google logo
สนุก! ค้นหา สารบัญเว็บไทย ข่าว อีเมล์ หาเพื่อน คิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน สนุก! ทูลบาร์ ดูทั้งหมด>>
ดูบล็อกอื่น >
รูปโลโก้ S! Blogger เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

เรียนคร้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ22/7/52

กรกฎาคม 24, 2009 โดย kibitz_kung@sanook.com

เรียนวันที่ 22/7/52

 

 

 

วันนี้เรียนหัวข้อต่อจาก หัวข้อสถานการณ์ต่างๆของเด็กและเยาวชน

 

 

ในด้านความปลอดภัยในชีวิต

l        อุบัติเหตุเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของเด็กและเยาวชน วึ่งมีสาเหตุมาจาก การจมน้ำและอุบัติเหตุ  จากสถิติดังกล่าวทำให้เราทราบได้ว่าผู้ปกครองนั้นยังขาดการดูแลเด็กๆอย่างใกล้ชิด และขาดความรู้ในการป้องกันอันตรายที่จะเกิดแก่บุตรหลานของตน

l        เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับขบวนการการค้ายาเสพติด สารเสพติดที่เด็กและเยาวชนนิยมมากที่สุด คือ ยาบ้า

l        เด็กและเยาวชนที่ติดสารเสพติดส่วนใหญ่มักอยู่ในครอบครัวที่มีสัมพันธภาพดี นั้นก็แปลว่าไม่ใช่เด็กที่ครอบครัวแตกแยกอย่างเดียวที่จะเป็นเด็กมัปัญหา

 

 

ด้านการมีงานทำและมีรายได้

l        เด็กส่วนหนึ่งกลายเป็นเสาหลักด้านรายได้ของครอบครัว

l        การว่างงานของผุ้จบการศึกษาระดับสูง

 

ด้านความมั่นคงของครอบครัว

l        สถาบันครอบครัวอ่อนแอลง  เนื่องจากการหย่าร้างในปัจจุบันมีแนวโน้มเพื่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เป็นครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวมากขึ้น

l        เด็กสมัครใจขายบริการมากขึ้น นอกจากปัญหาทางด้านเศรษฐกิจแล้วยังมาจากสาเหตุ กระแสบริโภคนิยม วัตถุนิยมหรือค่านิยมของวัยรุ่นไทยในปัจจุบัน ที่เรียกว่าการ ล่าแต้ม

l        เด็กมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุยังน้อย เพราะสื่อในปัจุบันเข้าถึงได้ง่าย สังคมเปิดกว้างมากขึ้น

l        เด็กขาดการเอาใจใส่ด้านพัฒนาการ เพราะผู้ปกครองขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวอย่างท่องแท้  จึงทำให้เด็กๆขาดการดูแลอย่างใกล้ชิด ความสัมพันธ์จึงเกิดความห่างเหินระหว่างเด็กๆและผู้ปกครอง

 

สิทธิเด็กด้านต่างๆ

1.        การเกิดและการมีชีวิตรอด เช่น  การได้รับวัคซีนอย่างสม่ำเสมอ

2.        การได้รับการพัฒนา เช่นสวัสดิการสังคมในปัจจุบันที่เด็กๆต้องได้รับการศึกษาอย่างน้อย 12 ปี ไม่เช่นนั้นผู้ปกครองนั้นจะมีความผิด  หรทอแม้แต่การมีสนามเด็กเล่น พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับเด็ก

3.        การได้รับการปกป้องคุ้มครอง เช่น การถูกล่วงละเมิดทุกประการ และการถูกทารุณกรรม

4.        การมีส่วนร่วม  เช่น  ปัจจุบันแต่ละจังหวัดจะมีสภาเด็กและเยาวชนเกิดขึ้น เพื่อเป็นตัวแทนของเด็กในการเป็็นสื่อกลางระหว่างเด็กและผู้ใหญ่นั้นก็คือ  รัฐบาล  ในการออกกำหมายมาคุ้มครอง  หรือการแก้ปัญหาของเด็กอย่างตรงจุด

แนวคิด/หลักการและทักษะทำงานกับเด็ก

l        การทำงานกับเด็กนั้นต้องไม่มีสูตรสำเร็จ

เพราะธรรมชาติของเด็กนั้นมีความหลากหลาย การจะกระทำการใดๆเกี่ยวกัยเด็กๆนั้นต้องคำนึงถึงวัย วุฒิภาวะ   และต้องไม่คาดหวังกับเด็กๆมากเกินไปเพราะเด็กๆนั้นต้องการการยอมรับ การเห็นใจและการให้คุรค่าในตัวเด็ก

อ่าน สือก๊านดีก่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

กรกฎาคม 23, 2009 โดย kibitz_kung@sanook.com

หนังสือ  “บ้านแตกแต่ใจไม่สลาย ”

Broken home,  but not broken harth

โดยศาสตราจารย์ พ.ญ.อุมาพร  ตรังคสมบัติ

เริ่มเล่าก๊านเลยนะคร่ะ………….

