเปิดตัวทั้ง ทีด้า และ ทีด้า ลาติโอ อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 1.99% ( เงินดาวน์ 20%, ระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน) ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี ( ประกันภัยซ่อมห้าง Premium Protection Insurance) นอกจากนี้ เตรียมพบกับกิจกรรม “ New Tiida Roadshow ” ตลอดเดือน ตุลาคม ตามสถานที่ต่างๆ ที่จะให้คุณสนุกไปกับเกมส์ “ ความกว้างที่คาดไม่ถึง” (Tiida Wider The Champion)ที่

ต.ค. 08 2009

แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ มาช้าแต่น่าสน

ไม่ รู้ว่าบังเอิญหรือเป็นความตั้งใจของ มิตซูบิชิ ที่จัดงาน“เอ็กซ์คลูซีฟ เทสไดร์ฟ” ให้สื่อมวลชนได้ลองขับ“แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ใหม่”เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (5 ต.ค.) เพราะถ้านับย้อนหลังไป 8 ปี ของวันเดียวกัน เรามีโอกาสได้เห็น จอห์น บอง โจวี เป็นพรีเซนเตอร์ร้องเพลง It’s my life ในโฆษณาเปิดตัว “แลนเซอร์ ซีเดีย” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ก่อน “แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ใหม่” จะลุยตลาดอย่างเป็นทางการ มิตซูบิชิได้ทู่ซี้ ขายแลนเซอร์ ซีเดีย หรือรุ่นโฉมเก่ามาได้ถึง 8 ปี (แต่มีการปรับหน้าตา ออปชันไปเรื่อย) เท่านั้นไม่พอ เมื่อค่ายตราเพชรยังไม่ยอมถอดรุ่นเก่าออกจากตลาด แต่ตั้งใจเดินหน้าต่อโดยปรับตำแหน่งสินค้าและราคาลงมาท้าชนพวกเก๋งซับคอม แพกต์ ซึ่งถือเป็นการอุดช่องว่างสินค้าที่ตนเองไม่มี ขณะเดียวกันยังได้ขายรุ่น ซีเอ็นจี ต่อไปด้วย

… นี่จึงเป็นปรากฏการณ์ไม่ธรรมดา หรือจะเรียกให้เท่ คงต้องยกให้ แลนเซอร์ เจเนอเรชันที่ 8 เป็นรถยนต์ประวัติศาสตร์รุ่นหนึ่งของเมืองไทยเลยทีเดียว!

ร่วม 2 ปี ที่เราต้องทนเห็นเพื่อนบ้านชาวโลกมีโอกาสได้ขับ “แลนเซอร์ ใหม่”กันเฉิบๆ และที่ต้องมาช้าขนาดนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัญหาด้านการเงิน หรือน้ำเลี้ยงจากบริษัทแม่ประเทศญี่ปุ่น ที่ต้องเจียดมาให้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ใช้ปรับสายการผลิต ดังนั้นเมื่อเงินน้อยใช้จ่ายระมัดระวัง จึงต้องพิจารณาอย่างละเอียดถึงจำนวนการผลิตให้คุ้มค่าการลงทุน(จริงในประเทศ ไทย มิตซูบิชิก็ทุ่มลงมากับปิกอัพและเครื่องยนต์ดีเซลมากแล้ว)

นอกจากนี้ด้วยการเป็นรถยนต์ที่พัฒนาใหม่ทั้งคัน หลายชิ้นส่วนต้องใช้เทคโนโลยีสูง ซึ่งมิตซูบิชิ ยอมรับว่า ซัพพลายเออร์เมืองไทยไม่สามารถผลิตชิ้นส่วนให้ตรงกับความต้องการหรือมาตรฐาน ได้ และอย่างที่เห็น “แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ใหม่” ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (local content) แค่ 30% (ไม่ถึงมาตรฐานที่กำหนดไว้ 40%เพื่อจะได้สิทธิพิเศษด้านต่างๆจากรัฐบาล)

ดัง นั้นเราจึงเห็น บล็อก 4B10 ขนาด 1.8 ลิตร สามารถใช้แก๊สโซฮอล์ได้ถึง อี85 เพราะถึงแม้จะเป็นการประกอบเครื่องยนต์ที่เมืองไทย แต่ทุกชิ้นส่วนนั้นนำเข้ามาจากญี่ปุ่นทั้งหมด เช่นเดียวกับบล็อก 4B11 ขนาด 2.0 ลิตร (ใช้ได้ถึง อี20)

ไล่เรียงไปเสียยาว ก็แค่อยากจะปูพื้นคร่าวๆ ถึงความเป็นมาอันยากลำบาก กว่าจะมาเป็น แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ใหม่ ในตลาดไทยที่เตรียมเปิดตัวลงโชว์รูมอย่างเป็นทางการ 16 ตุลาคมนี้ และก่อนจะถึงวันนั้น มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้โหมโรง เรียกน้ำย่อยก่อนด้วยการจัดงาน “เอ็กซ์คลูซีฟ เทสไดร์ฟ” ให้ดีลเลอร์ ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และสื่อมวลชน ได้ลองขับกันตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา (เสร็จสิ้นวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคมนี้) โดยยึดเอาช่องจอดฝั่งอาคารผู้โดยสารต่างประเทศ สนามบินดอนเมือง เป็นสถานที่ทดสอบชั่วคราว

อ่านต่อ คลิก

Sony HTCT500 3.1 Speaker System with Complete Built-In A/V Receiver?
Onkyo HT-RC160 7.2-Channel A/V Surround Home Theater Receiver?
Logitech X-540 5.1 Speaker - Perfect for games, movies, music ect.
Sony HTS-S360 5.1 channel Home Theater System
Sony BRAVIA DAV-HDX589W 5.1-Channel Theater System
Onkyo TX-SR607 7.2-Channel A/V Surround Home Theater Receiver
Pioneer VSX-1019AH-K 7-Channel A/V Receiver
Sony STR-DH800 7.1-Channel Audio Video Receiver
Canon PowerShot SX20IS 12.1MP Digital Camera
Lasonic LTA-260 ATSC Digital to Analog TV Converter Box
Sony STR-DH500 5.1-Channel A/V Receiver
Samsung UN55B8000 55″ LED HDTV Very good
Canon PowerShot SX120IS 10MP Digital Camera
Optoma HD20 High Definition Initial impressions
Sony BDVE300 5.1-Channel Blu-ray Disc Player Home theater System
QuietComfort 15 Acoustic Noise Cancelling headphones
Sonos BU250 Multiroom Music System
Sony DAV-HDZ273 DVD 6 Channel Home Theater System
Onkyo HT-RC180 7.2-Channel Surround Home Network Receiver
Samsung HT-BD3252T/XAA Blu-ray Home Theater System
Pyle PTA1000 1000W Professional Power Amplifier
Klipsch IMAGE S4i Premium Noise-Isolating Headset
Logitech Harmony 700 Remote Control
Samsung UN46B8000 Excellent Clear Picture
Sonos CR200 Multiroom Music System Controller
Dayton DTA-1 Class T Digital Amplifier 15 WPC
AR ARIR200 Tabletop Wi-Fi Internet Radio with Alarm
AKG K 272 HD High Definition Headphones
AKG K 340 In-Canal Bud Headphone
AKG K 518 LE Limited Edition Folding Headphones
Sony STR-DN1000 7.1-Channel Audio Video Receiver
Logitech Harmony 900 Remote Control
ก.ย. 25 2009

