<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.5.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>MY BLOG CHUBBY33</title>
	<link>http://blogger.sanook.com/chubby33</link>
	<description>บอกเล่าทุกเรื่องราวประทับใจ</description>
	<lastBuildDate>Tue, 12 May 2009 17:10:22 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>Star Trek (2009)</title>
		<description>
 
 

จากซีรีส์อวากาศทางทีวีสุดฮิตที่เริ่มแรกในปี 1966 มาสู่จอภาพยนตร์ในปี 1979 ในชื่อตอน Star Trek: The Motion Picture ที่ไม่ได้ทำเงินเป็นกอบเป็นกำให้กับพาราเมาต์เจ้าของสักเท่าไหร่ จนกระทั่งเกือบจะเลิกล้มไป กระทั่งทีมงานขอสู้อีกเฮือกโดนการปล่อยภาคต่อออกมาในอีก 4 ปีต่อมา ในตอนที่ชื่อว่า Star Trek: The Wrath of Khan ที่ประสบความสำเร็จมากกว่าภาคแรก ทำให้มีการปล่อยภาคต่อออกมาในอีก 2 ปีถัดมา (โดยการฉายซีรีส์ควบคู่ไปด้วย ซึ่งมีถึง 6 ชุด) จนมาถึงภาคล่าสุดในปี 2002 ในตอนที่ชื่อ Star Trek: Nemesis ที่เป็นการปิดฉากที่ไม่สวยงามสักเท่าไหร่สำหรับหนังที่มีอายุยืนยาวนานกว่า 40 ปี เพราะโดนนักวิจารณ์สับเละและไม่เป็นที่ชื่นชอบแฟนเดนตาย และทำเงินไปเพียง 43 ล้านเหรียญเท่านั้น

อย่างไรก็ตามการคิดปลุกชีพหนังชุดอย่าง Star Trek ก็ยังคงมีอยู่ แต่ก็ไม่เห็นวี่แววมากสักเท่าไหร่ จนกระทั่งการกำเนิดเกิดใหม่ของหนังซีรีส์ที่โดนฝังกลบไปแล้วอย่าง Batman ในภาค ...</description>
		<link>http://blogger.sanook.com/chubby33/2009/05/12/star-trek-the-new-adventure-begins/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Slumdog Millionaire หมาสลัมตะกายเงินล้าน</title>
		<description>
 
 

ในมุมหนึ่งของความเจริญในเมืองใหญ่ ไม่ว่าที่ไหนใดโลก ท่ามกลางตึกสูงระฟ้า มักจะมีเหลือบมุมต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ที่คนทั่วไปภาวนา และไม่อยากจะอยู่  นั้นก็คือ ถิ่นที่เรารู้จักในนามไพเราะเสนะหูชุมชนแออัด หรือในคำที่ทุกคนเข้าใจ แม้มันจะแสลงหูผู้ดีต่างๆ เมื่อได้ยินคำว่า “สลัม” ถิ่นน้ำครำและความจน

ชีวิตของชาวสลัม จะมีอะไรนอกจากไปมีข้าวสารกรอกหม้อไปวันๆ แต่หลายคนก็คงฝันอยากถีบตัวเองออกจากถิ่นสลัม อยากสุขสบาย (ไม่เช่นนั้นเราก็คงไม่มีคำว่า “โลภ” ในพจนานุกรม) ความฝันของชาวสลัม และคนยากจนอีกหลายร้อยพันล้านคนทั่วโลก ก็คงเหมือนกันๆ ในคือการมีเงินมากมายมหาศาล เอาชนิดที่เรียกได้ว่า ไม่ต้องทำงาน แค่กระดิกนิ้วเท้าก็มีคนมาบริการพัดวี

แล้วถ้าเกิดวันหนึ่ง คนที่ได้ชื่อว่าเกิดในถิ่นสลัม ไร้การศึกษา ไร้หัวนอนปลายเท้า เกิดกำลังจะเป็นผู้ที่เรียกได้ว่าเศรษฐีเงินล้านละ ว่าแต่เขาจะทำได้ยังไง ในเมื่อเขาเป็นเสมือนแค่สุนัขสลัมตัวหนึ่งเท่านั้น

