google logo
สนุก! ค้นหา สารบัญเว็บไทย ข่าว อีเมล์ หาเพื่อน คิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน สนุก! ทูลบาร์ ดูทั้งหมด>>
ดูบล็อกอื่น >
รูปโลโก้ S! Blogger เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

บล็อกเดือน พฤษภาคม, 2009

รู้ทัน “มะเร็งกระดูก”

วันอาทิตย์, พฤษภาคม 31st, 2009

มะเร็ง” โรคร้ายที่เป็นสาเหตุการตายที่สำคัญในปัจจุบัน มะเร็งส่วนใหญ่สามารถบำบัดได้ และหลายชนิดที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยเฉพาะถ้าได้รับการบำบัดตั้งแต่เริ่มแรก… วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับมะเร็งกระดูก” มะเร็งที่พบได้น้อยมาก แต่ถ้าหากเป็นแล้ว อาการมักจะรุนแรงและกระจายไปสู่อวัยวะอื่นได้รวดเร็วมาก ส่วนใหญ่จะพบในคนอายุต่ำกว่า 35 ปี โดยเฉพาะในช่วงอายุ 10 - 20 ปี

         

ทั้งนี้ มะเร็งกระดูกถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ… “มะเร็งที่แพร่กระจายมาจากมะเร็งของอวัยวะอื่น” เช่น จากต่อมลูกหมาก เต้านม ไทรอยด์ ฯลฯ โดยมักเกิดที่กระดูกแบนๆ เช่น กระดูกเชิงกราน กระดูกซี่โครง กระดูกกระโหลกศีรษะ เป็นต้น และ “มะเร็งที่เกิดกับกระดูกโดยตรง” คือ มะเร็งที่เกิดจากเซลล์ของกระดูก ซึ่งพบได้น้อยกว่าชนิดแรก มักจะเป็นที่กระดูกของแขน ขา เป็นส่วนใหญ่ ส่วนน้อยเกิดบริเวณกระดูกขากรรไกร          สำหรับสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งกระดูกนั้น เช่นเดียวกับมะเร็งชนิดอื่นๆ คือยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอน แต่มีสาเหตุบางประการซึ่งอาจเป็นปัจจัยเสริมให้เกิดมะเร็งของกระดูกได้ เช่น กระดูกได้รับอันตรายจากการหกล้ม และผู้ที่ได้รับสารกัมมันตรังสีบางอย่าง เช่น เรเดียม สตรอนเซียม ก็จะมีโอกาสเป็นมะเร็งของกระดูกได้มากกว่าคนธรรมดา

อาการ

 
 
 
 
 
 
 

 


          จะพบว่ามีก้อนแข็งหรือปุ่มยื่นออกมาจากกระดูก ก้อนจะโตเร็ว ต่อมาจะมีอาการปวดร่วมด้วย บางรายมาด้วยอาการกระดูกหักแตกได้ง่ายจากการกระทบกระเทือนเพียงเล็กน้อย การวินิจฉัย
          แพทย์จะตรวจร่างกายอย่างละเอียด มักต้องอาศัยการเอ็กซเรย์ร่วมด้วย บางรายแพทย์อาจตัดชิ้นเนื้อไปตรวจดูทางพยาธิวิทยา เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องแม่นยำ และวางแผนการรักษาต่อไป 
การรักษา
          โดยทั่วไปอาศัยการผ่าตัดเป็นหลัก และอาจใช้การฉายแสงหรือยาเคมีบำบัดร่วมด้วยในบางกรณี 
  ข้อพึงปฏิบัติ
          มะเร็งกระดูก แม้พบได้น้อย แต่เมื่อเป็นแล้วจะมีความรุนแรงมาก ผู้ป่วยจะมีอาการทรุดอย่างรวดเร็ว การวินิจฉัยโรคเร็ว และให้การรักษาโดยฉับพลัน จึงเป็นหัวใจของความอยู่รอด ดังนั้น เมื่อความผิดปกติเกิดขึ้นแก่กระดูก เช่น มีก้อนเกิดขึ้นบริเวณแขน ขา กระดูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กวัยเรียน ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยเร็ว อย่าลังเลใจ เพื่อแพทย์จะได้แนะนำและให้การรักษาต่อไป

