google logo
สนุก! ค้นหา สารบัญเว็บไทย ข่าว อีเมล์ หาเพื่อน คิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน สนุก! ทูลบาร์ ดูทั้งหมด>>
ดูบล็อกอื่น >
รูปโลโก้ S! Blogger เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

Resident Evil: Trilogy เมื่อประชาชนธรรมดากลายเป็นผี

เมื่อ 5th ธันวาคม 2008 โดย chubby33@sanook.com ใน Movie In Memory

 

  

ก่อนจะกลายเป็นหนัง

เป็นอีกคนที่ติดตามเล่นเกม Resident Evil หรือในอีกชื่อ Bidhazard มาตั้งแต่สมัยยังเป็นเพลย์เวอร์ชัน 1 อยู่ (ยกเว้นภาค Resident O, Outbreak File 1-2 และ Resident Evil: Survior) ชอบในลักษณะของเกมที่ออกมาตื่นเต้นและบู๊ล้างผลาญ แถมยังน่ากลัว (ยังจำฉากเดินขึ้นบันไดในภาค 1 ได้ ยิ่งเล่นตอนดึกๆ อยู่คนเดียว หึๆ อย่าให้พูด) ถือเป็นเกมที่มันส์มาก และยากสุดๆ แม้ตอนหลังๆ จะเปลี่ยนแนวเป็นบู๊ล้างผลาญมากมาย (เช่นในเกมภาค 4) แต่เสน่ห์ของเกมในResident ก็ยังคงมีอยู่ (เหตุผลที่ต้องฉีกตัวเองออกมาน่าจะเป็นเพราะเกิดเกมส์แนวเดียวกันมากมายใน ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น Silent Hill (นี้ก็เล่นครบมันทุกภาค 555+), Fata Frame, Alone In The Dark, Clock Tower และอีกหลายเกมส์ที่ดังบ้าง ดับบ้าง)

เมื่อรู้ข่าวคราวว่ามีการนำเรื่องราวใน Resident Evil (ต่อไปจะใช้ RE แทนนะครับ) มาทำเป็นภาพยนตร์ ตื่นเต้นและอยากดูตัวละครอย่าง จิล, คริส, แคลร์, ลีออง และเอด้า โลดเล่นในจอภาพยนตร์ อย่างไรก็ตาม เมื่อภาคแรกเปิดตัวเมื่อเกือบ 7 ปีที่แล้ว ความรู้สึกที่แว่บเข้ามาในสมองตอนนั้นก็คือ อลิซ มันเป็นใคร มีตัวละครตัวนี้ด้วยเหรอ เท่าที่จำได้ ทางผู้สร้างได้มีการนำเอริก้าที่โผล่ออกมาในเกมภาคแรกมาทำเป็นภาค Prequal ในตอนที่ออก RE O สำหรับ Game Cube ขอเรียกสั้นว่า GC

ตอนนั้น Capcom หลวมตัวไปเซ็นสัญญากับ Nintendo ในการผลิตเกมให้กับ GC เพียงเจ้าเดียว แต่เนื่องด้วย GC ดังเฉพาะในบ้านเกิด ก็คือประเทศญี่ปุ่น แต่ไม่เกิดในหลายๆ ประเทศ ทำให้ตอนนั้นทางผู้ผลิตเกมส์ RE แทบจะผูกคอตาย เนื่องจากไม่สามารถผลิตเกมส์ RE ออกมาในฟอร์แมทของเกมอื่นได้ ตอนนั้นจึงเกิดภาค Outbreak ออกมา 2 ภาค เป็นการแก้ขัดไปพลางๆ ทำให้เราไม่ได้เห็นเกมส์ Resident พักใหญ่ (ภาค 4 ออกมาเมื่อปีที่แล้ว)

 