Slumdog Millionaire หนังอังกฤษแนวอินเดียเล็กๆ เรื่องหนึ่ง ที่เกือบจะเดินทางลงแผ่นโดยตรง หลังจากที่ใครสนใจเป็นตัวแทนจัดจำหน่าย บทภาพยนตร์โดย ไซมอน โบฟอย (เจ้าบทหนังสุดฮิตปี 1997 ที่เป็นหนึ่งผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์อย่าง The Full Monty) ดัดแปลงคร่าวๆ จากนิยายรวมเรื่องสั้น Q&#38;A: A ...</description>
		<link>http://blogger.sanook.com/chubby33/2009/02/28/slumdog-millionaire-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
			</item>
	<item>
		<title>The Curious Case of Benjamin Button</title>
		<description>



ใครหลายคนที่ชอบดูหนัง คงไม่มีใครไม่รู้จักผู้กำกับที่มีผลงานกำกับหนังมาเพียงไม่กี่เรื่องแต่กลับมากฝีมือและสไตล์อย่างเดวิด ฟินเซอร์ (Aliens 3, Se7en, The Game, Fight Club, Panic Room และ Zodiac) ผู้กำกับหนังที่ผลงานส่วนใหญ่จะเป็นในแนวระทึกขวัญซะเป็นส่วนใหญ่ ใครเลยจะคาดคิดว่าผู้กำกับผู้มาทางสายกำกับมิวสิควีดีโอที่เน้นงานทางด้านภาพอันโดดเด่น และการนำเสนอที่เน้นเทคนิค จะมาไกลถึงขั้นเป็น 1 ใน 5 ผู้กำกับแห่งโลกเซลลูลอยด์ที่ได้เข้าชิงออสการ์จากงานกำกับเรื่องล่าสุดอย่าง The Curious Case of Benjamin Button
ย้อนหลังไปในปี 1992 ในตอนที่เดวิดเริ่มต้นทำงานกับผู้อำนวยการสร้างซีน ชาฟฟิน บทร่างต้นๆ ของหนังเรื่องนี้ได้ถูกนำมาวางอยู่บนโต๊ะทำงานของเดวิด หลังจากนั้นความคิดที่เขาอยากจะเป็นผู้กำกับหนังเรืองนี้ก็วนเวียนอยู่ในใจของเขาเสมอมา แม้ว่าเดวิดจะมีหนังเรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่องในมือก็ตาม แต่โครงการก็ยังไม่คืบหน้าไปไหน จนกระทั่งสองผู้อำนวยการสร้างแคทเธอรีน เคนเนดี้ และ แฟรงค์ มาร์แชล (Jurassic Park Part 1-3 และหนังชุด Indiana Jones) ได้เข้ามามีส่วนร่วม ...</description>
		<link>http://blogger.sanook.com/chubby33/2009/02/18/the-curious-case-of-benjamin-button/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ความสุขของกะทิ (The Happiness of Kati)</title>
		<description> 