 

 
 
 
 
 
 
 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
-
uboncancer.org
- nci.go.th

 

คอมเมนท์กันเยอะๆนะจ้ะ

 

ใครอยากรู้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมก็เขียนมาในคอมเมนท์ได้จะหามาให้ได้จ้า

 

ปรัชญาชีวิต

วันศุกร์, พฤษภาคม 22nd, 2009

สิ่งที่แข็งที่สุด เอาชนะได้ด้วยสิ่งที่อ่อนที่สุด
เมื่อประตูบานหนึ่งปิด อีกบานหนึ่งก็เปิด
แต่บ่อยครั้งที่เรามัวแต่จ้องประตูบานที่ปิดจนไม่ทันเห็นว่ามีอีกบานที่เปิดอยู่
อย่ามัวค้นหาความผิดพลาด จงมองหาหนทางแก้ไข

อารมณ์ขันเป็นสิ่งยอดเยี่ยมที่สุดที่ช่วยรักษาสิ่งอื่นได้
เพราะทันทีที่เกิดอารมณ์ขัน
ความรำคาญและความขุ่นข้องหมองใจจะมลายไป
กลับกลายเป็นความเบิกบานแจ่มใสของจิตใจเข้ามาแทนที่

อย่ากลัวที่จะนั่งหยุดพักเพื่อคิด
1 นาทีที่คุณโกรธเท่ากับคุณได้สูญเสีย 60 วินาทีแห่งความสงบในจิตใจไปแล้ว
หนทางเดียวที่จะรักษาภาพพจน์ได้คือการซื่อสัตย์ตลอดเวลา

ผู้ชนะไม่เคยลาออก และผู้ลาออกก็ไม่เคยชนะ
ออกซิเจนสำคัญต่อปอดเช่นไร ความหวังก็เป็นเช่นนั้นต่อความหมายของชีวิต

การมีชีวิตอยู่นานเท่าใดมิใช่สิ่งสำคัญ สิ่งสำคัญก็คือ มีชีวิตอยู่อย่างไร
เราเข้าใจชีวิตเมื่อมองย้อนหลังเท่านั้น แต่เราต้องดำเนินชีวิตไปข้างหน้า

เราไม่อาจล้างมือที่แปดเปื้อนซ้ำได้เป็นครั้งที่ 2 ในสายน้ำไหล(สุภาษิต ทิเบต)
ไม่มีสิ่งใดช่วยให้คุณได้เปรียบคนอื่นมากเท่ากับการควบคุมอารมณ์
ให้สงบนิ่งอยู่ตลอดเวลาในทุกสถานการณ์

ความอดทนคือเพื่อนสนิทของสติปัญญา
พรสวรรค์ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ คือ การที่เราสามารถเอาใจเขามาใส่ใจเราได้
ในธรรมชาติไม่มีสิ่งใดดีพร้อม แต่ทุกอย่างก็สมบูรณ์แบบในตัวเอง
ต้นไม้อาจบิดเบี้ยวโค้งงออย่างประหลาด แต่ก็ยังคงความงดงาม

มักพูดกันว่ากาลเวลาเปลี่ยนทุกสิ่ง
แต่จริงๆแล้ว คุณต้องเปลี่ยนทุกสิ่งด้วยตนเอง

 