ใหม่อีกแล้ว!อีซูซุ ดีแมคซ์-มิว-7 ซูเปอร์ แพลททินั่ม

วันนี้(17 ก.ย.)บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เปิดตัว ดีแมคซ์ และ มิว-7 รุ่น “ซูเปอร์ แพลททินั่ม” ซึ่งได้รับการปรับโฉมเล็กน้อย อาทิ กันชนหน้า กระจังหน้า ล้ออัลลอยด์ลายใหม่ พร้อมเพิ่มทางเลือกด้วย “ไอ-จินนี่” ระบบนำทางที่ติดตั้งเป็นมาตรฐานจากผู้ผลิตครั้งแรกในตลาดปิกอัพเมืองไทย

ดีแมคซ์ ซูเปอร์ แพลททินั่ม มากับกระจังหน้าโครเมี่ยมใหม่ พร้อมการ์ดกันชนหน้า (Front Bumper Guard) สีเงินเมทาลิกในรุ่นไฮแลนเดอร์ ขณะัที่สีเทาเมทาลิก จะมาในรุ่นโรดีโอ และแค็บโฟร์ LS ส่วนกระจังหน้าโครเมี่ยมใหม่ พร้อม U-Shape Under Grille จะมาในรุ่นสเปซแค็บ SLX และแค็บโฟร์ SLX พร้อมขอบสคูปฝา กระโปรงสีเงินใหม่ ขอบคิ้วโครเมี่ยมพร้อมบันไดข้าง พร้อมล้อแมกซ์อัลลอยด์ลายใหม่ คลิกอ่านต่อ

ก.ย. 17 2009

ใจถึง! “แลนเซอร์ อีเอ็กซ์” 2.0 อัดออปชัน-1.8 ใช้อี 85 ราคา 8.31 แสนบาท

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด เปิดตัว “แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ใหม่” ชูจุดเด่นใช้พลังงานทางเลือกอย่าง แก๊สโซฮอล์ อี85 ในรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร FFV 139 แรงม้า ขณะที่ตัวท็อป 2.0 ลิตร เน้นความสปอร์ตอัดออปชันมาให้เพียบ กับราคาเริ่มต้น 8.31 แสนบาท - 1.034 ล้านบาท ตั้งเป้า 6 เดือนขาย 4,000 คัน

สำหรับขุมพลังใหม่ 2 ทางเลือก ซึ่งไฮไลต์อยู่ที่ บล็อก 4B10 ขนาด 1.8 ลิตร FFV ถือเป็นรถยนต์เฟลกฟิวรุ่นแรกที่ผลิตจำนวนมากเพื่อการขายในประเทศไทย รองรับได้ทั้งน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอลล์ทุกชนิดจนถึง E85 ให้กำลังสูงสุดที่ 139 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 172 นิวตัน-เมตร ที่ 4,200 รอบต่อนาที

ขณะที่บล็อก 4B11 ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC MIVEC รองรับทั้งเบนซิน 91 95 แก๊สโซฮอล์ E10 และ E20 ให้กำลังสูงสุด 154 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 198 นิวตัน-เมตร ที่ 4,250 รอบต่อนาที

โดยเครื่องยนต์ทั้งสองรุ่นยังผ่านมาตรฐานไอเสียระดับยูโร 4 ใช้เทคโนโลยีล้ำหน้า อย่างเสื้อสูบอะลูมิเนียม ฝาครอบวาล์วแบบพลาสติกพิเศษ พร้อมโครงสร้างการวางท่อร่วมไอเสียไว้ด้านหลัง และการติดตั้งแผ่นสแตนเลสครอบท่อร่วมไอเสียโดยรอบเพื่อป้องกันความร้อน มาพร้อม MIVEC ระบบวาล์วแปรผันที่ควบคุมการเปิด-ปิดวาล์วทั้งไอดีและไอเสียให้แปรผัน สัมพันธ์กับอัตราเร่งในทุกๆ รอบเครื่องยนต์และทุกสภาพการขับขี่ จึงให้ทั้งสมรรถนะและการประหยัดน้ำมัน

ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT พร้อมติดตั้งระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์อัจฉริยะ INVECS-III แบบ 6 จังหวะ เติมเต็มอารมณ์สปอร์ต และเร้าใจด้วยฟังก์ชั่น Sport Mode ให้การปรับเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวลและแม่นยำ เหมาะสมในทุกรอบความเร็วของเครื่องยนต์

ด้านช่วงล่างหน้าเป็นแบบอิสระแม็กเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง หลังแบบมัลติลิงก์พร้อมคอยส์สปริง และเหล็กกันโคลง ยิ่งไปกว่านั้นในรุ่น GT ยังมีการติดตั้งเหล็กค้ำโช้คหน้าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้งเมื่อใช้ ความเร็วสูง

รูปลักษณ์โดดเด่นมากับเส้นสายที่สะท้อนความปราดเปรียว ล้ำสมัย ด้วยส่วนหน้าที่ลาดเอียงลงตามแบบฉบับรถเก๋งของมิตซูบิชิ พร้อมกระจังหน้าใหม่ทรงสี่เหลี่ยมคางหมูรับกับกรอบไฟทรงเรียวยาว ซึ่งภายในเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็นด้วยไฟแบบมัลติรี-เฟล็กเตอร์ แบบฮาโลเจน สำหรับรุ่น GLS-Ltd. รุ่น GLS และ รุ่น GLX ส่วนไฟหน้าโปรเจ็คเตอร์ แบบไบซีนอน (Bi-Xenon) พร้อมระบบปรับระดับลำแสงไฟหน้าและระบบเพิ่มความส่องสว่างด้านข้างขณะเข้า โค้ง (AFS) จะมาในรุ่น GT

