google logo
สนุก! ค้นหา สารบัญเว็บไทย ข่าว อีเมล์ หาเพื่อน คิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน สนุก! ทูลบาร์ ดูทั้งหมด>>
ดูบล็อกอื่น >
รูปโลโก้ S! Blogger เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

บทที่ 7: นอนคนเดียวกลัวผีจับจิต

เมื่อ 5th ธันวาคม 2008 โดย chubby33@sanook.com ใน 4 Year, Life in Australia

ผมตื่นแต่เช้า คนอื่นๆ ที่นอนห้องเดียวกับผมยังไม่มีใครตื่นเลยสักคน สาวชาวจีนที่นอนอยู่เตียง ข้างล่างก็ยังคงไม่ตื่นเช่นกัน ผมได้คุยกับเธอเมื่อวานตอนเย็น ผมจำได้ว่าเจอเธอตอนที่ผมกำลัง ต่อรถไปหาดมูลูลาบา เราคุยกันอีกเล็กน้อยตอนผมกลับเข้ามาเมื่อคืนวาน สำหรับคนอื่นเธออาจจะดู ไม่น่ารักสักเท่าไหร่ แต่สำหรับผมๆ ว่าเธอใช่ได้นะ แต่เอาเหอะเรามาเรียน อีกอย่างเธอก็เป็น แค่นักท่องเที่ยว ไม่มีประโยชน์ที่จะรู้จักกับเธอมากไปกว่าแค่เพื่อนธรรมดา ถ้าเธอมาเรียนทีเดียว กับผมสิ…อิอิอิ

อากาศดูสดใส มีแดดร่ำไร ว่าแล้วผมก็จัดการอาบน้ำ แปรงฟัน ทำธุระส่วนตัวเสร็จสรรพ ก็หิ้ว กระเป๋ากล้องเดินออกจากบ้านพัก ผมเดินไปทางเดินขึ้นเขาสู่บริเวณที่เรียกว่า เขตอนุรักษ์พืชพันธุ์ หรือที่เรียกกันว่า Noosa Natural Park ซึ่งผมเล็งไว้ตั้งแต่ตอนเย็นวานแล้วว่า อยากจะลอง เดินสำรวจบริเวณรอบๆ หาดและแหลมบริเวณเขตอนุรักษ์ที่ว่าสักหน่อย ผมเดินเลียบทางเดิน ริมหาดไปเรื่อยๆ ทางค่อนข้างชันแต่ก็ไม่เท่าไหร่ (อาศัยว่าตอนอยู่เมืองไทย ชอบเดินเที่ยวอยู่แล้ว) ผมเดินไปเดินมาก็มาเจอทางแยก ตอนแรกก็ไม่แน่ใจว่าจะไปทางไหน เลยสุ่มเดินไปสักทาง ปรากฎว่าไปเจอเอาบริเวณที่ดินส่วนบุคคล เป็นบ้านหลังใหญ่กลางป่า ผมเดาว่าน่าจะเป็นของเจ้าของ ที่ได้สัมปทานหรืออะไรสักอย่าง แต่ผมก็ไม่เห็นวี่แววว่าจะมีคนอยู่ ผมเลยเดินกลับไปทางแยกที่ ผมเดินผ่านมาสักครู่

ผมเลือกเดินทางแยกอีกทางที่ตอนแรกไม่ได้เลือก ไว้ เดินไปสักพักทางเริ่มรกมากขึ้น แต่ก็ยังเห็น ทางเดินเท้าอยู่ ผมเริ่มใจเสียพลางนึกในใจว่า ‘ตู…หลงทางหรือเปล่าว่ะเนี้ยะ’ (แต่เชื่อไหม ภายหลังเวลาผมนึกถึงการเดินทางท่องเที่ยวในแดนจิงโจ้แห่งนี้ ผมประทับใจการเดินทางครั้งนี้ ของผมมากที่สุด เพราะว่ามันตื่นเต้นและเป็นประสบการณ์ที่ผมได้รับเพียงลำพังคนเดียว) แต่พอ เดินมาได้สักพัก ผมเริ่มรู้สึกว่าทางที่รกเมื่อสักครู่เริ่มโล่งขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดผมก็เดินมาถึงยอดที่สูง ที่สุดของหาดนูซ่า เฮด บนนี้ผมสามารถมองเห็นทะเลสุดลูกหูลูกตา เสียดายที่ว่าต้นไม้ขึ้นค่อนข้าง รกทำให้ผมไม่สามารถมองเห็นหาดนูซ่า เฮดได้อย่างเต็มที่ ผมถ่ายรูปไปประมาณ 2-3 ใบ (ตอนหลังไม่รู้หายไปไหนละ) ผมเหลือบมองดูนาฬิกาจะสิบโมงครึ่งแล้ว ตายละหว่า!!! ต้องเช็คเอ้าท์ก่อนเที่ยงนี่หว่า ตะกี้เดินมาก็กินไปเกือบชั่วโมงกว่าแล้ว ซวยละสิ ผมคิดได้ก็รีบเดิน กลับลงไปทางเก่า แบบจ้ำพรวดๆ เลยทีเดียว หากไม่ทันผมจะต้องจ่ายเงินค่าห้องของอีกวัน