 
ความสุขคือสิ่งที่ทุกคนปรารถนา ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ คนชราหรือว่าหนุ่มสาว ทุกคนต่างมุ่งแสวงหาความสุขที่แตกต่างกัน ตามสติปัญญา ประสบการณ์และวัยวุฒิของแต่ละบุคคล ความสุขที่คนเราทุกคนต้องการขึ้นอยู่กับระดับพื้นฐานอันได้แก่ ความพอใจ แต่ความพอใจที่ว่า มักจะมาพร้อมกับพิษภัยและสิ่งยั่วยุหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับระดับสติปัญญาของแต่ละคน ผู้ใหญ่ หนุ่มสาว หรือแม้แต่วัยชรา อาจจะหาความสุขด้วยการจับจ่าย ซื้อเสื้อผ้าราคาแพงๆ หรือว่าทานอาหารในร้านหรูๆ หรือการดื่มเครื่องสุรา สังสรรค์กับเพื่อนฝูง โดยลืมคิดไปว่า สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงความสุขเพียงชั่วคราว ไม่จีรังยั่งยืน ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงๆ แต่เป็นการเพิ่มกิเลส เพิ่มความทุกข์ให้กับตัวเองและคนรอบข้างมากกว่า แล้วความสุขของเด็กๆ ละ เป็นยังไง
ลองมานึกดูเด็กนั้นมองโลกในแง่ดี บอกทุกอย่างเป็นเรื่องสวยงาม ไม่ต้องมีความรับผิดชอบ ไม่ต้องคร่ำเครียดหาเงินมาใช้จ่าย ความสุขแบบเด็กๆ อาจจะแค่การได้วิ่งเล่น การได้พบเจอเพื่อนๆ ในตอนเปิดเรียน หรือการได้ไปเที่ยวพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว เหล่านี้ย่อมแตกต่างจากความสุขที่ผู้ใหญ่แสวงหาอย่างแน่นอน แต่กับเด็กวัย 9 ขวบที่พบว่าแม่ตนเองกำลังจะตายละ จะหาความสุขได้ไหม?
จากนิยายรางวัลซีไรท์ ประจำปี พ.ศ. 2549 ผลงานประพันธ์ของคุณงามพรรณ เวชชาชีวะ ด้วยยอดจำหน่ายกว่าสองแสนเล่ม (ปัจจุบันผู้เขียนได้ตีพิมพ์หนังสือภาคต่อของ ความสุขของกะทิ ชื่อว่า ...</description>
		<link>http://blogger.sanook.com/chubby33/2009/01/12/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b4-the-happiness-of-kati/</link>
			</item>
	<item>
		<title>บทที่ 9: A Day-Trip Adventure @ Fraser Island: The World’s Heritage Part 2</title>
		<description>หลังจากไกด์ปล่อยให้ผมและคนอื่นๆ ในคณะชื่นชมกับความยิ่งใหญ่และถ่ายรูปเรือกันเป็นที่พอใจ ไกด์ก็ขับรถตามชายหาดต่อไป เลยซากเรือโมฮีโนมาได้ไม่ไกลคณะเราก็มาพบกับที่ตั้งของวิหารหลากสี – The Cathedrals หลายคนอาจจะคิดว่าวิหารอะไรมาอยู่บนเกาะแห่งนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว The Cathedrals เป็นหน้าผาทรายหรือภูเขาทรายเล็กๆ สูงร่วม 15 เมตร โดยจุดเด่นของ The Cathedrals คือรูปทรงหน้าผาทรายอันแปลกตาและสีสันของทราย ซึ่งเกิดจากแร่ธาตุภายในเม็ดทรายทำปฏิกิริยากับอากาศริมทะเลจนเกิดเป็นสีส้ม เหลือง น้ำตาล ดำและม่วง

The Cathedrals หรือที่รู้จักกันในหน้าผาสีรุ้ง
เราใช้ชายหาดเป็นถนนขับเลาะขึ้นเหนือไปได้ถึงจุดที่เรียกว่า Indian Head บริเวณดังกล่าวได้รับการตั้งชื่อโดยกัปตันเจมส์ คุ๊ก (Captain James Cook) ตั้งแต่ปี 1770 สมัยที่ล่องเรือมาสำรวจทวีปใหม่แห่งนี้เป็นครั้งแรก เมื่อครั้งนั้นกัปตันคุ๊กสังเกตุเห็นชาวอะบอริจิ้นกลุ่มหนึ่งกำลังหาปลากันอย่างขะมักเขม้น ในภายหลังจึงได้รู้ว่าชาวอะบอริจิ้นเผ่าบัทชัลลาได้อาศัย Rock Pool ที่เกิดตามธรรมชาติบริเวณนั้นเป็นแหล่งจับปลาตอนช่วงน้ำลง 

เจ้า Rock Pool ที่ว่าดูเป็นเพียงแค่โขดหินธรรมชาติ แต่จุดที่น่าสนใจของมันจะอยู่ตรงเวลาน้ำขึ้นน้ำทะเลจะท่วมถึงหมด แต่พอน้ำลงน้ำจะถูกกักไว้ในโขดหิน เกิดเป็นแอ่งน้ำธรรมชาติชั่วคราว นักท่องเที่ยวที่มาสนุกกับสระว่ายน้ำธรรมชาติแห่งนี้ได้ขนานนามสระว่ายน้ำที่รายล้อมไปด้วยโขดหินและเกลียวคลื่นแห่งนี้ว่า Champagne Pool ...</description>
		<link>http://blogger.sanook.com/chubby33/2008/12/05/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-9-a-day-trip-adventure-fraser-island-the-world%e2%80%99s-heritage-part-2/</link>
			</item>
	<item>
		<title>บทที่ 8: A Day-Trip Adventure @ Fraser Island: The World’s Heritage Part 1</title>
		<description>“ติ๊ดๆๆๆ”
“Good morning this is radio 104 FM broadcast from Noosa Head……”
 
