ก.ย. 29
โดย natkojung@sanook.com เมื่อ วันจันทร์ ก.ย. 29, 2008 ใน ไม่มีหมวดหมู่

” ขอให้ฉันดูหน้าลูกหน่อยได้มั๊ยคะ “ คุณแม่คนใหม่เอ่ยขึ้น
เมื่อห่อผ้าน้อย ๆ อยู่ในอ้อมกอดเธอ เธอค่อย ๆ คลี่ผ้าที่ห่อออก
เพื่อมองใบหน้าเล็ก ๆ เธอกรีดร้อง หมอต้องอุ้มเด็กออกไปอย่างรวดเร็ว
เด็กทารกที่เกิดมาไม่มีใบหู
กาลเวลาพิสูจน์ว่าการได้ยินของเจ้าหนูไม่มีปัญหา
ปัญหามีเฉพาะสิ่งที่มองเห็นภายนอกคือใบหูที่หายไป
หลายครั้งที่เจ้าหนูกลับจากโรงเรียนแล้ววิ่งมาซบอกแม่
เธอรู้ว่าหัวใจลูกปวดร้าวแค่ไหน พวกมันล้อผมว่า ไอ้ตัวประหลาด”
เจ้าหนูเติบโตขึ้น หล่อเหลา เป็นที่รักของเพื่อน ๆ
เค้ามีพรสวรรค์ในด้านอักษรศาสตร์ วรรณคดี และดนตรี
เค้าอาจได้เป็นหัวหน้าชั้น แต่เพราะเจ้าสิ่งนั้น…
” ลูกต้องพบปะกับผู้คนบ้างนะลูก ” แม่กล่าวด้วยความสงสาร
พ่อของเด็กชายปรึกษากับหมอประจำครอบครัว
” ผมสามารถปลูกถ่ายใบหูได้ครับ ถ้ามีผู้บริจาค
แต่ใครล่ะจะเสียสละใบหูเพื่อเด็กน้อยคนนี้ ” คุณหมอกล่าว
2 ปีผ่านไป พ่อบอกกับลูกชาย ” ลูกเตรียมตัวไปโรงพยาบาลนะ
พ่อกับแม่หาคนบริจาคใบหูที่ลูกต้องการได้แล้ว แต่นี่เป็นความลับ”
การผ่านตัดสำเร็จด้วยดี คนคนใหม่เกิดขึ้น
เค้ากลายเป็นผู้มีพรสวรรค์ เป็นอัจฉริยะในโรงเรียน
ในวิทยาลัย จนเป็นที่กล่าวขานกันรุ่นต่อรุ่น
ต่อมาได้แต่งงานและทำงานเป็นข้าราชการในสถานทูต
วันหนึ่งชายหนุ่มถามผู้เป็นพ่อ
” พ่อครับใครเป็นคนมอบใบหูให้ผม ใครช่างให้ผมได้มากมาย
แต่ผมไม่เคยทำอะไรเพื่อเค้าได้เลยสักนิด ”
” พ่อไม่เชื่อว่าลูกจะตอบแทนเค้าได้หมดหรอก เรื่องนี้เป็นความลับ
เราตกลงกันแล้ว ” พ่อตอบ หลายปีที่มันยังคงเป็นความลับ
แต่แล้ววันหนึ่งวันที่มืดมิดที่สุดผ่านเข้ามาในชีวิตลูกชาย
เค้ายืนข้างพ่อใกล้หีบศพของแม่ พ่อค่อย ๆ ลูบผมแม่อย่างช้า ๆ
และนุ่มนวล ผมสีน้ำตาลแดงถูกเสยขึ้นจนมองเห็น … แม่ไม่มีใบหู
ใบหูของแม่ถูกตัดไป … พ่อกระซิบผ่านลูกชาย ” แม่บอกพ่อว่า
เธอดีใจที่ได้ทำอย่างนี้ เธอไม่เคยตัดผมอีกเลย ไม่มีใครมองเห็นว่า
เธอไม่สวย จริงไหม ”
” จงจำไว้ สิ่งมีค่าที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่การมองเห็น
หากแต่อยู่ที่สิ่งที่เรามองไม่เห็น
ความรักที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่เราได้ทำอะไรแล้วมีคนรับรู้
หากแต่อยู่ที่สิ่งที่เรากระทำแล้วไม่มีใครรับรู้
ความรัก บางครั้งไม่จำเป็นต้องพูดพร่ำเพรื่อ ”
จาก Saranair.com
ก.ย. 29
โดย natkojung@sanook.com เมื่อ วันจันทร์ ก.ย. 29, 2008 ใน ไม่มีหมวดหมู่

เมื่อคุณคิดที่จะมีความรัก…..
