Slumdog Millionaire หมาสลัมตะกายเงินล้าน

ในมุมหนึ่งของความเจริญในเมืองใหญ่ ไม่ว่าที่ไหนใดโลก ท่ามกลางตึกสูงระฟ้า มักจะมีเหลือบมุมต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ที่คนทั่วไปภาวนา และไม่อยากจะอยู่ นั้นก็คือ ถิ่นที่เรารู้จักในนามไพเราะเสนะหูชุมชนแออัด หรือในคำที่ทุกคนเข้าใจ แม้มันจะแสลงหูผู้ดีต่างๆ เมื่อได้ยินคำว่า “สลัม” ถิ่นน้ำครำและความจน
ชีวิตของชาวสลัม จะมีอะไรนอกจากไปมีข้าวสารกรอกหม้อไปวันๆ แต่หลายคนก็คงฝันอยากถีบตัวเองออกจากถิ่นสลัม อยากสุขสบาย (ไม่เช่นนั้นเราก็คงไม่มีคำว่า “โลภ” ในพจนานุกรม) ความฝันของชาวสลัม และคนยากจนอีกหลายร้อยพันล้านคนทั่วโลก ก็คงเหมือนกันๆ ในคือการมีเงินมากมายมหาศาล เอาชนิดที่เรียกได้ว่า ไม่ต้องทำงาน แค่กระดิกนิ้วเท้าก็มีคนมาบริการพัดวี
แล้วถ้าเกิดวันหนึ่ง คนที่ได้ชื่อว่าเกิดในถิ่นสลัม ไร้การศึกษา ไร้หัวนอนปลายเท้า เกิดกำลังจะเป็นผู้ที่เรียกได้ว่าเศรษฐีเงินล้านละ ว่าแต่เขาจะทำได้ยังไง ในเมื่อเขาเป็นเสมือนแค่สุนัขสลัมตัวหนึ่งเท่านั้น
Slumdog Millionaire หนังอังกฤษแนวอินเดียเล็กๆ เรื่องหนึ่ง ที่เกือบจะเดินทางลงแผ่นโดยตรง หลังจากที่ใครสนใจเป็นตัวแทนจัดจำหน่าย บทภาพยนตร์โดย ไซมอน โบฟอย (เจ้าบทหนังสุดฮิตปี 1997 ที่เป็นหนึ่งผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์อย่าง The Full Monty) ดัดแปลงคร่าวๆ จากนิยายรวมเรื่องสั้น Q&A: A Novel ของ วิคาส สวารับ กำกับการแสดงโดย แดนนี่ บอยล์ (Shallow Grave, Transporting, A Life Less Ordinary, The Beach, 28 Days Later และ Sunshine) โดยทีมนักแสดงทั้งหมดเป็นชาวอินเดีย โดยยกกองถ่ายและทีมงานถ่ายทำในมุมไบ สลัมในประเทศอินเดีย
Who Wants To Be A Millionaire
ใครต้องการเป็นเศรษฐีเงินล้าน (หรือเกมเศรษฐีที่ฮิตในบ้านเราสมัยเสี่ยต้อยยังโด่งดัง) รายการโทรทัศน์ประเภท Q&A ยอดฮีตของประเทศอินเดีย ที่หลายคนใฝ่ฝันอยากเข้ามาเล่น เพื่อเสียงโชคกับเงินรางวัลก้อนโต 20 ล้านรูปี
แสงไฟจากสปอตไลท์ในสตูดิโอห้องบันทึกรายการส่องมายังเด็กหนุ่มวัย 20 ปี จามาล มาลิค (เดฟ พาเทล) พนักงาน Call Center ผู้ซึ่งเกิดในสลัมมุมไบ กำลังนั่งไตร่ตรองหาคำตอบจากคำถามของผู้ดำเนินรายการ เพรม คูมาร์ (อานิล คาปูร์) ที่กำลังนั่งลุ้นด้วยท่าที่นิ่ง เพื่อในจามาลตอบผิด แต่เขากลับตอบถูก ผู้เกี่ยวข้องทุกคนต่างสงสัย ไฉนเด็กหนุ่มผู้ไร้การศึกษาแถมมาจากสลัมอย่างจามาลถึงมาไกลถึงขนาดนี้ แม้แต่นักวิชาการ ดอกเตอร์ หรือผู้ร่วมการแข่งขันที่ฉลาดก่อนหน้า ไม่เคยมีใครสักคนสามารถตอบถูกทุกคำถามได้เหมือนกับเขา
หรือว่า จามาล……โกง