ผมสะดุ้งตื่นจากเจ้าเสียงนาฬิกาที่แม้ว่าจะมีขนาดเล็กแบบพกพาแต่ขอโทษเสียงมันดังกว่านาฬิกาปลุกตัวใหญ่บางตัวด้วยซ้ำ ผมเจอเจ้านาฬิกาที่ร้านขายของเก่าในแหล่งช็อปปิ้งของนูซ่า เฮด เมื่อวานตอนเย็น ผมเห็นแล้วชอบใจและที่สำคัญราคาไม่แพง เพียง 10 เหรียญดอลล่าร์ออสเตรเลียหรือประมาณ 250 บาท (ผมได้มีโอกาสใช้เจ้านาฬิกาตัวนี้จวบจนก่อนกลับบ้านมันถึงเสียและเดินไม่ได้อีกเลยจนบัดนี้) พร้อมๆ กับเสียงรายการวิทยุจากเจ้านาฬิกา-วิทยุในห้องที่อยู่ตรงบริเวณห้องครัว (ผมเลือกเปิดเสียงดังสุด เพราะว่าผมจะได้รำคาญแล้วลุกขึ้นมาปิดมัน) ผมเหลือบมองนาฬิกามันเป็นเวลาตีห้าสิบนาที ฝนที่ตกกระหน่ำเมื่อคืนหยุดไปแล้ว ลมพัดเบาๆ กิ่งไม้ตรงหน้าต่างยังคงไหวตามแรงลม 
 
“ฮืมม....นี้ตูตั้งนาฬิกาปลุกทำไมแต่เช้าว่ะ”
 
ผมนึกในใจพลางคิดว่าอยากจะนอนหลับอีกสักงีบ ทันใดก็พลันฉุกคิดได้ว่าตัวเองซื้อทัวร์ไว้โดยรถจะมารับตอนตีห้าครึ่ง ผมรีบลุกเข้าห้องน้ำ อาบน้ำด้วยความรวดเร็ว ก่อนอาบน้ำก็หยิบขนมปัง 2 แผ่นโยนเข้าเครื่องปิ้งขนมปัง พร้อมกับเทนมแก้วหนึ่งทิ้งไว้ (อากาศค่อนข้างเย็น ขืนดื่มนมเย็นๆ ที่หยิบจากตู้เย็น มีหวังท้องไส้ปั่นป่วนแน่ๆ) พอออกจากห้องน้ำ ขนมปังปิ้งยังคงอุ่นๆ อยู่ ผมรีบเดินไปแต่งตัวด้วยชุดที่สบายที่สุด และคว้าเสื้อแจ๊กเก็ตตัวโปรด (ปัจจุบันอยู่กับแฟนเก่าผม เธอยึดไป เพราะเธอชอบ บอกว่าเวลาใส่แล้วอุ่นและสบาย) ...</description>
		<link>http://blogger.sanook.com/chubby33/2008/12/05/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-8-a-day-trip-adventure-fraser-island-the-world%e2%80%99s-heritage-part-1/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Resident Evil: Trilogy เมื่อประชาชนธรรมดากลายเป็นผี</title>
		<description> 
  



ก่อนจะกลายเป็นหนังเป็นอีกคนที่ติดตามเล่นเกม Resident Evil หรือในอีกชื่อ Bidhazard มาตั้งแต่สมัยยังเป็นเพลย์เวอร์ชัน 1 อยู่ (ยกเว้นภาค Resident O, Outbreak File 1-2 และ Resident Evil: Survior) ชอบในลักษณะของเกมที่ออกมาตื่นเต้นและบู๊ล้างผลาญ แถมยังน่ากลัว (ยังจำฉากเดินขึ้นบันไดในภาค 1 ได้ ยิ่งเล่นตอนดึกๆ อยู่คนเดียว หึๆ อย่าให้พูด) ถือเป็นเกมที่มันส์มาก และยากสุดๆ แม้ตอนหลังๆ จะเปลี่ยนแนวเป็นบู๊ล้างผลาญมากมาย (เช่นในเกมภาค 4) แต่เสน่ห์ของเกมในResident ก็ยังคงมีอยู่ (เหตุผลที่ต้องฉีกตัวเองออกมาน่าจะเป็นเพราะเกิดเกมส์แนวเดียวกันมากมายใน ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น Silent Hill (นี้ก็เล่นครบมันทุกภาค 555+), Fata Frame, Alone In The Dark, Clock Tower ...</description>
		<link>http://blogger.sanook.com/chubby33/2008/12/05/resident-evil-trilogy-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%81/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Udon: ชามนี้ต้องลอง</title>
		<description> 