มันก็เหมือนกับว่าคุณกำลังคิดที่จะปลูกดอกไม้สักดอกหนึ่ง
แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า ดอกไม้ของคุณจะเจริญเติบโต
ได้อย่างสวยงามโดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเลย
ดอกไม้ของคุณก็สามารถที่จะเติบโตได้เอง
บางครั้งปลูกดอกไม้ของคุณอาจจะไม่สวยงาม อย่างที่คุณได้วาดฝันไว้
อาจจะมีตายบ้าง เหี่ยวเฉาบ้าง ถ้าหากคุณไม่ดูแลรักษามันไว้ให้ดี
ดอกไม้แต่ละดอก มีพื้นฐานความต้องการที่แตกต่างกัน
ดอกไม้บางชนิดอาจเจริญงอกงาม ในสถานที่แห้งแล้งได้อย่างดี
แต่ในทางกลับกันดอกไม้บางชนิดก็ไม่สามารถ
ที่จะเจริญงอกงามได้ในพื้นที่แห้งแล้งเหล่านั้นได้
คุณจึงจำเป็นที่จะต้องคอยดูแลเอาใจใส่ดอกไม้ของคุณอยู่เสมอ
ถ้าหากคุณยังอยากจะให้ดอกไม้ของคุณสวยงาม…
คุณต้องคอยมั่นรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ให้มันอย่างสม่ำเสมอ
ดอกไม้ของคุณถึงจะออกดอกผลิใบ อย่างที่คุณต้องการ….
แต่เมื่อใดแล้วที่คุณละเลย ไม่คอยดูแลเอาใจใส่ดอกไม้ของคุณ
เมื่อนั้นแหละ เจ้าดอกไม้ที่คุณสู้อุตส่าห์ ถนุถนอมมันมานานแรมปี
หรือแม้กระทั่งชั่วชีวิตของคุณ มันก็พร้อมที่จะแห้งตาย อย่างไม่มีวี่แววมาก่อน
ต่อให้เจ้าดอกไม้ของคุณนั้นมันอดทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศแค่ไหน
มันก็ย่อมมีวันที่จะแห้งเหี่ยวตายลงไปได้เช่นกัน…
ความรัก…ของคนเรา ก็เปรียบได้เช่นเดียวกับการปลูกดอกไม้สักดอกหนึ่ง
ที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่อย่างเสมอต้นเสมอปลาย…
และต้องการความเข้าใจอย่างแท้จริง…จากบุคคลอันเป็นที่รัก….
จาก Saranair.com
ก.ย. 29
โดย natkojung@sanook.com เมื่อ วันจันทร์ ก.ย. 29, 2008 ใน ไม่มีหมวดหมู่

หญิงชายสมัยนี้เป็นคู่ซี้กันมากขึ้น มากกว่าเพศเดียวกัน
ร่วมทุกข์ ร่วมสุขด้วยกัน กระทั่งเพื่อนๆมองว่า
เป็นคู่รัก มากกว่า เพื่อน
เพราะรู้และเข้าใจทุกอารมณ์ของกันและกัน
บางคู่เมื่อหญิงและชาย แยกไปมีคนรักอย่างจริงจัง
ฝ่ายที่เหลืออยู่ จะรู้สึกเหงาและเดียวดาย
ส่วนผู้ที่จากไป จะรู้สึกกังวล ห่วงใย
กระทั่งคู่รักเกิดความหึงหวง ต้องแยกจากกันอย่างจริงจัง
แม้จะอาลัยอาวรณ์เพียงใดก็ตาม
หลายคนถูกเพื่อนตั้งคำถาม “ทำไมไม่จีบเป็นแฟนซะเลยหละ”
ผู้หญิงจะตอบว่า “รู้ไส้รู้พุง” ผู้ชายจะตอบว่า
“กระโดกกระเดกเหมือนม้าดีดกระโหลก” แต่ทั้งสอง
รู้ซึ้งถึงทุกอารมณ์ของกันและกัน รู้ในสิ่งที่ชอบ ไม่ชอบ
กิน ไม่กิน แทบจะพูดได้ว่า
แค่ขยับตัวก็รู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึก และต้องการอะไร
การรู้ไส้ รู้พุง กันมากเกินไป ทำให้รักกันไม่ได้