ผมเดินกลับมาถึงที่พักก่อนเที่ยงแค่ 15 นาที ผมรีบเก็บของแล้วก็รีบคืนกุญแจห้องพักกับเจ้าหน้าที่ ผมไม่เห็นแม่สาวจีนคนเมื่อวานแล้ว ที่นอนเธอก็เก็บเรียบร้อย คิดว่าเธอคงไปที่หาดอื่นต่อ (เสียดาย ผมน่าจะชวนเธอมานอนกับผมด้วยที่บ้านพักที่เช่าไว้เมื่อคืน คงจะดีไม่น้อย คิคิคิ) หลังจากได้ เงินมัดจำคืน ผมก็สะพายเป้ขึ้นหลังเดินไปยังบ้านพักที่อยู่บนเนินถัดไป ซึ่งผมจองไว้ตั้งแต่เมื่อคืนวาน ท้องชักเริ่มหิวคิดว่าเดี๋ยวคงไปหาอะไรทานที่แถวช้อปปิ้งมอล

หลังจากผมเก็บของเข้าที่พักแล้ว ผมก็เดินไปยังช้อปปิ้งมอล ขณะเลือกดูว่าจะเข้าไปทานร้านไหนดี ผมก็เหลือบเห็นแม่สาวชาวจีนที่ผมคุยด้วยเมื่อวาน เธอกำลังเดินสะพายเป้ไปมาแถวๆ นั้น ผมพยายามยิ้มให้เธอ แต่ดูเหมือนเธอจะไม่เห็นผม ผมเลยเฉยๆ กับเธอ และเลือกเดินดู ร้านอาหารต่อ สักพักผมก็ตัดสินใจเดินเข้าร้าน เคเอฟซี ตอนแรกที่คิดว่าจะนั่งทานในร้าน ผมกลับคิดว่าเอากลับไปทานที่ห้องพักน่าจะดีกว่า ผมยังรู้สึกเหนื่อยจากเมื่อเช้า หลังจากชำระเงินแล้ว ผมก็เดินหิ้วถุงเคเอฟซีกลับไปยังห้อง

ผมแอบงีบหลับ ตื่นมาก็ประมาณบ่าย 2 เศษๆ ผมไม่รู้จะทำอะไรเลยหิ้วกระเป๋ากล้องออกไปเดินดู ตามริมหาด เผื่อจะมีมุมหรือวิวดีๆ สำหรับถ่ายรูปบ้าง ตอนผมเดินผ่านร้านสำหรับทัวร์เดย์ทริปหรือ ทัวร์แบบไปเช้า-เย็นกลับ ผมจำได้ว่าผมเคยเดินเข้าไปคุยกับพนักงานในร้าน ผมสนใจทัวร์ที่จะไป เกาะเฟรเซอร์ ไอร์แลนด์ (Fraser Island) อยู่พอสมควร สนนราคาก็ประมาณ 80 กว่า เหรียญรวมอาหารกลางวัน แต่ผมยังไม่ได้ตัดสินใจ เพราะว่าเมื่อวานผมไม่แน่ใจว่าจะอยู่ที่นี้ถึงวันไหน ผมมาคิดดูพรุ่งนี้ผมไม่มีอะไรจะทำแน่ๆ ว่าแล้วผมก็เลยเดินเข้าไปในร้านเพื่อจะซื้อทัวร์สำหรับพรุ่งนี้

“สวัสดีค่ะ ตกลงใจหรือยังค่ะว่าสนใจทัวร์อันไหน” พนักงานสาวคนเดิมกับเมื่อวันก่อนที่ผมเจอ เข้ามาทักทายทันที่ที่ผมเดินเปิดประตูเข้าไป เธอจำผมได้ด้วยแห่ะ

