google logo
สนุก! ค้นหา สารบัญเว็บไทย ข่าว อีเมล์ หาเพื่อน คิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน สนุก! ทูลบาร์ ดูทั้งหมด>>
ดูบล็อกอื่น >
รูปโลโก้ S! Blogger เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

ความคิดถึงเป็นส่วนหนึ่งของความรัก
แน่นอนความรักยังต้องมีส่วนประกอบอื่นๆอีกมาก
แต่ความคิดถึงมักจะมาก่อนเสมอ
หลายคนบอกฉันว่าเพราะรักจึงหวง
หลายคนบอกฉันว่าเพราะรักจึงห่วง
หลายคนรวมเอาความหวง เข้าไว้กับความห่วง
ซึ่งฉันไม่เห็นด้วย

รัก คือ “ความห่วงใย”
ในทุกย่างก้าวคืออาทรและใส่ใจ
รัก คือ “ความห่วงใย”
ไม่ว่าจะทำอะไรให้คำนึงถึง

แต่รักไม่น่าจะคือ “หวงหึง”
ไม่น่าจะต้องเป็นถึงขนาดนั้น
รัก คือ คิดถึง และใจถึงกัน ก็พอ

“หึง” ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวกับรักเลย
“หึง” คือความรู้สึกคับแคบและเห็นแก่ตัว
“หึง” คือจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ความรักไม่ราบรื่นสวยงาม

หากรักกัน
ทำดีต่อกัน
ยิ้มให้กัน
และมีความสุขเมื่อคนที่เรารักมีความสุข
ไม่ว่าเขาจะเลือกมีความสุขวิธีไหน

หากเธอทำบ้านของเธอให้เป็นบ้านที่อบอุ่น
คนที่เธอรักคงไม่อยากเดินออกไปจากชีวิตเธอ
หากเธอมีความสุข
หากเธอทำให้สิ่งรอบๆตัวมีความสุข สวยงาม
ความรัก ไม่ต้องการข้อกำหนดอะไรเกินกว่านี้เลย

ความคิดถึงเป็นส่วนหนึ่งของความรัก

จาก Saranair.com

Tags : , , , , , , | 25 คอมเมนท์ »

บทความ คุณค่าที่มองไม่เห็น

โดย natkojung@sanook.com เมื่อ วันจันทร์ ก.ย. 29, 2008 ใน ไม่มีหมวดหมู่

” ขอให้ฉันดูหน้าลูกหน่อยได้มั๊ยคะ “ คุณแม่คนใหม่เอ่ยขึ้น
เมื่อห่อผ้าน้อย ๆ อยู่ในอ้อมกอดเธอ เธอค่อย ๆ คลี่ผ้าที่ห่อออก
เพื่อมองใบหน้าเล็ก ๆ เธอกรีดร้อง หมอต้องอุ้มเด็กออกไปอย่างรวดเร็ว
เด็กทารกที่เกิดมาไม่มีใบหู

กาลเวลาพิสูจน์ว่าการได้ยินของเจ้าหนูไม่มีปัญหา
ปัญหามีเฉพาะสิ่งที่มองเห็นภายนอกคือใบหูที่หายไป
หลายครั้งที่เจ้าหนูกลับจากโรงเรียนแล้ววิ่งมาซบอกแม่
เธอรู้ว่าหัวใจลูกปวดร้าวแค่ไหน พวกมันล้อผมว่า ไอ้ตัวประหลาด”

เจ้าหนูเติบโตขึ้น หล่อเหลา เป็นที่รักของเพื่อน ๆ
เค้ามีพรสวรรค์ในด้านอักษรศาสตร์ วรรณคดี และดนตรี
เค้าอาจได้เป็นหัวหน้าชั้น แต่เพราะเจ้าสิ่งนั้น…
” ลูกต้องพบปะกับผู้คนบ้างนะลูก ” แม่กล่าวด้วยความสงสาร
พ่อของเด็กชายปรึกษากับหมอประจำครอบครัว
” ผมสามารถปลูกถ่ายใบหูได้ครับ ถ้ามีผู้บริจาค
แต่ใครล่ะจะเสียสละใบหูเพื่อเด็กน้อยคนนี้ ” คุณหมอกล่าว
2 ปีผ่านไป พ่อบอกกับลูกชาย ” ลูกเตรียมตัวไปโรงพยาบาลนะ
พ่อกับแม่หาคนบริจาคใบหูที่ลูกต้องการได้แล้ว แต่นี่เป็นความลับ”

การผ่านตัดสำเร็จด้วยดี คนคนใหม่เกิดขึ้น
เค้ากลายเป็นผู้มีพรสวรรค์ เป็นอัจฉริยะในโรงเรียน
ในวิทยาลัย จนเป็นที่กล่าวขานกันรุ่นต่อรุ่น
ต่อมาได้แต่งงานและทำงานเป็นข้าราชการในสถานทูต

วันหนึ่งชายหนุ่มถามผู้เป็นพ่อ
” พ่อครับใครเป็นคนมอบใบหูให้ผม ใครช่างให้ผมได้มากมาย
แต่ผมไม่เคยทำอะไรเพื่อเค้าได้เลยสักนิด ”
” พ่อไม่เชื่อว่าลูกจะตอบแทนเค้าได้หมดหรอก เรื่องนี้เป็นความลับ
เราตกลงกันแล้ว ” พ่อตอบ หลายปีที่มันยังคงเป็นความลับ