เปล่าเลย - ความจริงคือ
คนสองคนไม่เคยมีบรรยากาศของความหวานซึ้ง อาจจะเคยมี
แต่ต่างฝ่ายต่างมองเห็นเป็นเรื่องขบขัน
คนแบบนี้หวงเพื่อนยิ่งกว่าจงอางหวงไข่
กว่าคนที่มีหัวใจจะบุกทะลวงผ่านมาได้
ต้องใช้ความพยายามจนเพื่อนรักยอมรับ
คู่ซี้แบบนี้จำนวนมากต้องทนอยู่กับความเจ็บปวด
เมื่อสูญเสียอีกคนไป ผู้หญิงจะเป็นฝ่ายจากไปก่อนเสมอ
ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงอ่อนไหว แต่เธอกลัว กลัวถูกทิ้ง
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเป็นเพื่อนที่เธอรัก รักมาก
แต่เธอไม่รู้ว่า วันใดเขาจะมีคนรัก และจากเธอไป
ด้วยเหตุนี้
ผู้หญิงจึงตอบรับความรักของชายหนุ่มที่มาบอกรักเธอ
เพื่อนซี้บางคนถึงกับโวยวายว่า จะมีแฟนทำไมไม่บอก
เธอจะบอกเขาได้อย่างไร ในเมื่อเธอแคร์ความรู้สึกของเขา
กลัวเขาเจ็บปวด กลัวเขาโกรธ… ถึงอย่างไร
เธอไม่มีทางออก แม้ว่า
บางครั้งแววตาของเขาจะเต็มไปด้วยแววตัดพ้อต่อว่า
เพื่อซี้บางคนโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ตะคอกถามว่า
“อยากมีแฟนทำไมไม่บอก ฉันหาให้ก็ได้” หรือ
“ฉันนี่ไงแฟนเธอ แหม! คนเขารู้กันทั่ว”
รู้ว่าทั้งสองเป็นคู่ซี้กัน
อันที่จริง ความสัมพันธ์ ความผูกพันธ์ของคนสองคน
สนิทแนบแน่นกว่าคนรัก
และคนรักจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับเพื่อนซี้เสมอ เช่น
จะต้องคอยบอกคนรักว่าชอบไม่ชอบ จึงคิดถึงเพื่อนซี้ว่า
ถ้าเป็นเพื่อนซี้ ไม่ต้องให้บอกว่า ไม่กิน ไม่ชอบ ไม่ไป
ไม่เอา การแยกจากเพื่อนซี้กลายเป็นความระทมขมขื่น
อันที่จริง การที่คนสองคนมีความเข้าใจกันอย่างถ่องแท้
แม้บนความเข้าใจนั้นจะอยู่บนพื้นฐานของความก้าวร้าวบ้างก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ
คู่รักบางคู่โกรธกัน กล่าวคำหยาบคาย
ยิ่งกว่าเพื่อนกับเพื่อน
คำว่า “เพื่อน” ต่างหาก ที่กางกั้น “ความรัก”
ความรู้สึกละอายใจเกินไป ไม่กล้าเอ่ยคำว่า “รักเธอ”
ความสนิทสนมมากเกินไป
เกรงว่าจะได้รับเสียงหัวเราะแทนการตอบรับ
รู้สถานภาพของกันและกันมากเกินไป กลัวจะได้รับการดูแคลน
เล่นหัวกันจนหวั่นว่า จะไม่มีความซาบซึ้ง
ใกล้ชิดกันมากจนคิดว่า ไม่มีอารมณ์ทางเพศ
เหนือกว่าความหวาดกลัวทั้งหมด คือการกลัวความสูญเสีย
“สูญเสียความรักระหว่างเพื่อนกับเพื่อน”
บางรายเจ็บช้ำยิ่งกว่านั้น ถูกคนนอกวานให้เป็น พ่อสือ
แม่สื่อ และคนที่ถูกเสนอ มักเกิดความโกรธ น้อยใจ
ตัดสินใจรับรักประชดเพื่อนซี้
ต่างก็เจ็บปวดไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
จาก Saranair.com
ก.ย. 28