“ฮืมม…ก็สนใจอยู่ 2-3 ทัวร์ แต่อยากรู้รายละเอียด” ผมแกล้งพูด เพราะจริงๆ แล้วผมสนใจ ทัวร์ที่ไปเกาะเฟรเซอร์มากกว่า แต่ถามเผื่อมีอะไรที่น่าสนใจกว่าเท่านั้น

พนักงานเดินเชิญผมนั่งก่อน จะอธิบายทัวร์ที่ร้านมีอยู่ว่าจะไปที่ไหน แวะที่ไหนและมีรายละเอียด อย่างไรบ้าง ผมนั่งฟังเธอพร้อมกับเปิดดูแคตตาล๊อกที่เธอยื่นให้เปิดดู อย่างที่บอกผมสนใจทัวร์ ไปเกาะเฟรเซอร์ เพราะในรายการทัวร์จะแวะที่หาดเรนโบว์ บีช ที่ผมจะไปพักในตอนแรกอยู่ด้วย ผมนั่งฟังก่อนจะถามรายละเอียด เวลาที่จะขึ้นรถและอื่นๆ เธอถามผมว่าพักอยู่ที่ไหน ผมเลยบอก เธอว่าผมพักอยู่ที่บังกาโลตรงเนินเขา ซึ่งเธอรู้จักและบอกว่า รถจะไปรับตรงหัวมุมถนนในตอน เช้ามืดของวันรุ่งขึ้นเวลาประมาณตีห้าถึงตีห้าครึ่ง ผมตกลงซื้อทัวร์ไปเกาะเฟรเซอร์ เกาะที่มีชื่อเสียง ระดับโลก และถูกขึ้นบัญชีเป็นมรดกของโลกเป็นที่เรียบร้อย (รายละเอียดจะบอกให้ทราบ ตอนหน้านะครับ) หลังจากผมชำระเงิน (รูดบัตร) เป็นที่เรียบร้อย เธอกำชับเรื่องของเวลาและ สถานที่สำหรับขึ้นรถอีกครั้งก่อนจะยิ้มให้กับผมก่อนออกจากร้าน (เสียเงินอีกแล้วตู)

จากนั้นผมเดินเล่นไปเรื่อยๆ เพื่อฆ่าเวลาจนพระอาทิตย์เริ่มตกดิน ผมจึงเดินกลับไปที่พัก เก็บของและเดินออกมาหาอาหารเย็นทาน ฝนตกปรอยๆ มาตั้งแต่เย็นแล้ว พอหัวค่ำก็เริ่มตกหนัก ก่อนออกจากที่พัก ผมคว้าร่มที่นำติดมาด้วยออกมา เดินกางร่มท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมา ผมแวะที่ร้านอาหารจีนแบบเทคอะเวย์ ร้านเดียวกับที่ผมซื้ออาหารเย็นเมื่อวาน (ร้านแบบนี้เป็นที่ นิยมสำหรับชาวจีนที่ต้องการเปิดร้านอาหาร เพราะไม่ต้องเสียเงินค่าเช่ามากนัก)

ผมสั่งผัดหมี่ฮกเกี๋ยนและของ ทอดอีก 2 อย่าง หลังจากชำระเงินแล้ว ผมเดินออกจากร้านไป เรื่อยเปื่อยเพื่อฆ่าเวลา ผ่านหน้าโรงหนังดูโปรแกรม มีเรื่องน่าสนใจที่ผมอยากดูพอดี รอบประมาณ สองทุ่มครึ่ง ผมมองดูนาฬิกา เพิ่งจะหนึ่งทุ่มทานอาหารเย็นเสร็จผมก็สามารถเดินมาดูหนังได้ ว่าแล้ว ก็เดินกลับไปร้านอาหารจีน ของที่ผมสั่งไว้เสร็จพอดี ผมเดินหิ้วของกลับไปทานที่ห้องเหมือน เมื่อกลางวัน ผมทานไปได้ประมาณครึ่งกล่องก็รู้สึกอิ่ม เลยเก็บของที่เหลือเข้าตู้เย็น เผื่อไว้สำหรับ พรุ่งนี้ตอนเย็น (เพราะผมไปทัวร์เช้า-เย็นกลับ เลยไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารกลางวัน เนื่องจากรวม อยู่ในทัวร์อยู่แล้ว) ส่วนอาหารเช้า ผมแวะซื้อนมเมื่อตอนกลางวันกับขนมปังแถวเล็กคิดน่าจะพอ สำหรับมื้อเช้า