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เราไม่มีโอกาสเล่น RE O ในฟอร์แมทของเกมส์เจ้าอื่น เนื่องจากลิขสิทธิ์เป็นของ GC อยู่ในตอนนี้ แต่ผมเคยเล่นแล้ว แต่เล่นไม่รู้เรื่องเนื่องจากเป็นภาษาญี่ปุ่น เล่นได้สักพักก็ต้องเลิก เพราะไปไหนต่อไม่เป็น แถมยากอีกต่างหาก ส่วนภาค 5 จะออกมาในปีหน้า ซึ่งเหตุการณ์จะไปเกิดในเขตทะเลทราย เหมือนในหนังภาค 3 (แต่ขอโทษนะครับ ตัวเอกของเกมส์คิดว่าจะเป็นคริส)

ตัดกลับมาที่หนัง…. หลังจากงงอยู่พักใหญ่ก็พอเดาได้ว่า ผู้สร้างหนังจากฮอลีวูดมั่วนิ่มอีกแล้ว ตัวหนังเพียงแค่นำเอาชื่อกับธีมของเนื้อหาในเกมส์มาใช้เท่านั้น จึงไม่แปลกใจว่าทำไมแฟนเกมส์ RE ถึงได้รุมประนามซะเสียขนาดนั้น ผิดกับอีกเรื่องก็คือ Silent Hill ที่แม้จะปรับเปลี่ยนบทตัวละครจากพ่อมาเป็นแม่ และเพิ่มตัวละครใหม่เข้ามาอีก 2 ตัว แต่ทีมกำกับศิลป์ทำการบ้านมาดี และคงความน่ากลัวของเกมส์ Silent Hill ไว้อย่างครบถ้วน ทำให้ภาคแรกเปิดตัวและทำเงินไปได้พอท้วมๆ แต่ไปได้ดีในตอนออกเป็นดีวีดี ทำให้มีการเดินเครื่องสำหรับภาค 2 ซึ่งคาดว่าจะออกมาในเร็วๆ นี้

จากเกมส์มาเป็นหนังไตรภาค

ใน RE ฉบับภาพยนตร์ เหตุการณ์เกิดขึ้นในศูนย์วิจัยใต้ดินใต้เมืองแรคคูนซีตี้ พร้อมกับการเปิดตัวละครอลิซให้คนดูให้รู้จักตัวละครตัวนี้ สำหรับความสะใจในภาคแรก คิดว่าหลายๆ คนคงดูและจำกันได้ ขอตัดไปในตอนจบที่อลิซตื่นขึ้นมาหลังจากหนีออกมาจากศูนย์วิจัยได้สำเร็จ แต่ตัวเธอก็ติดเชื้อ ที..ไวรัส และถูกนักวิทยาศาสตร์ของอัมเบลล่าจับตัวไป

ในตอนจบเมื่อเธอหนีออกมาจากโรงพยาบาล และเห็นสภาพบ้านเมืองพังพินาศ ทำให้เราทราบว่า ไวรัสได้แพร่ระบาดไปในเมืองแรคคูนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (ซึ่งเป็นตอนแรกของเกมส์ในภาค 2 ที่กล่าวว่าหลังจากภาระกิจที่แมนชั่นกลางป่าเรียบร้อย และคริสทำการระเบิดแมนชั่นดังกล่าว แต่เขาก็ไม่อาจจะหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้ ทำให้เมืองแรคคูนกลายเป็นนรกบนดินไปอย่างช่วยไม่ได้)

ใน RE ภาค 2 หนังเปิดตัวต่อเนื่องจากภาคแรก และเปิดตัวละครที่คอเกมส์ชื่นชอบ ซึ่งก็คือจิล วาเลนไทน์ พร้อมกับการหลบหนีของอิลซ จิล และพรรคพวก พร้อมหน่วยคอมมานโดที่อัมเบลล่าส่งมาจัการความวุ่นวายในเมืองแรคคูน นำทีมโดยคาลอส (ตัวละครจากเกมส์ใน RE 3 ภาค Nemesis) และตัวร้ายของเกมส์ RE 3 ซึ่งก็คือ Nemesis (เป็นตัวร้ายที่พัฒนามาจาก ที…ไวรัส ซึ่งเป็นตัวละครที่เหลือรอดจากศูนย์วิจัยใต้ดินในหนังภาคแรก แต่ถูกนักวิทยาศาสตร์ของอัมเบลล่านำตัวไปทดลอง)