โดย natkojung@sanook.com เมื่อ วันอาทิตย์ ก.ย. 28, 2008 ใน ไม่มีหมวดหมู่

ช่วงเวลาที่คนเราต้องเลิกรากัน
มันเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีใครอยากใช้ชีวิตตรงนั้นจริงๆ
ถ้าหากบังเอิญมีความจำเป็นที่ทำให้คุณต้องเลิกกัน
โดยที่ยังคงมีความรู้สึกที่ดีดีต่อกัน
วันเวลาที่ถูกใช้ไปแบบมีเงาตามตัวตลอด
แล้ววันนึงคุณต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังคนเดียว
ในวิถีชีวิตปกติที่เคยผ่านมา ทำทุกอย่างที่เคยทำร่วมกัน
ไปไหนมาไหนในสถานที่เดิมๆ ใช้ของใช้ที่ต่างฝ่ายต่างซื้อให้กัน
หากจะแย่กว่านั้นถ้าไปมาคนเดียว
แล้วเพื่อนฝูงบางคนไม่รู้คอยถามจี้อยู่เรื่อยไป
กว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง เวลาแต่ละวินาทีคงผ่านไปได้อย่างยากมาก
แต่ความจริงมีอยู่ว่าทุกคนสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง
ทุกคนสามารถผ่านวันเวลานั้นไปได้ ถ้าเราไม่คร่ำครวญจนเกินไป
ความเจ็บปวดมักจะเกิดจากการที่จิตใจไม่ยอมรับสภาพที่เป็นอยู่
ไม่พอใจในสิ่งที่ขาดหายไป เราไม่จำเป็นต้องพอใจกับสภาพที่เป็นอยู่
เพียงแต่ต้องยอมรับให้ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ยอมให้เวลาผ่านไปอย่างเจ็บปวด
แต่เชื่อเถอะวันนึงแผลก็ต้องหาย
ไม่มีใครเป็นแผลเรื้อรังไปจนตาย
มีบาดแผลก็ต้องมีความเจ็บปวด
มีบาดแผลก็ต้องใช้เวลารักษา
เห็นด้วยนะว่า แผลเป็นเกิดขึ้นได้
ยิ่งแผลลึกโอกาสเป็นแผลเป็นยิ่งมาก
แต่ไม่มีใครเจ็บปวดเพราะแผลเป็น
มันแค่ทำให้สภาพปกติไม่น่าดูเพิ่มขึ้นนิดหน่อย
สำหรับบางคนที่มีปัญหาต่อกันอยู่
และกำลังกลัวว่าจะต้องผ่านช่วงเวลาอย่างนี้
จนทำให้ไม่กล้าที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลง
และปล่อยให้อะไรๆ มันเลวร้ายไปกว่าเดิม
เชื่อเถอะมันจะยิ่งทำให้แผลลึกลงไปกว่าเดิม
และโอกาสหายก็จะช้าขึ้นอีก
เราต้องกล้าที่จะทนฝ่าหมอกควันออกไป
ไม่อย่างนั้นยังไงเสีย ก็ไม่รอดอยู่ดี
แต่ถ้าคุณผ่านมันออกไปได้
ลมหายใจของคุณจะกลับมามีค่าอีกครั้งหนึ่ง
จาก saranair.com
ก.ย. 27
โดย natkojung@sanook.com เมื่อ วันเสาร์ ก.ย. 27, 2008 ใน ไม่มีหมวดหมู่

อ่านบทความนี้แล้วรู้สึกดีมาก..
มันทำให้ผมนึกถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในความฝัน ความทรงจำของผมตลอดเวลา..
อยากให้ความรักความรู้สึกดี ๆ หลังจากอ่านบทความนี้เกิดขึ้นในใจเพื่อน ๆ
ทุกคน บทความนี้ให้แง่คิดเกี่ยวกับความรัก และครอบครัวได้ดี
มันทำให้เราได้ประสบการณ์ความรักโดยที่เราอาจจะไม่ได้ประสบเองทั้งหมด
เรียนรู้ที่จะรักให้เป็น ประคองรักให้ตราบนานเท่านาน..
