google logo
สนุก! ค้นหา สารบัญเว็บไทย ข่าว อีเมล์ หาเพื่อน คิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน สนุก! ทูลบาร์ ดูทั้งหมด>>
ดูบล็อกอื่น >
รูปโลโก้ S! Blogger เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

Udon: ชามนี้ต้องลอง

เมื่อ 5th ธันวาคม 2008 โดย chubby33@sanook.com ใน Movie In Memory

 

 

ตอนที่อูด้งเข้าฉายในโรงหนังเครือเอเพ็กนั้น เคยคิดว่าจะไปดูเพราะห็นว่าได้รับคำชมและรางวัลจากประเทศบ้านเกิด (ญี่ปุ่น) แต่ในที่สุดก็ไม่ได้มีโอกาสดู เพราะหนังเข้าและออกเร็วมาก จนมาวันนี้ได้ดูหนังเรื่องนี้อีกครั้งจากการเช่าวีซีดีร้านแถวบ้าน หลังจากดูเสร็จ ก็ไม่อยากให้ความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ต้องจางหายไปอย่างรวดเร็ว เลยมานั่งเขียนเก็บซะ

พล็อตก็ไม่มีอะไรมากมาย อูด้งเป็นภาพยนตร์แนวคอมเมดี้-ดราม่า เรื่องของชายหนุ่มคสุเกะวัย 31 ปี ผู้เบื่อหน่ายบ้านเกิดของตัวเอง เพราะที่นี้ไม่มีอะไรให้เขานอกจากอูด้ง ดังนั้นเขาจึงออกเดินทางไปยังนิวยอร์คด้วยความฝันอันยิ่งใหญ่ 6 เดือนต่อมา เขากระเสือกกระสนกลับบ้าน…อย่างผู้พ่ายแพ้และเต็มได้ด้วยหนี้สิน แต่คนที่รอคอยเขาได้แก่ เพื่อนเก่า, พี่สาว, พ่อที่รู้สึกไม่พอใจ และก๋วยเตี๋ยว Udon (อูด้ง) หนึ่งชาม เมืองนี้เป็นผู้ผลิต Udon และยังชีพด้วย Udon จนสร้างชื่อเสียงไปทั่วประเทศ ในขณะเดียวกันทีนี้ยังมีอูด้งชนิดพิเศษที่นำเอาชื่อเมืองมาใช้ ซึ่งก็คือซานุกิ อูด้ง” อีกด้วย

เป็นเพราะการที่เมืองมุ่งความสนใจอย่าง ก๋วยเตี๋ยว “อูด้ง” อย่างบ้าคลั่ง เป็นตัวช่วยขับดันให้โคสุเกะจากไป เขาได้เรียนรู้หลังเดินทางกลับมาอย่างไม่เป็นท่าว่า เขาและโลกอิสระที่เหลือ กำลังจะได้พบกับความน่าอัศจรรย์ของอาหารอันโอชะของท้องถิ่นแห่งนี้อีก ครั้ง!!! และไม่น่าเชื่อว่า เรื่องราวของก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชามที่ชื่ออูด้งจะทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล…

อย่างที่เห็นเรื่องราวทั้งหมดก็มีอยู่แค่นั้น แต่ที่น่าสนใจก็คือ การนำเสนอของผู้กำกับคัตซึโยชิ โมโตฮิโระ ที่นำเสนอเรื่องราวในแบบเรียบง่าย แถมมีภาพหลุดโลกอย่างภาพในจิตนาการและภาพในความฝันเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้ว่าดูไปอาจจะงงว่ามันเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ยังไง ก็คงคล้ายเส้นอูด้งกระมั้ง ที่ไม่มีอะไร นอกจากเส้น น้ำซุป ขิงป่น และต้นหอม ที่ดูแล้วก็ไม่น่าจะอร่อย แต่ไงมันกลับเป็นอาหารที่ชาวญี่ปุ่นนิยม เพราะความลงตัวอย่างกลมกล่อมที่นำเสนอหรือเปล่า

หนังแสดงให้เห็นถึงความคลั่งไคล้ของชาวเมืองต่ออูด้ง หลังจากที่โคสุเกะนำเอาแนวคิดของการแนะนำร้านอูด้งในเมืองลงนิตยสารท้องถิ่น ทำให้เมืองซานุกิเป็นที่รู้จักดังไปทั่วเกาะญี่ปุ่น ผู้คนต่างแห่มาชิมและลิ้มลอง ทุกอย่างดูเหมือนง่ายแต่มันจะต่างอะไรกับแฟชั่น หรือเทรนด์อย่างที่ครั้งหนึ่งบ้านเราเคยบ้าไปยืนรอเพื่อซื้อขนมปังที่มีแต่ ไขมันและแป้งราคาก้อนละ 25 บาท (ผู้เขียนเองก็เคยไปยืนรอ เพราะอยากจะรู้ว่าให้ขนมปังธรรมดาแบบนี้มันอร่อยยังไงหว่า!!!) แต่ปัจจุบันนอกจากจะเปลี่ยนชื่อแล้ว ทุกวันนี้คนไทยก็หลงลืมไปแล้วว่าเคยมีขนมปังชื่อนี้ขายในเมืองไทยด้วย เหรอ???

