Attend : Miss XXXXXX ( Thailand)
Subject : Agenda of Business - Research&Develop Training
………………………………….
…………………………………..
โอ้ว….อีเมล์จาก Head of office แจ้งถึง Agenda ต่างๆ ของการ Training ส่งมาก่อนเดินทาง 1 อาทิตย์
เริ่มไม่แน่ใจว่านายส่งไปอบรมเกี่ยวธุรกิจหรือ ส่งไปฝึกทหารกันแน่ เพราะตลอดการไป 10 วันเรามีเวลาเป็นส่วนตัวแค่ 1 ครึ่ง คือวันเสาร์กับเต็มวันอาทิตย์ ทุกวันอยู่แต่ในโรงแรมกับโรงแรม มีพาไป City Tour หนึ่งวัน
ล้มๆๆๆๆ ล้มไม่เป็นท่า
สำหรับแผนเที่ยวไฮโซสาวกระเหรี่ยงอย่างเรา ที่อุตส่าห์จะเตรียมซื้อแพ็คเก็จ เพื่อเดิอนทางไปดูพระอาทิตย์เที่ยงคืนที่เมืองทรอมโซ่ ……เซ็งสุดๆ
(อุตส่าห์โทรไปที่การบินไทยให้เค้าช่วยหาข้อมูลการซื้อทัวร์ท้องถิ่น)
นี่ถ้าไม่เห็นแก่เบี้ยเลี้ยงการไปอบรมสัมนาที่ต่างประเทศว่ามันได้เยอะมากๆ ก็คงไปโวยวายนายแล้วแน่ๆ ก็ได้แต่ทำใจ แล้วก็บอกตัวเองว่าไม่เป็นไร ไงก็เก็บเงินค่าเบี้ยเลี้ยง 10 วันนี้ แล้วมาเที่ยวเองก็ได้ เพราะค่าตั๋วเครื่องบินการบินไทยแบบชั้นประหยัดก็แค่ประมาณ 3-4 หมื่น ลองเข้าไปเช็คกันดูแล้วกันดูได้ที่
http://www.thaiairways.co.th/Promotion2009/OsloBigSurprise/index_th.html
แอบบอกให้อิจฉาเล่นๆๆ นะ ค่าเบี้ยเลี้ยงเนี่ยก้แค่กลับมาแล้วดาวน์ Civic ได้คันหนึ่งอ่ะ
การเดินทางเริ่มต้นที่เราเช็คอินที่ Counter การบินไทย ตอนประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆ กับไฟล์ท BKK-OSLO เครื่องออกจริงประมาณเที่ยงคืนครึ่ง ก็ได้ไปนั่งรอที่เลาจน์ของการบินไทย ขอบอกไฮโซสุดๆ
พอขึ้นเครื่องก็เป็นไปตามที่บอกไว้ว่ารอบนี้ไฮโซหน่อย เพราะนายจัดเป็น Business Class ให้ …..ชีวิตยกระดับขึ้นมาแค่ก้าวผ่าน…….

