ปัจจุบันสังคมไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์ประชากรที่สำคัญ 2 ด้านคือ 1. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ 2. การเปลี่ยนแปลงการกระจายตัวของประชากรที่ประชากรประมาณครึ่งหนี่งของประเทศอาศัยอยู่ในเมือง นอกจากนี้สิ่งที่รัฐจะต้องให้ความใส่ใจต่อผลการเปลี่ยนแปลงคือ การเปลี่ยนแปลบงในมิติต่างๆของครอบครัวและครัวเรือนในไทย ซึ่งเป็นหน่วยทางสังคมขั้นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ในเชิงทฤษฎีทางสังคมศาสตร์และประชากรศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะเห็นได้ชัดในมิติหลักๆคือ 1.ด้านรูปแบบและโครงสร้างที่หลากหลายมากกว่ารูปแบบและโครงสร้างของการอยู่กันแบบเป็นครอบครัวเดี่ยวแลละครอบครัวขยาย 2.ด้านการทำหน้าที่ของครอบครัวที่มีการปรับตัวในการจัดการทรัพยากร การแบ่งงานภายในครอบครัว การยกระดับสถานภาพทางสังคมของครอบครัว 3. ด้านผลกระทบของการปรับตัวทางารูปแบบและโครงสร้าง และการหน้าที่ของครอบครัวต่อสมาชิกแต่ละช่วงวัยในเรื่องการให้การดูแลสมาชิกวัยเด็ก การดูแลเกื้อหนุนสมาชิกผู้สูงอายุ ความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว ความรุนแรงในครอบครัว และพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพของสมาชิกในครอบครัว
ประชากรรุ่นเกิดล้าน ปัจจุบันคนรุ่นเกิดล้านอยู่ในช่วงสูงสุดของวัยทำงานและวัยเจริญพันธุ์ คนรุ่นเกดล้านทั้งหญิงและชายมีการศึกษาสูง สตรีรุ่นเกิดล้านมรสถานภาพสูงขึ้น สถานภาพการทำงานและสถานภาพทางสังคมที่สูงขึ้นซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้คนรุ่นเกืดล้านแต่งงานน้อยลง และอยู่เป็นยโสดมากขึ้น ค่านิยมที่จะแต่งงานเป็นทางการ โดยเฉพาะการจกทะเบียนสมรสตามกฎหมายมีน้อยมากกว่าคนรุ่นก่อนอย่างเห้นได้ชัด นอกจากนี้ยังมีแนงโน้วการอย่าสูงขึ้นด้วย คนรุ่นเกิดล้านจะมีลูกน้อยกว่าคนรุ่นก่อนประมาณ 3 เท่าตัว การมีลูกของคนรุ่นเกิดล้านเช่นนี้น่าจะมีผลอย่างมากต่อสภาพสังคมไทยในอนาคต รัฐและสังคมจะต้องรับภาระหนักมากขึ้นในการดูแลผู้สูงอายุของคนรุ่นเกิดล้านทำให้มองเห้นภาพในอนาคตว่าจะมีผู้สูงอายุอยู่ตามลำพังคนเดียวหรืออยุ่กันเพียงสองคนสูงขึ้น
บทบาทและหน้าที่ของครอบครัวไทยในสถานการณ์เปลี่ยนผ่านทางประชากรและสังคม บทบทาหน้าที่ของครอบครัวไทยยังคงมีอยู่ในระดับสุงอย่างเห้นได้ชัด ส่วนรวมกล่าวได้ว่าสถาบันครอบครัวไทยยังมีบทบาทที่สำคัญและทำหน้าที่ได้ค่อนข้างสมบูรณ์ในกลุ่มประชากรบางส่วนของกลุ่มประชากรที่มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป การเฝ้าระวังของบทบาทหน้าที่ของสถาบันครอบครัวยังมีความสำคัญและจำเป็นอยู่มาก ในบางกลุ่มของประชากรครอบครัวที่มีบทบทาทและหน้าที่ที่น้อยลงทั้งนี้อาจจะมีผลสืบเนื่องมาจากการกระแสโลกาภิวัฒน์ ตลอดจนวัฒนธรรมบางประการที่มีผลกระทบทางลบต่อครอบครัว นโยบายที่เน้นให้สมาชิกในครอบครัวยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป้นหลักของการดำรงชีวิต การปฏิรูปกฎหมายครอบครัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมทั้งเผยแพร่กฎหมายดังกล่าวผ่านระบบการศึกษาและสื่อในทุกรูปแบบจะมีความต่อเนื่องและสัมฤทธิ์ผลได้สมบูรณ์ ก็ต่อเมื่อมีการศึกษาเพื่อเฝ้าระวังบทบาทและหน้าที่ของสถาบันครอบครัว ที่อาจเปลี่ยนแปลงมากขึ้นในอนาคต
ปัจจัยทางเศรษกิจกับการสร้างครอบครัว รายได้มีบทบาทสำคัญต่อสถานภาพสมรสของประชากร รายได้ที่สูงขึ้นจะเพิ้มความน่าจะเป็นในการแต่งงาน ช่วงเวลาที่เปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจส่อผลกระทลต่อการแต่งงานและการอย่าร้างของประชากร โอกาสในการเป็นโสดและการอย่าร้างของประชากรไทยในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจสูงกว่าในช่วงก่อนการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ แต่ในช่วงปรับตัวภายหลังวิกฤติกลับเพิ่มโอกาสในการเป็นโสดและการอย่าของประชากรไทยมากกว่าในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจเอง ผลกระทบของเศรษฐกิจเหล่านี้สามารถพูดเป็นภาษาพูดได้ง่ายๆว่า หากบุคคลอยากเพิ่มโอกาสในการแต่งงาน หรือลดความเสื่องในการอย่าร้าง ให้หางานทำให้ได้สร้างภานะโดยการเพิ่มรายได้