ด้านหลังออกแบบให้โดดเด่นด้วยชุดไฟท้ายดีไซน์ใหม่ พร้อมจัดวางแนวเฉียงขึ้นช่วยให้เห็นได้ชัดเจนกว่าเดิม และด้วยรูปลักษณ์สไตล์สปอร์ตนี่เองทำให้ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ มีให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน เพียง 0.29

ล้ออัลลอยในรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร FFV รุ่น GLS-Ltd. รุ่น GLS และรุ่น GLX ใช้ขนาด 16 นิ้ว ในขณะที่เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร รุ่น GT มาพร้อมล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว ใหญ่สุดในรถระดับเดียวกัน นอกจากนี้ในรุ่น GT รุ่น GLS-Ltd. และ รุ่น GLS ยังมาพร้อมกระจังหน้าโครเมียม ไฟตัดหมอกหน้า และปลายท่อสเตนเลส พร้อมเสริมอารมณ์สปอร์ตให้กับรุ่น GT ยิ่งขึ้นด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตรอบคัน และสปอยเลอร์หลังอีกด้วย

ภายในห้องโดยสารมี 2 แบบ 2 สไตล์ ได้แก่ โมโนโทนสีดำสไตล์สปอร์ตในรุ่น GT และ GLS-Ltd. และแบบทูโทน สีดำ-เบจในรุ่น GLS และ GLX ทั้งนี้ ในรุ่น GT และ GLS-Ltd. จะใช้เบาะหนัง พร้อมความอเนกประสงค์ของเบาะหลังที่สามารถพับแบบ 60:40 ได้

สำหรับในรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร GT ติดตั้งระบบพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น สามารถเลือกปรับการใช้งานหลากหลาย โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัยเพื่อการควบคุมที่ดีกว่า ทั้งระบบควบคุมเครื่องเสียงที่ง่ายต่อการปรับ เลือกเพลงและระบบเสียง ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ (Paddle Shift) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)

เครื่องเสียงวิทยุซีดี MP3 แบบ 6 แผ่น พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่งในรุ่น GT รุ่น GLS-Ltd. และ GLS ในขณะที่รุ่น GLX มาพร้อม วิทยุซีดี MP3 แบบ 1 แผ่น พร้อมลำโพง 4 ตำแหน่ง ด้านจอแสดงข้อมูลอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ เรืองแสงสีแดงแบบ LED ง่ายต่อการอ่านและการใช้งานขณะขับขี่รถ ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น แสดงผลข้อมูลได้หลากหลาย ทั้งความเร็วเฉลี่ยในการขับขี่ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ย ระยะทางขับขี่ที่เหลือจากปริมาณน้ำมันที่มีอยู่ในถัง และระบบเตือนการบำรุงรักษา อุณหภูมิเครื่องยนต์ อุณหภูมิภายนอกตัวรถ รวมไปถึงการเตือนต่างๆ เมื่อมีความผิดปกติของระบบต่างๆ

นอกจากนี้ รถทุกรุ่นยังติดตั้งระบบอำนวยความสะดวกและปลอดภัยอัจฉริยะ Mitsubishi Motors ETACS (Electric Total Automobile Control System) ซึ่งควบคุมระบบไฟฟ้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบปิดไฟหน้าและไฟในห้องโดยสารอัตโนมัติ ระบบสัญญาณกันขโมย ระบบกุญแจป้องกันการโจรกรรม (immobilizer) และระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ภายในรถ

พร้อมด้วยเบรก ABS และระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ EBD ระบบเสริมแรงเบรก BA ถุงลมนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ระบบเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติพร้อมระบบผ่อนแรง ทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรกด้วยดิสก์เบรกขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับล้อ ขนาด 15 นิ้วขึ้นไป สำหรับรุ่น GLS-Ltd. รุ่น GLS และ GLX และรองรับล้อขนาด 16 นิ้วขึ้นไปสำหรับรุ่น GT

มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ มี 4 รุ่นย่อย 5 สีให้เลือก ประกอบด้วย สีแดง สีบรอนซ์เงิน สีบรอนซ์ทอง สีเทาดำ และสีดำ พร้อมราคาขาย 831,000 บาท ถึง 1,034,000 บาท…เริ่มจองแล้วตั้งแต่วันนี้ จากนั้นจะเริ่มทยอยลงโชว์รูมพร้อมขายอย่างเป็นทางการ 16 ตุลาคมเป็นต้นไป

ก.ย. 11 2009

โตโยต้าปิดทางเกรย์มาร์เก็ต เสริมไลน์ “อัลฟาร์ด” 2.4 ลิตร

โต โยต้า เติมเต็มไลน์การขายส่ง “อัลฟาร์ด 2.4V ใหม่” เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ชูจุดเด่นอัดแน่นด้วยออพชันทั้งเบาะนวด เนวิเกเตอร์ภาษาไทย เครื่องเสียงพร้อมจอทีวีหน้าและหลัง มูนรูฟคู่ เคาะราคาเพียง 3.199 ล้านบาท พร้อมเผย อัลฟาร์ด 3.5V รุ่นปรับปรุงโฉม

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์โตโยต้า อัลฟาร์ดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เปิดตัวรถยนต์รุ่น “อัลฟาร์ด 2.4V” เครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร ซึ่งจะเป็นการเติมเต็มไลน์การขายให้กับอัลฟาร์ด หลังจากเปิดตัวรุ่น เครื่องยนต์ขนาด 3.5 ลิตร เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2551

สำ หรับอัลฟาร์ด 2.4V เด่นด้วยอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆโดยติดตั้งอย่างเหมาะสมกับการใช้ งานของเมืองไทย เช่น ภาษาบนปุ่มควบคุมต่างๆเป็นภาษาสากล เบาะนวดไฟฟ้า 7 จุดสำหรับผู้โดยสาร ระบบนำทางเนวิเกเตอร์รองรับทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

ภายนอกได้รับการตกแต่ง ด้วยสเกิร์ตรอบคัน สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่สาม กระจังหน้าโครเมียมโคมไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบHID พร้อมปรับระดับสูงต่ำอัตโนมัติไ ฟท้ายแบบ LED กล้องมองหลังและเซ็นเซอร์ 6 จุดรอบคัน

ส่วนภายใน หรูหรากับมูนรูฟคู่ทั้งห้องโดยสารด้านหน้าและด้านหลัง เบาะนั่งด้านหลังแถวที่ 1 แบบ Smart Twin ปรับรวมเป็นที่นั่งคู่ได้ พร้อมระบบบริหารหลังไฟฟ้า 7 จุด ช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้า ประตูหลังเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ควบคุมด้วยชุดรีโมต หรือปุ่มควบคุมบริเวณผู้ขับขี่

