google logo
สนุก! ค้นหา สารบัญเว็บไทย ข่าว อีเมล์ หาเพื่อน คิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน สนุก! ทูลบาร์ ดูทั้งหมด>>
ดูบล็อกอื่น >
รูปโลโก้ S! Blogger เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

บทที่ 5: ไปเที่ยวทะเลในหน้าหนาวกันดีกว่า

เมื่อ 5th ธันวาคม 2008 โดย chubby33@sanook.com ใน 4 Year, Life in Australia

ขอย้อนกลับมาตอนที่ผมเพิ่งมาถึงที่นี้ได้เพียง 1 เดือน ตอนนั้นผมอยากเห็นทะเลของที่นี้มาก แม้จะรู้ว่ามันคงไม่ได้สวยกว่าบ้านเราสักเท่าไหร่ แต่ที่ผมเครียดน่าจะเป็นเรื่องของที่พักมากกว่า ในการจะหาที่พักราคาเทียบเท่าเงินไทยประมาณ 500-1000 บาท สำหรับที่นี้คงเป็นเรื่องยากมาก เพราะฉะนั้นเลิกคิดได้เลย แล้วจะทำยังไงละ ก็ไปขอข้อมูลที่ศูนย์นักท่องเที่ยวในเมือง แล้วก็โทถามแต่ละที่ซะเลย นั้นคือสิ่งที่ผมวางแผนเอาไว้เพราะว่า

“อาทิตย์หน้าโรงเรียนเราจะปิดชั่วคราวเป็นเวลา 1 สัปดาห์เพื่อให้คุณได้พักผ่อน” เสียงของลุค อาจารย์ประจำชั้นหลักสูตร Intermediate ที่ผมเรียน บอกกับทุกคนในชั้นเรียน 3 วันสุดท้ายของการเรียนหลักสูตรดังกล่าว
“จะทำอะไรดี” ผมคิดในใจจังหวะเดียวกันกับที่วัชรีเดินมาถามผมว่า

“เธอจะทำอะไรช่วงวันหยุด” เธอถาม

“ฮืมม….ไม่รู้สิ อาจจะอยู่บ้าน เที่ยวหรือไม่ก็ดูก่อน แต่อาจจะไปทะเล” ผมบอกเธอไป

“ไป ทะเลหน้าหนาวนี่นะ บ้าหรือเปล่าจ๊ะ ฉันว่าเธอควรจะอยู่บ้านเตรียมตัวสำหรับเรียนหลักสูตร Study Skills กับสอบ IELS ดีกว่ามั้ง ฉันคงเข้าห้องสมุดทุกวัน”

“เข้าห้องสมุด เรียน น่าเบื่อจะตาย” ผมคิดในใจ

จริงๆ ผมไม่ค่อยชอบท่องจำหนังสือสักเท่าไหร่ ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าการพักผ่อนก็คือการพักผ่อน ทำไมต้องเอาเวลาไปเสียกับการเรียน แต่ผมก็ไม่ได้ตอบอะไรเธอไป ได้แค่พยักหน้าเป็นเชิงรับรู้เท่านั้น

เย็นวันนั้นหลังจากผมทานอาหาร เย็นที่บ้านเสร็จ ผมก็กลับมาที่ห้องนั่งเปิดดูตารางรถไฟพร้อมกับดูเส้นทางของรถไฟจากที่ผมไป สอบถามจากสำนักงานข้อมูลท่องเที่ยวที่อยู่ในเมืองถึงการเดินทางไปยังชายทะเล ของบริสเบนซึ่งมีอยู่ 2 หาดด้วยกันก็คือ ซันชายน์โคส (Sunshine Coast) และ โกลด์โคส (Gold Coast) จากที่ดูผมเลือกที่จะไปซันซายน์โคสแทนที่จะเป็นโกลด์โคส เนื่องจากดูแล้วน่าจะใกล้กว่า และเท่าที่ผมทราบมาอีกอย่างก็คือ ที่โกลด์โคสค่าครองชีพค่อนข้างจะแพงกว่า ที่พักอาศัยหรือโรงแรมค่อนข้างจะหรู ผมไม่อยากใช้เงินมากนักกับการเดินทางครั้งนี้ จริงๆ เป็นมันการสนองตัณหาส่วนตัวมากกว่า เพราะผมเป็นคนชอบไปทะเลอยู่แล้ว