*********หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ พ่อ แม่ทุกคนต้องอ่าน ทั้งที่หย่าแล้ว กำลังอย่า และไม่เคยคิดที่จะหย่า**********

หนังสือเรื่องนี้จะกล่าวถึง การครองรักของคู่รัก หรือทางออกของชีวิตคู่ที่จบด้วยการอย่าร้าง แล้วสุดท้ายผลกระทบที่เกิดจาการหย่า

ร้างนั้นไม่ได้ไปเกิดที่ใคร  นอกจาก  ตัวคุณ  คู่สมรส และสุดท้ายนั่น คือ ลูกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

  จากสถิติการสำรวจในสหรับอเมริกาพบว่า

*** เด็กมากกว่าหนึ่งล้านคนต่อปี จะต้องประสบปัญหาการหย่าร้างของพ่อแม่***

*****ในการหย่าร้างครั้งแรก ร้อยละ 20 จะต้องลงเอยด้วยการหย่าร้างหรือแยกทางกัน ภายใน 5 ปี ร้อยละ 30 จะหย่าร้างหรือแยก

กันภาย

ซึ่งในไทยเราเองจากการสำรวจที่ผ่านมานั้น จากการสำรวจในมัธยมปลายทั่วประเทศพบว่า  ร้อยละ 5 มาจากครอบครัวที่พ่อแม่หย่าร้างหรือแยกทางกัน ซึ่งเด็กในปัจจุบันเติบโตมาพร้อมกับ สภาพบ้านแตก ซึ่งแสดงว่าเด็กๆในยุคนี้ต้องเผชิญปัญหาบ้านแตกแยกมากกว่าเด็กในยุคที่ผ่านมา นั้นก้แสดงว่า จะเกิดปํยหาอื่นๆตามมาอีกมากมายจากการหย่าร้างที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

หนังสือเล่มนี้มีการเขียนบอกสำหรับคู่รักที่อยู่ในระหว่างการหย่า หรือการจัดการกับความรู้สึกก่อนที่จะหย่า  ว่า จากการวิจัยที่พบว่า

***เด็กจากครอบครัวที่พ่อแม่อยู่ด้วยกันแต่มีความขัดแย้งกันสูงจะมีปัญหาในการปรับตัวมากกว่าเด็กที่พ่อแม่หย่าร้างกัน***

****ครอบครัวที่พ่อแม่ทำร้าบร่างกายกันบ่อยๆ จะปรับตัวและรู้สึกสบายใจขึ้นหากพ่อแม่ตัดสินใจแยกทางกัน***

****หลังการหย่า หากความขัดแย้งลดลง เด็กจะปรับตัวดีขึ้น แต่หากความขัดแย้งนั้นยังคงมีอยู่ เด็กจะตรึงเครียดมากและการปรับตัวก็จะแย่ลงเพราะเด็กต้องเผชิญกับปัญหาทั้ง 2 อย่าง คือ การปรับตัวกับการหย่าร้างของพ่อแม่  และการต้องเผชิกับการทพเลาะวิวาทของพ่อแม่****

ในท้ายๆของแต่ละบทจะมี กรณีตัวอย่างของเด็กทีได้รับผลกระทบจากการหย่าร้างมาเป็นตัวอย่างประกอบ   เช่น 

            เด็กที่ขี้โมโห          

              คือพ่อแม่หย่าร้างกันไปได้สักพักหนึ่ง ประมาณเกือบ 4 ปีน่าจะได้ เด็กคนนี้มีอาการขี้โมโห ชอบทำลายข้าวของ เขาอาศัยอยู่กับพ่อแต่มีย่าดูแลอีกทีเพราะพ่อต้องไปต่างประเทศบ่อยๆๆๆๆๆ แม่ก็ไปๆมาๆ จากการวิเคราะหืสภาพปัญหาของเด็กคนนี้ ทราบว่า เด็กคนนี้รู้สึกว่าตนเป็นของใครบางคน เพราะโดยทั่วๆไปเด็กจะต้องรู้สึกว่าตยเป็นของพ่อและแม่ ตอนนี้เด้กคนนี้อายุ 8 ปี ถ้าปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดกับเด้กที่อยู่ในช่วงอายุ  5-10 ปี  ก็จะทำให้เด้กเกิดความไม่มั่นคงในอารมณ์ และในการพัฒนาบุคลิคได้  ซึ่ง การขาดแม่คนนี้ทำให่เขานั้นคิดถึงพ่อ และเกิดความชะงักในพัมนาการ ตามทฤษฎีจิตวิทยา วึ่งเด็กวัย 3-5 ปี จะติดใจพ่อแม่ที่เป็นเพศตรงข้าม แต่เด็กคนนี้ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่อย่างสม่ำเสมอจึงเกิดความห่างเหินและเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมซึ่งตามความเป็นจริง เด็กชายในช่วง 3-5 ปี จะรู้สึก ติดใจแม่ แต่ในที่วุดความรู้สึกนั้นจะลดลง หันมาชื่นชมพ่อ  เลียนแบบพ่อ  และในที่สุด ก็สามารถสร้างความผูกพันที่เหมาะสม และเกิดพัฒนาการสำหรับเพศของตน เด็กหญิงก็จะเปลี่ยนจากการผูกพันกับพ่อเป็นพิเศษ มาใกล้ชิดกับแม่และเลียนแบบพฟติกรรมที่เหมาะสมจากแม่  ซึ่งถ้าขากในช่วงนี้ไปในอนาคตอาจเกิดปัญหาความสัมพันธ์กับเพศชายได้ เพราะเมื่อแม่ไม่อยู่เธอยังคงไม่มีโอกาสที่จะทำตามพัฒนาการนั้น เธอจึงยังติดพ่ออยู่  และพฟติกรรมก้าวร้าวที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะเธอไม่สามารถจัดการกับอารมณืของเธอได้ ไม่มีคนมารับฟัง ช่วยเธอคิดกแก้ปัญหา  เธอจึงแสดงมันออกมาเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมแทนการแสดงความรู้สึกเหล่านั้น