ระบบปรับอากาศมาพร้อมระบบพลาสม่าคลัสเตอร์ปรับแยกอุณหภูมิแบบ อัตโนมัติ 3 โซน ด้านซ้าย ด้านขวา และด้านหลัง ช่องแอร์ส่วนตัวทุกที่นั่ง เครื่องเล่น DVD CD และ MP3 พร้อมช่องต่อ USB IPOD AUX รองรับการเชื่อมต่อ บลูธูท แบบจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วในด้านหน้าและจอสำหรับผู้โดยสารด้านหลังขนาด 10.2 นิ้ว

ด้าน หัวใจบรรจุเครื่องยนต์รหัส 2AZ-FE ขนาดความจุ 2.4 ลิตร 16 วาล์ว DOHC VVT-I ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า (125 กิโลวัตต์) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 224 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ซีเควนเชียลชิพ

ระบบบังคับเลี้ยวแร็คแอนด์พีเนี่ยน พร้อมพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง และหลังแบบทอร์ชั่นบีม พร้อมเสริมความปลอดภัยด้วย ถุงลมนิรภัย 9 จุด ระบบควบคุมการทรงตัวอัจฉริยะ(EPS-VSC),ระบบเบรก ABS, EBD, BA และระบบช่วยออกสตาร์ทในทางลาดชัน

ขณะ ที่รุ่น 3.5V เครื่องยนต์ 3.5 ลิตร ปรับโฉมเล็กน้อยโดยคงอุปกรณ์อำนวยความสะดวกไว้เช่นเดิม จุดเด่นและแตกต่างได้แก่ ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า กระจกมองข้างพับเก็บอัตโนมัติกระจกมองข้างปรับมุมอัตโนมัติเมื่อเข้าเกียร์ ถอยหลัง ประตูคู่หน้าหุ้มหนังพร้อมตกแต่งด้วยลายไม้ ช่องเก็บของบริเวณคอนโซลกลางแบบเลื่อนได้ เบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถปรับเลื่อนไปด้านหน้าเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง

โตโยต้า อัลฟาร์ดทุกรุ่น รับประกันคุณภาพสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้า 311 แห่งทั่วประเทศ สนนราคารุ่น 3.5Q 4,489,000 บาท , รุ่น 3.5V 3,999,000 บาท และรุ่น 2.4V 3,199,000 บาท

ก.ค. 15 2009

ซีรี่ย์7 CKD เคาะราคาพิเศษ8.999ล้านบ.

หลังชิมลางกับ “ซีรี่ย์ 7 ใหม่” รุ่นประกอบนอกทั้งคัน (CBU) โดยเปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ล่าสุดบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จัดการส่งรุ่นประกอบในประเทศ (CKD) 740Li พร้อมเคาะราคาพิเศษ 8,999,000 บาท ถูกกว่าตัวประกอบนอกถึง 4 ล้านบาท

นอกจากรูปลักษณ์โออ่าสง่างามแล้ว 740Li ยังพร้อมด้วยเทคโนโลยีทันสมัยและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก-ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น Integrated Chassis Management สมองกลหน่วยควบคุมส่วนกลาง มีหน้าที่สั่งและประสานงาน ระบบความปลอดภัยต่างๆ เช่น ระบบรักษาเสถียรภาพ Dynamic Stability Control ระบบ Integral Active Steering และ ระบบ Dynamic Drive Control ที่จะคอยควบคุม ระบบช่วงล่าง ระบบบังคับเลี้ยว และโปรแกรมของระบบเกียร์ ให้ประสานงานอย่างประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังมาพร้อม ระบบ Night Vision ใหม่ซึ่งเป็นระบบกล้องอินฟาเรดที่มาพร้อมกับความสามารถในการจับทิศทาง และความเร็วของ คนหรือสัตว์ เพื่อคำนวณและเตือนล่วงหน้าให้ผู้ขับได้ทราบถึงสถานการณ์ที่อาจจะไม่สามารถ มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยเฉพาะยามค่ำคืนและอยู่นอกระยะส่องของไฟหน้า รวมถึงระบบ Head-up Display ซึ่งเป็นระบบแสดงผลบนกระจกหน้ารถ เพื่อให้ผู้ขับไม่ต้องละสายตามามองที่หน้าปัด

BMW 740Li ใหม่มาพร้อมกับระบบนำทาง BMW Navigation Professionalซึ่งทำงานอยู่บนระบบฮาร์ดดิสก์ เพื่อความรวดเร็วในการทำงานและแผนที่จะแสดงผลบนจอมอนิเตอร์แบบ Hi-resolution ขนาด 10.2 นิ้วบน แดชบอร์ด ในขณะที่ข้อมูลทิศทางสามารถแสดงผลบนระบบ Head-up Display ได้ด้วย และฮาร์ดดิสก์ขนาด 80 กิกกะไบท์ นอกจากจะเก็บข้อมูลแผนที่ดิจิตอลแล้ว ยังสามารถเก็บบันทึกไฟล์เพลงได้อีกด้วย

740Li ใหม่ยังติดตั้งระบบ Infotainment สำหรับให้ข้อมูล ข่าวสารและความบันเทิงสำหรับผู้โดยสาร เช่น ระบบทีวีและดีวีดีด้วยจอมอนิเตอร์ 1 จอขนาด 10.2 นิ้ว ในด้านหน้า และ 2 จอขนาด 9.2 นิ้วที่สามารถทำงานอิสระต่อกันสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง และระบบ เครื่องเสียงระบบเซอร์ราว LOGIC7 ที่มีถึง 16 ลำโพง ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงสามารถควบคุมผ่านระบบ iDrive รุ่นใหม่

ใต้ฝากกระโปรงวางเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตรแบบ 6 สูบแถวเรียง พร้อมเทอร์โบคู่ที่เพิ่งจะได้รับรางวัล International Engine of the Year 2009 มาสดๆร้อนๆ โดยให้กำลังสูงสุด 326 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,500-4,500 รอบต่อนาที อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 6.0 วินาที ส่วนอัตราซดน้ำมันค่ายใบพัดสีฟ้าเคลมไว้ 10 กิโลเมตรต่อลิตร ขณะเดียวกันยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยอัตราการคายไอเสียคาร์บอนไดอ๊อกไซ ด์เพียง 235 กรัมต่อกิโลเมตร

740Li ขายพ่วงโปรแกรมดูแลรักษา BSI BMW Service Inclusive 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร เช่นเดิม ขณะที่ราคา 8.999 ล้านบาทจะมาในช่วงแนะนำ หรือเพียง 40 คันแรก และต้องออกรถก่อนปี 2552 นี้เท่านั้น