ผมเดินออกจากห้องพัก แต่คราวนี้ผมไม่ได้พกร่มไปด้วย เนื่องจากฝนหยุดไปแล้ว ผมเดินไปถึง โรงหนังประมาณสองทุ่มสิบห้านาที หลังจากซื้อตั๋วแล้ว ผมก็เดินเข้าไปเลือกที่นั่งในโรงหนัง ผมเลือกนั่งห่างจากคนอื่นๆ (ที่นี้คุณจะเลือกนั่งตรงไหนก็ได้ ไม่เหมือนบ้านเราที่ต้องเลือกที่นั่ง ตอนซื้อตั๋ว) รอบดึกแต่ก็มีคนมานั่งดูประปราย เนื่องจากเป็นหนังเข้าใหม่ หลายคนอาจจะสงสัยว่า ผมกำลังจะดูหนังเรื่องอะไร The Mummy (ผมจำชื่อไทยไม่ได้แล้ว ขออภัย) คือหนังที่ผมเลือกดู ในคืนนี้เป็นหนังเวอร์ชั่น แบรนดอน เฟรเซอร์เล่น กำกับโดยผู้กำกับ สตีเฟ่น ซอมเมอร์ หนังสนุกดี แต่ก็ดูน่ากลัวในบางฉาก โดยเฉพาะตอนท้ายๆ เรื่องที่ฝูงมัมมี่ออกมากันเต็มจอ (จริงๆ ผมก็ไม่ใช่ คนกลัวผีมากนัก แต่อย่างว่ามาเที่ยวคนเดียว นอนคนเดียวในห้องสำหรับครอบครัว มันก็ต้องโหว่งๆ เป็นธรรมดา คุณว่าจริงไหมละครับ)

ผมออกจากโรงหนังมาประมาณเกือบ 5 ทุ่ม ฝนลงเม็ดอีกแล้ว ผมรีบเดินจ้ำกลับห้องทันที ตอนเดินกลับก็หวิวๆ อยู่เหมือนกัน เพราะว่ามันมืดและไม่มีใครเดินกลับมากับผมเลยสักคน เดินไป ก็เสียวสันหลังไป อากาศก็เย็นแถมฝนตกอีกต่างหาก กว่าจะถึงห้องพักก็ใจเต้นตุ๊บตั๊บไปเหมือน รัวกลอง พอผมถึงห้องฝนก็เทลงมาใหญ่ ผมได้แต่ภาวนาขอให้พรุ่งนี้อากาศดีทีเหอะ ไม่งั้นทัวร์ ผมไม่สนุกแน่ๆ ผมรีบอาบน้ำ แปรงฟัน เพราะผมต้องตื่นแต่เช้ามืดเผื่อไปขึ้นรถในวันรุ่งขึ้น

ตอนเข้านอนหลังจากผมปิดไฟหมดแล้ว ห้องทั้งห้องดูเงียบลงทันที ผมรู้สึกหวิวๆ ยังไงไม่รู้ ฝนก็ยังคงตกอยู่แถมลมยังพัดแรงอีกต่างหาก ที่สำคัญหน้าห้องผมมีต้นไม้เยอะแยะ เวลาลมพัดที ก็เกิดเงากิ่งไม้ที่หน้าต่างตรงหัวนอนผม ยิ่งเมื่อตอนหัวค่ำดูหนังมัมมี่มา ภาพมันติดตา อยู่นิดๆ จากคนที่ไม่กลัวผีก็เริ่มหวั่นๆ กลัวจะมีเงาคนมายืนอยู่ที่หน้าต่างตรงหัวนอน (นึกภาพเวลา คุณนอนแล้วหันหัวไปทางหน้าต่าง เวลาคุณลืมตามองเพดาน ตาคุณก็จะเหลือบ เห็นช่องว่างระหว่าง หน้าต่างและม่าน เสียวดีไหมละครับ) กว่าผมจะผล่อยหลับไปก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืนกว่า ที่หลับ ไม่ใช่เพราะว่าเลิกกลัวผีนะครับ แต่ว่าเพลียมากกว่าอย่างอื่น พรุ่งนี้จะตื่นทันหรือเปล่าเนี้ยะ ยังคงกังวลอยู่แม้แต่ตอนที่หลับไปแล้ว ก็ตาม

คอมเมนท์ที่นี่ »

คอมเมนท์ได้ที่นี่

คอมเมนท์ที่นี่