ทั้งหมดรวมทั้งอลิซต้องหาทางหลบหนีออกจากแรคคูนก่อนที่จะโดนถล่มด้วยอาวุธ นิวเคลียร์ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ในตอนจบเรารับรู้ว่าอลิซตายไปแล้ว แต่ถูกนักวิทยาศาสตร์จากอัมเบลล่านำศพไปทำการโคลนนิ่งขึ้นมาใหม่ และมีบางอย่างผิดปกติกับตัวเธอ ซึ่งในตอนหลังอลิซถูกช่วยออกมาโดยจิลและคาลอส

ภาคล่าสุด RE 3 Extinction หนังตัดมายังอนาคตข้างหน้า (ไม่ระบุว่าว่าเมื่อไหร่) หลังจากภาค 2 สุดท้ายอัมเบลล่าไม่สามารถยับยั้งหรือหยุดการแพร่กระจายของเชื้อ ที…ไวรัส ได้ ทำให้โลกเปลี่ยนเป็นขุมนรกที่ใหญ่ที่สุดเท่าทีเคยมีมา และมีผู้รอดชีวิตเหลืออยู่กระจัดกระจาย ในขณะเดียวกันก็เปิดตัวละครจากเกมส์ตัวใหม่ นั้นก็คือแคลร์ เรดฟิลด์ (คอเกมส์รู้จักเธอดีในฐานะน้องสาวคริส สำหรับแคลร์ในภาคเกมส์จะโผล่ออกมาครั้งแรกใน RE 2 ประกบคู่กับลีออง (ซึ่งมีการกล่าวถึงในหนังภาค 2 ว่าเป็นตำรวจใหม่ที่หายตัวไปอย่างลึกลับ เดาว่าน่าจะมีบทบาทในหนังภาค 4 อันนี้เป็นการคาดเดาของผมนะครับ ยังไม่มีการให้ข้อมูลจากทางผู้สร้าง) อีกทั้งแคลร์ยังมีภาคเกมส์เป็นของตัวเองแยกออกมาในภาค Veronica ซึ่งเป็นภาคฟอร์แมทสำหรับเครื่อง Sega แต่ตอนหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Veronica X เมื่อตอนที่ Capcom ตัดสินใจทำออกมาในฟอร์แมทของเพลย์ 2 และ X Box)

ในภาคนี้แคลร์เป็นผู้นำของกลุ่มที่เหลืออยู่กลุ่มสุดท้ายร่วมกับคาลอส ในขณะที่อลิซหลบหนีจากการตามล่าของอัมเบลล่าที่ต้องการตัวเธอ เนื่องจากเธอเป็นตัวการสำคัญในการหยุดยั้งการแพร่กระจายไวรัส ซึ่งในภาคนี้ตัวร้ายจะเป็น ไทรันส (ตัวร้ายจากเกมส์ในภาค 1-2) แต่ดูจากบทแล้วน่าจะอิงมาจากตัวไทรันส์ในเกมส์ภาค 2 มากกว่า (เพราะเป็นซอมบี้ที่เกิดจากนักวิทยาศาสตร์) และที่สำคัญในหนังภาค 3 มีการเปิดตัวศัตรูคู่อาฆาตสำหรับหน่วยสตาร์ของคริสและจิล นั้นก็คือเวสเกอร์ที่ในหนังเป็นประธานของอัมเบลล่า !!??(เวสเกอร์ถือเป็นอีกหนึ่งตัวละครคลาสิกของเกมส์ RE มีบทบาทมากที่สุดในเกมส์ภาค 1 และมาปรากฎตัวอีกครั้งในภาค 2, Veronica X (ในภาคนี้เวสเกอร์ในรับเชื้อที..ไวรัสและมีการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นซุป เปอร์เวสเกอร์), 3 และล่าสุดในภาค 4) ในตอนจบมีการทิ้งทายไว้สำหรับภาคต่อไป ซึ่งคิดว่าคงมีให้ดูกันอีกอย่างแน่นอน

