google logo
สนุก! ค้นหา สารบัญเว็บไทย ข่าว อีเมล์ หาเพื่อน คิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน สนุก! ทูลบาร์ ดูทั้งหมด>>
ดูบล็อกอื่น >
รูปโลโก้ S! Blogger เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

บทที่ 9: A Day-Trip Adventure @ Fraser Island: The World’s Heritage Part 2

เมื่อ 5th ธันวาคม 2008 โดย chubby33@sanook.com ใน 4 Year, Life in Australia

หลังจากไกด์ปล่อยให้ผมและคนอื่นๆ ในคณะชื่นชมกับความยิ่งใหญ่และถ่ายรูปเรือกันเป็นที่พอใจ ไกด์ก็ขับรถตามชายหาดต่อไป เลยซากเรือโมฮีโนมาได้ไม่ไกลคณะเราก็มาพบกับที่ตั้งของวิหารหลากสี – The Cathedrals หลายคนอาจจะคิดว่าวิหารอะไรมาอยู่บนเกาะแห่งนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว The Cathedrals เป็นหน้าผาทรายหรือภูเขาทรายเล็กๆ สูงร่วม 15 เมตร โดยจุดเด่นของ The Cathedrals คือรูปทรงหน้าผาทรายอันแปลกตาและสีสันของทราย ซึ่งเกิดจากแร่ธาตุภายในเม็ดทรายทำปฏิกิริยากับอากาศริมทะเลจนเกิดเป็นสีส้ม เหลือง น้ำตาล ดำและม่วง

The Cathedrals หรือที่รู้จักกันในหน้าผาสีรุ้ง

เราใช้ชายหาดเป็นถนนขับเลาะขึ้นเหนือไปได้ถึงจุดที่เรียกว่า Indian Head บริเวณดังกล่าวได้รับการตั้งชื่อโดยกัปตันเจมส์ คุ๊ก (Captain James Cook) ตั้งแต่ปี 1770 สมัยที่ล่องเรือมาสำรวจทวีปใหม่แห่งนี้เป็นครั้งแรก เมื่อครั้งนั้นกัปตันคุ๊กสังเกตุเห็นชาวอะบอริจิ้นกลุ่มหนึ่งกำลังหาปลากันอย่างขะมักเขม้น ในภายหลังจึงได้รู้ว่าชาวอะบอริจิ้นเผ่าบัทชัลลาได้อาศัย Rock Pool ที่เกิดตามธรรมชาติบริเวณนั้นเป็นแหล่งจับปลาตอนช่วงน้ำลง

เจ้า Rock Pool ที่ว่าดูเป็นเพียงแค่โขดหินธรรมชาติ แต่จุดที่น่าสนใจของมันจะอยู่ตรงเวลาน้ำขึ้นน้ำทะเลจะท่วมถึงหมด แต่พอน้ำลงน้ำจะถูกกักไว้ในโขดหิน เกิดเป็นแอ่งน้ำธรรมชาติชั่วคราว นักท่องเที่ยวที่มาสนุกกับสระว่ายน้ำธรรมชาติแห่งนี้ได้ขนานนามสระว่ายน้ำที่รายล้อมไปด้วยโขดหินและเกลียวคลื่นแห่งนี้ว่า Champagne Pool หรืออ่างน้ำที่เต็มไปด้วยฟองแชมเปญ

Rock Pool

แต่ในทัวร์ครั้งนี้การไปชม Rock Pool ไม่ได้อยู่ในโปรแกรม เพราะตามตารางนั้นจะเป็นวันพรุ่งนี้ ซึ่งคนที่ซื้อ 2 Days Trip จะได้ไปชมอย่างแน่นอน ผมรู้สึกเสียดาย แต่ก็ถือซะว่าได้มีโอกาสมาเหยียบเกาะทรายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แถมยังเป็นมรดกและสมบัติของโลกด้วยแล้ว แต่นี้ก็ตื่นเต้นและเอาไปคุยกับชาวบ้านได้อย่างเต็มที่ (รู้สึกว่าในรุ่นที่มาเรียนรุ่นเดียวกับผม จะมีแค่ผมคนเดียวมีได้มาเที่ยวทีเกาะเฟรเซอร์แห่งนี้…แจ๋วจริง)