แต่แล้ววันหนึ่งวันที่มืดมิดที่สุดผ่านเข้ามาในชีวิตลูกชาย
เค้ายืนข้างพ่อใกล้หีบศพของแม่ พ่อค่อย ๆ ลูบผมแม่อย่างช้า ๆ
และนุ่มนวล ผมสีน้ำตาลแดงถูกเสยขึ้นจนมองเห็น … แม่ไม่มีใบหู
ใบหูของแม่ถูกตัดไป … พ่อกระซิบผ่านลูกชาย ” แม่บอกพ่อว่า
เธอดีใจที่ได้ทำอย่างนี้ เธอไม่เคยตัดผมอีกเลย ไม่มีใครมองเห็นว่า
เธอไม่สวย จริงไหม ”

” จงจำไว้ สิ่งมีค่าที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่การมองเห็น
หากแต่อยู่ที่สิ่งที่เรามองไม่เห็น
ความรักที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่เราได้ทำอะไรแล้วมีคนรับรู้
หากแต่อยู่ที่สิ่งที่เรากระทำแล้วไม่มีใครรับรู้
ความรัก บางครั้งไม่จำเป็นต้องพูดพร่ำเพรื่อ ”

จาก Saranair.com

Tags : , , , , , , | 12 คอมเมนท์ »

บทความ การปลูกดอกไม้ของความรัก

โดย natkojung@sanook.com เมื่อ วันจันทร์ ก.ย. 29, 2008 ใน ไม่มีหมวดหมู่

เมื่อคุณคิดที่จะมีความรัก…..
มันก็เหมือนกับว่าคุณกำลังคิดที่จะปลูกดอกไม้สักดอกหนึ่ง
แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า ดอกไม้ของคุณจะเจริญเติบโต
ได้อย่างสวยงามโดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเลย
ดอกไม้ของคุณก็สามารถที่จะเติบโตได้เอง

บางครั้งปลูกดอกไม้ของคุณอาจจะไม่สวยงาม อย่างที่คุณได้วาดฝันไว้
อาจจะมีตายบ้าง เหี่ยวเฉาบ้าง ถ้าหากคุณไม่ดูแลรักษามันไว้ให้ดี
ดอกไม้แต่ละดอก มีพื้นฐานความต้องการที่แตกต่างกัน
ดอกไม้บางชนิดอาจเจริญงอกงาม ในสถานที่แห้งแล้งได้อย่างดี

แต่ในทางกลับกันดอกไม้บางชนิดก็ไม่สามารถ
ที่จะเจริญงอกงามได้ในพื้นที่แห้งแล้งเหล่านั้นได้
คุณจึงจำเป็นที่จะต้องคอยดูแลเอาใจใส่ดอกไม้ของคุณอยู่เสมอ
ถ้าหากคุณยังอยากจะให้ดอกไม้ของคุณสวยงาม…
คุณต้องคอยมั่นรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ให้มันอย่างสม่ำเสมอ
ดอกไม้ของคุณถึงจะออกดอกผลิใบ อย่างที่คุณต้องการ….

แต่เมื่อใดแล้วที่คุณละเลย ไม่คอยดูแลเอาใจใส่ดอกไม้ของคุณ
เมื่อนั้นแหละ เจ้าดอกไม้ที่คุณสู้อุตส่าห์ ถนุถนอมมันมานานแรมปี
หรือแม้กระทั่งชั่วชีวิตของคุณ มันก็พร้อมที่จะแห้งตาย อย่างไม่มีวี่แววมาก่อน
ต่อให้เจ้าดอกไม้ของคุณนั้นมันอดทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศแค่ไหน
มันก็ย่อมมีวันที่จะแห้งเหี่ยวตายลงไปได้เช่นกัน…

ความรัก…ของคนเรา ก็เปรียบได้เช่นเดียวกับการปลูกดอกไม้สักดอกหนึ่ง
ที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่อย่างเสมอต้นเสมอปลาย…
และต้องการความเข้าใจอย่างแท้จริง…จากบุคคลอันเป็นที่รัก….

จาก Saranair.com

 

Tags : , , , , , , , | 5 คอมเมนท์ »

บทความ เคยไหม .. ที่ตกหลุมรักเพื่อน

โดย natkojung@sanook.com เมื่อ วันจันทร์ ก.ย. 29, 2008 ใน ไม่มีหมวดหมู่

หญิงชายสมัยนี้เป็นคู่ซี้กันมากขึ้น มากกว่าเพศเดียวกัน
ร่วมทุกข์ ร่วมสุขด้วยกัน กระทั่งเพื่อนๆมองว่า
เป็นคู่รัก มากกว่า เพื่อน
เพราะรู้และเข้าใจทุกอารมณ์ของกันและกัน
บางคู่เมื่อหญิงและชาย แยกไปมีคนรักอย่างจริงจัง
ฝ่ายที่เหลืออยู่ จะรู้สึกเหงาและเดียวดาย
ส่วนผู้ที่จากไป จะรู้สึกกังวล ห่วงใย
กระทั่งคู่รักเกิดความหึงหวง ต้องแยกจากกันอย่างจริงจัง
แม้จะอาลัยอาวรณ์เพียงใดก็ตาม