จาก manager.co.th

123 | Page 1 | Page 2 | Page 3 | Page 4 | Page 5 | Page 6 | Page 7 | Page 8 | Page 9Page 10

ก.ค. 07 2009

Wise Editionยนตรกรรมใหม่แห่งความเรียบหรู

จะเห็นได้ว่าระยะหลังมานี้ มองไปตามท้องถนนที่เต็มไปด้วยคาราวานรถยาวเหยียดที่ในอดีตมักคราคร่ำไปด้วย รถโทนสีทึ่มๆ อย่างสีดำ สีบลอนซ์ สีตะกั่ว จะหารถสีขาวซักคันก็ค่อนข้างยาก แต่ในปัจจุบันค่านิยมหรือความชอบในการเลือกสีรถของคนสมัยใหม่กลับเปลี่ยนไป เพราะมีความนิยมในรถสีขาวมากขึ้น ทำให้ในระยะไม่กี่ปีมานี้ เราจะเห็นรถสีขาวผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด

ด้วยเทรนด์รถสีขาวที่มาแรงโดนใจนี่เองจึงเป็นที่มาให้ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าด้วยการแนะนำยนตรกรรมที่ผสานเสน่ห์เรียบหรูแห่งสี ขาวใหม่ รุ่น Wise Edition ในฮอนด้าทุกรุ่น ได้แก่ ฮอนด้า ซิตี้, แจ๊ซ, ซีวิค, ซีอาร์-วี และแอคคอร์ด ด้วยรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว ล้ำสมัย พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งแบบสปอร์ตและสัญลักษณ์พิเศษ Wise Edition

เริ่มจากฮอนด้า ซิตี้ สปอร์ต โฉบ เฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยสีขาวใหม่ Taffeta White ที่มาพร้อมกระจังหน้าแบบสปอร์ต สปอยเลอร์หลังแบบ Duck Tail และปลอกท่อไอเสียสแตนเลส ซิตี้ รุ่น Wise Edition มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น V AT (ABS) 
ราคา 631,000 บาท และรุ่น  AT AS ราคา 656,000 บาท

ต่อด้วยฮอนด้า แจ๊ซ เร้าใจด้วยสีขาว Taffeta White พร้อมสปอยเลอร์หลังแบบ Tail Gate กระจังหน้าแบบสปอร์ต และจักรยานเสือภูเขาซึ่งใส่ไว้ด้านหลังรถ แจ๊ซ รุ่น  Wise Edition มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น V AT ราคา 642,000 บาท และรุ่น V AT (SRS) ราคา 662,000 บาท

สำหรับ ฮอนด้า ซีวิค มาพร้อมสีขาว Taffeta White และภายในห้องโดยสารเบาะหนังสีดำใหม่ กับชุดสเกิร์ตรอบคันและสปอยเลอร์หลัง หม้อพักไอเสียแบบท่อคู่ และแป้นวางเท้าแบบสปอร์ต ซีวิค รุ่น Wise Edition มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น 1.8E AT AS ราคา 958,000 บาทและรุ่น 1.8E AT AS (Navi) ราคา 1,013,000 บาท

ฮอนด้า ซีอาร์-วี สะกด ทุกสายตาด้วยสีขาว Brilliant White Pearl นอกจากนี้ยังเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางด้วยระบบนำทางเนวิเกเตอร์พร้อม เครื่องเล่นดีวีดี กระจกมองข้างแบบปรับลงอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง สปอยเลอร์แบบ Tail Gate ปลอกท่อไอเสียและคิ้วบันไดสแตนเลส ซีอาร์-วี รุ่น Wise Edition มีจำหน่ายเฉพาะรุ่น 2.0E ราคา 1,294,000 บาท

ปิดท้ายด้วย ฮอนด้า แอคคอร์ด เรียบหรูเหนือระดับด้วยสีขาว Brilliant White Pearl พร้อมภายในห้องโดยสารเบาะหนังสีดำใหม่ นอกจากนี้ยังมีคิ้วบันไดข้างแบบ LED สปอยเลอร์หลังแบบ Duck Tail และกระจกมองข้างแบบปรับลงอัตโนมัติเมื่อถอยหลังเพิ่มความสะดวกและปลอดภัย ยิ่งขึ้น แอคคอร์ด รุ่น Wise Edition มีจำหน่ายเฉพาะรุ่น 2.0E ราคา 1,292,000 บาท

Thairath

123 | Page 1 | Page 2 | Page 3 |

ก.ค. 02 2009

“แลนด์ ครุยเซอร์” จับ D4d มาใส่ตัวลุยค่าหัว 7.19 ล้านบาท

อี ตั้นส่ง แลนด์ ครุยเซอร์ วี8 D4D เปิดตลาดSUV ใหญ่เครื่องดีเซล ชูจุดเด่นความแรง 286 แรงม้า แรงบิดมหาศาลสุด 650 นิวตันเมตร ผนวกเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ช่วงล่างไฮดรอลิก เคาะราคา 7.19 ล้านบาท

สำหรับรูปร่างของ แลน ครุยเซอร์ ยังคงเน้นความเป็นเหลี่ยมสันให้ออกมาดูแข็งแรงบึกบึนตามสไตล์รถออฟโรด ไฟหน้าดีไซน์ใหม่โฉบเฉี่ยวและสอดประสานกับตัวถัง ไฟตัดหมอกถูกออกแบบให้รับกับช่องดักลมด้านล่าง ส่วนไฟท้ายแบบ LED เพิ่มความชัดเจนและความปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่ พร้อมล้ออัลลอยที่มีขนาด 20 นิ้ว

ส่วนภายในได้รับการออกแบบเน้นความกว้างขวาง สะดวกสบาย ด้วยเบาะนั่งแบบ 3 แถว สามารถรองรับผู้โดยสาร 7 คน โดยเบาะคู่หน้าควบคุมการทำงานด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยความจำสำหรับเบาะคนขับ ส่วนเบาะแถวที่สองและสาม สามารถปรับพับเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งระบบปรับอากาศอิสระแยกจากกัน ทั้งหน้า-หลัง ซ้าย-ขวา ถึง 28 จุด

ด้านความปลอดภัยแลน ครุยเซอร์ มีถุงลมนิรภัยถึง14 จุด ได้แก่ ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง , ถุงลมนิรภัยสำหรับที่นั่งของคนขับ/ข้างคนขับ/ผู้โดยสาร/ด้านข้างผู้โดยสาร และถุงลมนิรภัยใต้เข่าที่นั่งคนขับ พร้อมระบบป้องกันขโมย Brake-in sensor ช่วยตรวจจับการงัดรถบริเวณประตูและกระจก ทำให้ระบบสามารถปิดการทำงานชั่วคราวโดยอัตโนมัติเพื่อสร้างความปลอดภัย