หนังที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกันเกมส์

 

โดยส่วนตัวแล้วไม่ค่อยชอบหนัง RE สักเท่าไหร่ แต่ยิ่งดู ยิ่งรู้สึกว่าภาคแรก เป็นภาคที่ดีที่สุดแล้ว แต่สำหรับเกมส์บอกได้เลยว่าคงติดตามเล่นไปอีกเรื่อยๆ จนกว่าจะเลิกสร้าง (คงอีกนาน) เพราะเกมส์ RE เป็นเกมส์ที่ทำเงินให้กับ Capcom เหลือประมาณ (ไม่งั้นคงไม่ดิ้นรนทำภาคย่อยอย่าง Outbreak ออกมา 2 ภาคตอนที่ติดสัญญาเกมส์กับ GC หรอก)

ในภาค 2 เนื้อหายังพอประมาณ ถูไถไปได้เรื่อยๆ เนื่องจากมีฉากแอคชั่นให้ดูเยอะกว่า ประกอบกับปัจจุบันมีหนังซอมบี้ทีแนวและเทรนด์กว่าอย่าง 28 Days Later และภาคต่อ 28 Weeks Later ออกมา ทำให้รู้สึกซอมบี้ใน RE เด็กเหลือเกิน ไม่เชื่อลองไปหาหนังที่ว่าทั้ง 2 ภาคมาดูแล้วจะเข้าใจว่าทำไม ผีบ้าอะไร วิ่งเร็ว ฉลาด แถมติดเชื้อง่ายโคตร กัดไม่ถึง 2 นาทีเป็นได้เลย

สำหรับภาค 3 บอกตรงๆ เนื้อเรื่องไม่มีอะไรเลย เหมือนเป็นภาคที่สร้างเพื่อให้หนังมันครบไตรภาค (ตามสมัยนิยม) เท่านั้น รู้สึกตอนที่ดูได้เลยว่าหนังมั่วได้ใจมาก แต่คงสะใจสำหรับคนที่ไม่เคยเล่นเกมส์มาก่อน ก็เลยไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเกมส์กับหนังนั้นต่างกันแค่ไหน เอาเป็นว่าใครชอบก็ไปดูกันได้นะครับ ตอนนี้คงได้แต่รอเล่นเกมส์ภาค 5 ซึ่งมีกำหนดออกในปีหน้า (แต่บ้านเรายังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่) คงได้บรรยากาศหลอนๆ ในแบบทะเลทรายอย่างแน่นอน

ดูหนังแล้วย้อนมาดูตัว

ตามความเป็นจริงหนังในแนวซอมบี้นั้น ถือได้ว่าเป็นหนังที่แฝงความคิดทางการเมืองค่อนข้างชัดเจน โดยในตอนแรกหนังแนวซอมบี้ออกมาเพื่อต่อต้านระบบคอมมิวนิสต์และระบบเผด็จการ พร้อมเชิดชูระบบเสรีนิยมอย่างประชาธิปไตย โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีนัยยะแอบในการประชดสังคมที่คนผิวขาวเป็นใหญ่ ดูได้จากหนังเปิดซอมบี้อย่าง Night of Living Dead ของจอร์จ เอ โรเมโร (ไม่นับฉบับรีเมคที่ไม่น่ากล่าวถึงอย่างแรง) ที่ให้ตอนจบแม้ว่าตัวละครเอกจะรอดพ้นจากการเป็นอาหารของประชาชนชาวซอมบี้แล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่วายโดนยิงจากคนผิวขาวที่เป็นนายอำเภอ โดยไม่มีการตะโกนตามก่อน เพียงเพราะพี่แกเป็นคนผิวดำ !!!! (ถ้าอ่านในฉบับนิยายเห็นว่าตัวละครตัวนี้เป็นคนผิวขาว ส่วนในฉบับรีเมคจะเป็นผู้หญิงและหนีรอดไปได้อย่างหน้าตาเฉย) ถามว่าแรงแค่ไหน เอาเป็นว่า ตัวผู้กำกับเลือกที่จะถ่ายหนังออกมาในรูปแบบขาว-ดำ แทนที่จะเป็นฟิลม์สี เพื่อต้องการลดทอนความรุนแรงลง แต่ก็ยังมีคนบอกว่าน่ากลัวสุดๆ อยู่ดี (แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีงบซื้อฟิลม์สีมาถ่าย)