หลังเลิกรายการ ตำรวจได้จับตัวจามาลนอกสตูดิโอ เพื่อนำเขาไปสอบสวน แต่หลังจากสอบสวนเจ้าหน้าที่สืบสวน (ไอฟา คาน) พบกว่า แม้แต่ตัวจามาลเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เขามาไกลขนาดนี้ได้อย่างไร พวกเขาจึงทบทวนคำถามที่ละข้อๆ โดยให้จามาลอธิบายว่าเขารู้คำตอบของแต่ละคำถามได้อย่างไร ณ จุดนี้เองเรื่องราวในอดีตของจามาลจึงเริ่มต้นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชีวิตที่ต้องระหกระเหินกับพี่ชาย ซาลิม หลังจากที่แม่ถูกฆ่าตายในเหตุจราจลทางศาสนา และทำให้ทั้งสองได้พบกับลาติกา
ทั้งสามเติบโตมาด้วยกันก่อนจะพลัดพรากเมื่อทั้งสามหนีจากนักเลงกลุ่มแกงค์ขอทานเด็ก ทั้งซาลิมและจามาลทำทุกวิธีทางเพื่อให้ตนเองอยู่รอดในสังคมกันโหดร้าย เมื่อเติบโตขึ้นทั้งคู่ได้มาเจอกับลาติกาอีกครั้ง ก่อนที่โชคชะตาจะกลั่นแกล้งให้ทั้งสามพลัดพรากจากกันอีกครั้ง ครั้งนี้เองที่จามาลรู้ตัวว่า ตนเองรักลาติกาเพียงใด เมื่อเขาพบเธออีกครั้ง ทุกสิ่งทุกอย่างได้เปลี่ยนแปลง ซาลิมทำงานให้แก๊งมาเฟีย ส่วนลาติกาเป็นเพียงแค่เมียบำเรอของหัวหน้าแก๊งมาเพีย จามาลทำทุกอย่างในชีวิตเพื่อช่วยลาติกาให้เป็นอิสระ เพื่อที่จะพบกว่าตนเองต้องสูญเสียเธอและซาลิมไปอีกครั้ง
เพื่อต้องการพบเจอลาติกาอีกครั้ง จามาลจึงเข้าร่วมแข่งขันเกมโชว์อย่างเกมเศรษฐี เพราะเขารู้ว่าลาติกาต้องเห็นตนอย่างแน่นอน หลังจากสืบสวนจนแน่ชัดแล้ว ตำรวจก็ปล่อยเพื่อให้จามาลกลับไปออกรายการ เพื่อตอบคำถามข้อสุดท้าย เรื่องราวของจามาลที่ออกรายการและถูกจับกุมตัวได้ เปลี่ยนให้เขากลายเป็นจุดสนใจของสื่อมวลชน ในขณะที่จามาลกลับไปนั่งเก้าอี้ในห้องส่งอีกครั้งเพื่อตอบคำถามข้อสุดท้าย ลาติกาและซาลิมเห็นจามาลในรายการเกมโชว์ ทั้งสองกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง ในขณะที่จามาลกำลังจะตอบคำถามสุดท้าย ถ้าชนะเขาจะได้รับเงินรางวัล 20 ล้านรูปีทันที
D. It Has Written
ในชีวิตคนเรา ไม่มีใครรู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรบ้าง หรือว่าเราจะต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง แต่ไม่ว่าชีวิตเราจะไปทางไหน จะเจอกับอะไรบ้าง ส่วนหนึ่งมาจากการตัดสินใจ ใช่เกิดจากการกระทำของผู้อื่นหรือน้ำมือของพระผู้เป็นเจ้า
ชีวิตของจามาลเองก็เช่นกัน เขากำหนดทางเดินด้วยการตัดสินใจของตัวเขาเอง ไม่ว่าจะเป็นการได้ลายเซ็นจากดารายอดนิยมของอินเดียในวัยเด็ก การได้รู้จักกับลาติกา การตามหาลาลิกาหลังจากพลัดกันตอนหลบหนีจากแกงค์ การพบเจอเธออีกครั้ง การได้เป็นผู้ร่วมแข่งขันในรายการเกมโชว์ การเลือกตอบคำถามรองข้อสุดท้ายก่อนถูกจับไปสอบสวน หรือแม้กระทั่งตอนตอบคำถามข้อสุดท้าย ที่ทำให้เขาได้เป็นผู้ชนะ แม้ว่าจะเป็นคำตอบส่งเดช แต่นั้นก็มาจากการตัดสินใจเลือกด้วยตัวเขาเอง
คนเราอาจจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่คนเราเลือกที่จะเป็นได้ (ในหนังแสดงให้เห็นถึงการเลือกทางเดินในชีวิตผ่านซาลิมและจามาล) เพียงแค่เรารู้ว่า อะไรคือสิ่งที่เราต้องการมากที่สุด แม้แต่เงินรางวัล 20 ล้านรูปี ในความเป็นจริงแล้ว จามาลอาจจะไม่ได้ต้องการเงินจำนวนนั้นก็ได้ เขาเพียงต้องการส่งสารให้กับลาติกาได้รับรู้ ในการตอบคำถามสุดท้าย จามาลก็ไม่รู้หรอกว่าคำตอบคืออะไร เพราะในคำถาม คือสิ่งที่เขาอยากรู้ แต่ในท้ายที่สุด เขารับรู้แล้วว่า สิ่งที่เขาต้องการอยู่ไหน และรู้ว่าเขาจะพบสิ่งที่เขาต้องการได้ที่ไหน
สิ่งที่ขาดไม่ได้ในหนังของบอยล์คือการแฝงนัยยะทางสังคม การแสดงให้เห็นความเจริญควบคู่กับความเสื่อมโทรมของสังคม ความโหดร้ายในโลกแห่งความเป็นจริง หรือการกัดจิกคนบางคนที่มักคิดเสมอว่า การสั่งน้ำแร่ตามร้านอาหารอาจจะปลอดภัยกว่าน้ำเปล่าธรรมดา แต่ขอโทษมาดูเรื่องนี้ก่อนเถอะแล้วจะรู้ว่าคุณคิดผิด หรืออำนาจเงินบงการได้ทุกอย่างในโลกนี้ โดยผ่านทางซาลิมที่แม้จะรู้สึกตัวว่าอะไรสำคัญที่สุด แต่ก็ยังไม่วายขอตายจมกองเลือดในอ่างที่เต็มไปด้วยเงินมากมายอยู่ดี หรือแม้แต่การเล่นเกมโชว์ของจามาลก็มีนัยยะเบื้องหลังซ่อนเร้นอยู่ดี
หนังมีครบทุกรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นดราม่า ตลก แอคชั่น หรือแม้แต่ความเป็นหนังเพลงในตอนท้ายของเรื่อง จึงไม่น่าแปลกใจหากหนังจะกลายเป็นดาวเด่นในคืนงานแจกรางวัลออสการ์ (4 รางวัลจากลูกโลกทองคำก่อนหน้านี้ และรางวัลจากเกือบทุกสถาบัน รวมถึงรางวัล SGA ด้วย) โดยหนังสามารถคว้าไปได้ถึง 8 รางวัล ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม, การถ่ายภาพยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม, มิกซ์เสียงยอดเยี่ยม, เพลงประกอบยอดเยี่ยม และดนตรีประกอบยอดเยี่ยม) จากการเข้าชิง 10 รางวัล
หนังอาจจะขาดความสมเหตุสมผลในบางเรื่อง บางฉาก และบางจุด แต่คงไม่มีอะไรในโลกที่จะครบเต็มที่ร้อบเปอร์เซ็นต์ (เพราะเท่าที่ผ่านตามาหนังออสการ์ทุกเรื่องไม่มีเรื่องไหนครบร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มสักเรื่อง) สิ่งที่สำคัญคือการกำหนดทิศทางของผู้สร้างที่รู้แล้วว่าอะไรคือจุดที่หนังต้องการนำเสนอ และอะไรคือสิ่งที่ตนเองต้องการสื่อและเข้าถึงกลุ่มผู้ชมส่วนใหญ่มากที่สุด เหมือนดังเช่นจามาลที่เขารู้ดีว่า เขามาเล่นเกมโชว์เพื่ออะไร เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันได้ถูกกำหนดขึ้นมาแล้วนั้นเอง
อาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นหนังมากรางวัล ขอเพียงตอบสนองความต้องการของคนดู และตอบโจทย์ที่ต้องการ มันก็ย่อมเป็นหนังที่ดีได้เช่นกัน
รูปภาพประกอบ
http://img1.chakpak.com/se_images/1213118_-1_564_none/slumdog-millionaire-wallpaper.jpg
ข้อมูล
คอลัมน์ Oscar 2009: หน้า 47-70, นิตยสารสตาร์พิคฉบับ 744
http://hilight.kapook.com/view/34064
http://movie.sanook.com/movie/movie_15152.php
http://www.siamintelligence.com/slumdog-millionaire-กระหึ่มออสการ์-กวาด-8-ร/