แต่ที่แน่ๆ ผมได้มีโอกาสชมความงามของทะเลสาบเมเคนไนซ์ (Mekenize Lake) ซึ่งถือเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดในบรรดาทะเลสาบทั้งหมดของเกาะเฟรเซอร์ น้ำในทะเลสาบใสแจ๋วและหาดทรายขาวเนียนเป็นบริเวณกว้าง เหมาะแก่การเล่นน้ำเป็นอย่างยิ่ง ทำให้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่บนเกาะ ไม่อนุญาติให้ผู้ลงเล่นน้ำทาโลชั่น หรืออะไรทั้งสิ้นลงเล่นน้ำในทะเลสาบ และทุกคนจะต้องอาบน้ำโดยใช้สบู่ฟอกตัวก่อนลงเล่นอีกด้วย (กลับมามองบ้านเรา ล่าสุดไปถ้ำมรกตมา ทรายจากที่เคยขาวก็เริ่มคล้ำแล้ว ต่างจากที่ผมเคยไปในตอนแรกที่ขาวสะอาด)

ทะเลสาบเมเคนไนซ์ (Mekenize Lake)

นอกจากนี้บนเกาะยังมีทะเสสาบที่น่าสนใจอีก 3-4 แห่ง เช่นทะเลสาบเวบบี้ (Wabby Lake) แต่ที่น่าสนใจคงจะหนีไม่พ้นทะเลสาบบูเมนจิน (Boomanjin Lake หรือที่มีชื่อเรียกทางวิชาการว่า Perched Lake) ที่ตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเล เป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เพราะมีเนื้อที่ถึง 480 ตารางกิโลเมตร ประกอบกับคลื่นลมจากมหาสมุทรแปซิฟิก และพายุไซโคลนที่มักจะพัดผ่านเกาะแห่งนี้เป็นประจำ ทำให้เกาะแห่งนี้มีฝนตกชุกมากแห่งหนึ่งของโลก ก่อให้เกิดทะเลสาบมากมายบนเกาะเฟรเซอร์แห่งนี้

ลมมรสุมยังช่วยให้เกาะแห่งนี้มีวิวัฒนาการกลายเป็นป่าฝนเขตร้อน ทำให้มีการทำเส้นทางเดินป่าขึ้นมา เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักเดินป่าให้มาสัมผัสและตั้งแคมป์กันเป็นประจำ บางเส้นทางเลาะไปตามลำธารวองกูลบา (Wanggoolba Creek) ซึ่งมีน้ำที่ใสแจ๋วราวกระจกไหลเลาะอยู่ท่ามกลางไม้ป่า เขียวขจี ไม่ว่าจะเป็นเฟิร์นพุ่ม เถาวัลย์ใหญ่น้อย และพันธุ์ไม้จำพวกปาล์ม ซึ่งเป็นลักษณะของป่าดิบชื้นแท้ๆ บนพื้นมีพรมมอสเขียวกำมะหยี่ มีไลเคน เห็ดรา เกาะบนเปลือกไม้ ส่วนกล้วยไม้และดอกไม้ป่าหลากชนิด สามารถพบเห็นได้ทั้งบนพื้นดิน และคาคบไม้ บอกได้คำเดียวว่าคุ้มจริง

บนเส้นทางศึกษาธรรมชาติ Wanggoolba Creek

ใกล้เที่ยงแล้วไกด์เรียกทั้งหมดขึ้นจากทะเลสาบเพื่อขึ้นรถ เพื่อนำเรามายังรีสอร์ทที่เราจะใช้เป็นที่พักทานอาหาร นักท่องเที่ยวในกรุ๊ปบางคนจะต้องเอากระเป๋าเข้าห้องพัก หลังจากจัดแจงเรื่องห้องพักเสร็จแล้ว พวกเราทั้งหมดก็ไปยังห้องอาหารเพื่อรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน เป็นอาหารมื้อง่ายๆ เบาๆ ผมทานเยอะไปพอสมควร จากนั้นก็ออกมาเดินเล่ริมชายหาดรอบๆ รีสอร์ท ท้องฟ้าครึ้ม เมฆครึ้มมาแต่ไกลๆ แต่เฟรเซอร์ก็ยังคงสวยอยู่ไม่เปลี่ยน จากข้อมลูที่ได้มา เราสามารถเที่ยวเกาะเฟรเซอร์ได้ทั้งปี แต่ฤดูที่เหมาะสมที่สุดน่าจะเป็นช่วงฤดูหนาว หรือฤดูใบไม้ผลิ (มิถุนายนกันยายน) เพราะอากาศแห้ง เย็นสบาย และไม่มีฝน ถ้ามาตอนหน้าร้อน (ธันวาคมกุมภาพันธ์) คงจะมีโอกาสเจอฝนค่อนข้างชุก

หลังอาหารกลางวัน ไกด์แบ่งกรุ๊ปออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มที่จะกลับไปยังนูซ่า เฮด ส่วนอีกกลุ่มคือกลุ่มที่จะพักค้างแรมที่เกาะเฟรเซอร์หนึ่งคืน กลุ่มที่จะกลับนูซ่า เฮด จะขึ้นรถคันเดิมเพื่อไปดูป่าดงดิบต่อ ส่วนกลุ่มที่ค้างจะอยู่รอรถของทางรีสอร์ทเพื่อไปเที่ยวทะเลสาบอีก 2 แห่ง