จากนั้นผมมาตรวจดูตารางเดินรถเมล์จากบ้านไปยังในตัวเมือง สุดท้ายผมก็เลือกที่จะไปโดยรถไฟ เพราะสะดวกกว่าในการต่อรถไปยังสถานีนัมบู (Nambour) จากนั้นผมก็เช็คดูเวลาของรถเมล์จากสถานีนัมบูไปยังนูซ่า เฮด (Noosa Head) ผมจึงเลือกที่จะออกเดินทางเช้าหน่อย เผื่อที่จะได้ไปถึงสถานีปลายทางก่อนเวลารถเมล์จะมาสัก 15 นาที ซึ่งมันก็น่าจะพอที่ไม่ตกรถ เพราะมิฉะนั้นผมอาจจะต้องนั่งรอรถอีกเกือบ 30 นาทีกว่าคันต่อไปจะมา จากนั้นผมก็มานั่งคิดว่าจะเอาอะไรไปบ้าง เตรียมตัวอยู่ประมาณ 2 วัน ผมบอกกับจอห์นระหว่างรับประทานอาหารเย็นในวันสุดท้ายของการเรียน

“จอห์น ผมจะไปเที่ยวทะเลสัก 3-4 วัน ไม่ต้องเป็นห่วงนะ”

“มันใกล้หน้าหนาวแล้วจะดีเหรอ ว่าแต่จะไปที่ไหนละ แล้วไปกับเพื่อนที่เรียนด้วยกันเหรอ”

“ฮืมมม….ก็คงไปซันซายน์ เพราะใกล้ดี แล้วก็มีที่อยู่ราคาถูกสำหรับนักเรียนด้วย คงออกเดินทางพรุ่งนี้เช้าครับ แล้วก็คงไปคนเดียว”

“คนเดียว” จอห์นทวนคำ ก่อนมองหน้าอย่างงง เรย์มอนด์กับแคโรไลน์ก็เช่นเดียวกัน

“ฮืมม…ชวนแล้วไม่มีใครไป” ผมตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ

หลังอาหารเย็นเรย์มอนด์มาคุยกับผมที่ห้องเล็กน้อยเรื่องไปทะเล จากนั้นผมก็ออกไปโทรศัพท์หาที่บ้านที่เมืองไทย บอกเรื่องการไปเที่ยวทะเลจากนั้นผมก็รีบเข้านอน เพราะพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า

ผมตื่นมาในตอนเช้า อาบน้ำ ขึ้นไปทานอาหารเช้าที่จอห์นมักจะตื่นมาเตรียมไว้จำพวกขนมปัง ซีเรียล อะไรประมาณนั้น (แต่ต้องปิ้งหรือจัดการเอง) เรย์มอนด์ยังไม่ตื่น (นอนดึกตื่นเที่ยงประจำ) จากนั้นก็จัดการหิ้วกระเป๋าเดินออกจากบ้าน ก่อนไปผมเดินไปทักทายสุนัขของจอห์นที่ชื่อว่า ซ็อก (แปลว่าถุงเท้า) จากนั้นก็เดินไปยังสถานีรถไฟที่อยู่ใกล้บ้าน เพราะคำนวณแล้ว นั่งรถไฟแล้วไปต่อรถที่ในเมืองน่าจะสะดวกกว่าเพราะจ่ายทีเดียว

นั่งรถสักพักก็นั่งรถไฟเข้าไปยังสถานีในเมือง เนื่องจากยังเป็นช่วงเช้า คนยังไม่เยอะมากเท่าไหร่ อากาศค่อนข้างเย็น เพราะเริ่มเข้าหน้าหนาวแล้ว แต่ก็ยังพอโอเคอยู่สำหรับผมนะ นั่งรถไฟประมาณ 10 นาทีก็มาถึงในสถานีในเมือง จากนั้นผมก็เดินขึ้น-ลงไปอีกชานชลาเพื่อรอรถไฟที่จะไปยังซันซายน์โคส รถไฟของที่นี้จะเข้า-ออกชานชาลาตรงตามกำหนดในตาราง ซึ่งทุกคนสามารถขอตารางรถและตารางรถไฟได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวหรือ ไม่ก็ศูนย์การจราจรซึ่งจะตั้งอยู่ภายในเมือง ตารางที่ว่านอกจากคุณสามารถกำหนดเวลาในการเดินทางของคุณได้อย่างแม่นยำแล้ว มันยังสามารถทำให้คุณวางแผนการเดินทางได้อีกด้วย ยามที่คุณต้องเดินทางไกลอย่างผมในตอนนี้