หลายคนถูกเพื่อนตั้งคำถาม “ทำไมไม่จีบเป็นแฟนซะเลยหละ”
ผู้หญิงจะตอบว่า “รู้ไส้รู้พุง” ผู้ชายจะตอบว่า
“กระโดกกระเดกเหมือนม้าดีดกระโหลก” แต่ทั้งสอง
รู้ซึ้งถึงทุกอารมณ์ของกันและกัน รู้ในสิ่งที่ชอบ ไม่ชอบ
กิน ไม่กิน แทบจะพูดได้ว่า
แค่ขยับตัวก็รู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึก และต้องการอะไร
การรู้ไส้ รู้พุง กันมากเกินไป ทำให้รักกันไม่ได้
เปล่าเลย - ความจริงคือ
คนสองคนไม่เคยมีบรรยากาศของความหวานซึ้ง อาจจะเคยมี
แต่ต่างฝ่ายต่างมองเห็นเป็นเรื่องขบขัน

คนแบบนี้หวงเพื่อนยิ่งกว่าจงอางหวงไข่
กว่าคนที่มีหัวใจจะบุกทะลวงผ่านมาได้
ต้องใช้ความพยายามจนเพื่อนรักยอมรับ
คู่ซี้แบบนี้จำนวนมากต้องทนอยู่กับความเจ็บปวด
เมื่อสูญเสียอีกคนไป ผู้หญิงจะเป็นฝ่ายจากไปก่อนเสมอ
ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงอ่อนไหว แต่เธอกลัว กลัวถูกทิ้ง
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเป็นเพื่อนที่เธอรัก รักมาก
แต่เธอไม่รู้ว่า วันใดเขาจะมีคนรัก และจากเธอไป
ด้วยเหตุนี้
ผู้หญิงจึงตอบรับความรักของชายหนุ่มที่มาบอกรักเธอ
เพื่อนซี้บางคนถึงกับโวยวายว่า จะมีแฟนทำไมไม่บอก
เธอจะบอกเขาได้อย่างไร ในเมื่อเธอแคร์ความรู้สึกของเขา
กลัวเขาเจ็บปวด กลัวเขาโกรธ… ถึงอย่างไร
เธอไม่มีทางออก แม้ว่า
บางครั้งแววตาของเขาจะเต็มไปด้วยแววตัดพ้อต่อว่า
เพื่อซี้บางคนโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ตะคอกถามว่า
“อยากมีแฟนทำไมไม่บอก ฉันหาให้ก็ได้” หรือ
“ฉันนี่ไงแฟนเธอ แหม! คนเขารู้กันทั่ว”
รู้ว่าทั้งสองเป็นคู่ซี้กัน

อันที่จริง ความสัมพันธ์ ความผูกพันธ์ของคนสองคน
สนิทแนบแน่นกว่าคนรัก
และคนรักจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับเพื่อนซี้เสมอ เช่น
จะต้องคอยบอกคนรักว่าชอบไม่ชอบ จึงคิดถึงเพื่อนซี้ว่า
ถ้าเป็นเพื่อนซี้ ไม่ต้องให้บอกว่า ไม่กิน ไม่ชอบ ไม่ไป
ไม่เอา การแยกจากเพื่อนซี้กลายเป็นความระทมขมขื่น
อันที่จริง การที่คนสองคนมีความเข้าใจกันอย่างถ่องแท้
แม้บนความเข้าใจนั้นจะอยู่บนพื้นฐานของความก้าวร้าวบ้างก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ
คู่รักบางคู่โกรธกัน กล่าวคำหยาบคาย
ยิ่งกว่าเพื่อนกับเพื่อน

คำว่า “เพื่อน” ต่างหาก ที่กางกั้น “ความรัก”
ความรู้สึกละอายใจเกินไป ไม่กล้าเอ่ยคำว่า “รักเธอ”
ความสนิทสนมมากเกินไป
เกรงว่าจะได้รับเสียงหัวเราะแทนการตอบรับ
รู้สถานภาพของกันและกันมากเกินไป กลัวจะได้รับการดูแคลน
เล่นหัวกันจนหวั่นว่า จะไม่มีความซาบซึ้ง
ใกล้ชิดกันมากจนคิดว่า ไม่มีอารมณ์ทางเพศ
เหนือกว่าความหวาดกลัวทั้งหมด คือการกลัวความสูญเสีย
“สูญเสียความรักระหว่างเพื่อนกับเพื่อน”
บางรายเจ็บช้ำยิ่งกว่านั้น ถูกคนนอกวานให้เป็น พ่อสือ
แม่สื่อ และคนที่ถูกเสนอ มักเกิดความโกรธ น้อยใจ
ตัดสินใจรับรักประชดเพื่อนซี้
ต่างก็เจ็บปวดไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

จาก Saranair.com

Tags : , , , , , , , , , | คอมเมนท์ที่นี่ »

บทความ นี่แหละ .. ชายคนดีของฉัน

โดย natkojung@sanook.com เมื่อ วันจันทร์ ก.ย. 29, 2008 ใน ไม่มีหมวดหมู่

เธอรู้มั้ย…ผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์ตรงไหน
คนชอบสงสัยกันจัง …ฉันจะบอกให้นะ
ถ้าเป็นเธอ เวลาที่เธออยากหาแฟน …
เธอคงอยากได้แฟนหล่อๆ รวยๆ
ขับรถเท่ห์ๆ ฉันก็อยากได้ แล้วยังไง….

เธอจำได้ไหมแฟนฉันคนแรก ทั้งหล่อทั้งรวย
แล้วไง…เธออาจภูมิใจในวันแรกๆ แอบปลื้มกับตัวเอง
พอวันต่อมา….เธอต้องทนกับความรู้สึกหลายๆ อย่าง
เธอต้องถูกมองด้วยสายตาประหลาดๆ จากคนรอบข้าง
เธอต้องคอยเดินตามไปในที่ๆ เค้าบอก
เธอต้องกินในสิ่งที่เค้าเลือก
เธอต้องคอยฟังในเรื่องเวอร์ๆ ที่เค้าพยายามบอกเธอ
เธอยังต้องทนอึดอัดเวลามีผู้หญิงอื่นมายั่วยวนเค้า
ในขณะที่เค้ายิ้มอย่างมีความสุข…..