จุด เด่นที่สุดของ แลน ครุยเซอร์ คันนี้อยู่ที่เครื่องยนต์ดีเซล รหัส 1 VD - FTV แบบ V8 DOHC 32 Valve ที่มีปริมาตรความจ 4,461 ซีซี พร้อมระบบจ่ายเชื้อเพลิงหัวฉีดอิเลคทรอนิค Common rail D4D สามารถสร้างแรงม้าสูงสุดถึง 286 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที และแรงบิดได้มากถึง 650 นิวตันเมตร ในรอบเครื่องยนต์ที่ต่ำเพียง 1,600 รอบ/นาที ยาวไปจนถึง 2,800 รอบ/นาที

ระบบส่งกำลังที่ถูกนำมา ใช้ใน แลน ครุยเซอร์ ควบคู่กับเครื่องยนต์ดีเซลตัวนี้ เป็นระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ 5 จังหวะ ทำงานผสานกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ FULL TIME สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 208 กม./ชม.

การใช้งาน แลน ครุยเซอร์ มากับระบบช่วงล่างไฮดรอลิคสามารถปรับความสูงต่ำของตัวถังรถได้ ช่วยในการขับขี่ไม่ว่าจะเป็นทางตรง ทางโค้ง ทางลาดชัน หรือพื้นผิวขรุขระ ก็สามารถรองรับการขับขี่ในทุกสภาพถนน โดยมีระบบ AVS ช่วยลดการโคลงของตัวถัง ปรับความสมดุลระหว่างตัวถังด้านซ้าย - ด้านขวาขณะเข้าโค้ง และด้านหน้า - ด้านหลังขณะเบรค

ส่วนระบบ AHC ก็จะช่วยในการยืด - หดของระยะช่วงล่าง เมื่อผ่านสิ่งกีดขวาง ขณะขับขี่อยู่บนทางออฟโรด นอกจากนี้ยังมีระบบ Suspension Frame ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบพิเศษโดยเฉพาะ ด้วยโครงสร้าง Chassis ที่ใช้เหล็กกล้าแข็งแรงทนทาน ทำให้ดูดซับแรงสั่นสะเทือนและแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยเพิ่มความแข็งแรงจากการบิดของตัวถัง 1.4 เท่า และเพิ่มความแข็งแรงในการงอของตัวถัง 1.2 เท่า ทั้งยังช่วยลดแรงสั่นสะเทือน ลดเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์และช่วงล่าง ทำให้ห้องโดยสารเงียบ สะดวกสบายในการขับขี่

เสริมด้วยระบบ VSC และ A-TRAC ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมและบังคับรถได้อย่างมีประสิทธิภาพในความเร็วสูง และระบบ VGRS (Variable Gear Ratio System) ซึ่งเป็นระบบการปรับค่าเฉลี่ยระหว่างพวงมาลัยให้สัมพันธ์กับความเร็วของรถ ขณะขับขี่ โดยอ่านค่าความเร็วของรถจากระบบเกียร์ ทำให้เกิดความมั่นคงในการควบคุมทิศทางรถทั้งยังช่วยปรับองศาของพวงมาลัย ทำให้การจอดง่ายยิ่งขึ้น พร้อมระบบ DAC ที่ช่วยในการขับรถขึ้นเนินหรือลงทางลาดชันก็ให้ความปลอดภัยสูงเช่นกัน

ทั้งนี้ แลน ครุยเซอร์ ยังมากับจอแสดงผลเป็นภาษาอังกฤษ อำนวยความสะดวกในการใช้งาน พร้อมหลังคามูนรูฟ (Moon roof) และระบบควบคุมการช่วยจอด พร้อมกล้องถอยหลังอัตโนมัติ

สนนราคาค่าตัวของแลน ครุยเซอร์ วี8 ดีเซล D4d อีตั้นตั้งไว้ที่ 7.19 ล้านบาท สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูม อีตั้น ทุกสาขา

จาก manager.co.th

Wii MotionPlus

Wii Sports Resort

HP EX485 MediaSmart

HP EX487 MediaSmart

Cisco WVC210

LaCie 301838U

Netgear RNDP600

Cisco SR2024

Cisco RV016

Synology DS209

HP LX195 MediaSmart

Buffalo Technology BR-816SU2

D-Link DSM-750

Asa 5505

Synology DS209j

Western Digital WDA4NC80000N

Cisco Syst. 851

Netgear RND4450

Synology DS207

Synology CS407e

Netgear RND4410

D-Link DGS-1248T

Synology CS407

Netgear RNDP6310

Synology DS209

Cisco SRW2008P

Linksys SLM224P

IOGear GCS1204

Netgear RND4210

Synology DS109
Cisco SRW2048

871W 802.11G

NETGEAR ProSafe WNDAP330

Netgear RNDP6350

Trendnet Tew-455Apbo

Linksys by Cisco 500 GB

Cisco SRW2024

IOGEAR 8-Port

SMC Networks SMCGS8P

Cisco WAP200E

LG N4B1N

LPE12002-M8

IOGear GCS138KITUP

Linksys SLM248G

D-Link DWL-2700AP

Firebox X10E-W

LaCie 301298U

Iomega 34340

Xtenda X550

Roku SoundBridge R1000

Cisco SPA525G

QNAP TS-109

TRENDnet TK-804R

Aten Technology KH1508

D-Link DES-3226L

Cisco 2801

Multi-Tech Systems MVP410

Asa 5505

Netgear RND4425

Netgear RNDP6610

CyberPower CSW8RU

Sonicwall 3500

Netgear GSM7224

Netgear GS724TS

มิ.ย. 28 2009

BRGระเบิดศึกเบนซ์อีคลาสใหม่ ชิงเปิดตัวก่อนใครในไทยแลนด์

Pic_15780 เสี่ย สมศักดิ์ ศรีรัตนประภาส บิ๊กบอสค่ายรามคำแหงกรุ๊ป (BRG) หนึ่งในผู้นำธุรกิจนำเข้ารถยนต์อิสระ ซึ่งมี 2 โชว์รูมพร้อมศูนย์ บริการทันสมัย ได้แก่ รามคำแหงและรัชโยธิน

ยังคงเล่นบทเสือปืนไว ช่วงชิงการเป็นเจ้าแรกในไทยที่เปิดตัวเบนซ์ อีคลาสโฉมใหม่

สำหรับ เบนซ์อีคลาสใหม่ เพิ่งเปิดตัวครั้งแรกในโลกอย่างไม่เป็นทางการที่งานดีทรอยต์ออโต้โชว์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อต้นปีนี้ (จากนั้นในเดือน มี.ค.ถึงได้เปิดเป็นทางการที่งานเจนีวามอเตอร์โชว์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์)

ถือเป็นโฉมใหม่แกะกล่องแบบโมเดล-เชนจ์ตั้งแต่หัวจดท้าย รหัส W212 ถอดคราบอีคลาสเดิมจนหมดสิ้น ให้ลุคสปอร์ตหรูเพริศ!!