ชีวิตเหมือนก๋วยเตี๋ยน้ำหนึ่งชาม

หนังตัดสลับกับการนวดแป้ง การทำเส้นอูด้งของพ่อโคสุเกะซึ่งถ่ายทอดออกมาอย่างงดงาม การดูแลเอาใจใส่และการซื่อสัตย์ต่ออาชีพและการทำอูด้ง พร้อมๆ กับฉากน่ารักๆ ที่มีเด็กคอยมาขออูด้งทานอยู่เป็นประจำทุกวัน ซึ่งพ่อของโคสุเกะก็ยินดีที่จะให้ทานฟรี แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องล้างชามมาคืนหลังจากทานเสร็จแล้ว นอกจากนี้ผู้กำกับยังถ่ายทอดให้เรารู้อีกด้วยว่า พ่อโคสุเกะจะขับรถนำเอาเส้นอุด้งที่ทำเสร็จใหม่ๆ ไปยังโรงเรียนและโรงพยาบาลประจำเมืองเป็นประจำทุกวัน

ความสัมพันธ์ที่ห่างเหินของพ่อและลูกชาย ยังคงเป็นหัวใจหลักของอูด้งเหมือนหนังญี่ปุ่นเรื่องก่อนหน้านี้อย่าง The Village Album (ความห่างเหินกันระหว่างพ่อที่เป็นตากล้องประจำหมู่บ้านและลูกชายที่อยาก เป็นผู้กำกับภาพยนตร์) หรืออย่างล่าสุด Hula Girls (ความขัดแย้งของแม่กับลูกสาว) พร้อมกับการแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของร้านอูด้งแต่ละร้านในเมืองที่พวกโค สุเกะเดินทางชิม ไม่ว่าจะเป็นการให้ลวกเส้นเอง หรือ self service หรือการที่ลูกค้าสามารถเอาของสดมาให้ทางร้านทำเองก็ได้ หรือแม้แต่การที่ลูกค้าต้องพกพาเอาอุปกรณ์ในการกินการปรุงมาเอง (มีฉากที่ลูกค้ากินอูด้งจากถุงพลาสติกโดยการใช้มือ เป็นฉากที่น่ารักและขำๆ ในแบบชาวบ้านอีกฉาก)

หนังมีฉากที่น่าประทับใจอยู่หลายฉาก แต่ส่วนตัวผมชอบฉากที่โคสุเกะเอาเส้นอูด้งไปส่งที่โรงเรียน และคอยดูตรงหน้าต่าง เพื่อดูว่าเด็กเหล่านั้นมีความสุขกับการได้กินเส้นอูด้งเพียงไร ฉากที่โคสุเกะเห็นพ่อยิ้มเป็นครั้งแรกในตลอดเวลาที่ผ่านมาในฉากที่ต่อเนื่อง จากฉากที่กล่าวไปแล้วในข้างต้น หรือฉากที่เด็กซึ่งมาขออูด้งพ่อโคสุเกะทานเป็นประจำพาน้องสาวตัวเองมาด้วย

หนังยังแสดงให้เห็นถึงการคลั่งไคล้อย่างขีดสุดของอูด้ง พร้อมกับการถดถอยในเวลาต่อมา นอกจากนั้นยังแสดงให้เห็นถึงผลที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นขยะที่นักท่องเที่ยวทิ้งตามทาง ร้านที่ต้องการรองรับลูกค้าที่มากขึ้นทำให้รสชาติและเส้นไม่ได้มาตราฐาน เหมือนเคย (เอาเปรียบผู้บริโภค) และบางร้านที่ต้องปิดตัวเองลงเพราะว่ารบกวนเพื่อนบ้าน เนื่องจากรถยนต์และบรรดาผู้ที่เดินทางมาชิมสร้างความเดือดร้อนให้แก่ละแวก เพื่อนบ้าน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราพบเห็นอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าในโลกปัจจุบันหรือว่าใน อนาคต

ผู้กำกับยังใช้การทำเส้นอูด้งของพ่อโคสุเกะมาเปรียบเทียบกับ ย่อหน้าข้างบน เป็นการเปรียบเทียบการทำอย่างพอเพียง หรือพอประมาณ และการทำในรูปแบบธุรกิจ โดยไม่สนใจว่าผลที่ตามนั้นจะเป็นยังไง ซึ่งส่วนตัวผมค่อนข้างชอบการเปรียบเทียบแบบนี้พอสมควร

สำหรับบทสรุปและการเดินทางของตัวละครในเรื่องนี้ ผมขอไม่เล่าดีกว่า อยากให้เพื่อนๆ ลองไปเช่ามาดูเอง อาจจะดีกว่า เพราะอย่างที่บอกว่าหนังเรื่องนี้เป็นคอมเมดี-ดราม่า เพราะฉะนั้นหลายๆ ฉากที่สามารถทำให้ซึ้งได้ แต่ผู้กำกับกลับเลือกที่จะไม่ให้มันฟูมฟายเหมือนกับหนังฮอลลีวูด ทำให้หลายๆ ฉาก เราอาจจะน้ำตาซึม แต่ก็ยิ้มให้กับภาพที่ปรากฎอยู่ต่อหน้าเรา

ว่าแต่ใครที่ดูแล้วอยากทานอูด้งบ้างครับ ผมคนหนึ่งละที่อยากจะทานอูด้งร้อนๆ ดูสักชาม ลองดูนะครับ แล้วคุณจะรู้ว่าหนังที่เรียบๆ ง่ายๆ แต่มีสีสันฉูดฉาดแอบซ่อนอยู่นั้น มันกลมกล่อมแค่ไหน เหมือนกับอูด้งร้อนๆ ชามหนึ่งที่เรียบง่ายแต่อร่อย หากเราใส่ใจและทำมันด้วยใจ เหมือนกับที่หนังเรื่องนี้ได้แสดงให้เราเห็นอยู่ตลอดเวลานั้นเอง

รูปภาพประกอบ
http://nighty.exteen.com/images/UDON.jpg

 

คอมเมนท์ที่นี่ »

คอมเมนท์ได้ที่นี่

คอมเมนท์ที่นี่