เธอกลับต้องซ่อนความกังวลใจ
เพียงรอให้เค้าเอ่ย ปากแนะนำตัวว่า “เธอเป็นแฟนเค้า”
ยิ่งนานวัน คุณค่าของเธอยิ่งค่อยจางลง…จางลง…
เค้าจะค่อยๆ ใช้คำพูดที่เชือดเฉือนเธอ…
คำว่า “ไม่ได้” จะออกมาจากปากเค้ามากขึ้น การแนะนำว่า
“แฟนเค้า” จะน้อยลง เธอกลับแอบได้ยินเค้าหัวเราะกับหญิงอื่นมากขึ้น….
เธอจะได้ยินคำแก้ตัวแบบเน่าๆ ที่ไม่รักษาน้ำใจ
แล้วเธอก็ต้องยอมเดินออกมาจากเค้าพร้อมแว่วเสียง
หัวเราะของเค้าดังเข้ามากระทบหูเธอ

แต่กับผู้ชายคนนี้ ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง
แม้เค้าจะไม่หล่ออะไรมากมาย
แต่รอยยิ้มเค้าก็สวยสำหรับฉัน
แม้เค้าจะไม่รวย แต่เค้าก็มีอะไรๆ
มาประทับใจฉันเสมอ
เค้าไม่มีผู้หญิงมารายล้อม
แต่เค้ามีเพื่อนที่ดีมากมาย

ฉันชอบที่เราคุยกันได้ทุกเรื่อง
ฉันชอบที่ฉันได้เลือกที่จะไปไหน
จะกินอะไร…ฉันจะกุมแขนเค้าแน่นขึ้นเวลาที่
เค้าแนะนำตัวฉันกับคนอื่น ว่าฉันเป็นแฟนเค้า
เค้ามีแต่เรื่องตลกๆ มาเล่าให้ฉันฟัง
ยิ่งนานวัน เค้าจะยิ่งรักฉันมากขึ้น
เหมือนกลัวว่าฉันจะทิ้งเค้าไป ….

เค้าจะทำให้ฉันจนบ้างครั้งต้องเอ่ยว่า
“ไม่ต้องทำขนาดนั้น”
ฉันจะรู้สึกอบอุ่น เชื่อมั่นเวลาที่มีเค้าอยู่
นี่แหละ…ชายคนดี ของฉัน
แล้วเธอจะรู้ว่า การมีผู้ชายธรรมดาดีๆ สักคน ก็พอแล้ว…..

จาก Saranair.com

Tags : , , , , , , | คอมเมนท์ที่นี่ »

บทความ กาลครั้งหนึ่ง ….

โดย natkojung@sanook.com เมื่อ วันอาทิตย์ ก.ย. 28, 2008 ใน ไม่มีหมวดหมู่

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีเรื่องเล่า
ระหว่างสาวสวยและหนุ่มรูปงามผู้ซึ่งรักกันอย่างดูดดื่ม…
ทั้งสองได้สาบานว่าแม้ความตายก็มิอาจจะพรากรักอันแสนจะมั่นคงนี้ลงได้

และในครั้งนั้นยังมีแม่มดตนหนึ่งผู้ซึ่งเชื่อมั่นว่า
ไม่มีสิ่งใดที่จะแน่นอนเท่าความไม่แน่นอน
แม่มดไม่เชื่อว่าความรักของทั้งสองจะมั่นคง
จึงคิดหาทางพิสูจน์ขึ้นมา

นางกล่าวว่า
“หากพวกเจ้ามั่นใจในรักของอีกฝ่ายซึ่งยั่งยืนแม้ว่าความตายจะพราก
ดังนั้นข้าก็อยากจะลองดูว่ามันจะเป็นอย่างไร…
ข้าขอสาปให้นับแต่นี้เป็นต้นไป
ไม่ว่าจะเกิดใหม่อีกสักกี่ชาติ
บุรุษนี้จะไม่มีทางจำเจ้าได้เขาจะไม่สามารถจำได้ว่าเคยรักเจ้า
และตรงกันข้ามกับเจ้า เจ้าจะเป็นคนที่จำทุกอย่างได้
เพราะเจ้าจะยังคงอยู่เช่นนี้ตลอดไปไม่แก่ไม่เฒ่า
ไม่มีวันตายจะอยู่อย่างนี้นิรันดร…
เจ้าจะจำเวลาที่เคยรักเขาเคยเป็นที่รัก
และต้องเฝ้ารอการกลับมาของเขาในชาติแล้วชาติเล่าตลอดกาล…”

“… วันใดก็ตามที่เจ้าทำให้เขารู้ตัวว่ารัก
เจ้าทำให้เขาจำเจ้าได้วันนั้น…คือวันที่ความเป็นนิรันดร์ของเจ้าสิ้นสุดลง…
เจ้าจะแก่และตายตามสภาพของอายุขัยที่ควรเป็น…
และคราวนี้ก็จะเป็นทีของเจ้าหนุ่มนั่นแทนเขาจะต้องเป็นคนที่ค้นหาเจ้าบ้าง…”