“หลังจากที่ผมล้มลุกคลุกคลานกับเรื่องของความรักมาหลายครั้ง
เคยผิดหวัง อกหัก หรือทำให้คนอื่นผิดหวัง
เรียกได้ว่าเคยพบ เคยเจอ เคยเจ็บแบบที่เราๆ ท่านๆ หลายๆ คน
ประสบมาแล้วหรือกำลังประสบอยู่นี่แหละ
จนกระทั่งวันหนึ่งผมพบกับเธอเข้า
ตอนเริ่มเป็นแฟนกัน ผมก็เหมือนคนอื่นๆ ผมชอบเธอ เธอชอบผม
เราชอบกัน คบกันหลายปีจนกลายมาเป็นความรัก
และถึงวันแต่งงานที่เรารอคอย เรามีความสุขมาก
แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นสูตรสำเร็จของความรักที่ทุกคนใฝ่ฝัน
…..จนกว่าจะถึงวันนั้น หรืออะไรทำนองนี้
เราโชคดีเพราะพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายสนับสนุนท่านเป็นกำลังใจให้เราเสมอมา
…เรื่องราวของความรักมักจบลงที่ความสวยงามของการแต่งงาน
…พระเอกนางเอกแต่งงานกัน… เฮ้..จบ
แต่ผมว่าชีวิตจริง มันคนละเรื่องกันเลยครับ…
“เมื่อลูกชายคนแรกของเราคลอดออกมาได้เกือบหนึ่งเดือน
ผมกับภรรยาเหนื่อยแทบขาดใจ ลูกชายร้องหิวนมเป็นระยะๆ ตลอดคืน
แม้ว่าผมจะหยุดงานวันเสาร์อาทิตย์และมีเวลาช่วยเลี้ยงลูกบ้าง
แต่ช่วงที่ผมทำงานทั้งห้าวัน ภรรยาผมต้องเลี้ยงลูกอยู่บ้านคนเดียว
ทั้งที่เธอพึ่งพักฟื้นหลังคลอดด้วย…”
“วันนั้นผมพยายามสะสางงานให้เสร็จ เพื่อวันต่อๆ ไปในอาทิตย์นั้น
จะได้มีเวลาช่วยภรรยาดูแลลูกบ้าง ผมกลับบ้านเย็นไปเล็กน้อย
‘ทำไมคุณไม่รีบกลับบ้าน… คุณไม่รู้หรือว่า ฉันเหนื่อยมากแค่ไหน
ฉันรู้สึกไม่สบายเลย’ ภรรยาผมต่อว่า
ผมตอบกลับทันทีว่า ‘ผมรีบกลับแล้ว ทำไมคุณต้องอารมณ์เสียด้วย’
เธอพูดต่อไปว่า ‘ทำไมฉันอารมณ์เสีย คุณไม่เข้าใจเลยรึยังไงว่า
ฉันเหนื่อยแค่ไหน…’ ผมชักฉุน ‘แล้วคุณคิดว่าผมสบาย
ผมไม่เหนื่อยรึยังไง ผมทำงานมาทั้งวัน’
ผมเริ่มโกรธที่เธอต่อว่าผมอย่างไม่มีเหตุผล เราต่างก็เหนื่อยกันทั้งคู่
แล้วเธอมาโทษว่าผมผิดได้อย่างไรกัน เราทะเลาะกันอีกพักใหญ่
ผมไม่อยากต่อปากต่อคำกับเธออีก ผมขยับหนีจะออกนอกบ้าน
‘นี่คุณ อย่าพึ่งไปเลย ฉันไม่ได้นอนมาทั้งคืน ฉันกำลังรู้สึกแย่เอามากๆ…’
ภรรยาพูดกับผม ผมหยุดนิดหนึ่ง ได้ยินเธอพูดว่า ‘คุณเป็นคนแบบไหนกัน เวลาที่ฉันดีๆ
คุณก็อยากอยู่กับฉัน แต่เวลาที่ฉันแย่
คุณก็หนีฉันไป…คุณอยู่กับฉันเฉพาะเวลาที่ฉันดีๆ เท่านั้นหรือ?’
เธอเงียบไป ผมเห็นตาเธอเริ่มแดง น้ำตาไหลคลอเบ้า เสียงเธอสั่น ‘ตอนนี้ฉันกำลังแย่
ฉันอยากให้คุณอยู่ด้วย คุณจะอยู่เป็นเพื่อนกับฉันสักหน่อยไม่ได้หรือ
อย่าหนีฉันไปไหนเลย’ ผมเห็นแววตาที่ขอร้องของเธอ… และเข้าไปกอดเธอ
ผมพูดอะไรไม่ออก รู้สึกตีบตันที่ลำคอ… เธอกอดผมสักครู่หนึ่ง
แล้วขอบใจที่ผมไม่หนีเธอไป
สิ่งที่เธอต้องการจากผมคือกำลังใจนั่นเอง…
จาก Saranair.com
ก.ย. 21
โดย natkojung@sanook.com เมื่อ วันอาทิตย์ ก.ย. 21, 2008 ใน ไม่มีหมวดหมู่

คำว่า “รัก” มีอะไรมากมายซุกซ่อนอยู่ในนั้น อาจจะหวานชื่น ขมขื่น
หรืออะไรอื่นอีกหลากหลาย ที่จะทำให้คนรู้จัก “รัก”
ได้สัมผัสและรู้สึกถึง….
ความรักเริ่มจากความคิด
เพราะความคิดเป็นจุดเริ่มต้นของความรัก บางที..
ความรักอาจทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงความคิดไปจากเดิม
อาจทำให้คนเราต้องปรับปรุงในสิ่งที่เคยทำ
เพียงเพื่อให้เข้ากับใครอีกคน
ความรักทำให้เกิดความเคารพ ศรัทธา
คุณจะไม่สามารถรักใครได้ ถ้าไม่รู้สึกเชื่อมั่นเสียก่อน
และคนแรกที่คุณต้องศรัทธาเชื่อมั่น ก็คือตัวเอง
ความรักคือการให้ ถ้าคุณต้องการที่จะได้ความรัก
สิ่งที่คุณต้องทำก็คือการให้ ยิ่งให้…คุณก็จะยิ่งได้รับ
สูตรลับของความสุขและทำให้มิตรภาพยืนยาวที่คุณควรจะจำเอาไว้เสมอก็คือ
อย่าถามว่าคนอื่นให้อะไรคุณบ้าง
แต่ให้ถามว่าคุณทำอะไรให้คนอื่นบ้างจะดีกว่า
ในความรักมีมิตรภาพซ่อนอยู่
อยากได้รักแท้ ก็ต้องหาเพื่อนแท้ให้ได้เสียก่อน
การจะรักกันได้ไม่ใช่แค่มองตา
แต่อยู่ที่ว่า.. ต่างคนต่างมีอะไรที่ตรงกันหรือเปล่า
หากจะรักใครอย่างจริงใจ คุณควรจะรักในสิ่งที่เขาเป็น
ไม่ใช่แค่ภาพที่คุณเห็น
มิตรภาพก็เหมือนกับปุ๋ยที่ช่วยทำให้ความรักเบ่งบานเติบโตทุกๆ วันนั่นเอง
การสัมผัส ช่วยสานต่อความรักให้ดีขึ้น
เคยรู้สึกดีใช่มั้ยเวลาที่มีใครโอบไหล่หรือกอดคุณ? การสัมผัส..
จึงเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งที่มีพลัง
และช่วยทลายกำแพงแห่งความชิงชังไม่เข้าใจได้อีกด้วย
น่าแปลกที่การสัมผัสสามารถเปลี่ยนแปลงอารมณ์
และท่าทีที่แข็งกร้าวให้เบาบางลงได้
อยากรักต้องรู้จักปลดปล่อย
ถ้าคุณรักใคร.. จงปล่อยให้เขาเป็นอิสระบ้าง เพราะคุณเองคงรู้สึกอึดอัด
ถ้ามีใครมาล่ามโซ่คุณ ดังนั้น..
จงเรียนรู้ที่จะให้อภัยและลืมอดีตที่ไม่ดี
เรียนรู้ที่จะปลดปล่อยความกลัวภายในใจ เรียนรู้ที่จะยุติธรรม และลดทิฐิ
รวมถึงเงื่อนไขต่าง ๆ ลงบ้าง
ลองบอกตัวเองว่า.. นับแต่นี้ คุณจะทิ้งความกลัวทั้งหมด
แล้วอดีตจะไม่มีผลอะไรต่อตัวคุณได้ …นับจากวันนี้ไป
คุณก็จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่เสียที
ชีวิตจะเปลี่ยนไป
เมื่อเราเรียนรู้ที่จะเปิดใจให้กว้างและซื่อสัตย์ต่อกัน รวมถึง..
คุยกับคนรักอย่างเปิดเผย และกล้าที่จะพูดถ้อยคำวิเศษว่า “ฉันรักเธอ”
โดยไม่ปล่อยให้โอกาสดี ๆ หลุดลอยไป
คุณควรจะบอกรักก่อนจากกันทุกครั้งเสมอ เพราะบางที..
นั่นอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่คุณจะพบกัน!
แก่นแท้ของความรัก คือการไว้ใจกัน
ถ้าคุณไม่เชื่อใจกัน ใครคนหนึ่งจะรู้สึกระแวง กังวล และหวาดหวั่น
ขณะที่อีกคนรู้สึกอึดอัดใจ ที่สำคัญ.. คุณไม่อาจรักใครจริงๆ ได้
ถ้าคุณไม่ไว้ใจเขาคนนั้นอย่างแท้จริง
จาก Saranair.com
ก.ย. 18
โดย natkojung@sanook.com เมื่อ วันพฤหัสบดี ก.ย. 18, 2008 ใน ไม่มีหมวดหมู่

สุข เศร้า เหงา และรัก ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจากจิตใจ ของตัวเราเองทั้งนั้น
หัวใจเวลาสุขก็แสนจะอิ่มเอม เบิกบาน หน้าตาก็สดใส แต่ถ้าหากวันใดหัวใจเราเศร้า
มีทุกข์จากที่เคยสดใส ก็กลายเป็นหม่นหมอง น่าจะได้เวลาแล้วที่เราต้องหันมาดูแล
เอาใจใส่หัวใจตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพา อาศัยให้ใครมาช่วยดูแล
จะมีไหมที่หัวใจ . . . จะได้หยุด
หยุดเพื่อคิด . . . หยุดเพื่อสร้าง . . . ถึงสิ่งใหม่
หยุดเพื่อเติม . . . สีสันและแรงใจ
หยุดเพื่อเติม . . . สิ่งใหม่ให้ตัวเอง
หัวใจใช่เป็นดั่งเหล็กกล้า
จึงต้องให้เวลา . . . ให้ใจพักบ้าง
ให้เวลา . . . เพื่อเก็บซึ่งประสบการณ์
ให้เวลา . . . สร้างตำนานแห่งหัวใจ
มีบ้างยามเหนื่อยล้า . . . พาโหยไห้
ไม่มีใครคอยปลอบใจ . . . ยามทุกข์เศร้า
อาจเจ็บแค้นแน่นอก ใยต้องเป็นเรา
ไม่ใช่เขาไม่ใช่เหล่าคนอื่นเลย . . .