 

ตอนที่อูด้งเข้าฉายในโรงหนังเครือเอเพ็กนั้น เคยคิดว่าจะไปดูเพราะห็นว่าได้รับคำชมและรางวัลจากประเทศบ้านเกิด (ญี่ปุ่น) แต่ในที่สุดก็ไม่ได้มีโอกาสดู เพราะหนังเข้าและออกเร็วมาก จนมาวันนี้ได้ดูหนังเรื่องนี้อีกครั้งจากการเช่าวีซีดีร้านแถวบ้าน หลังจากดูเสร็จ ก็ไม่อยากให้ความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ต้องจางหายไปอย่างรวดเร็ว เลยมานั่งเขียนเก็บซะ

พล็อตก็ไม่มีอะไรมากมาย อูด้งเป็นภาพยนตร์แนวคอมเมดี้-ดราม่า เรื่องของชายหนุ่มคสุเกะวัย 31 ปี ผู้เบื่อหน่ายบ้านเกิดของตัวเอง เพราะที่นี้ไม่มีอะไรให้เขานอกจากอูด้ง ดังนั้นเขาจึงออกเดินทางไปยังนิวยอร์คด้วยความฝันอันยิ่งใหญ่ 6 เดือนต่อมา เขากระเสือกกระสนกลับบ้าน...อย่างผู้พ่ายแพ้และเต็มได้ด้วยหนี้สิน แต่คนที่รอคอยเขาได้แก่ เพื่อนเก่า, พี่สาว, พ่อที่รู้สึกไม่พอใจ และก๋วยเตี๋ยว Udon (อูด้ง) หนึ่งชาม เมืองนี้เป็นผู้ผลิต Udon และยังชีพด้วย Udon จนสร้างชื่อเสียงไปทั่วประเทศ ในขณะเดียวกันทีนี้ยังมีอูด้งชนิดพิเศษที่นำเอาชื่อเมืองมาใช้ ซึ่งก็คือ "ซานุกิ อูด้ง" อีกด้วย

เป็นเพราะการที่เมืองมุ่งความสนใจอย่าง ก๋วยเตี๋ยว "อูด้ง" อย่างบ้าคลั่ง เป็นตัวช่วยขับดันให้โคสุเกะจากไป เขาได้เรียนรู้หลังเดินทางกลับมาอย่างไม่เป็นท่าว่า เขาและโลกอิสระที่เหลือ กำลังจะได้พบกับความน่าอัศจรรย์ของอาหารอันโอชะของท้องถิ่นแห่งนี้อีก ครั้ง!!! และไม่น่าเชื่อว่า เรื่องราวของก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชามที่ชื่อ “อูด้ง” จะทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล...

อย่างที่เห็นเรื่องราวทั้งหมดก็มีอยู่แค่นั้น ...</description>
		<link>http://blogger.sanook.com/chubby33/2008/12/05/udon-%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Reign Over Me: สารพันวิธีลืม (พวก) เธอ</title>
		<description> 
 


 
 
 
 
คิดว่าหลายๆ คนคงเคยประสบหรือเผชิญกับประสบการณ์บางอย่างที่อาจจะหนักหนาสาหัสและพยายาม ที่จะลืมมันไปจากความทรงจำ เพราะยิ่งจำมันทำให้เรายิ่งรู้สึกเจ็บปวดและทุกข์ทรมาน แต่จะมีใครบางที่สามารถลืมเลือนเหตุการณ์นั้น นอกเสียจากว่าคนๆ นั้นจะตัดขาดจากสิ่งที่คุ้นเคย ปิดกั้นที่จะรับรู้หรือรับฟังความเห็นใจจากคนรอบข้าง แต่นั้นคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องราวที่ว่าหรือเปล่า
หากใครลองได้หยิบหนัง Reign Over Me (เพื่อเพื่อน ด้วยหัวใจ) จากแผงในร้านเช่าวีซีดีหรือร้านขายดีวีดี คุณอาจจะได้รับรู้เรื่องราวของชายนายหนึ่ง นายชาร์ลี ฟรายแมน (อีกหนึ่งบทบาทดราม่าของนักแสดงตลก อดัม แซนด์เลอร์) หมอทันตฯ ผู้สูญเสียเมียและลูกรวม 4 ชีวิตจากเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน จนทำให้เขาปิดกั้นผู้คนที่เขารู้จักและสนิทสนมด้วย เผื่อที่จะได้ไม่ต้องรับรู้เรื่องราวในอดีตที่ตามหลอกหลอนเขาตลอดหลังเหตุการณ์ดังกล่าว 