หลังจากขึ้นรถไฟแล้ว ผมเลือกที่นั่งติดหน้าต่างและค่อนข้างห่างจากคนอื่นๆ ที่อยู่ภายในขบวนพอสมควร ผมนั่งมองทิวทัศน์ 2 ข้างทางและปล่อยใจล่องลอย เสียดายที่หน้าต่างรถไฟที่นี้ไม่สามารถเปิดได้ เพราะทั้งขบวนเป็นรถไฟปรับอากาศ แตกต่างจากบ้านเรา อีกทั้งที่นี้คุณสามารถซื้อตั๋วรถไฟได้จากตู้กดอัตโนมัติที่ตั้งอยู่ตาม สถานีต่างๆ โดยการหยดเหรียญให้ครบตามราคาที่แสดงไว้ หรือคุณสามารถซื้อได้จากเจ้าหน้าที่ตรงช่องขายตั๋วใจแต่ละสถานีได้เช่นกัน

การนั่งรถไฟระยะเวลานานมันก็อาจจะน่าเบื่อ (ตามตาราง รถไฟจะถึงที่หมายโดยใช้เวลาประมาณ 45-50 นาที) ผมจึงหยิบว๊อคแมนขึ้นมานั่งฟังเป็นการฆ่าเวลา ผมคิดถึงตอนอยู่เมืองไทย ถ้าเป็นเวลาอย่างนี้ผมคงมีหนังสือหรือนิยายติดไม้ติดมือมานั่งอ่านแก้เซ็ง แต่เอาเถอะอย่างน้อยผมก็ยังมีเสียงเพลงเป็นเพื่อน แต่อากาศในฤดูใบไม้ร่วงนี้ช่างสบายจริงๆ เครื่องปรับอากาศภายในรถไฟก็เปิดเป็นอากาศร้อน เพื่อให้ความอบอุ่นแทนไอเย็นที่คุ้นกันเหมือนอย่างบ้านเรา ว่าแล้วผมก็เอนหลังพอประมาณพร้อมๆ กับหรี่เสียงเพลงให้เบาลงเล็กน้อย

“ตั๋วด้วยครับ!”

เสียงเจ้าหน้าที่รถไฟปลุกผมจากการผล่อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว ผมสะลึมสะลือ แต่มือก็ควานเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจกเก็ตหาตั๋วรถไฟให้เจ้าหน้าที่พร้อมบัตร นักศึกษา เนื่องจากผมซื้อตั๋วครึ่งราคาที่จำหน่ายสำหรับนักศึกษาโดยเฉพาะ เวลาที่คุณใช้บัตรดังกล่าว และมีเจ้าหน้าที่มาขอตรวจ คุณจะต้องแสดงบัตรนักศึกษาให้เจ้าหน้าที่ด้วย บนตัวบัตรนักศึกษาจะมีสัญลักษณ์สำหรับลดตั๋วครึ่งราคาติดอยู่ หากคุณไม่ได้นำบัตรมาหรือทำหาย คุณจะโดนเจ้าหน้าที่ปรับทันทีโดยไม่มีข้อแม้

หลังจากเจ้าหน้าที่เดินไปแล้ว ผมก็สลัดความง่วงที่มีอยู่ในหัวทิ้งพร้อมมองออกไปนอกหน้าต่าง จากสภาพเมืองและบ้านคนที่ห่างเป็นระยะๆ ในตอนแรก ตอนนี้สองข้างทางกลับเต็มไปด้วยภาพของทิวไม้และทุ่งหญ้า มองเห็นบ้านคนอยู่ลิบๆ ห่างเป็นระยะ ไม่แออัดเหมือนอย่างในตอนแรก ผมมองดูป้ายสถานีเมื่อรถไฟเข้าเทียบชานชลาพร้อมๆ กับเช็คดูจากตารางรถไฟ (ด้านหลังจะมีแผนผังสถานีพร้อมๆ กับเส้นทางที่คุณต้องการไป) เมื่อดูจากแผนผังเหลืออีกประมาณไม่กี่สถานีผมก็จะถึงสถานีปลายทางที่ผมต้อง ลงแล้ว ผมนั่งฟังเพลงไปอีกสักพักใหญ่ๆ โดยไม่ได้นอนหรืองีบไปอีกเลย รถไฟจากตอนแรกที่พอมีผู้โดยสารอยู่บ้างเริ่มบางตาลงแต่ก็ยังคงพอมีผู้โดยสาร นั่งแยกกันไปประปราย อีกไม่กี่นาที่ข้างหน้าแล้วสินะการผจญภัย (เล็ก ๆ) ของผมก็กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า

คอมเมนท์ที่นี่ »

คอมเมนท์ได้ที่นี่

คอมเมนท์ที่นี่