หลังจากนั้นมา ปีแล้วปีเล่า เวลาผ่านไปศตวรรษทบศตวรรษ
ที่หญิงสาวเฝ้าตามหาชายหนุ่มคนรัก
และทุกครั้งที่เธอได้พบเขาในสภาพของใครคนหนึ่ง
ที่ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเธอเลยแม้แต่น้อย…

เธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขาจำเธอได้
แต่มันไม่เคยสำเร็จชาติแล้วชาติเล่า…
หลังจากการเกิดและดับของเขาผ่านไปนับสิบครั้ง
เขาก็ยังไม่อาจระลึกได้ถึงความรักของเธอ…

ความทุกข์ทรมานของหญิงสาวถูกเฝ้าดูอย่างเย้ยเยาะ
โดยนางแม่มดผู้รอคอยเวลาที่หญิงสาวจะยอมรับว่า…
รักแท้ที่แม้ความตายก็ไม่อาจพรากไม่มีจริง

แล้วนางแม่ มดก็ต้องประหลาดใจ เมื่อพบว่า ในช่วงหลังๆ
มาหญิงสาวไม่ได้พยายามที่จะทำให้ชายหนุ่มระลึกถึงตน
ไม่พยายามให้ชายหนุ่มรักตน แต่กลับทำทุกอย่างที่คิดว่า
จะทำให้เขามีความสุขและทำให้เขาเกิดรอยยิ้มแทน…

แล้ววันหนึ่งนางแม่มดก็เก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว
จึงปรากฏตัวเพื่อเอ่ยถามกับตัวหญิงสาวเอง…

“…เจ้าได้ละทิ้งความพยายามของเจ้าเสียแล้วล่ะหรือ…
ความพยายามที่จะพิสูจน์ให้ข้าเห็นอำนาจและพลังของรักแท้
ที่เหนือกว่าอำนาจใดๆแม้กระทั่งคำสาปของข้า…”

“จริงๆแล้ว ข้าก็มีเหตุผลของข้า”
หญิงสาวตอบนางแม่มดกลับไป

“…ข้าไม่ได้ละทิ้งความพยายาม…เพียงแต่…
ข้ากลัวว่าความพยายามของข้าจะสัมฤทธิ์ผล…แล้ว”

“…แล้วเจ้าก็ต้องแก่และตาย”
นางแม่มดต่อให้ด้วยเสียงเย้ยหยัน
“ที่แท้เจ้าก็กลัวที่จะตายเจ้ากลัวจะสูญเสียความเป็นอมตะของเจ้า…
เฮอะนี่หรือรักแท้ของเจ้า”

หญิงสาวไม่ปฏิเสธ
นางเผชิญหน้ากับนางแม่มดและรับคำกล่าวหานั้น

“อาจใช่…มันเป็นความจริงที่ข้ากลัวว่าหากข้าทำให้เขาจำข้าและรักข้าได้
ข้าจะต้องตายจากเขาไป”

“และเจ้าก็ไม่เชื่อใจว่าเขาจะทำให้เจ้าจำได้เช่นนั้นหรือ?”
หญิงสาวจ้องหน้าแม่มดนิ่งอยู่ ก่อนตอบ

“สิ่งที่ข้าเกรงไม่ใช่เรื่องนั้น…ท่านรู้อะไรไหม…
ตลอดเวลาอันยาวนานที่ข้าเฝ้าเดินทางตามหาเขา

เฝ้ารอคอยวันแล้ววันเล่ารอวันที่เขาจะกลับมาหาข้าอีกครั้ง…
ตลอดเวลาที่ข้าเฝ้ามองการเกิดและการตายของเขา

มันคือความทรมานอันยาวนานที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด
…และสำหรับข้าความทุกข์อันแสนสาหัสคือ
การได้เห็นความทรมานของผู้เป็นที่รักโดย
ที่เราไม่อาจเอื้อมมือเข้าไปช่วยเหลือได้…

หลายครั้งที่ข้าอยากให้ตัวข้าเห็นแก่ตัวพอที่จะพยายามทำให้เขารัก
ทำให้เขาระลึกถึงข้าได้อีกครั้งเพื่อที่ข้าจะได้เป็นอิสระต่อการพันธนาการนี้…
แต่ทุกครั้งที่ข้าคิดถึงมันความทุกข์ทรมานที่ข้าได้รับเนื่องจากการรอคอยที่ไม่มี

วันจบสิ้นก็ทำให้ข้าคิดได้
…ข้าไม่อาจให้เขาต้องแบกรับความรู้สึกทรมานเช่นที่ข้าได้รู้สึก…
ความรักของข้าอาจไม่แข็งแกร่งพอที่จะตัดสินใจพยายามให้เขาจำข้าได้ต่อไป

และจากนี้ต่อไปแม้ว่าข้าจะต้องรอคอยไปชั่วนิรันดร์
สิ่งเดียวที่ข้าจะทำคือข้าจะทำให้เวลาของเขา
มีแต่ความสุขเท่าที่พลังของข้าจะทำได้
ข้าอาจไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาก็จริง
แต่ข้าก็ยังอยากเห็นรอยยิ้มของเขา…

ข้าอาจเป็นคนอ่อนแอในสายตาของท่าน
อย่างไรก็ตาม
นี่ก็คือความรักของข้าคือสิ่งที่ข้าเป็น…
แม้ชีวิตของข้าจะต้องเดียวดายตลอดกาล
แต่ข้าก็มั่นใจอยู่อย่างหนึ่งว่า
คนที่ข้ารักจะไม่มีวันเดียวดายเช่นตัวข้า…
เพราะเขาจะมีข้าข้างกายเขาชั่วนิรันดร์…”