เป็นยังไงบ้างคะ

โดนใจมั้ย

อิอิ

คอมเมนท์ให้หน่อยเน้อ

วันพยาบาลสากล

วันพุธ, พฤษภาคม 13th, 2009

ความเป็นมาของวันพยาบาลสากล

          สภาพยาบาลระหว่างประเทศ (International Council of Nurses, ICN) ซึ่งเป็นองค์กรวิชาชีพพยาบาล ได้กำหนดให้วันที่ 12 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันพยาบาลสากล (International Nurses Day) โดยเริ่มครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2514 (ค.ศ.1971) ทั้งนี้ วันที่ 12 พฤษภาคม เป็นวันเกิดของมิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ผู้ก่อกำเนิดวิชาชีพการพยาบาล และเป็นผู้ที่มีอุดมการณ์ ตั้งใจจะบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อมวลมนุษย์อย่างแท้จริง จนได้รับการยกย่องและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

จุดประสงค์ของการกำหนดวันพยาบาลสากล
          วันพยาบาลสากลถูกกำหนดขึ้น เพื่อสดุดีคุณงามความดีของมิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ที่ทำประโยชน์อย่างมากมายให้แก่มวลมนุษย์ รวมทั้งเพื่อเป็นการยกย่อง ให้เกียรติ และให้คนยึดถือเอาเป็นแบบอย่าง อีกทั้งยังมีจุดมุ่งหมายให้พยาบาลทั่วโลก ร่วมมือจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์แก่สาธารณชน และกำหนดแนวทางเพื่อให้พยาบาลทั่วโลกรณรงค์แก้ไขปัญหาสุขภาพในแต่ละปี
ประวัติ มิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล
          มิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล เป็นชาวอังกฤษ เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ.1820 ที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ครอบครัวของมิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล จัดว่ามีฐานะ จึงทำให้เธอได้รับการศึกษาอย่างดี มิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล มีความตั้งใจที่จะเป็นพยาบาล ดังนั้นเมื่อเธออายุได้ 20 ปี ได้ขอบิดามารดาเรียนพยาบาล แต่ไม่ได้รับการอนุญาต เนื่องจากในสมัยนั้นงานพยาบาลไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร แต่เธอก็ยังมุ่งมั่นที่จะทำงานเสียสละเพื่อดูแลผู้เจ็บป่วย จนหาโอกาสได้ไปเยี่ยม และดูงานตามโรงพยาบาลต่างๆ ในทวีปยุโรป จนสุดท้ายมิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ก็ได้เข้าศึกษาอบรมวิชาพยาบาลที่ประเทศเยอรมนี ได้ดังใจฝัน
          ต่อมาในปี ค.ศ.1857 เกิดสงครามไครเมียขึ้น มิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ได้อาสาสมัครไปช่วยดูแลทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากสงคราม เธอเสียสละทรัพย์สิน และขอเรี่ยไรจัดหาเครื่องเวชภัณฑ์ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือทหาร อีกทั้งยังได้ออกตระเวนตรวจเยี่ยม เพื่อรักษาและให้กำลังใจทหารแม้ในเวลาค่ำคืน จนได้รับสมญานามว่า “สุภาพสตรีแห่งดวงประทีป” (The lady of the lamp)

          ภายหลังสงครามสิ้นสุด มิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ได้ริเริ่มพัฒนากิจการพยาบาลให้ก้าวหน้า จนในที่สุดได้มีผู้ร่วมกันก่อตั้งกองทุนการศึกษาสำหรับพยาบาล “ไนติงเกล” เพื่อเป็นเกียรติแก่ท่าน จากนั้นมิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ก็ได้รับการยอมรับให้เป็นผู้จัดระเบียบด้านสุขภาพในกองทัพประเทศอังกฤษ และวางแผนงานด้านสุขาภิบาลในประเทศอินเดีย จนก่อตั้งโรงเรียนพยาบาลที่เป็นต้นแบบของโรงเรียนพยาบาลทั่วโลก นอกจากนี้มิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ยังได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ในฐานะผู้บุกเบิกวิชาชีพการพยาบาลอีกด้วย