สถานภาพสมรสของหัวหน้าครอบครัวกับความยากจน ครัวเรือนที่หัวหน้าครอบครัวเป็นหญิงโดยทั่งไปมีฐานะทางเศรษฐกิจด้อยกว่าครัวเรือนที่มีหัวหน้าเป็นชาย ครัวเรือนที่มีหัวหน้าเป็นหญิงไม่มีคู่แทบจะไม่แตกต่างจากครัวเรือนที่มีหัวหน้าเป็นชายที่ไม่มีคู่ แต่ด้อยกว่าครัวเรือนที่มีหญิงมีคู่และจะค่อนข้างดีกว่าที่หัวหน้าเป้นชายมีคู่ ครัวเรือนที่มีหัวหน้าไม่มีคู่โดยเฉพาะหัวหน้าที่เป็นหญิงมีความเปราะบางต่อความยากจน ทั้งนี้นโยบายเพื่อลดความอยากจนและลดช่างว่าทางเศรษฐกิจของครัวเรือนยังต้องให้ความสนใจอย่างเป็นพิเศษต่อครัวเรือนเลี้ยงเดี่ยว โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีหัวหน้าเป็นหญิง
10 ตัวชี้วัดสุขภาพคนไทย
1. ระบบบริการสุขภาพ ประเทศไทยลงทุนด้านสุขภาพในทุกๆด้านรวมทั้งการขยายบริการทุกระดับ ทำให้ผู้ป่วยมาใช้บริการในระดับชุมชนถึงประมาณ 4ใน5 ของการใช้บริการผู้ป่วยนอกทั้งหมดแต่ความแตกต่างระหว่างพื้นที่ยังคงมีอยู่โดยเฉพาะระหว่างกรุงเทพกับภาคอื่นๆ
2. กำลังคนด้านสุขภาพ ประเทศไทยมีปัญหาด้านการขาดแคลนบุคลลากรด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีระดับเท่าเทียมกัน ประเทศไทยมีความขาดแคลนแพทย์เกือบมากที่สุด
3. ระบบข้อมุลข่าวสารสุขภาพ ระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ เป็นเครื่องมือในการติดตามสถานการณ์ด้านสุขภาพของคนไทยทั้งในส่วนที่เป็นสถานะสุขภาพ ปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ และระบบบริการสุขภาพ ข้อมูลสุขภาพที่ดี ถูกต้อง และทันเวลา จะทำให้การกำหนดนโยบายแก้ปัญหาสุขภาพของประเทศถูกทิศทางไปด้วย
4. เทคโนโลยีทางการแพทย์ ประเทศไทยนำเข้าเทคโนโลยีทางการแพทย์ ในปี 2548 ถึง 15,799 ล้านบาทเพื อช้วนในการป้องกันและวินิจฉัยโรค แต่โอการในการเข้าถึงเทคโนโลยีในทางการแพทย์ยังคงกระจุกตัวในเมืองหลวง และพื้นที่มีความเจริญ
5. ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพต่อหัวของคนไทยเพิ่มขึ้น 1.6 เท่า จาก 2,486บาท ในปี 2538 เป็น 3,974บาท ในปี 2548 โดยส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับการรักษาพยาบาลมากกว่าการส่งเสริมสุขภาพ
6. การเข้าถึงและความครอบคลุมของบริการ ประเทศไทยมีการพัมนาด้านการส่าธารณสุขอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริการที่จำเป้นสามารถครอบคลุมได้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการฉีดวัคซีนป้องกันโรคในเด็ก และการใช้ยาต้านไวรัสในผู้ติดเชื้อเอชไอวี แต่ขณะเดียวกันยังคงมีความต้องการขยายบริการด้านการตรวจคัดกรองโรคให้มีความครอบคลุม เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลรักษาอย่าภถูกต้องและทันเวลาเพิ่มขึ้น
7. คุณภาพและความปลอดภัย ผู้ป่วยในที่เสียชีวิตในโรงพยาบาลพบว่าร้อยละ 35 มีภาวะที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นประมาณครึ่งหนึ่งของภาวะไม่พึงประสงค์นั้นสามารถป้องกันได้
8. สุขภาพและความเป็นธรรม 3 กองทุนสุขภาพช่วยคนไทยเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขเพิ่มขึ้นมากขึ้นโดยเฉพาะคนยากจนสามารถเข้าถึงโรงพยาบาลมากขึ้นหลังมีโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่เห็นเด่นชัดคือ ภาวะการตายในเด็กที่เป้นตัวชี้วัดสำคัญของสถานการณ์สุขภาพ ในครัวเรือนอยากจนลดลงจาก 40.8 ต่อการเกิดมีชีพ 1,000คนในปี 2533 เหลือ 23 ในปี 2543
9. การป้องกันความเสี่ยงทางสังคมและทางการเงิน ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทำให้ครัวเรือนที่มีปัญหาค่าใช้จ่ายลดลงจากร้อยละ 31 ในปี 2543 เหลือร้อยละ 14.6 ในปี 2547 แบละลดครัวเรือนที่ต้องสิ้นเนื้อประดาตัวเพราค่าใช้จ่ายเมื่อต้องนอนโรงพยาบาลจากร้อยละ 11.9 ให้เหลือร้อยละ 2.6
10. ประสิทธิภาพบริการ การให้บริการสุขภาพของคนไทยมีประสิทธิภาพดีมทากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆโดยเฉพาะการให้บริการผ่านระบบสาธารณสุขมูลฐานและระบบประกันสุขภาพ