ในชีวิตของเรามีหลายช่วงต่อหลายช่วงที่เราคิดว่าเรารักใครสักคนมากมายเหลือเกิน
และหลายต่อหลายครั้งที่ความรักของเราก็ต้องการความรักตอบกลับมา
หลายคนฟูมฟายกับโชคชะตาว่ารักที่ไม่ได้รักตอบคือการสูญเวลาเปล่า…
แต่มีหลายต่อหลายคน…ที่ดีใจกับโชคชะตาที่เกิดมาสักครั้งแต่ยังได้รักใครสักคน อย่างเต็มหัวใจ…

ทุกอย่างในชีวิตมีทางเลือก…
ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเลือกทางไหน…หรือคุณจะเลือกหรือไม่?
คุณจะเลือกทางไหน?…
เปิดประตูรับความรักเข้ามา
เพื่อเติมความอบอุ่นให้กับหัวใจแม้เพียงช่วงหนึ่งของชีวิต…
หรือจะมัวแต่ฟูมฟายโทษตัวเองกับความรักที่ให้ไปแต่ไม่ได้รักตอบ…??
ทางเลือกเป็นของคุณ…

จาก Saranair.com

Tags : , , , , | คอมเมนท์ที่นี่ »

บทความ ช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวด

โดย natkojung@sanook.com เมื่อ วันอาทิตย์ ก.ย. 28, 2008 ใน ไม่มีหมวดหมู่

ช่วงเวลาที่คนเราต้องเลิกรากัน
มันเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีใครอยากใช้ชีวิตตรงนั้นจริงๆ
ถ้าหากบังเอิญมีความจำเป็นที่ทำให้คุณต้องเลิกกัน
โดยที่ยังคงมีความรู้สึกที่ดีดีต่อกัน
วันเวลาที่ถูกใช้ไปแบบมีเงาตามตัวตลอด
แล้ววันนึงคุณต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังคนเดียว
ในวิถีชีวิตปกติที่เคยผ่านมา ทำทุกอย่างที่เคยทำร่วมกัน
ไปไหนมาไหนในสถานที่เดิมๆ ใช้ของใช้ที่ต่างฝ่ายต่างซื้อให้กัน

หากจะแย่กว่านั้นถ้าไปมาคนเดียว
แล้วเพื่อนฝูงบางคนไม่รู้คอยถามจี้อยู่เรื่อยไป
กว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง เวลาแต่ละวินาทีคงผ่านไปได้อย่างยากมาก
แต่ความจริงมีอยู่ว่าทุกคนสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง
ทุกคนสามารถผ่านวันเวลานั้นไปได้ ถ้าเราไม่คร่ำครวญจนเกินไป
ความเจ็บปวดมักจะเกิดจากการที่จิตใจไม่ยอมรับสภาพที่เป็นอยู่
ไม่พอใจในสิ่งที่ขาดหายไป เราไม่จำเป็นต้องพอใจกับสภาพที่เป็นอยู่
เพียงแต่ต้องยอมรับให้ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ยอมให้เวลาผ่านไปอย่างเจ็บปวด

แต่เชื่อเถอะวันนึงแผลก็ต้องหาย
ไม่มีใครเป็นแผลเรื้อรังไปจนตาย
มีบาดแผลก็ต้องมีความเจ็บปวด
มีบาดแผลก็ต้องใช้เวลารักษา
เห็นด้วยนะว่า แผลเป็นเกิดขึ้นได้
ยิ่งแผลลึกโอกาสเป็นแผลเป็นยิ่งมาก
แต่ไม่มีใครเจ็บปวดเพราะแผลเป็น
มันแค่ทำให้สภาพปกติไม่น่าดูเพิ่มขึ้นนิดหน่อย

สำหรับบางคนที่มีปัญหาต่อกันอยู่
และกำลังกลัวว่าจะต้องผ่านช่วงเวลาอย่างนี้
จนทำให้ไม่กล้าที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลง
และปล่อยให้อะไรๆ มันเลวร้ายไปกว่าเดิม
เชื่อเถอะมันจะยิ่งทำให้แผลลึกลงไปกว่าเดิม
และโอกาสหายก็จะช้าขึ้นอีก
เราต้องกล้าที่จะทนฝ่าหมอกควันออกไป
ไม่อย่างนั้นยังไงเสีย ก็ไม่รอดอยู่ดี
แต่ถ้าคุณผ่านมันออกไปได้
ลมหายใจของคุณจะกลับมามีค่าอีกครั้งหนึ่ง

จาก saranair.com

Tags : , , , , , , | คอมเมนท์ที่นี่ »

บทความ บันทึกรัก บันทึกร้าว

โดย natkojung@sanook.com เมื่อ วันอาทิตย์ ก.ย. 28, 2008 ใน ไม่มีหมวดหมู่

ฉันไม่เคยรู้เลยว่า แค่คำเพียงแค่ คำเดียว
มันสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนเราได้มากมายถึงเพียงนี้
เพียงแค่คำว่า “รัก” คำนี้คำเดียวจริงๆ ที่สามารถทำให้ชีวิตที่สดใส
กลับกลายเป็นมืดมน ได้อย่างง่ายดาย…….