เตะ ตา ตั้งแต่กันชนหน้าทรงสปอร์ต ไฟหน้า ตาเหลี่ยมแบบ bi-xenon (จากเดิมไฟตากลม) มาพร้อม Active Light System ปรับทิศทางของไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย เพิ่มความเท่ด้วยช่องดักอากาศด้านหน้า มีสีให้เลือกถึง 12 สี

แถมด้านหน้ายังมีความลาดชันมากเป็นพิเศษด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเพียง 0.25

ภาย ใน ห้องโดยสารถูกออกแบบให้หรูหรา โอ่โถง และทันสมัย เบาะนั่งหนังแท้ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน เปลี่ยนเกียร์ได้ที่พวงมาลัย มีระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ภายในรถ และระบบมัลติมีเดียสมบูรณ์แบบ ซึ่งมาพร้อมจอขนาด 5.8 นิ้ว โดยมีปุ่มควบคุมที่คอนโซลกลาง

เครื่อง ยนต์ พัฒนาใหม่มีให้เลือกทั้งเครื่องเบนซิน CGI Blue Effici-ency และเครื่องดีเซล CDI Blue Tec ซึ่งเพิ่มทั้งขุมพลัง ประหยัดน้ำมันมากขึ้น และยังปล่อยไอเสียต่ำลงอีกด้วย โดยมีหลายขนาดเครื่องยนต์ให้เลือกเป็นเจ้าของ

นั่นคือ รุ่น E220 CDI, E200 CGI, E250 CGI, E300 CGI, E350 CGI

เบนซ์ อีคลาสใหม่ยังมีจุดเด่นที่เทคโนโลยีระบบความปลอดภัยใหม่ ล่าสุด เช่น Attention Assist ระบบเซ็นเซอร์ทำหน้าที่เฝ้าระวังคนขับหลับใน โดยระบบจะประเมินจากการบังคับพวงมาลัยของคนขับ เมื่ออยู่ในสถานะเผลองีบหลับ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนทันที,

ฝาก ระโปรงหน้าทำหน้าที่ปกป้องห้องโดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทำจากอัลลอยมีความแข็งแกร่งสูง และได้รับการออกแบบยุบตัว 4 ระดับ เป็นต้น

รามคำแหงกรุ๊ปได้นำเบนซ์ อีคลาสใหม่ตัวจริงมาอวดโฉมที่บริเวณชั้น G เซ็นทรัลบางนา ระหว่างวันที่ 30 มิ.ย.-6 ก.ค.นี้

ราคาขายเริ่มที่ 3.99 ล้านบาท จนถึง 6.9 ล้านบาท

123 | Page 1 | Page 2 | Page 3 | Page 4 | Page 5 | Page 6 | Page 7 | Page 8 | Page 9Page 10

มิ.ย. 26 2009

ตำนานความเร็วของเจ้าชายกบ 911

ตำนานความเร็วของเจ้าชายกบ 911

Pic_15010

ใน โลกของรถสปอต์ มีรถเพียงไม่กี่รุ่นที่สามารถถ่ายทอดรูปทรง ลักษณะการวางเครื่องยนต์ และเทคนิดต่างๆยาวนานกว่า 40ปี ถึงแม้ในยุคปัจจุบันนี้ มันก็ยังดูมีมนต์เสน่ห์ และการได้ครอบครองมันทั้งๆที่มันก็ไม่ไช่ป็นรถสปอต์ที่เร็วที่สุด แพงที่สุด หรือสวยงามที่สุด แต่การที่คุณได้ครอบครอง ปอร์เช่ รุ่น 911 ในทุกอนุกรม หมายถึงคุณได้ครอบครองปรัชญาแห่งรถสปอต์เยอรมันที่สืบสานตำนานแห่งความเร็ว มายาวนาน

มันเริ่มต้นขึ้นเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองยุติลง จนถึงปี 1956และบริษัท PORSCHE ที่มีความเกี่ยวพันธ์กับ VOLKSWAGEN อย่างลึกซึ้งต้องการผลิตรถยนต์สปอต์คันเล็กๆมีเครื่องยนต์วางด้านหลังและมีราคาจำหน่ายที่ไม่แพงเหมือนรถสปอต์จากอิตาลี หลังจากที่ PORSCHE ผลิตรถสปอต์รุ่น 356และเริ่มต้นพัตนาเทคนิคการกระจายน้ำหนัก การวางเครื่องยนต์ และพัตนาเครื่องยนต์แบบสูบนอน (BOXER) ระบายความร้อนด้วยอากาศ ให้มีประสิทธิ์ภาพที่ดีขึ้น พร้อมทั้งยังเริ่มส่งรถยนต์ของบริษัท เข้าร่วมทำการแข่งขันในยุโรปหลายรายการอีกด้วย

การผลิต 911 เริ่มต้นขึ้นในปี ค ศ 1964 โดยบริษัทPORSCHEได้ตั้งราคาไว้สูงถึง 21000 มาร์ก ซึ่งทำให้ลูกค้าเก่าของ PORSCHE เองไม่สามารถที่จะซื้อหามาขับได้ จนมาถึงเดือนเมษายน ปี คศ 1965 จึงได้ประกอบรถรุ่น 912ออกมาขาย โดยใช้เครื่องยนต์เล็กๆรุ่น SC 1600 และมีราคาถูกลงเหลือเพียง 16,000 มาร์ก ซึ่งก็สามารถซื้อใจแฟนๆ PORSCHE ที่มีรุ่น 356 และต้องการเปลี่ยนเป็นโมเดลใหม่ แต่แฟนๆเจ้าชายกบก็ต้องผิดหวังไปตามๆกันเนื่องจากมันมีแรงม้าแค่ 90 แรงม้าเท่านั้น คงไม่สะใจแฟนๆรถสปอต์ที่มีรถไว้ไม่ไช่แค่ขับไปจ่ายกับข้าวอย่างเดียว

