google logo
สนุก! ค้นหา สารบัญเว็บไทย ข่าว อีเมล์ หาเพื่อน คิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน สนุก! ทูลบาร์ ดูทั้งหมด>>
ดูบล็อกอื่น >
รูปโลโก้ S! Blogger เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

Love Story of Mine: Chapter 8

เมื่อ 5th ธันวาคม 2008 โดย chubby33@sanook.com ใน Love Story of Mine (Short Story)

น้ำตาในคืนอันหนาวเหน็บ

ตอนประมาณเกือบ 1 ทุ่ม อเล็กซ์มาถึงบ้านผม โดยได้ซื้อพวกของแห้งโดยเฉพาะข้าวมาให้เหมือนเช่นทุกครั้ง เขาเคยบอกว่ามาทานข้าวที่นี้บ่อย รู้สึกเกรงใจ และไม่รู้จะซื้ออะไรมาให้ เพราะดูเหมือนพวกผมจะมีครบหมดก็เลยมักจะซื้อข้าวสารมาให้ เพราะคิดว่าน่าจะหมดเร็ว ตอนที่อเล็กซ์มาถึง ผมเพิ่งทำแกงเขียวหวานเสร็จและเพิ่งยัดหมูที่หมักได้ที่ เข้าตู้อบ สำหรับทำหมูย่างทานกับผัดผัก ผมกำลังคิดว่าอาจจะทำไข่เจียวหัวหอมอีกสักอย่าง เพราะทำง่ายและน่าจะโอเคสำหรับอาหารค่ำในคืนนี้

อเล็กซ์เดินเข้ามาทักทายผม พร้อมชมในเรื่องของกลิ่นที่โชยออกมาจากหม้อแกงและตู้อบ เขาบอกว่าตอนนี้ท้องเขาร้องใหญ่เพราะทนกลิ่นยั่วยวนไม่ไหว ผมก็ได้แต่พยักหน้าและให้อเล็กซ์ช่วยตัวเองในเรื่องของเครื่องดื่ม เพราะผมกำลังสะลาวนกับการเตรียมดอกกะหล่ำที่จะใช้ทำผัดผัก ผมคิดว่าน่าจะโอเค เพราะเมื่อตอนเที่ยงเราก็มีผัดผักรวมไปแล้ว ผัดดอกกะหล่ำเพียงอย่างเดียวน่าจะโอเค ผมคิดแบบนั้น

อาหารที่ผมทำเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่เพียงตักออกมาใส่ชามและนำไปวางบนโต๊ะเท่านั้น อเล็กซ์ยังคงชื่นชมกับฝีมือการทำอาหารของผมอยู่เสมอๆ ผมก็ได้แต่เออออไปตามประสา ผมค่อนข้างประหม่าเวลามีใครชมหรือว่ายกย่องผม ผมจะรู้สึกเขินๆ และทำตัวไม่ค่อยถูก ผมแนะนำให้อเล็กซ์ขึ้นไปที่ห้อง เพราะอ้นกำลังเล่นเนตอยู่ในห้องผม อเล็กซ์ได้ยินก็รีบสาวเท้าเดินขึ้นบันไดไปทันที ผมไม่รู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ก็อยากให้ทั้งคู่ได้คุยกัน จะได้เคลียร์ปัญหาเมื่อคืนเพื่อที่อ้นจะได้ไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจกับเรื่อง ที่เกิดขึ้น

“อเล็กซ์มาแล้วเหรอพี่”