แรกเริ่มของความรัก…….ฉันรู้สึกดี ฉันรู้สึกมีความสุข
อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน…..
อาจจะเป็นเพราะว่าวันนั้น……
ฉันได้บอกสิ่งที่ฉันได้เก็บมันมาแสนนาน….
ให้กับคนที่ฉันคิดว่า ฉันกำลังมีความรู้สึกดีๆ กับเค้าได้รับรู้

และฉันก็สมหวังในสิ่งที่ฉันได้บอกมันออกไป
โดยที่ตัวฉันเองไม่เคยคิดถึงจุดจบของความรักที่กำลังเริ่มต้นนั้นเลย

เมื่อระยะเวลาผ่านไป ทุกอย่างดูเหมือนจะลงเอยด้วยดี
ฉันดีใจที่ได้สัมผัสความรู้สึกของความรัก……
ฉันดีใจที่ได้รับความห่วงใยจากคนที่ฉันรัก ……
ฉันดีใจที่ได้ฟังคำสัญญามากมาย จากคนที่ฉันรัก…..
ฉันดีใจ….ฉันหลงคิดว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดีที่สุด
โชคดีที่ได้รู้จักและเรียนรู้กับความหมายคำว่า “ความรัก”

แต่แล้ววันนี้ เมื่อระยะเวลาผันผ่าน
ความรู้สึกเหล่านั้นของฉันมันก็เริ่มลดน้อยลง
ฉันกำลังเริ่มรู้สึกว่า…….
ฉันช่างเป็นคนที่โชคร้ายที่ได้สัมผัสกับความรู้สึกของความรัก
ฉันไม่น่าหลงทางมาใน เส้นทางของความรัก

วันนี้ฉันกำลังหาคำตอบให้ตัวเองว่า
เป็นเพราะกาลเวลาเท่านั้นหรือ…. ที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป
หรือเป็นเพราะตัวฉันที่ดูแลเอาใจใส่ ความรักของฉันไม่เพียงพอ
จนทำให้ความรักของฉันมันต้องพังทลายลงไป……

จากวันนั้นจนถึงวันนี้….
ฉันก็ยังไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้

วันนี้ฉันรู้แต่เพียงว่า ไม่มีอีกแล้ววันที่ฉันฝัน
ไม่มีอีกแล้ววันที่ฉันมีความสุข
มีเพียงความทุกข์ที่ผ่านเข้ามา……..
มีเพียงน้ำตาที่อยู่เคียงข้างฉัน…….

ถ้าหากก่อนหน้านี้ฉันรู้ว่ารักแล้วเจ็บปวด
ฉันจะไม่ยอมทุ่มเทความรู้สึกให้กับความรักมากถึงเพียงนี้

และถ้าหากคุณหรือใครอีกหลายคนกำลังย่างก้าวเข้ามาในโลกของความรัก
ขอให้คุณเผื่อใจไว้สักเสี้ยวหนึ่งของความรู้สึก….เพื่อความผิดหวัง
แล้วคุณจะไม่เจ็บปวดอย่างที่ฉันกำลังเผชิญ……

หลายคนอาจคิดว่า มันง่ายมากกับการบอกเลิกใครสักคน
แต่คุณรู้บ้างไหม มันไม่ง่ายเลยกับการเลิกรักใครสักคน…….

จาก Saranair.com

Tags : , , , , , , | คอมเมนท์ที่นี่ »

บทความ คนพิเศษ

โดย natkojung@sanook.com เมื่อ วันเสาร์ ก.ย. 27, 2008 ใน ไม่มีหมวดหมู่

ชีวิตคนเรามีอะไรมากมายที่ผ่านเข้ามาให้ซึมซับรับรู้แล้วลืมมันไป
ในชีวิตคนเรามีผู้คนมากมายที่ผ่านเข้ามาแล้วผ่านไปทำให้รู้จักมักคุ้น
แต่ในผู้คนมากมายเหล่านั้น
อย่างน้อยคงต้องมีใครบางคนที่ทำให้เรารู้สึก “ไม่ธรรมดา” ที่จะนึกถึง
เรียกว่าเป็น “ความพิเศษ” ที่เราจะยกเว้นเอาไว้จากความปกติทั่วไปของจิตใจ

ก็ในเมื่อคำว่า “พิเศษ” หมายถึงความจำเพาะ ความแปลกแยก
ความดีงาม ความอบอุ่นในหัวใจ
กระนั้นทำไมเราไม่ปฏิบัติต่อเขาให้ตรงกับที่ใจคิด

