หวัดดีคร่า
คัยมีอาการ เวียนศีรษะ ปวดต้นคอ ปวดไหล่ แขนชา ฯลฯ
มาอ่านทางนี้เลย
เพราะคุนอาจเปนโรคกระดูกคอโดยไม่รุ้ตัว
คอของเราประกอบด้วยกระดูกคอ(Cervical Spine)
ทั้งหมด7ข้อหรือที่เรียกว่ากระดูกC1-C7
ระหว่างกระดูกแต่ละข้อมีแผ่นกระดูกอ่อนหรือ
ที่เรียกว่าหมอนรองกระดูกคั่นกลาง ทำหน้าที่
ป้องกันการเสียดสีและเป็นเสมือนโช้คอัพ เพื่อ
ดูดซับและกระจายแรงอัด ส่วนกระดูกที่เราคลำได้เป็นตุ่มๆ
ที่อยู่ด้านหลังของคอนั้นเป็นกระดูก
ที่ยื่นออกจากส่วนหลังของกระดูก ตรงกลาง
ของกระดูกนี้มีลักษณะเป็นรูให้ประสาทไขสันหลัง
และหลอดเลือดสอดผ่าน ระหว่างรอยต่อของ
กระดูกคอแต่ละข้อจะมีช่องว่างให้รากประสาท
งอกออกมาเพื่อนำคำสั่งจากสมองไปยังกล้ามเนื้อ
ที่ไหล่ แขน มือและรับความรู้สึกส่วนต่างๆ
กลับไปยังสมอง กระดูกคอมีขนาดเล็กแต่ต้อง
แบกรับน้ำหนักของศีรษะที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา
จึงเกิดความบอบช้ำบาดเจ็บได้ง่ายและเสื่อมได้เร็วกว่า
ส่งผลกระทบต่อเส้นประสาท หลอดเลือด
และไขสันหลังที่อยู่บริเวณเดียวกัน ทำให้เกิดอาการ
ปวดศีรษะ ปวดต้นคอ ไหล่และสะบัก
ปวดร้าวและชาที่แขนและมือ
พร้อมทั้งอาการอื่นๆที่สลับซับซ้อนจนบางครั้ง
นึกไม่ถึงว่าอาการเจ็บปวดทรมานนี้มาจากกระดูกคอเรานี่เอง
วิธีป้องกันและดูแลตัวเอง
1.เมื่อทำงานอยู่ในท่าเดียวนานๆ
ควรลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ
2.ไม่ควรใส่เสื้อผ้ารัดแน่นเกินไป
3.ไม่ควรนอนฟูกนิ่มเกินไป ความสูงของหมอนควร
พอเหมาะกับคอเพื่อลดการทำงานของคอ
อาจใช้หมอนใบเล็กๆรองใต้บริเวณคอร่วมด้วย
4.บริเวณคอควรได้รับความอบอุ่น ไม่ควรตากแอร์ตากลมตรงๆ
5.ปรับระยะตัวหนังสือที่ต้องอ่านประจำ
ให้อยู่ระดับสายตา เพื่อป้องกันการเกิดคอเคล็ด
6.ใช้แว่นตาให้เหมาะสมกับสายตา เพื่อป้องกัน
การขยับคอบ่อยๆ ขณะทำงานและป้องกันคอเคล็ด
7.ไม่ว่าในท่าเดินหรือท่ายืนศีรษะก็ควรจะ
อยู่ตั้งตรงบนลำตัว ไม่ควรก้มศีรษะลง
8.การโน้มศีรษะลงขณะอ่านหนังสือจะทำให้กล้ามเนื้อ
บริเวณคอทำงานมากกว่าปกติ ควรจะยกหนังสือ
ให้ตั้งขึ้นได้ระดับสายตา
9.ไม่ควรสัปหงกขณะนั่งรถ เพื่อป้องกันคอเคล็ด
10.การนวดอย่างนิ่มนวลอาจช่วยผ่อนคลาย
กล้ามเนื้อบริเวณคอ
11.การใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบอาจช่วยลด
อาการปวดคอได้ แต่ถ้าจะให้ได้ผลที่ดีกว่า
ควรประคบแบบเปียกด้วยผ้าชุบน้ำร้อน
12.การออกกำลังกายในท่าต่อไปนี้จะลดความ
ตึงตัวของเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อบริเวณคอ ซึ่งสามารถ
ทำได้ที่บ้านและที่ทำงานวันละ2-3ครั้ง และท่าใด
ที่ต้องก้มศีรษะลงให้ปล่อยขากรรไกรลงให้มาก
ที่สุดพร้อมกับหลับตา และเพื่อให้ได้ผลดีขึ้น
ให้ทำ2แบบแรกอย่างช้าๆเท่าที่จะทำได้
13.หมุนศีรษะตามเข็มนาฬิกา3ครั้งและ
ในทางตรงข้ามอีก3ครั้ง ทิ้งน้ำหนักของศีรษะ
ลงเต็มที่ในการหมุนแต่ละครั้ง
14.ก้มศีรษะไปข้างหน้าโดยให้ไหล่อยู่กับที่
แล้วเอียงคอไปมาทางด้านข้างและหงายไปด้านหลัง
ให้มากที่สุด ทำซ้ำ10ครั้ง
15.คอตรงหันศีรษะช้าๆ ไปด้านขวาและ
ซ้าย10ครั้ง และทำซ้ำให้เร็วขึ้น
เปนงัยบ้างคะ
ไม่ว่าคุนจะมีอาการใด
ทางที่ดีไปหาหมอดีที่สุดค่ะ
ที่มาหนังสือคู่สร้างคู่สม ฉบับที่ 631
และ www.enwei.co.th
แระก้อหัดคอมเม้นบ้างเน้อจะได้รุ้ว่ามีคัยอ่านบ้างแล้ว
คัยไม่คอมเม้นขอหั้ยเปนหมัน(อิอิ)