วันพยาบาลสากลในประเทศไทย
          สำหรับในประเทศไทยนั้น สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย ได้เข้าเป็นองค์กรสมาชิกของสภาพยาบาลระหว่างประเทศ เมื่อ พ.ศ.2504 (ค.ศ.1961) และได้จัดกิจกรรมวันพยาบาลสากลเป็นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.2529 (ค.ศ.1986) โดยรองศาสตราจารย์ ดร.วิเชียร ทวีลาภ นายกสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยในขณะนั้น ได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และองค์การยูนิเซฟ จัดกิจกรรมวันพยาบาลสากล และในปีต่อๆ มาก็มีการจัดกิจกรรมเนื่องในวันพยาบาลสากลมาโดยตลอด โดยมีจุดประสงค์สำคัญ เพื่อสดุดีมิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล บูรพาจารย์แห่งการพยาบาล รำลึกถึงพระคุณของท่าน และประกาศเกียรติคุณ เพื่อให้ประชาชนได้ทราบ อีกทั้งยังเป็นการเผยแพร่บทบาทของพยาบาลต่อสุขภาพของประชาชนให้ทราบเป็นประจำทุกปี
 
 
 

 

คำขวัญประจำวันพยาบาลสากล
          ทุกๆ ปี จะมีการตั้งคำขวัญเนื่องในวันพยาบาลสากล ซึ่งคำขวัญของแต่ละปี ได้แก่
            พ.ศ.2528 สุขภาพอนามัยสตรี (Nurses and Women Health)
            พ.ศ.2529 เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคแก่เด็กทุกคน (Universal Child Immunization)
            พ.ศ.2530 บทบาทของพยาบาลกับการดูแลของผู้ประกอบวิชาชีพ (Occupational Health)

            พ.ศ.2531 ช่วยแม่ลูกสุขสันต์ในวันเกิด (Help Her Have a Happy Birth-Day)

           พ.ศ.2532 สุขภาพวัยเรียนต้องเพียรส่งเสริม (School Health)

           พ.ศ.2533 พยาบาลและสิ่งแวดล้อม (Nurses and the Environment)

           พ.ศ.2534 พยาบาลเชิงรุก - เพื่อสุขภาพจิตของปวงประชา (Mental Health and Nursing)

           พ.ศ.2535 สุขกาย สุขใจ ในวัยทอง (Health Ageing)

           พ.ศ.2536 คุณภาพการพยาบาล และความคุ้มค่า (Quality, Cost and Nursing)

            พ.ศ.2537 ครอบครัวสุขสันต์ - วันพยาบาลสากล (Health Families for Healthy Nation)

            พ.ศ.2538 พยาบาลเสริมสร้างวิถี - สู่สุขภาพสตรี (Women’ Health: Nurses Pave the Way)

            พ.ศ.2539 เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า พยาบาลพัฒนางานวิจัย (Better Health Through Nursing Research)

            พ.ศ.2540 อนาคตประเทศจะสดใส เยาวชนไทยต้องสุขภาพดี (Healthy Young People = A Brighter Tomorrow)

           พ.ศ.2541 สุขภาพชุมชนไทยดี ทุกคนมีส่วนร่วม (Partnership for Community Health)

            พ.ศ.2542 อดีตที่ผ่านมาบอกความก้าวหน้าในอนาคต (Celebrating Nursing Past - Claiming the Future)

            พ.ศ.2543 เพื่อท่าน…พยาบาลพร้อมดูแล (Nurses - Always There for You)

            พ.ศ.2544 พยาบาลพร้อมช่วยท่าน : ร่วมป้องกันความรุนแรง (Nurses, Always There for You : United Against Violence)

            พ.ศ.2545 พยาบาลพร้อมช่วยท่าน : ร่วมกันดูแลครอบครัว (Nurses, Always there for you : Caring For Families)

           พ.ศ.2546 พยาบาลพร้อมช่วยท่าน : ร่วมต้านมลทินเอดส์ (Nurses : Fighting AIDS Stigma; Caring For All)

            พ.ศ.2547 พยาบาลเคียงข้างผู้ยากไร้ รวมน้ำใจต้านความจน (Nurses : Working With The Poor, Against Poverty)