“ฮืม…มาเมื่อสักครู่เอง เดี๋ยวอีกสักพักลงมาทานข้าวเย็นได้แล้วนะ” ผมพูดโดยไม่หันไปมอง เพราะมัวสาละวนกับการเอาหมูอบออกจากตู้อบไฟฟ้า ผมตั้งให้ใช้พัดลมเป่าเพื่อที่หมูจะได้แห้งคล้ายๆ กับหมูย่างที่เมืองไทย จากนั้นผมก็ลงมือตั้งกะทะให้ร้อน ก่อนค่อยๆ รินน้ำมันพืชลงไป พอน้ำมันร้อนได้ ผมก็ใส่กระเทียมสับผัดจนหอมก็ใส่ดอกกะหล่ำลงไปพัด พร้อมๆ กับใส่แครอทหั่นบางๆ เป็นการเพิ่มสีสันให้มีสีส้มๆ แดงๆ เป็นการเพิ่มความน่ารับประทานของอาหาร ก่อนจะปรุงรสด้วยเครื่องปรุง ชิมจนได้รสชาติตามที่ต้องการ ขณะรอให้ดอกกะหล่ำสุก ผมก็หันมาจัดการกับหมูอบที่เอาออกมาจากตู้เมื่อสักครู่ โดยการหั่นให้เป็นชิ้นบางๆ เพื่อจะได้นำมาวางด้านบนของผัดดอกกะหล่ำจาน

อ้นเดินลงมาชั้นบนเพื่อมาช่วยผมจัดโต๊ะทานข้าวตอนไหนผมไม่ทันรู้ตัว ผมแอบชำเลืองมองอ้นดูท่าทีผ่อนคลายกว่าเมื่อตอนบ่ายๆ คิดว่าคงเคลียร์ปัญหากับอเล็กซ์ได้แล้ว ผมรู้สึกแปลกๆ ทั้งดีใจที่เห็นทั้งคู่เคลียร์ปัญหาคาใจแต่ก็รู้สึกเหมือนกับอ้นกำลังห่าง จากผมไปทุกทีๆ ผมไม่รู้ว่าต้องทำตัวอย่างไรในตอนนี้ บางครั้งก็สับสนแต่บางครั้งก็อยากเห็นอ้นมีความสุข มันน่าทรมานเหลือเกิน บางครั้งผมอยากย้อนเวลากลับไป บอกอ้นว่าผมชอบเธอมากแค่ไหน แต่มันก็เป็นแค่ความคิดปลอบใจตัวเองทั้งๆ ที่ความเป็นจริง ผมเองเป็นคนปล่อยให้ห้วงเวลานั้นผ่านไป โดยไม่ยอมคว้าหรือทำอะไรสักอย่างเพื่อใจตัวเอง ผมช่างโง่จริงๆ

“พี่ค่ะ…อ้นว่าผักพี่นิ่มหมดแล้วละ แบบนี้คงไม่ต้องเคี้ยวแล้วมั้งค่ะ”

เสียงอ้นปลุกผมให้ตื่นขึ้นจากภวังค์ ผมมองหน้าอ้นอย่างงงๆ ก่อนจะหันไปดูดอกกะหล่ำในกะทะที่กำลังจะสุกเกินไป ผมรีบยกกะทะพร้อมๆ กับปิดไฟที่เตาลง จากนั้นก็ใช้ตะหลิวตักผัดดอกกะหล่ำใส่ในจากที่เตรียมไว้ จากนั้นผมก็เอากะทะแช่น้ำ ก่อนจะเอาหมูที่หั่นไว้วางลงไป พร้อมกับโรยกระเทียมเจียวเป็นการตบท้าย อ้นรับอาสายกไปวางที่โต๊ะ ผมรีบล้างกะทะด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่จะนำมันกลับมาตั้งบนเตาไฟอีกครั้ง รินน้ำมันพอประมาณ พอน้ำมันร้อนผมก็รีบใส่หอมหัวใหญ่ซอยที่เตรียมไว้ พอหอมเริ่มสุกผมก็เทไข่ที่ตีเตรียมไว้สำหรับทำไข่เจียว พอไข่ด้านล่างเริ่มสุกผมก็รีบพลิกกลับด้านจากนั้นไม่นานก็เป็นอันเสร็จ สำหรับอาหารค่ำในคืนนี้