บางครั้งในการหย่าร้างของผู้ใหย่ก็มักจะนำลูกมาเป็นเครื่องมือ หรือเป็นสื่อกลางในการสอดแนมฝ่ายตรงข้ามว่า มีแฟนใหม่หรือยัง  ทำอะไรอยู่ หรือบางครั้งก็แก้แค้นฝ่ายตรงข้ามดดยการไม่ให้ลูกไปพบปะพูดคุย หรือเล่าเรื่องที่ไม่ดีของฝ่ายตรงข้ามให้ลุกฟังมากเกินวัยของลุก ซึ่งการที่เด็กรับรู้เรื่องขัดแย้งของผุ้ใหญ่มากเกินไปจะทำให้เด็กกังวลมากยิ่งขึ้น และการที่พ่อ/แม่สอนให้ลูกเกลียดฝ่ายตรงข้าม ว่าเป็นคนไม่ดี ซึ่งอาจทำให้เด็กเหล่านี้ไม่พอใจตนเอง  เกลียดตัวเองก้มี เพราะเขาเติบดตมาด้วยความเกลียดพ่อ และแม่ของเขา

ดังนั้น แม้คุณรักไม่รักพ่อ/แม่ของลูกแล้วก้ตามแต่จงให้อิสรภาพแก่ลูกที่จะรัก

***เด็กที่พ่อแม่หนชย่าร้างกันไม่ได้พบกับความสูญเสียเพียงครั้งเดียว

แต่สูญเสียหลายครั้ง

ไม่ได้มีการสูญเสียเพียงครั้งเดียว

แต่สูญเสียหลายสิ่ง***

เด็กที่ครอบครัวหย่าร้างจำเป็นต้องมีปัญหาหรือไม่

งานวิจัย 92 เรื่องที่ทำในเด็ก 13,000คนตั้งแต่อนุบาลไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ พบว่า เด็กที่พ่อแม่หย่าโดยเฉลี่ยแล้วจะแย่กว่าเด็กทั่วไป  คือเด็กจะมีปัญหาการเรียน ปัญหาพฤติกรรมและอารมณ์ ภาพลักษณ์แห่งตนไม่ดี มีปัญหาความสัมพันธ์กับพ่อแม่และเพื่อน

เด็กที่พ่อแม่หย่าร้างมีภาวะซึมเศร้าสูงร้อยละ 65 มากกว่าเด็กที่พ่อแม่อยู่ด้วยกันที่มีเพียงร้อยละ 21

อาจสรุปได้ว่า

  • การหย่าร้างเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กมีปัยหาสุขภาพจิต
  • เด้กที่พ่อแม่หย่าร้างจะมีโอกาสเกิดปัญหามากกว่าเด็กทั่วไปถึง 3  เท่า
  • แต่เด็กที่พ่อแม่หย่าร้างส่วนใหญ่(ร้อยละ 70)จะปรับตัวได้ดี
  • มีเด็กส่วนน้อยเท่านั้น(ร้อยละ 30 )ที่มีปัญหารุนแรง

 สิ่งที่เด็กๆเครียด

จากการศึกษาของมหาวิทยาลัย Arizone state university  ในเด็กอายุ  10-15 ปีพบว่า  สิ่งที่คิดว่าเป็นความตึงเครียดมากที่สุดในการหย่าร้างมี 10 ประการ คือ

  1.    พ่อหรือแม่บอกว่าเขาหย่ากันเพราะหนุ
  2. พ่อแม่ทำร้ายร่างกายกัน
  3. ญาติๆพูดถึงสิ่งที่ไม่ดีดกี่ยวกับพ่อแม่ให้หนูฟัง
  4. พ่อบอกว่าไม่อยากให้หนูใช้เวลากับแม่
  5. พ่อกับแม่ทพเลาะกันต่อหน้าหนู
  6. พ่อพูดสิ่งที่ไม่ดีเกี่ยวกับแม่
  7. หนูต้องจากหลายสิ่งที่หนูชอบ เช่น สัตว์เลี้ยง
  8. แม่ดุไม่มีความสุข
  9. พ่อถามหฯหลายอย่างเกี่ยวกับตัวแม่และสิ่งที่แม่ทำ
  10. เพื่อนบ้านชอบพูดเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่ก้เป็นความเครียดสำหรับเด็กและอาจทำให้เด็กเกิดปัญหาได้

ปัญหาที่พบบ่อยในเด็กที่พ่อแม่หย่าร้างกัน    ได้แก่

  • มีอารมณ์เศร้าและวิตกกังวล
  • มีพฤติกรรมเกเร ก้าวร้าว และวิตกกังวล
  • มีปัญหาความสัมพันธ์กับพ่อแม่ ผู้ใหญ่คนอื่นๆและเพื่อน
  • มีอัตราการใช้สุรา บุหรี่ กัญชา สูงกว่าเด็กจากครอบครัวทั่วไป เพราะเด็กพึ่งเพื่อนมาก มีวิการปรับตัวแย่ และพ่อแม่ก็ไม่ค่อยได้มาควบคุมสอดส่องเด็กมากเท่าที่ควร นอกจากนี้พ่อแม่เองก็ใช้สุราและสารเสพติดมากกว่าพ่อแม่ทั่วไปด้วย
  • วัยรุ่นหญิงมีโอกาสตั้งครรภ์ในขณะยังเป๋นนักเรียนสูงกว่าวัยรุ่นจากครอบครัวทั่วไป 2 เท่า
  • มีผลการเรียนต่ำลง
  • อัตราการเรียนหนังสือไม่จบจะสูงกว่าเด็กจากครอบครัวทั่วไป  2  เท่าและโอกาสที่จะได้รับปริญญาจากมหาวิทยาลัยก็ต่ำตามด้วย