มันก็มีบ้าง ที่บางครั้งต้องหยุด เพราะเดินมามากเกินไป
คำเท่ห์ๆ มันช่วยให้ชีวิตเดินต่อไปได้ก็จริง
แต่มันทำให้เราเหนื่อยจนเกินกว่าจะเป็น . . .
“Keep Walking / แค่คุณหยุดก้าวก็เท่ากับคุณถอยหลัง”
การหยุดก็เท่ากับการได้พัก และมีเวลากับตัวเองมากขึ้น
บางที . . . อาจทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้นก็เป็นได้
ขอให้มีความสุข ในการหยุดพัก . . . คุณเลือกเอง
จาก Kapook.com
ก.ย. 18
โดย natkojung@sanook.com เมื่อ วันพฤหัสบดี ก.ย. 18, 2008 ใน ไม่มีหมวดหมู่

บนฟ้ามีดวงดาวมากมายนั้นก็เพื่อให้คู่รักนอนนับดาวด้วยกันและการที่ลมหนาว พัดผ่านมา
เพื่อพิสูจน์ความอบอุ่นในใจของคนทั้งสอง …….. ฉันกำลังเดินทางตามหาสิ่งนั้นสิ่งที่เรียกกันว่า
“ความรัก” ฉันตามหามันมานานเหลือเกิน เกือบครึ่งชีวิตแล้วสินะที่หามันแต่ก็ยังคงไม่เจอสักที
อยากหาใครสักคนที่เข้าใจความหมายของความรู้สึกเหล่านั้น ดังนั้นฉันจึงเริ่มออกเดินทางบนเส้นทาง
แห่งความโหยหาที่มีทั้งความสุข ความเศร้า และความเหงา ทำไมถึงไม่เจอสักทีผ่านมาหลายสิ่งมากมาย
มีทั้งใช่และไม่ใช่ เมื่อเราใช่แต่อีกฝ่ายกลับว่าไม่ใช่ แต่ใยเวลาเราว่าไม่ใช่ทำไมอีกฝ่ายถึงว่าใช่
สิ่งนี้นี่เองที่ทำให้เราอยากรู้ว่าความรัก คืออะไรกันแน่
บ้างก็ว่าความรักคือการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน แต่ฉันคิดว่าไม่ใช่เพราะทุกคนเมื่อให้
แล้วก็ต้องหวังสิ่งตอบแทน แต่สิ่งตอบแทนของความรักคือความสุขที่ได้ทำเพื่อใครสักคนที่เรารัก
บนหนทางนี้ฉันได้เรียนรู้อีกอย่างว่าความรักไม่ใช่การแสดง ความเป็นเจ้าของ เราต้องรักในสิ่งที่เป็น
ไม่ใช่รักในสิ่งที่อยากให้เป็น ฉันได้พานพบผู้คนมากมายที่หลงทางไปกับสิ่งนี้ การแสดง ความเป็นเจ้าของ
ทำให้เขาต้องแยกจากกัน จงตระหนักไว้ว่าทุกคนมีชีวิตเป็นของตนเองและคงไม่มีใครอยากเอาชีวิตของตนเอง
ไปผูกติดกับใคร คนเหล่านั้นต้องการคนเคียงข้างก้าวไปพร้อมกันบนเส้นทางแห่งชีวิตด้วยความเข้าใจ
มีคนคอยให้กำลังใจเป็น เพื่อนคู่คิดยามไม่มีใคร
หากความเข้าใจกับความรักเดินไปด้วยกันบนหนทางแห่งนี้จะราบรื่นและคงจะไม่มีใครเจ็บเพราะมันอีก
วันนี้ฉันได้เดินทางมาถึงจุดจุดหนึ่งบนเส้นทางที่ยาวไกลนี้ ฉันพบแล้วคนที่จะเคียงข้างยามมีดาวเต็มท้องฟ้า