หลังจากเสร็จและอาหารพร้อม อ้นก็เดินขึ้นไปตามทีและอเล็กซ์ลงมาทานข้าว ตอนที่ทั้งหมดลงมา ผมก็จัดการกับเก็บกวาดครัวเสร็จพอดี ส่วนของการล้างจานชามหลังอาหารเย็นเป็นหน้าที่ของทีเช่นเคย (โดยการใส่เครื่องล้างจาน) จากนั้นพวกเรา 4 คนก็มานั่งตรงส่วนห้องนั่งเล่น คุยสัพเพเหระ อเล็กซ์ขอใช้เครื่องคอมผม ผมก็อนุญาติ สักพักทีก็ขอตัวไปนั่งเขียนโปรแกรมที่ค้างไว้ ตอนนี้เหลือเพียงผมกับอ้นแค่ 2 คนเท่านั้น

ผมนั่งมองดูอ้นในขณะที่เธอมองไปนอกหน้าต่าง คืนนี้พระจันทร์เต็มดวง สดใส ฟ้าใสไร้ดาวและเมฆ แสงจันทร์สาดเข้ามาทางบานประตูกระจกหลังบ้าน เป็นเงาทอดสั้นๆ เพราะพระจันทร์เพิ่งขึ้นมาไม่นานเท่าไหร่นัก เสียงเพลงจากเครื่องเล่นแผ่นซีดีเปิดคลอเบาๆ อ้นมักจะเลือกฟังแผ่นนี้เสมอ อ้นเคยบอกวาเธอชอบเพลงในอัลบั้มชุดนี้ทุกเพลง ผมเคยอัดเพลงในซีดีแผ่นนี้ลงเทปและมอบให้กับอ้นเมื่อไม่นานมานี้ซึ่งเธอดีใจ มาก อ้นหันมามองหน้าผมผมเลยแกล้งทำเป็นลุกไปเพื่อจะหรี่เสียงเพลงแก้เขิน

ผมชวนอ้นคุยเรื่องต่างๆ ผมก็ไม่รู้หรอกว่าเราคุยเรื่องอะไรกันบ้าง แต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกมีความสุขตลอดช่วงเวลาที่ผมอยู่กับอ้นเพียง 2 ต่อ 2 แม้ว่าหลังจากนี้ไปอ้นจะต้องกลับไปกับอเล็กซ์ และคงคบกันเป็นแฟนเหมือนเดิม เพราะอ้นบอกว่าอ้นสามารถเคลียร์กับอเล็กซ์ได้แล้ว สำหรับผมแล้วการทีได้เห็นอ้นมีความสุข แค่นี้ผมก็ดีใจแล้ว

อ้นอยู่ที่บ้านผมจนเกือบ 4 ทุ่มก็ลากลับไปโดยมีอเล็กซ์อาสาขับรถไปส่ง ผมเดินไปส่งอ้นขึ้นรถที่หน้าบ้าน อากาศเย็นจัด แต่ใจผมกลับร้อนซะกว่าอะไรดี อ้นกำลังจะไปแล้ว เวลาแห่งความสุขของผมกำลังจะหมดลง แต่เวลาแห่งความสุขของอ้นกำลังจะเริ่มใหม่อีกครั้ง ผมปิดประตูรถให้อ้น กล่าวลากับอเล็กซ์ ผมเดินถอยออกมา มองดูรถค่อยๆ เคลื่อนออกไปอย่างช้า ค่อยจะค่อยๆ กลืนหายไปกับความมืดมิดรอบๆ ด้าน เห็นเพียงไฟท้ายรถที่ส่องแสดงให้เห็นว่า รถคันทีอ้นนั่งอยู่นั้นอยู่ตรงไหนในความมืดเบื้องหน้า ค่อยทีแสงไฟที่ว่าจะค่อยๆ หายไปตรงหัวมุมข้างหน้า ผมยืนมองดูความมืดมิด ท่ามกลางสายลมอันหนาวเย็นที่พัดผ่านตัวผม ผมเดินกลับเข้าบ้านปิดล็อกประตูด้านหน้า ในยามนี้ทุกบ้านปิดไฟนอนหลับกันหมดแล้ว ผมยังสงสัยอยู่ว่าคืนนี้ผมจะข่มตาหลับหรือไม่