กลกไกที่ทำให้เด็กมีปัญหา

  1. การสูญเสียพ่อแม่    การหย่าร้างคือการสูญเสีย  นอกจากจะสูญเสียการเลี้ยงดูแล้วยังสูญเสียหลายสิ่ง เช่น แบบอย่างที่ดี การชี้นำโอกาสหลายอย่างที่พ่อแม่หยิบยื่นให้   การที่พ่อแม่เสียชีวิตกับการเดินจากไปของพ่อแม่นับเป็นการสูญเสียทั่งคู่ แต่จากการวิจัยพบว่า เด็กที่พ่อแมหย่าร้างจะมีปัญหามากกว่าที่พาอแม่เสียชีวิต แต่หากมีผู้ใหย่ที่มาทำหน้าที่แทนพ่อหรือแม่ที่จากไป เด็กก็จะสามารถพัมนาไปได้ดีขึ้น
  2. การเงินที่แย่ลง  ครอบครัวที่หย่าร้างและมีพ่อหรือแม่หาเลี้ยงเพียงคนเดียวมักมีความจำกัดด้านการเงิน  ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของลูกได้มาก
  3. ความตรึงเครียดที่มากขึ้น  เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อเด็กบ่อยๆ เช่น เปลี่ยนบ้าน โรงเรียน  ความสัมพันธ์กับผุ้อื่นก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย  เด็กยิ่งเครียดมากเท่าไหร่ก้จะปรับตัวได้มากขึ้นเท่านั้น
  4. พ่อแม่ปรับตัวไม่ดี   การปรับตัวของเด็กจะดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการปรับตัวของพ่อแม่ด้วย
  5. ประสิทธิภาพของแม่  หลังการหย่าร้างพ่อแมหลายคนมีประสิทธิภาพการเลี้ยงลูกลดลง  การควบคุมวินัยอย่างสม่ำเสมอและทำให้เด็กเกิดปัญหาพฤติกรรมได้ยาก
  6. ความขัดแย้งระหว่างพ่อแม่ ความขัดแย้งทั้งหลังและก่อนหย่าจะส่งผลต่อการปรับตัว พัฒนาการทางด้านจิตใจและบุคลิกภาพของเด็ก

เด็กจะปรับตัวได้ดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัย  ต่อไปนี้

  • ปัจจัยเกี่ยวกับตัวเด็ก   เช่น  เพศ  อายุ  ระดับพัฒนาการของเด็กดดยเฉพาะระดับสติปัญญา พื้นอารมร์และบุคลิกภาพ
  • ปัจจัยเกี่ยวกับพ่อแม่  ชเน บุคลิกภาพของพ่อแม่ วิการปรับตัวรวมถึงภาวะสุขภาพจิตของพ่อแม่
  • ปัจจัยด้านความสัมพันธ์  เช่น  ความสัมพันธ์ที่มีต่อพ่อและแม่ก่อนหย่า ความสัมพันธ์ที่พ่อแม่มีต่อกัน
  • การปรับตัวของพ่อ/แม่ที่เป็นฝ่ายเลี้ยงดูลูก ถ้าพ่อ/แม่มีการปรับตัวที่ดีก็จะทำหน้าที่การเลี้ยงลูกได้ดี เด็กก้จะปรับตัวได้ง่าย
  • ความสัมพันธ์ของเด้กกับพ่อ/แม่ที่ไม่ได้เลี้ยงดู โอกาสที่ติดต่อกับพ่อแม่มีมากเด้กก็จะปรับตัวได้มากขึ้นตามไปด้วย

การร่วมมือระหว่างพ่อและแม่ในการเลี้ยงดูลูก  ถ้าพ่อแม่ร่วมมือกันได้ดี  เด็กจะไม่รู้สึกขาดมากเท่าไหร่นัก

สัญญาณอันตราย

เป็นปฎิกิริยาที่เกิดขึ้นหลังการหย่าร้าง  ได้แก่

  • เด็กที่มีปัญหาเกิน 6 เดือน ควรปรึกษาแพทย์
  • เด็กที่มีอารมณ์แย่ลงเรื่อยๆ ร้องไห้มาก หมกมุ่น  กังวล ไมสบายใจ
  • มีความวิตกกังวลสูง  กลัวในเรื่องที่ไม่เคยกลัวมาก่อน เช่น กลัวฟ้าผ่า  กลัวความมืด กลัวพ่อแม่จากไป
  • เด็กไม่สามารถทำกิจกรรมที่เคยทำได้ เช่น การช่วยเหลือตนเองตามวัย
  • การเรียนแย่ลง
  • มีการเล่นซ้ำซาก โดยที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการหย่าร้าง  การที่พ่อแม่จะกลับมาคืนดีกัน
  • มีการกระตุ้นตนเอง เช่น  ดูดนิ้ว ดึงผม โขกศรีษะ โยกตัวหรือว่าเล่นอวัยวะเพศ
  • มีอารมณ์หงุดหงิด ก้าวร้าว รุนแรง
  • แยกตัวอยู่โดดเดี่ยว  ไม่มีเพื่อน
  • ขี้อายมากขึ้น ขาดความเชื่อมั่นและชอบพูดว่าตนเองไม่ดี
  • มีพฤติกรรมทำร้ายตนเอง เช่น กรีดตนเอง ดึงผม
  • มีพฤติกรรมซ้ำๆแบบย้ำคิดย้ำทำ เช่น ล้างมือบ่อยๆ
  • ดื่มสุรา หรือใช้สารเสพติด
  • เด็กผู้หญิงมีกิริยายั่วยวน หรือพยายามที่จะตีสนิทกับผู้ชาย

มีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากเหตุผลที่รู้สึกว่าตนเองแย่  ตนเองถ฿กทอดทิ้ง ไม่เป็นที่ยอมรับ เด็กต้องการทำให้ตนเองรู้สึกมีค่ามากขึ้น ทั้งพยายามแสวงหาความรักและการยอมรับจากบุคคลอื่นๆ

สัญญาณอันตรายนี้ เป็นปฎิกิริยาที่เกิดขึ้นในระยะต้นของการหย่าร้าง เกิดได้ทั้งเด็กหญิง  เด็กชาย  แต่อาจจะมีความรุนแรงที่ต่างกัน เช่น

  • เด็กชายอาจมีความก้าวร้าวมากกว่าเด็กหญิง
  • เด็กหญิงจะรู้สึกเศร้าและกังวลมากกว่า รวมทั้งมีพฤติกรรมทางเพศเร็วกว่า
  • ปฎิกิริยาทั้งหมดจะอยู่ประมาณ 6 เดือน- 1 ปี ในเด็กหญิง
  • ปฎิกิริยาทั้งหมดจะอยู่ประมาณ 1-2 ปีในเด็กชาย

การหย่าร้างหรือความขัดแย้งของพ่อแม่จะมีผลกระทบต่อเด้กชายมากกว่าเด็กหญิง แต่การที่เด็กชายมีการปรับตัวที่แย่ในตอนแรกอาจเป็นเพราะ เด็กส่วนใหญ่มีแม่เป็นผู้เลี้ยงดู ซึ่ง เด็กที่พ่อหรือแม่เป็นผู้เลี้ยงดูนั้น  จะมีการปรับตัวดีกว่าเด็กที่อยู่กับพ่อหรือแม่คนละเพศ  ดังนั้นในช่วงแรกเด็กหญิงจึงค่อนข้างจะดี  แต่เด็กชายจะมีปัญหาค่อนข้างมาก

        เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่  เด็กหญิงจะมีปัญหาในการแยกตัวออกมาเป็นอิสระจะรู้สึกไม่มั่นคงในตัวเอง  นับถือตนเองต่ำ วัยรุ่นหญิงจะมีเพศสัมพันธ์ช่วงสั้นๆกับผุ้ชายหลายคน  โดยเฉพาะผู้ชายที่อายุมากกว่า  ไม่กล้ามีความสัมพันธ์ระยะยาวเพราะกลัวว่าจะถูกทรยศ  หรือถูกนอกใจ

       เด็กชายที่มีแม่เป็นผู้เลี้ยงดูนั้นจะชอบเล่นกับเด็กหญิงและเด็กที่อายุมากกว่า  มีการแสดงออกทางอารมณ์น้อยกว่า  มีจินตนาการในการเล่นน้อยกว่า  และแยกตัวมากกว่าเด็กหญิง  สาเหตุที่มีความแตกต่างกันเช่นนี้เชื่อว่าเพราะเด็กขาดแบบฉบับผู้ชายในชีวิต

 

 

ไปร่วมรับฟังเสวนาที่ หอศิลป์ เกี่ยวกับความ “แตกต่างอย่างกลมกลืน”

กรกฎาคม 21, 2009 โดย kibitz_kung@sanook.com

ออกจากที่ มอ ประมาณเกือบๆ 11 โมง  เพื่อนๆพร้อมน่าพร้อมตากันที่ หน้ามอ เราไปเจอกันที่ หอสิลป์

เป็นการรับฟัง การนำศิลปะเข้ามาเพื่อช่วยบำบัดเด็กออทิสติก เพื่อให้เด็กสามารถมีพัฒนาการที่เท่าทันกับเด็กในวัยเดียวกัน

ถึงแม้ว่าจะอาจจะไม่สามารถทำทุกๆอย่างได้เหมือนเด็กวัยเดียวกันก็ตาม อย่างน้อยก็เป็นการหาทางออกที่ดีพอหรือเป็นการ

เปิดโอกาสที่หลายคนอาจมองข้ามไป มาพัฒนาสักยภาพในตัวเด้กที่หลายคนในสังคมกล่าวขานว่าเป็นเด็กออทิสติก  ขอ

เพียงโอกาสเท่านั้น เด็กๆเหล่านี้ก็พร้อมที่จะพัฒนา และก้าวได้เท่าทันกับเด็กๆทั่วๆไป

                           ศิลปะเหล่านี้ไม่เพียงนำมาใช้บำบัดกับเด็กออทิสติกเท่านั้น ยังสามารถนำมาบำบัดเด็กประเภทอื่นๆอีก

เด็กที่่มีความก้าวร้าวรุนแรงทางอารมณ์  หรื่ออื่นๆอีกมากมาย

                           บรรยากาศจากการไปร่วมรับฟัง เป็นครั้งแรกที่ไปงานโชว์ผลงานทางศิลปะ และได้แนวคิดทางเลือกที่

หลากหลายเกี่ยวกับเด็กๆๆๆเหล่านั้น ซึ่งงานสังคมฯในอนาคต เราอาจทำงานเกี่ยวข้องกับ  กลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ และจะได้