อ้อมแขนที่อบอุ่นยาม ลมหนาวพัดผ่าน คนที่ฉันพร้อมจะให้อย่างมีความสุข คนที่เฝ้ารอที่จะก้าวไปหาฝัน
พร้อมกัน บนหนทางที่เงียบเหงาแห่งนี้ฉันคงจะ ไม่เงียบเหงาอีกต่อไป ฉันหวังว่านี่คงเป็นปลายทางของ
หนทางแห่งนี้ที่เค้าเรียกกันว่า “หนทางแห่งความรัก”
จาก Narak.com
ก.ย. 17
โดย natkojung@sanook.com เมื่อ วันพุธ ก.ย. 17, 2008 ใน ไม่มีหมวดหมู่

สิ่งที่เราเห็นอยู่ทุกวัน เราก้อคิดอยู่ว่าเราก้อต้องเห็นอยู่แบบนั้นต่อไป
ไม่เคยคิดว่าสิ่งนี้มันสำคัญ ไม่เคยเห็นแม้แต่คุณค่า
เหมือนกับการที่เราเห็นหน้าใครอยู่ทุกวัน คนๆนั้นวิ่งตามเราอยู่ทุกวัน ใส่ใจเราอยู่ทุกวัน
เราก้อมักจะเห็นแค่ว่าใครคนนึงกำลังทำอะไรที่ดูงี่เง่า น่ารำคาญ
จนวันนึงถ้าเราสูญเสียไป เราก้ออาจจะรู้สึกเสียใจบ้าง เราอาจจะต้องการเรียกร้องให้มาเหมือนเดิม
หรือบางทีเราก้ออาจจะรู้สึกว่าดีใจที่ได้มีชีวิตที่ปราศจากความรำคาญ แต่จะมีใครที่เคยรู้สึกถึง
ความรู้สึกของคนที่ให้อยู่บ้าง
บางทีสิ่งที่เขาทำอยู่อาจไม่ได้ตั้งใจจะให้คุณรำคาญ แต่เขาทำไปเพราะเขารักคุณจริงๆ
เหมือนความรักของพ่อแม่ เหมือนความรักของเพื่อนสนิทของคุณ เหมือนความรัก
ของใครอีกหลายคนที่ให้คุณด้วยความจริงใจ
คุณเคยคิดว่าสิ่งเหล่านี้สำคัญบ้างไหม คุณเคยคิดว่าคุณดูแลพวกเขาดีพอรึยัง
คุณให้ความสำคัญกับคนถูกหรือเปล่า คุณให้ความสำคัญกับคนที่ให้วัตถุคุณมากกว่า
ความรู้สึกที่ดีหรือเปล่า
สิ่งที่สำคัญมักมองไม่เห็นด้วยตา แต่ต้องมองด้วยหัวใจ
แต่เรามักไม่มีเวลาพอที่จะใช้หัวใจมอง เรามองอะไรแค่ฉาบฉวยแล้วก็ตัดสิน
เรามองดูความรวยความจนของคนที่สิ่งของที่เขาใช้ เรามองความดีของคนตรงที่
เขาแสดงให้เราเห็น เรามองอะไรหลายอย่างด้วยตา แล้วเราก้อตัดสินคนเพียงแค่เวลาไม่เกิน 5 นาที
เราต้องสูญเสียมิตรที่ดีไปเพียงเพราะเราอ้างว่าไม่มีเวลา
เราไม่มีเวลาก็ต่อเมื่อเราไม่สนใจ เราไม่ให้ความสำคัญต่อสิ่งนั้น ต่อคนๆนั้น
แต่ถ้าลองมองย้อนดู ทำไมเราถึงมีเวลาทำอะไรมากมายหลายอย่างในแต่ละวัน
เพราะเราให้ความสนใจ ให้ความสำคัญ
ทำไมคุณไม่ลองให้ความสำคัญกับสิ่งที่คุณลืมไป กับคนที่หวังดีกับคุณแต่คุณไม่เคยมอง
อย่าปล่อยให้มิตรภาพดีๆต้องมีรอยร้าว เพราะเมื่อวันนึงถ้าต่างคนต่างไป
เราจะได้จากกันด้วยความรู้สึกที่ดี เราจะได้ไม่รู้สึกผิดว่า เรายังทำดีกับเขาไม่เพียงพอ
จาก Narak.com