กันยายน ปีคศ 1965 PORSCHEสร้าง หลังคาแบบ TARGA และมีความปลอดภัยสูงกว่ารถเปิดหลังคาในยุคเดียวกันทุกรุ่น ตามมาด้วย รุ่น 911 S ที่มีแรงม้าสูงขึ้นมากจนสามารถเทียบชั้นรถสปอต์ชั้นดีบางรุ่นจากอิตาลีได้ อย่างสบาย โดยมีเครื่องยนต์ที่ให้แรงม้าสูงถึง 160แรงม้าที่6600รอบต่อนาทีและสามารถกดคันเร่งจนถึงความเร็วสูงสุด 140ไมล์ต่อชั่วโมง โดยเครื่องยนต์ยังคงไม่เกิดปัญหาความร้อนแต่อย่างใด ภายหลังวิศวกรของ PORSCHE ได้ติดตั้งเกียร์อัตโนมัตแบบSEMI AUTOMATIC ในรถ 911/1967 สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100กิโลเมตรได้ภายใน10.5วินาทีซึ่งในยุคนั้นก็ถือได้ว่าเป็นรถที่มีอัตตรา เร่งใช้ได้เลยทีเดียว

มาถึงปี 1971PORSCHE ทำการสร้างเครื่องยนต์ตัวใหม่โดยใช้ช่วงชักให้ยาวขึ้นอีก 4.4 ม.ม.และเพิ่มขนาดความจุจาก 1600 C.C.ไปที่ 2400C.C.โดยมีแรงม้าเพิ่มขึ้นเป็น 190แรงม้าอัตตราเร่งอยู่ที่ 0-100กิโลเมตรเพียง 7.0 วินาที และอัดไปได้ถึง 150ไมล์ต่อชั่วโมงโดยเครื่องยังไม่มีอาการน็อกแต่อย่างใดและในตอนนี้เอง กลิ่นไอของการแข่งรถเริ่มเข้ามาครอบงำแฟนๆ วิศวกรและผู้บริหารของPORSCHEเข้าแล้วแบบเต็มๆ

การก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้งและต้องการทำใน สิ่งที่ดีที่สุดตามปรัชญาของชนชาติเยอรมันเริ่มปรากฏในยุคต่อไปของบริษัท PORSCHE มาถึงปี 1974 ก็ได้ส่งรถรุ่น 930 TURBO ออกวางจำหน่ายและลงทำการแข่งขันในบางรายการของการแข่งรถยนต์ในทวีปยุโรปโดย มีแรงม้าที่ได้จากการอัดอากาศของTURBO ไปถึง 260 แรงม้าและทำออกมาจำหน่ายโดยมีรุ่นปลีกย่อยต่างๆอีกหลายรุ่นผลิตตามออกมาและ ได้รับความนิยมจากผู้ที่ชื่นชอบรถสปอต์ไปทั่วโลก

เวลาเดินทางมาถึง ปีคศ 1983 PORSCHE 911 CARRERA หันไปใช้แคมของรุ่น TURBOเพื่อเพิ่มประสิทธิ์ภาพให้กับเครื่องยนต์โดยมีความจุที่ 3164 C.C.ลูกสุบมีขนาด 94 ม.ม. กำลังอัด 10.3:1 โดยให้แรงม้าถึง 231แรงโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบอัดอากาศแบบ TURBOแต่อย่างใด และยังมีรุ่นCONVERTIBLE ที่มาแทนรุ่น TARGA โดยสามารถเปิดหลังคาโดยไม่มี T BAR หรือครอบหลังคาแบบTARGA ที่ดูไม่ค่อยจะเรียบร้อยโล่งๆสวยงามยามเอาหลังคาลงแบบ CONVERTIBAL
ปี ค ศ 1986 PORSCHE สร้างความตื่นตะลึงโดยสร้างยนต์กรรมแบบล้ำยุครุ่น 959 เพื่อแสดงให้โลกแห่งความเร็วเห็นว่า บริษัทก็สามารถผลิตรถยนต์ในแบบ SUPERCAR ได้ด้วยเทคโนโลยี่ของตนเองโดยใช้ประสบการณ์จากสนามแข่งรถมาพัตนารุ่น 959เพื่อให้มันวิ่งได้เหนือกว่ารถยนต์สปอต์คู่แข่งจากอิตาลีที่ครองตลาด ส่วนใหญ่มาอย่างเหนียวแน่น และยาวนาน 959 ออกแบบโดยใช้พื้นฐานของ 911 และมีเครื่องยนต์ขนาด 2849 C.C. 24 V. และมีTURBO 2ตัวอัดอากาศให้กับเครื่องยนต์แบบ FLAT SIX (BOXER) จากการที่มันใช้ TURBOถึง2 ลูกอัดอากาศเข้าสู่เครื่องยนต์จาสามารถสร้างแรงม้าได้มากถึง 450 แรงม้าและวิ่งจาก 0-100กิโลเมตรใน 3.9วินาที และเร่งขึ้นไปถึงความเร็วสูงสุดที่ 196ไมล์ โดยยังมีเสถียรภาพที่ยอดเยี่ยม ที่มันได้ถูกถ่ายทอดมาในรถแข่ง GROUP Bและสามารถคว้าชัยชนะได้หลายครั้งในการแข่งขันที่จัดขึ้นโดย F.I.A.หรือสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติทั้งในเยอรมันเองและทั่วทั้งยุโรป มันได้แสดงทั้งตัวตน และทิศทางของ 911 ในโมเดลต่อไปในอนาคตของ ม้าป่าแห่งเยอรมันนีให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ปีค ศ 1994 PORSCHE ออกวางตลาดด้วยรถ911รุ่นต่อมาคือ 993 โดยมีทั้งเครื่องยนต์แบบธรรมดาไม่มีระบบอัดอากาศ กับรุ่น GT2ที่ติดตั้งTURBO เพื่อเพิ่มแรงม้าให้กับเครื่องยนต์ โดยรุ่น TURBOนี้มีความจุที่3600 C.C. ติดตั้ง TURBO สองตัวให้แรงม้า 430 แรงและมีอัตตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรที่ 4.4วินาที วางขายอยู่จนถึงปี คศ 1997 โดยแฟนๆของPORSCHEและ ทีมแข่งรถได้ให้ความสนใจโมเดล 993 เป็นอย่างมากเนื่องจากเทคโนโลยี่ของ 993 เกือบทั้งคัน ถูกถ่ายทอดมาจากโมเดล 959ที่กลายเป็น SUPERCARไปแล้วจากความสามารถของมันทั้งบนถนนและในสนามแข่งรถ

ติดตามตำนานความเร็วของเจ้าชายกบ 911 ได้ในตอนต่อไป ( PART 2 )สวัสดีครับ

MR.BLACK

Thairath


123 | Page 1 | Page 2 | Page 3 | Page 4 | Page 5 | Page 6 | Page 7 | Page 8 | Page 9Page 10