จากนั้นจอร์จ เอ โรเมโรก็สานต่อความสำเร็จโดยการเข็น Daw of The Dead (มีฉบับรีเมคออกมาในปี 2003 โดยผู้กำกับจาก Slither และ 300) Day of The Dead, Land of The Dead และล่าสุด Diary of The Dead (ล่าสุดกว่าจะมี Island of The Dead ออกมาให้ชมเร็วๆ นี้) โดยในภาคล่าสุดอย่าง Land of The Dead ได้มีการปรับเปลี่ยนให้ซอมบี้ฉลาดมากขึ้น และแทนที่จะแฝงนัยยะทางการเมือง หนังกลับมาเล่นงานสังคมบริโภคและความตกต่ำทางจิตใจของมนุษย์แทน (เข้ากับสถานการณ์) โดยมีหนังแนวเดียวกันนี้ตามออกมาอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น 28 Days Later และภาคต่ออย่าง 28 Weeks Later (28 Months Later จะมาในเร็วๆ นี้) รวมถึง Shaun of The Dead หนังล้อเลียน Dawn of The Dead ที่มีนัยยะแฝงในเรื่องสังคมวัตถุนิยมและสังคมบริโภคอีกด้วย

ส่วนในหนังไตรภาคอย่าง RE เราจะเห็นได้ถึงวิวัฒนาการของการทำลายล้างกันเองของมนุษย์ โดยเริ่มต้นจากการค้นคิดอาวุธชีวะภาพที่เปลียนคนเป็นสิ่งที่ไร้วิญญาณและ กระหายเลือดอย่างซอมบี้ โดยสารเคมีที่ว่าจะถูกใช้เป็นอาวุธเคมีทางการทหาร โดยมนุษย์ซึ่งในทีนี้ก็คือ อัมเบลล่า ซึ่งเป็นรูปแบบบริษัทผลิตยา ที่เบื้องหน้าผลิตยารักษาโรค แต่เบื้องหลังทำอาวุธเคมี เป็นการแฝงนัยยะของกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในการควบคุมประชาชนทั้งเมือง (แรคคูน ซิตี้) อีกทั้งอำนาจในการควบคุมสื่อในการนำเสนอข่าวสารต่อสาธารณชนอีกด้วย

จะเห็นได้ว่าเมื่อการควบคุมเชื้อไวรัสไม่สามารถทำได้ อัมเบลล่าเลย (แอบ) สั่งการให้รัฐบาลยิงขีปนาวุธถล่มเมืองทั้งเมือง โดยไม่สนใจถึงผลร้ายที่จะตามมา (ประชดประชันการในอำนาจความรุนแรงในการก่อสงคราม) ซึ่งผลร้ายที่ตามมาก็คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาค 3 เมื่อมนุษย์แทบจะสูญพันธ์ไปจากโลก (Extinction แปลว่าสาปสูญหรือว่าสูญพันธ์ในที่นี้อาจจะหมายถึงไวรัส หรือแม้แต่มนุษย์ด้วยเช่นกัน)

