บทที่ 1 โลกปีศาจ
โดย kod_hod_ka@hotmail.com เมื่อ วันอาทิตย์ ก.ค. 26, 2009 ใน นิยาย“หวาดกลัว” เป็นความรู้สึกเดียวที่มีในตอนนี้ กลัวซะจนแทบจะลืมความเหนื่อยล้าไปซะสนิทเลย ความกลัวที่เกิดจากการโดนตามล่าจากเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งกว่า ตามล่าเพราะทุกเผ่าที่ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกแห่งนี้ต่างก็ชอบกินมนุษย์กันทั้งนั้นเพราะต่างก็เชื่อว่าเนื้อของมนุษย์นั้นสามารถทำให้เป็นอมตะ แต่ในโลกแห่งนี้ มนุษย์เป็นสิ่งที่หายากยิ่งที่นานๆ จะหลงเข้ามาจากอีกโลกหนึ่ง(โลกมนุษย์) พร้อมกับยานพาหนะที่ใช้ลอยน้ำได้ หรือยานพาหนะมีปีก หรือเดินทางหลงเข้ามาบ้าง ผ่านที่ช่องของมิติที่บิดเบียวและทับซ้อนกันอยู่กับโลกแห่งนี้ และเผ่าของผมมีลักษณะเหมือนกับมนุษย์ จะแตกต่างก็ตรงที่เผ่า”เนตรแดง” ของเรามีลูกตาดำเป็นสีแดงเหมือนสีของเลือด ด้วยเหตุผลงี่เง่าแบบนี้ทำให้เผ่าเนตรแดงโดนตามล่าไปด้วย
ผมเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่หนีรอดมาจากการสังหารหมู่ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ พวกมันไม่น่าที่จะหาที่อยู่ของพวกเราพบนี่นา แต่ช่างเถอะยังไงมันก็เกิดขึ้นแล้ว ปู่ผมเป็นผู้นำของเผ่าเนตรแดง หนึ่งในไม่กี่เผ่าในโลกปีศาจที่มีพลังเวทและเชาว์ปัญญาในระดับสูง แต่เผ่าพันธุ์ของเรากลับมีร่างกายที่อ่อนแอมากๆหากเทียบกับเผ่าอื่นๆ ปู่เคยบอกว่าเมื่อหลายร้อยปีก่อน ราชาของเผ่าของเราเคยได้ปกครองโลกใบนี้ร่วมกับผู้นำของเผ่าอื่นอีก2เผ่า แต่ด้วยความหวาดกลัวใน พลังเวทของราชาเผ่าเนตรแดงที่เกินจะหยั่งถึงทำให้ราชาอีก2ตนได้ร่วมมือกันฆ่าราชาของเผ่าเนตรแดงและเข่นฆ่าชาวเนตรแดงไปมากมาย เมื่อเหลือราชาแค่ 2องค์แล้ว การคานอำนาจซึ่งกันและกันก็หมดไปทำให้เกิดสงครามเพื่อแย่งชิงอำนาจกันเป็นเวลานับร้อยปี จนในที่สุดทั้งสองเผ่าพันธุ์ก็แตกดับไป เหลือแต่ลูกหลานเพียงหยิบมือ กระจัดกระจายไปอยู่ยังที่ต่างๆบนโลกแห่งรัตติกาลใบนี้ ทำให้มีจอมปีศาจหลายตนได้สร้างกองทัพของตนเองเพื่อที่จะขึ้นปกครองโลกใบนี้ แต่ก็ยังไม่มีใคร ทำสำเร็จจนถึงเดี๋ยวนี้
“ไม่ไหวแล้ว พักหน่อยละกัน”
ผมทรุดตัวลง พิงร่างที่อ่อนล้าลงที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ไหนซักแห่งในโลกที่ดำมืด โลกที่แทบจะไม่มีเวลากลางวัน เพราะดวงตะวันนั้นจะขึ้นเพียงวันละ 3-4 ชั่วโมงเท่านั้นเอง ผมสูดหายใจยาวหนึ่งทีเอาอากาศที่เต็มไปด้วย หมอกควัน และไอพิษที่ถูกขับออกมาจากต้นไม้ ซึ่งเป็นอากาศที่เรียกได้ว่าปกติในโลกแห่งนี้เข้าไปเต็มปอด พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองผ่านกิ่งไม้คดเคียวไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆ หมอก ที่ลอยตัวเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วตาม ลม พายุที่ปั่นป่วนรุนแรง และมีสายฟ้า ฟาดฟันลงบนผืนป่าหนาทึบไม่ขาดสาย ดูคล้ายกับว่าท้องฟ้ากำลังโกรธแค้นชิงชังโลกนี้ แต่ก็ยังสามารถมองเห็นดวงจันทร์ดวงยักษ์ 2ดวงได้ถนัดตา วันนี้ดวงจันทร์สีแดงดูจะดวงใหญ่กว่าดวงจันทร์สีเหลืองมาก
“หึๆ ดวงยังเข้าข้างเราอยู่สินะ”
ผมนึกดีใจอยู่นิดหน่อย เพราะว่า ดวงจันทร์เหลืองนั้นทำให้โลกที่มืดมิดของเรานั้นสว่างเกินไป แสงสว่างไม่เป็นมิตรกับของเราเพราะมันทำให้พลังเวทของพวกเราอ่อนแอลง เผ่าเนตรแดงนั้นจะมีพลังเวทสูงสุดเมื่ออยู่ในรัตติกาลที่มืดมิดไร้แสงส่องสว่างใดๆ แต่ยังไงตอนนี้ผมก็ไม่มีเรียวแรงเหลือมากแล้ว นี่เราคงใช้เวทมนต์ได้อีกแค่ครั้งเดียวก็คงจะเต็มที่แล้ว
“เสียงอะไรน่ะ”
ผมรีบอ้อมไปข้างหลังต้นไม้ในทิศตรงข้ามกับเสียงของบางสิ่งที่กระทบกิ่งไม้ใกล้เข้ามาด้วยความเร็วเท่าสายลมที่พัดผ่านยอดไม้ในตอนนี้ บางทีมันอาจจะตามมาทันแล้วก็ได้ ผมคิดได้ดังนั้นผมก็คว้าไม้เท้าขึ้นมากำไว้แน่น มือขวาก็รีบเขียน”วงเวท” รูปวงกลมและมีดาว6แฉกอยู่ตรงกลาง ลงบทพื้นเตรียมพร้อมไว้สำหรับร่ายเวทที่ผมถนัดที่สุด เวทพันธณาการ คุกผนึกมารดาว 6แฉก
ทันใดนั้นเองมันก็กระโจนออกมาจากพุ่มไม้และหยุดมองไปรอบๆทำจมูกฟุดฟิดเหมือนดมกลิ่น มันมีลำตัวเหมือนคนแต่ว่ามีส่วนหัว และช่วงสะโพกจนถึงเท้าเป็นหมาป่า หางของมันสะบัดไปมา ขนสีดำของมันปกครุมทั่วทั้งร่าง กลิ่นตัวของมันเหม็นมาจนถึงตรงที่ผมซ่อนตัวอยู่ มันเป็นกลิ่งสาบที่น่าสะอิด สะเอียน ผสมกับกลิ่นคาวเลือด
“……”
มันมองไปรอบๆ แล้วกางกรงเล็บที่แหลมคมราวมีดโกนของมันออกมา และค่อยๆเดินตรงมาในทิศทางที่ผมซ่อนตัวอยู่ ราวกับมองเห็นว่ามีสิ่งที่พวกมันตามหาอยู่ตรงนี้
“ซ่วบ ๆ ๆ ๆ”
เสียงเดินของมันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ผมเหงื่อกาล ไหลซืม ออกมาทั่วใบหน้า แผ่นหลัง ฝ่ามือและฝ่าเท้า ผมบีบไม้เท้าไว้แน่นจนรู้สึกเจ็บมือ แล้วทันใดนั้นเอง
“อ้ากกก!!”
เสียงบางสิ่งดังขึ้นที่อีกฟากหนึ่งของป่า มันไปในทิศที่มาของเสียงทันที จากนั้นก็หันกลับมามองทางที่ผมหลบอยู่ชั่วอึดใจ แล้วมันก็กระโจนวิ่งจากไปในทิศที่มาของเสียงประหลาดนั่น
ผมทรุดตัวนั่งลงกับพื้น รู้สึกว่ามือสั่น ปากสั่นไม่หยุด ร่างกายเย็นเฉียบ หัวใจแทบจะหยุดเต้น
“เกือบไปแล้วสิ นึกว่าจะต้องมาตายที่นี่ซะแล้ว”
ด้วยความอ่อนล้า ผมจึงหลับไป ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง กลางป่าที่ไหนซักแห่งบน”โลกปีศาจ”