Eli Creek ในโปรแกรมสำหรับ 2 Days Trip

จากนั้นไกด์ก็นำเราเทียวชมป่าที่อยู่ใจกลางเกาะเฟรเซอร์ พร้อมกับอธิบายรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับพันธ์ไม้แต่ละต้น บางต้นสูงชะลูดมีกาฝากเกาะติดแน่นมานานหลายสิบปี ป่าทั้งป่าในหน้าฝนดูเขียวชะอุ่ม สวยงามและรื่นรมย์ ผมชอบบรรยากาศแบบนี้เป็นพิเศษ ชุ่มชื้นและดูสดชื่นไปกับสีเขียวของต้นไม้และไอฝนที่เพิ่งเลิกตกไป พื้นดินที่เป็นทรายบางช่วงอุ้มน้ำทำให้เดินต้องคอยระวัง ไม่งั้นเท้าอาจจะจมลงไปได้

หลังจากปล่อยให้พวกเราชื่นชมกับความงดงามของธรรมชาติจนอิ่มหนำแล้ว ไกด์ก็เรียกพวกเราทั้งหมดขึ้นรถเพื่อออกเดินทางชมความงามรอบๆ ชายหาดก่อนจะเดินทางกลับนูซ่า เฮดต่อไป โดยใช้เส้นทางเดิมที่เราใช้กันเมื่อเช้านี้ ผมนั่งมองดูชายหาดและทะเลมาตลอดทาง หลังจากเราขึ้นจากเรือเฟอรรีกลับมายังฮาร์วีย์เบย์ ผมเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ได้ แต่มารู้สึกตัวอีกทีตอนใกล้ๆ จะถึงนูซ่า เฮดแล้ว

ไกด์จอดรถให้ผมลงตรงจุดที่รับผมเมื่อตอนเช้ามืด ผมกล่าวคำขอบคุณไกด์สำหรับทริปที่สนุกและเปิดโลกทัศน์ใหม่ของผม จากนั้นผมก็ลงจากรถเพื่อข้ามถนน ฟ้ามืดสนิท แม้ว่าจะเพิ่ง 6 โมงเย็นก็ตาม ฝนตกพรำๆ ผมยืนลังเลของริมฟุตบาทก่อนจะเลือกเดินไปยังร้านอาหารจีนที่ผมเคยซื้อของกินเมื่อวันก่อน ผมสั่งอาหารง่ายๆ มาอย่างหนึ่ง (เพราะที่ห้องพักยังมีของเหลือจากเมื่อวานในตู้เย็น) จากนั้นผมก็เดินกลับไปยังห้องพัก

ผมเลือกที่จะอาบน้ำก่อนจะลงมือรับประทานอาหาร ผมรู้สึกเพลียๆ อยู่เหมือนกัน เสียดายที่พรุ่งนี้ผมจะต้องเดินทางกลับแล้ว 3 วันมันช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน แม้ที่นี้จะสวยและมีอะไรต่อมีอะไรให้ทำเยอะก็ตาม แต่ในความรู้สึกผมก็ยังคงยืนยันว่า ทะเลบ้านเราสวยและมีเสน่ห์มากกว่า เสียแต่ว่าเราขาดการจัดการที่ดีในเรื่องของขยะ การรองรับนักท่องเที่ยวและการปลูกจิตสำนึกให้รักธรรมชาติเหมือนอย่างที่ประเทศออสเตรเลีย

ผมนั่งดูทีวีสักพัก ก่อนจะปิดเมื่อเริ่มรู้สึกง่วงนอน ผมล้มตัวลงนอนที่นอนเดิมที่นอนเมื่อคืนก่อน ฝนเริ่มตกหนัก กิ่งไม้ที่หน้าต่างไหวตามแรงลม ดูน่ากลัว แต่ตอนนี้ผมง่วงเหลือเกิน………..

 

 

รูปภาพประกอบ
http://www.fraserislandhideaway.com/images/cathedrals.jpg
http://www.fraserislandresort.com/kingfisher_bay_resort/tours/wilderness/images/wilderness_adventure_03.jpg

http://www.fraserisland.info/images/stories/articles/fraser-island-in-brief-(1).jpg

http://farm1.static.flickr.com/51/133465135_c2731f322d.jpg?v=0

http://www.totaltravel.com/images/photos/140206/419099.jpg

ข้อมูล (เพิ่มเติมเฉพาะ Fraser Island)
http://www.sciencesriyapai.th.gs/web-s/asu/frame9.html
http://en.wikipedia.org/wiki/Fraser_Island