เท้าแตะ Oslo ตอน 6 โมงเช้าของที่นั่น กับการตอนรับของเจ้าหน้าที่ของโรงแรม Radisson SAS Scandinavia Hotel ใช้เวลาประมาณเกือบชม.จาก สนามบิน Oslo มาโรงแรม ได้เช็คอินเข้าโรงแรมก็ประมาณเกือบ 9 โมง
ตามแผนของวันนี้คือ ตอนบ่ายโมงทุกคนจาก ทุกประเทศจะเริ่มเข้า Class เพื่ออบรม…..(ดังนั้นขอข้ามช็อตการอบรมไปเลย เพราะเหนื่อยสุดๆ ตลอด 10 วันคือตื่นมากินอาหารเช้าตอน 7 โมง แล้วมีเวลาทำธุระส่วนตัวถึง 8 โมง หลังจากนั่นคือ Training ยาวยันหกโมงครึ่ง แล้วทานอาหารเย็น……กลับขึ้นห้อง ทำการบ้าน (บอกแล้วว่ามันนรกชัดๆ)
ขอตัดบทมาที่ได้เที่ยว City Tour ของ Oslo ดีกว่า
วันนี้อากาศดีหน่อยหลังจากที่ฝนตกมาตลอดสัปดาห์ มีแสงพระอาทิตย์อยู่บ้าง รถของทางบริษัทมารอรับเราแต่เช้า งานนี้ทาง Organize ก็จัดให้เราไปเที่ยวที่สำคัญต่างๆ ของ Oslo โดยเริ่มต้นที่
Oslo Citi Hall เป็นที่ไว้ใช้สำหรับการประชุมใหญ่ๆ ที่นี่ยังเป็น Art Gallery เห็นว่าสร้างตอนช่วงปิดประเทศหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
The Opera House mirroring the city
จริงแล้วหากดูหลายที่ที่ไปเที่ยวก็จะบอกถึงอารยะธธรมดั้งเดิมของคนนอร์เวย์ แต่สำหรับ Opera House แล้วเป็นการนำเสนอสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ โดยแสดงออกผ่านอาคารทรงกระจก สำหรับเราแล้ว เราว่าเค้าวางตำแหน่ง Opera House ได้ดีที่เดียว เพราะ ด้านหนึ่งของอาคารหันออกไปยังทะเล ซึ่งถือว่าเป็น view point ที่ดีมากๆ
ด้วยวันนี้อากาศก็ดี….มองออกไปจากฮอล์ ผ่านกระจก มีแสงแดดระเรื่อ เห็นทะเลอยู่ไกลๆ
Vigeland Sculpture Park
ตอนแรกที่เห็นก็คิดว่าเป็นผลงานของศิลปินหลายคน… แต่พออ่านในเอกสารเค้าว่าเป็นประติมากรรมที่สร้างโดยศิลปินคนเดียว น่าทึ่งมาก เพราะที่นี่มีประติมากรรมหินแกะสลักกว่า 200 ชิ้น
วันนี้เราไปเป็นเสาร์ นักท่องเที่ยวคึกคักมาก กว่าจะได้ภาพแบบไม่มีคนก็ โอ้ว…เล่นเอารอเป็นชาติ ต้องรอให้คณะทัวร์เดินๆ ไปซะก่อน

The Viking Ship Museum พิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้ง
ปิดท้ายด้วยการช็อปปิ้ง
งานนี้ของส่วนใหญ่ที่ได้ก็เป็นของฝากพื้นเมือง Handmade ประเภทงานไม้แกะสลัก แล้วก็ผลไม้อบแห้งเมืองหนาว ที่งานนี้ก็ไม่ลืมจะซื้อช็อคโกแลตฝากน้องๆๆ ที่ Office
เก็บมาฝากอาหารนอร์วิเจียน
ไปตั้งไกลก็เอารูปอาหารมาฝากหน่อยเป็นน้ำจิ้ม ให้อิจฉากันเล่นๆ ว่าไปแล้วอยู่ดีกินกีขนาดไหน ขอบอกว่าปลาแซลมอลที่นี่สดมากๆ และมีเยอะมาก ในเกือบทุกมื้อเราจึงได้กินปลาแซลมอล แต่ที่น่าอิจฉาสุดๆ ก็น่าจะได้ลิ้มรสไข่ปลาคาร์เวียร์ จานที่เห็นนี่ก็เกือบหมื่นห้า…..
สุดท้ายเราเช็คเอ้าจากโรงแรม เดินทางมาสนามบิน เพื่อบินกลับไทยแค่ได้ขึ้นเครื่องก็รู้สึกเหมือนถึงบ้านไงก็ไม่รู้………..
แล้วก็บ๊าย บาย Oslo
ปล. ขอขอบคุณ
นายที่รัก…… ที่แม้จะส่งไปฝึกทหาร แต่ค่าเบี้ยเลี้ยงคุ้มค่า หักค่าของฝากแล้ว ก็เหลือเงินไปดาวน์ Civic (รักนายจริงๆ จุ๊บ)
พี่จอย เลขานาย…… ที่เตรียมทุกอย่างให้ป็นอย่างดี รวมทั้งเสียเวลาหาข้อมูล Norway และโทรไปที่การบินไทยให้เรา
การบินไทย…..กับการบริการชั้นเยี่ยม ทำให้การเดินทางคนเดียวของเราไม่น่ากลัว

กรกฎาคม 27, 2009