มีทางเลือก หรือแนวทางการรับมือกับเด็กๆกลุ่มเป้าหมายนี้ได้อย่างเหมาะสม และสนุกสนานมาก คือมีการร่วมเล่นเกมส์ตัว

แทนจากคระเรา คือ  แวววาว   ได้เล่นเกมส์ ถายภาพและชมภาพทางศิลปะอื่นๆอีกมากมาย ภายใน หอสิลป์

 

 

ฟังบ้าง อารายบ้าง

กรกฎาคม 15, 2009 โดย kibitz_kung@sanook.com

เรียน วันที่ 15 กรกฎาคม 52

โดย kibitz_kung@sanook.com

วันนี้เรียนแบบ ชิวๆมากมายอ่ะ

ไม่ค่อยฮาเลยอ่ะ นางซายน์ทั้ง 2 มะมาเรียน

วันนี้อาจารย์สอนถึงบทบาทหน้าที่ของครอบครัว และโยงเข้าสู่ปัญหาสังคม

ชอบมั่กมั่กที่อาจารย์บอกว่า เราต้องรักในยูนิฟอร์มของเราเพราะ จากสถิติมีเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ที่ได้เรียนระดับมหาลัยอย่างเราๆ

เทอร์ๆๆๆๆๆๆๆๆๆท่านๆเนี่ย จงภูมิใจไว้เถิดเพื่อนเอ้ย  ว่าเราเป็นเพียงคนในไม่กี่ล้าน

ตั้งใจเรียนเข้าไว้นะเทอร์เอ๋ย

ได้ความรู้เพิ่มเติมจากปิ่นโตด้วยอ่ะว่า เด็กที่โดนข่มขื่นอายุน้อยที่สุดอยู่ที่ 4 เดือน อึ้งมากมายจากคนรอบข้างด้วยอ่ะ ใน case  ของ

ปิ่นแม่ของน้องเค้าฝากไว้ที่ คนสนิทที่เฝ้า คอนโดที่เขาอาศัยอยู่ด้วยอ่ะ  ทำไปได้ลง อีก  case ยาย อายุ 70 กว่าๆ โดนข่มขื่นเหตุ

จากใส่เสื้อคอกระเช้าอ่ะ อึ้งยิ่งกว่าทำไปได้ลงอ่ะ

วันนี้เอาไว้แค่นี้ก่อนนะ

เจอกานอาทิตหน้านะคร้า

 

****บะบาย****

@____@ <ฟามอู้สึกของเฮ้าในการไปฟังบรรยายนอกสถานที่กะเพื่อนๆๆมา > @___@

โดย kibitz_kung@sanook.com

เราออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าเลยอ่ะ

ไปรถตู้กันไปกันตั้ง *10* คนอ่ะนะ

ไปถึงก้อเข้ารับฟังการบรรยายอยากบอกว่าบรรยากาศอ่ะเป็นทางการมากมายเลยอ่ะ

ดูจากคนที่เข้าร่วมฟังการบรรยายเหมือนกับเป็นนักวิชาการทั้งนั้น

ตอนแรกไปนั่งข้างซ้ายเป็น น้าผู้หญิงคนหนึ่ง ข้างขวาเป็นกระต่าย

นั่งฟังเรื่อยๆไม่ได้จดอะไรเลย แต่พอคุรน้าเข้าจดๆไปเรื่อยก้อเริ่มคิดได้  อิอิอิ

ก้อเลยเริ่มจดตามสไลด์ที่เค้านำเสนอ สิ่งที่เห็นจากคนรอบข้างมันทำให้เราคิดได้จิงๆนะ

ได้รุ้เกี่ยวกับอนาคตของประชากรไทยที่นับวันข้างหน้ามันยิ่งเกี่ยวข้องกับตัวเรามากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ในฐานะสมาชิกที่จะอยู่ร่วมการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้าและฐานะที่เราเรียนในคณะสังคมสงเคราะห์

ที่ต้องหาทางรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยที่ทุกคนอาจคาดไม่ถึงก้อได้

วันนั้นกินข้าวเที่ยงอิ่มมากมายอ่ะ  หรูหรามากมาย*** —– ****//

 

 

 

ไปค่ายสระบุรี *-* กะเพื่อน กระต่าย ซายน์สวยมาจร้า *-*

โดย kibitz_kung@sanook.com

วันที่ 28  มิถุนายน 2552

ไปทำกิจกรรมมากับเพื่อนๆชาวสังเคราะห์

ประกอบด้วย เพื่อนซายน์สวย และเพื่อนกระต่าย

ออกเดินทางจาก มอ เราตอน 8 โมงเช้านั่งสองแถวไปลาดกระบัง

โอ้โห้ _!!!!!!!!ขับช้าได้อีก

ไปถึงที่โรงพยาบาลลาดกระบัง ตอนประมาณ 9 โมง

ไปเจอพี่ปลา ที่เคยเปนศิษย์เห่าชาวสังเคราะห์มาก่อน

เราเคยเจอพี่เค้ามาก่อนแล้วตอนอยู่ ปี 1ตอนนั้นพี่เค้ามาทำกิจกรรมกับน้องๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆปี 1 ในคณะ

ตอนแรกเจอพี่ปลาก็เกร็งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เหมือนพี่ปลาดุ แต่พอนั่งรถแล้วก้อคุยกัน โอ้โห้ รุสึกว่าพี่ปลาอ่ะลุยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆดี ชอบชอบ