ทีเดินลงมาจากบันได เดินเข้ามาเปิดตู้เย็นเพื่อหยิบนม ค่อยไปเอื้อมมือไปกดสวิตซ์กาต้มน้ำเพื่อต้มน้ำสำหรับชงกาแฟเหมือนทุกวันใน ตอนกลางคืนที่ต้องอ่านหนังสือดึกๆ ดื่นๆ ผมเดินไปดูเครื่องล้างจานซึ่งเสร็จได้สักพักแล้ว ผมเปิดฝาเครื่องออก ดึงตะแกรงออกมา ไอน้ำพวยพุ่งออกมา ผมปล่อยให้จานอยู่ในตะแกรงโดยไม่คิดที่จะเก็บ ไว้พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน ผมนึกในใจ

“อ้นกลับไปนานแล้วเหรอพี่” ทีถามเมื่อเห็นผมยืนเก็บของอยู่เงียบๆ

“เพิ่งกลับไปเมื่อตะกี้เอง”

“พี่เอากาแฟป่ะ เดี๋ยวผมชงเผื่อ”

“ขอเป็นชาดีกว่า เผื่อคืนนี้จะนอนเร็วหน่อย เมื่อคืนก็นอนน้อยอยู่แล้ว”

น้ำเริ่มเดือดแล้ว ทีเตรียมแก้วไว้ 2 ใบ ใบหนึ่งใส่กาแฟผงสำหรับที อีกใบมีถุงชาวางอยู่ภายในแก้วสำหรับผม สักพักทีก็เทน้ำร้อนลงทีละแก้ว ก่อนจะวางกาต้มน้ำลงบนฐานเหมือนเคย ผมนั่งแกว่งถุงชาไปมาในขณะที่ทีก็ใช้ช้อนคนกาแฟให้ละลายเข้ากับน้ำร้อน โดยไม่มีคำพูดใดๆ ออกมาจากปากของเราทั้ง 2 คน ผมค่อยๆ ยกถุงชาออกหลังจากที่น้ำในแก้วเริ่มมีสีเข้มขึ้น ผมเติมนมลงไปในชา ก่อนค่อยๆ ยกดื่มที่เดียวหมด ผมวางแก้วไว้ในอ่างล่างจาน โดยเปิดน้ำล้างแก้วไปรอบก่อนเติมน้ำให้เต็ม ส่วนทีก็ยกแก้วเดินขึ้นไปชั้นบน ผมปิดไฟก่อนจะเดินขึ้นบันไดตามขึ้นไป

ผมเปิดประตูห้อง ผ้าห่มที่อ้นห่มตัวเมื่อตอนบ่ายวางพับอย่างเป็นระเบียบอยู่บนเตียง ผมหยิบขึ้นมากลิ่นน้ำหอมทีอ้นใช้ลอยมาปะทะจมูกได้กลิ่นจางๆ ผมหยิบผ้าห่มไปเก็บไว้ในตู้ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าห้องน้ำ เพื่ออาบน้ำ ทีเปิดประตูมองดูผม ผมรู้สึกเหมือนทีอยากจะเอ่ยอะไร แต่ก็กลับเงียบไป ผมเดินเข้าประตู แปรงฟันในขณะที่รอน้ำร้อนเต็มอ่าง วันนี้ผมรู้สึกเพลียๆ อยากนอนแช่น้ำอุ่นในสบายตัวหน่อย หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว ผมก็นั่งทำงานสักพักก่อนจะปิดเครื่องคอม ล้มตัวลงนอนลงบนที่นอน อากาศหนาวจัด ผมห่มผ้านวมคลุมโป่ง แม้อากาศจะหนาว แต่แก้มผมกับร้อนผ่าวด้วยน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้มจนผมผล่อยหลับไปเมื่อไหร่ ไม่รู้ได้