ขณะที่ดูหนังภาคนี้อยู่นั้น รู้สึกว่าจริงๆ แล้วมนุษย์เราเองก็คือซอมบี้ที่ติดเชื้อไวรัส (ความกดดันทางหน้าที่การงานและสังคม ความเห็นแก่ตัวและความรุนแรงที่แสดงออกมากขึ้นกว่าแต่ก่อน การปิดกั้นข่าวสารและการควบคุมการแสดงความเห็นของประชาชนในสังคม การแตกแยกทางความคิดที่นำไปสู่ความรุนแรงในหลายๆ ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยเราด้วย) ที่กำลังกลืนกินกันเองภายในสังคม ก่อนที่จะมุ่งหน้าทำลายสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเราไปไม่เหลือซาก กลืนกินทรัพยากรที่มีอยู่บนโลกใบนี้ จนโลกเริ่มเฉาและเริ่มติดเชื้อไวรัสจากมนุษย์มากขึ้นกว่าเดิม จนในที่สุด โลกก็อาจจะกลายเป็นดั่งที่เราเห็นไนภาพยนตร์หลายๆ เรื่อง ที่เห็นเด่นชัดก็คือ หนังไตรภาค Mad Max, Waterworld, และหนังไตรภาคอย่าง RE สุดท้ายแล้วสิ่งที่สูญพันธ์ในหนัง RE 3 อาจจะไม่ใช้ไวรัสอย่างที่เราคิดก็ได้ แต่อาจจะเป็นมนุษย์เรานั้นเอง

————————————————————
เล็กๆ น้อยๆ จากเกมส์และหนัง

- ต้นกำเนิดเกมส์ RE นั้นได้แรงบันดาลใจมาจากหนังของเจ้าพ่อซอมบี้อย่าง จอร์จ เอ โรเมโร นั้นก็คือ Night of The Living Dead

- ผู้สร้างเกมส์ RE เคยกล่าวว่า เขาสนใจอยากทำภาคแยกของ เวสเกอร์ ออกมา เพราะถือว่าเป็นตัวละครที่สำคัญในเกมส์เป็นอย่างมาก แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ออกมา

- ทั้งคริส จิล แคลร์ และลีออง (อาจจะรวมเอด้าอีกคน) ถือเป็นตัวละครหลักสำคัญๆ ในเกมส์ชุด RE แต่ตัวละครที่ออกมามากที่สุดก็คือ คริส (ภาค 1, Veronica X และในภาคล่าสุดก็คือภาค 5 ในปีหน้า)

- ที่ RE ดังและเป็นที่ถูกใจของบรรดานักเล่นเกมส์ทั่วโลก ก็เพราะความดิบ ความยาก และการแก้ปริศนาของเกมส์ที่ทำให้ผู้เล่นต้องคบคิดและหาทางแก้ปัญหาอยู่เสมอๆ

- ในเกมส์ RE 2 ภาคล่าสุด (ภาค 4 และ ภาค 5) เริ่มมีการปรับเปลี่ยนเนื้อเรื่องจากซอมบี้ เป็นการฝังปรสิตในตัวชาวบ้าน ทำให้มีสภาพไม่ต่างจากซอมบี้ แต่ที่แตกต่างก็คือ พวกเขาเหล่านี้มีความกระหายเลือด และไม่บริโภคเนื้อมนุษย์เหมือนซอมบี้ แต่จะมีการดำรงชีวิตที่ปกติเหมือนชาวบ้าน แต่ถูกควบคุมโดยผู้ฝังปรสิตให้นั้นเอง แถมเนื้อหายังไปพ้องกับสังคมในโลกปัจจุบันที่มนุษย์โดนควบคุมโดยบุคคลผู้มีอำนาจทางสังคมและทางการเมือง

- RE กำลังจะมีภาคอนิเมชั่น 3 มิติออกมาในตอนที่ชื่อว่า Degeneration ในรูปแบบดีวีดีภายในเดือนนี้

 

 

รูปภาพประกอบ
http://ecx.images-amazon.com/images/I/51G8uhYvemL._SS500_.jpg

คอมเมนท์ที่นี่ »

คอมเมนท์ได้ที่นี่

คอมเมนท์ที่นี่