งานที่ได้รับมอบหมายชิ้นแรกคือ อ่าน เอกสารที่พี่ปลาเตรียมมาให้เกี่ยวกับการป้องกันครอบครัวตนองให้ห่างไกลจากยาเสพติด

ท่องกันหัวฟูเลยอ่ะ

แต่พอไปถึงค่ายที่มวกเหล็กต้องปลี่ยนแผนอย่างด่วน

จากการไปให้ความรุ้เกี่ยวกับยาเสพติดให้กับน้องๆ เปลี่ยนเปนการไปเฝ้าตามฐานต่างๆ

กุ้งได้เฝ้าฐาน กรอกน้ำใส่ขวด

เปนการเล่นเกมส์ที่เอามือมารองน้ำจากลำธารแล้วส่งต่อๆๆกันมาเพื่อมากรอกใส่ขวดแข่งขันกันระหว่าง 2 ทีม ผู้ชนะคือดูจากปริมาณ

น้ำในขวด

จากการเฝ้าฐานก็เจอน้องๆมากมาย ทั้งเด็กที่เรียบร้อย ซนๆนิดหน่อย แล้วก็เด็กที่เงียบๆไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ทำให้ได่ทำงานกับ

เด็กที่หลากหลายกันออกไป  ก้อหนุกดีนะ

มันเปนความรู้สึกที่นานแระไม่ได้เล่นอะไรเหมือนเด็กๆๆๆๆๆๆๆ อยู่กับเด็กๆ บรรยากาศเหมือนกับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

*************หนุก**************

Lucture 24 June 09

กรกฎาคม 9, 2009 โดย kibitz_kung@sanook.com

การเปลี่ยนแปลงจากสังคมชนบทไปสู่สังคมเมือง

Ø การเปลี่ยนแปลงเขตการปกครองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำให้เกิดการขยายของตัวเมือง

Ø การเคลื่อนย้ายแรงงานเข้าสู่เมือง

-                   การละละทิ้งสมาชิกครอบครัว

-                   ความเสี่ยงของผู้สูงอายุและเด็ก (การหาเลี้ยงชีพ,อุปนิสัยที่ขาดผู้ขัดเกลา)

-                   ความแออัดความเครียดและโรคภัย

Ø การแต่งงานน้อยลง แต่การอย่าร้างสูงขึ้น

Ø พ่อหรือแม่เลี้ยงลูกโดยลำพัง

-                   Single Parent , Single Mother, Single Father คือ ครอบครัวที่สมาชิกหลัก คือ พ่อ หรือ แม่และลูก อันเนื่องจากการหย่าร้าง เป็นหม้าย แยกทางทอดทิ้ง บิดาหรือมารดานอกสมรส การรับบุตรบุญธรรมโดยขาดเพศตรงข้าม

-                   ผลกระทบต่อเด็ก เพราะผู้ปกครองต้อดิ้นรนทำกินคนเดียว ทำให้ขาดการอบรมสั่งสอนลูก

-                   ผลต่อพ่อหรือแม่ที่เลี้ยงลูกคนเดียว

§  การมีบทบาทในครอบครัวที่มากเกินกำลัง

§  บทบาทที่ขัดแย้งของการทำหน้าที่ พ่อหรือแม่ในคนเดียวกัน

§  ภาวะความเครียดและว้าเหว่

§  การไม่ได้รับความช่วยเหลือจากอดีตสามี

§  การถูกตีตราจากสังคม

§  การเข้าไม่ถึงบริการของรัฐ

§  การถูกปฏิเสธจากระบบ (สวัสดิการ) ที่ไม่ยืดหยุ่น

Ø ครอบครัวที่ต้องดูแลคนพิการ

Ø ครอบครัวที่ต้องดูแลบุคคลที่เจ็บป่วยด้วยโรคร้ายทั้งทางกายและจิต

-                   การเจ็บป่วยด้วยอุบัติเหตุ โรคเรื้อรังนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายในการรักษา

-                   บางโรคนำมาซึ่งความรังเกียจและการไม่ยอมรับของสังคม เช่น โรคเอดส์ การปิดกั้นตัวเอง การแยกออกจากสังคมของครอบครัว

-                   ภาระที่ต้องดูแลคนป่วยหรือลูกหลานที่พ่อแม่เสียชีวิต

 

 

 

 

 

 

ครอบครัวที่ต้องการอพยพแยกย้าย

                ภาวะความสิ้นสภาพของครอบครัวเกิดจากการเปลี่ยนพื้นที่ เปลี่ยนวิถีชีวิต เปลี่ยนวิธีทำมาหากิน

Ø ครอบครัวที่ประสบภัยพิบัติ

Ø ครอบครัวที่เผชิญภาวะเศรษฐกิจต่าง ๆ

-                   ยาเสพติด

-                   การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร

-                   การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์

-                   ชู้สาว

-                   การสำลักเทคโนโลยี

§  โหยหาการบริโภค

§  ไม่มั่นใจว่าเทคโนโลยีจะเป็นเครื่องช่วยเหลือทำลาย เช่น GMO

§  แยกแยะ ไม่ได้ว่า จริง หรือ หลอก เพราะเลียนแบบสมจริง

§  สัมผัสความรุนแรงจนชาชิน

§  หลงใหลในความสนุกจากเทคโนโลยี

§  ดำเนินชีวิตแบบไกล เสมือนใกล้ผ่าน internet

 

 

 