ให้ “ความรู้สึกดีดี” จากจิตใจที่ดีดี
ให้ “ความอาทรถึง” จากจิตใจที่นึกถึง
ให้ “ความห่วง” จากจิตใจที่เป็นห่วง
ให้ไปเถอะ ให้ไปอย่างดีดี แต่มี “สติ”
ให้ไปเถอะ ให้ไปอย่างอบอุ่น แต่ไม่ “คุกกรุ่น”
ให้ไปเลย ให้ไปเท่าไหร่ก็ได้
แต่เมื่อให้ไปแล้วต้อง “ไม่ร้อนรุ่มกลัดกลุ้ม”
และหากเมื่อใดจิตใจอาจระส่ำระสาย สะดุดกับอะไรขึ้นมาบ้าง
ก็จงหยุดพักตรึกตรอง อย่าปล่อยให้พายุอารมณ์โถมพัด
“สิ่งดีดี” จนกระจัดกระจาย
เพราะ “การให้ความหมาย” ไม่ใช่ “การตั้งความหวัง”
คนสองคนให้ความหมายซึ่งกันและกัน แต่คนสองคน
“จะไม่ตั้งความหวังในกันและกัน”
เพราะการตั้งความหวังมักนำพาซึ่ง “การเรียกร้อง”
“ความอยากเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ” โดยที่ไม่รู้ตัว
มันร้อนนัก หนาวนัก และไม่เป็นสุข
เราต้องไม่ลืมปรับอุณหภูมิจิตใจเอาไว้ที่องศาอุ่นๆ
หากเริ่มรู้สึกตัวว่า
ความร้อนเริ่มทวีขึ้น เราต้องค่อยๆ
เดินออกมาสูดอากาศเย็น
หากตรงกันข้ามเราก็ต้องหลบเร้นจากความหนาวมาหาไอแดดเช่นกัน
และอย่าลืมว่า “ความพิเศษ”
ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นพิเศษมากหรือพิเศษสุด
หรือพิเศษอย่างยิ่งในคนคนเดียว
ทั้งเราและเขาอาจจะมีคนพิเศษในวิถีชีวิตได้หลายลักษณะ
พิเศษในเรื่องนั้น
พิเศษในเรื่องนี้
ในเมื่อหัวใจเป็นของเรา
เราก็ย่อมเลือกให้ความพิเศษกับใครก็ได้ที่เราจะไม่ต้องแลก
กับความทุกข์อย่าง
พิเศษกลับมา
จงให้ “ความพิเศษ” เป็นชีวิตชีวา
เป็นแววตาที่แจ่มใส
เป็นความห่วงใยที่เมื่อนึกถึงทีไรก็ยิ้มได้
ไม่วิ่งหนี แต่ไม่วิ่งตาม
ไม่หักห้าม แต่ไม่กระโจนใส่
ไม่เป็นน้ำตาลที่หวานอ่อนไหว
แต่เป็นความอบอุ่นในหัวใจและเอื้ออาทร
จงเป็นความแจ่มใสในอารมณ์ของตัวเอง เป็นความชุ่มชื่น
สดใส เช่นสายน้ำ
เป็นสีสันงดงามเช่นมวลผกา เป็นสีเขียวของใบไม้
ที่เย็นที่ตาและที่ใจ
และที่ตรงนี้ จะอีกนานเท่าใด ไม่ว่า “คนพิเศษ”
คนนั้นจะอยู่ใกล้หรือต้องจากกันไกล
ความพิเศษ” นั้นก็จะคงอยู่อย่างมีคุณค่า ณ ที่เดิม
ที่ซึ่งใจข้างซ้ายตรงกัน

จาก Saranair.com

Tags : , , , , | 1 คอมเมนท์ »

บทความ ต้นใจ

โดย natkojung@sanook.com เมื่อ วันอาทิตย์ ก.ย. 21, 2008 ใน ไม่มีหมวดหมู่

 

การที่เราเลือกจะปลูกต้นไม้ เรามักจะเลือกต้นไม้ที่เราชอบ
ดังนั้น ต้นไม้ที่เลือกปลูก อาจใช่ที่เราชอบ
คือต้นไม้อะไรที่เราชอบมีความเหมาะสมให้ปลูกได้
เช่น ถ้าต้นไม้ของเราชอบแดดแล้วจะออกดอกงาม ก็จะปลูกในที่มีแดดดี
หากต้นไม้ที่เลือกปลูกชอบที่ร่ม ก็จะปลูกในมุมที่ร่มรื่น

แต่บางทีต้นไม้ที่เราชอบ อาจไม่ใช่ต้นไม้ที่เราจะปลูกได้
เช่นถ้าเราชอบต้นปาล์ม
ซึ่งนิยมปลูกในสนามหญ้ากว้างๆ แต่ต้นปาล์มอาจไม่เหมาะสมกับสนามหญ้าบ้านของเรา
เพราะขนาดสนามหญ้าบ้านของเราอาจเล็กเกินไป
ที่ชอบ จึงอาจไม่ใช่ที่ใช่ …

เหมือนการมีคู่
คนที่เราชอบและรู้สึกว่ารัก อาจไม่ใช่ที่ใช่และเหมาะที่ใช้ชีวิตคู่ด้วย
เช่นเค้าคนนั้นอาจมีคนรักอยู่แล้ว หรืออาจมีบางนิสัยที่ทำให้เราเกิดทุกข์ในใจ
และหากเราอยากมีชีวิตที่มีความสุขและสวยงาม
ในชีวิตที่เราสามารถเลือกหรือจัดได้
เราก็ต้องรู้จักปลูกต้นใจให้เป็น ต้นใจที่ใฝ่และรักที่จะทำดี
โดยฝังรากแข็งแรงในหัวคิดและจิตใจ แต่ก็ต้องเป็นต้นใจที่พร้อมจะถอนได้
ในยามที่เราพบว่า ที่เราคิดว่าดี เอาเข้าจริงมันไม่ดีจริง ก็ต้องรู้จักถอนใจ
ตัดจากความรักที่ไม่เหมาะสม เพื่อปลูกต้นใจต้นใหม่ที่เหมาะสมกว่า
แล้วสักวัน ก็คงจะเจอต้นใจที่ใช่และเหมาะสมสำหรับเรา

อ่านเจอบทความนี้อดรู้สึกไม่ได้ว่าคนเขียนช่างเปรียบเทียบความรักกับสิ่งที่อยู่
ใกล้ตัวเราได้ดี
เป็นการเขียนที่ง่ายๆแต่เห็นภาพได้ชัดเจน
ฉันเชื่อว่าทุกคนคงอยากที่จะเจอความรักที่ใช่กันทุกคน
แต่สุดท้ายแล้วมันไม่ใช่อย่างที่คิด
บทความนี้อาจทำให้คุณยิ้มได้อย่างที่ฉันรู้สึก

จาก Saranair.com

Tags : , , , , | 1 คอมเมนท์ »