วันหนึ่งโชคชะตาทำให้เขาได้พบกับเพื่อนเก่าสมัยเรียนขณะอยู่บนท้องถนนในเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์ค อลัน จอห์นสัน (รับบทโดย ดอน เชียเดิล) ทันตแพทย์ฝีมือดี ผู้มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงานหรือชีวิตครอบครัว แต่ลึกๆ เขากำลังมีปัญหาในใจเล็กๆ ไม่ต่างกัน รอยยิ้ม เสียงหัวเราะและมิตรภาพเก่าๆหวนคืนกลับมาอีกครั้ง และมันก็อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่จะช่วยลบความโศกเศร้าที่มีอยู่เต็มหัวใจของคนทั้งคู่ให้มลายจางหายไปได้

วิธีลืม (พวก) เธอที่ไม่ธรรมดา

Reign Over Me เป็นผลงานกำกับล่าสุดของผู้กำกับ-นักแสดง ไมค์ บินเดอร์ ...</description>
		<link>http://blogger.sanook.com/chubby33/2008/12/05/reign-over-me-%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%a1-%e0%b8%9e%e0%b8%a7%e0%b8%81-%e0%b9%80%e0%b8%98%e0%b8%ad/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Chocolat หวานขมอยู่ที่ใจเราเอง</title>
		<description>
 
ช็อคโกแลตขนมหวานที่ทุกคนชื่นชอบ ไม่ว่าใครลองได้ลิ้มชิมรสก็จะติดใจในรสชาติหวานปนขมของมันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แต่ใครละจะคาดฝันว่า รสหวานปนขมของมัน บางครั้งก็สามารถนำมาตีความจนกลายเป็นหนังแนวตลก-ดราม่าที่เกี่ยวกับรสชาติอย่างหนึ่งของชีวิตคนเราที่มีความพึงพอใจกับความเปลี่ยนแปลงในตัวบุคคล ความผูกพัน หรือถิ่นฐาน เป็นเรื่องราวของความลุ่มหลง อดกลั้น และการปลดปล่อยความรู้สึกที่แอบซ่อนเร้นอยู่ในตัวออกมา โดยมีร้านขายช็อคโกแลตร้านหนึ่งเป็นตัวกระตุ้น
ตัวหนังได้เข้าชิงออสการ์ถึง 5 รางวัลด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ดารานำหญิงยอดเยี่ยม (จูเลียต บิน็อช) ดาราประกอบฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม (จูดี้ แดนซ์) บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม และภาพยนตร์ยอดเยี่ยม แม้ว่าสุดท้ายแล้วจะพลาดไปหมดทั้ง 5 รางวัลที่ได้เข้าชิงก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้ทำให้คุณค่าและสิ่งดีๆ ที่หนังเรื่องนี้มอบให้กับผู้ชมลดลง
หวานนัก...รักช็อคโกแลต
Lansquenet คือ ชุมชนของชาวฝรั่งเศสที่ยึดมั่นในขนบประเพณีมานานนับร้อยปี เรื่องราวต่างๆ ได้เกิดขึ้นที่นี่ พร้อมๆ กับสายลมเหนือที่พัดผ่านมา พร้อมการมาถึงของวีแอนน์ โรเชอร์ (จูเลียต บิน็อช) หญิงม่ายคนหนึ่งที่ต้องพาชีวิตของตนเองกับลูกสาวของเธออานุ๊ค (วิคตอเร่ ธิวิซอล) ทั้งสองได้เปิดร้านขายช็อคโกแลตที่มีรสชาติอันชวนให้พิศวงงงงัน ขนมของพวกเธอได้ปลุกความอยากกระหายของชาวเมือง ทุกคนที่ลิ้มลองต่างก็เกิดความรู้สึกแปลกใหม่ และลุกขึ้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองใหม่
ไม่นานกิตติศัพท์ของวีแอนน์ก็เลื่องลือไปทั่ว และแน่นอนเมื่อมีชื่อเสียงก็ย่อมต้องมีศัตรู โดยเฉพาะเคาน์ท เดอ เรย์โนด์ (อัลเฟรด ...</description>
		<link>http://blogger.sanook.com/chubby33/2008/12/05/chocolat-%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
			</item>
</channel>
</rss>