ความรุนแรงในครอบครัว

รูปแบบของความรุนแรง

Ø การทารุณกรรมทางกาย

Ø การทารุณกรรมทางใจ

Ø การทารุณกรรมทางเพศ

Ø การปล่อยปละละเลย

 

ปัจจัยที่ทำให้เกิดความรุนแรง

Ø ปัจจัยด้านเด็ก เช่น เลี้ยงยาก พิการ พัฒนาล่าช้า

Ø ปัจจัยสิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหาการเงิน ปัญหาสุขภาพ

 

ความรุนแรง (Violence) คือ การที่บุคคลใช้กำลังให้ผู้อื่นบาดเจ็บ การทำลายทรัพย์สินหรือขู่ว่าจะทำร้าย / ทำลายทรัพย์สินของผู้อื่น การใช้กำลังกักขังหน่วงเหนี่ยว และรุกรามสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล

 

ลักษณะของความรุนแรงในครอบครัว

Ø ความรุนแรงที่กระทำโดยผู้ใหญ่

Ø ความรุนแรงที่เด็กเป็นผู้กระทำ

*********************************************

 

 

 

Lucture 17 June 09

โดย kibitz_kung@sanook.com

 

โครงสร้างทางครอบครัว

Ø ครอบครัวขยาย (Extended Family)

-                   ญาติพี่น้อง

-                   ร่วมเผ่าพันธุ์

-                   ร่วมกลุ่ม

Ø ครอบครัวเดี่ยว (Nuclear Family)

Ø ครอบครัวกลุ่ม (Composit Family)

-                   สามีคนเดียว ภรรยาหลายคน

-                   ภรรยาคนเดียว สามีหลายคน

-                   ครอบครัวที่มีบ้านเล็กบ้านน้อย

รูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปของครอบครัว

Ø ครอบครัวที่นิยมอยู่คนเดียวโดยสมัครใจ

Ø ครอบครัวตัวคนเดียว เพราะเกิดความล้มเหลวในชีวิตแต่งงาน

Ø ครอบครัวที่อยู่ร่วมกันแบบสมัครใจ โดยไม่จดทะเบียนสมรส

Ø ครอบครัวที่ไม่ยินดีจะมีเด็ก (ลูก)

Ø ครอบครัวที่หย่าร้าง / แยกกันอยู่

Ø ครอบครัวรวม

Ø ครอบครัวอื่น ๆ

 

 

 

 

สภาพปัญหาครอบครัว

สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง และผลกระทบต่อครอบครัว

Ø การเปลี่ยนแปลง ทางเศรษฐกิจทำให้ครอบครัวต้องดิ้นรน ถูกผลักออกจากชุมชนเดิม

Ø ความสัมพันธ์ ความเกื้อกูล ความอาทร ของครอบครัวและชุมชนลดลง

Ø การเข้าไม่ถึงบริการของรัฐ

สถานการณ์ภาวะวิกฤตของคอรบครัว

Ø ความอ่อนแอของสถาบันครอบครัว

-                   ขนาดของครอบครัวลดลงจากการมีบุตร (6 คน พ.ศ.2513) เหลือเพียง 2 คน ในปี พ.ศ.2542 เนื่องจากการณรงค์ “การวางแผนครอบครัว”

-                   แนวโน้มของประชาการวัยเด็ก (0-15) ลดลง

-                   ประชากรวัยแรงงาน (15-16) มีแนวโน้มลดลง

-                   ประชากรวัยสูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) เพิ่มขึ้นและเข้าสู่ภาวะประชากรสูงอายุ (population aging) หรือมีผู้สูงอายุ 10% ของประชากรทั้งหมด

Ø การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของครอบครัว

-                   การเปลี่ยนแปลงจากครอบครัวขยายไปสู่ครอบครัวเดี่ยว

-                   พ่อ แม่ ลูก

-                   ผู้สูงอายุ หลาย *ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างวัย

-                   ครอบครัวที่พ่อหรือแม่เลี้ยงลูกคนเดียว

Ø ขนาดของครอบครัวเดี่ยวที่เล็กลง จาก 4.3 คน ในปี 2534 เป็น 3.7 คน ในปี 2543

Ø ภาพสะท้อนถึงความห่างเหินและขากดการดูแลกันในครอบครัว ( ผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง,เด็ก,คนพิการขาดผู้ดูแล )

 

Lucture 10 June 09

โดย kibitz_kung@sanook.com

ความหมายของครอบครัว

Ø ผู้ร่วมครัวเรือน ได้แก่ สามี ภรรยาและบุตร (ราชบัณฑิตยสถาน,2526 น. 165)

Ø กลุ่มบุคคลที่มีความผูกพันกันทางอารมณ์และจิตใจ ในการดำเนินชีวิตร่วมกัน รวมทั้งการพึ่งพิงกันทางสังคมและมีความสัมันธ์กันทางกฎหมายและทางสายโลหิตและบางครอบครัวอาจจะมีลักษณะเป็นข้อยกเว้นบางประการจากที่กล่าวมา (กสส.2527)

 

หน้าที่ของครอบครัว

Ø หน้าที่ให้ความรักและความอบอุ่นแก่สมาชิก

Ø หน้าที่ทางเศรษฐกิจ

Ø หน้าที่เกี่ยวกับสันทนาการ

Ø หน้าที่ให้การคุ้มครอง ปกป้องสวัสดิภาพ

Ø หน้าที่ในการให้การศึกษา หน้าที่เกี่ยวกับศาสนา

Ø หน้าที่ทางชีววิทยา (สร้างสมาชิกใหม่,ความพอใจทางเพศ)