            พ.ศ.2548 พยาบาลปกป้องปวงประชา : ห่างไกลยาไร้มาตรฐาน (Nurses for Patient Safety: Targeting Counterfeit and Substandard Medicines)

            พ.ศ.2549 พยาบาลปลอดภัย ประชาไทยมีสุข (Safe staffing saves lives)

            พ.ศ.2550 สิ่งแวดล้อมปลอดภัย การพยาบาลไทยมีสุข ประชาราษฎร์เป็นสุข (Positive Practice Environments: Quality Workplaces - Quality Patient Care)

            พ.ศ.2551 พยาบาลก้าวนำ สร้างสรรค์บริการสุขภาพปฐมภูมิเพิ่มพูนคุณภาพบริการชุมชน (Delivering Quality, Serving Communities: Nurses Leading Primary Health Care)

            พ.ศ.2552 พยาบาลก้าวนำ สร้างสรรค์นวัตกรรมการดูแล เพิ่มพูนคุณภาพบริการชุมชน  (Delivering Quality, Serving Communities: Nurses Leading Care Innovations)

กิจกรรมในวันพยาบาลสากล

          ในสถานพยาบาล หน่วยงานการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง จะร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพยาบาล เช่น

          1. จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ นิทรรศการเกี่ยวกับสุขภาพ และกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพอื่นๆ

          2. จัดให้มีการตรวจสุขภาพ และคัดกรองโรค

          3. จัดกิจกรรมรณรงค์ให้มีการดูแลสุขภาพในครอบครัว

          4. จัดประชุมวิชาการเกี่ยวกับการแพทย์ และการพยาบาล

          5. ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์พยาบาลแก่ประชาชน

          6. ให้การบริการพยาบาลแก่ประชาชน

          7. จัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิต

          นอกจากวันพยาบาลสากลจะเป็นวันที่มีความสำคัญต่อผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาลทั่วโลกแล้ว สำหรับประชาชนคนทั่วไป ก็ควรต้องรำลึกถึงความสำคัญของวันนี้ และยกย่องมิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ในฐานะปฐมบูรพาจารย์วิชาการพยาบาลของโลกเช่นกัน

 

ที่มา: www.kapook.com

คอมเมนท์ด้วยนะจ้ะ 

วิธีช็อปปิ้งอย่างมีสติ

วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 7th, 2009
  • ออกไปช็อปปิ้งเมื่อคุณจำเป็นต้องซื้อของบางอย่างเท่านั้นและขอให้ตรงดิ่งไปยังร้านหรือแผนกขายของที่คุณต้องการทันที

  • อย่าเดินชมสินค้าที่ร้านอื่นหรือแผนกอื่น

  • อย่าออกไปช็อปปิ้ง ถ้าคุณกำลังรู้สึกเหนื่อย เครียด เศร้า เหงาหรืออารมณ์ไม่ค่อยอยู่กับร่องรอย

  • หางานอดิเรกทำสักอย่างลองทำไปเรื่อยๆจนกว่าจะพบสิ่งที่ถูกใจอาจจะต้องใช้เวลาสักพักกว่าคุณจะรู้ว่างานอดิเรกอะไรที่คุณทำแล้วรู้สึกเพลิดเพลินจนอาจลืมช็อปปิ้งได้

  • ถ้าคุณคิดว่านิสัยช็อปกระหน่ำของคุณอาจเข้าขั้นเสพติด ขอให้รีบจัดการปัญหานี้โดยด่วน ลองเข้าไปหาข้อมูลที่www.debtorsanonymous.org ซึ่งจะช่วยประเมินว่าอาการบ้าช็อปของคุณอยู่ขั้นไหนถ้าอาการของคุณเข้าขั้นอันตรายคุณอาจไปปรึกษาคุณหมอประจำตัวเพื่อให้ช่วยแนะนำจิตแพทย์ให้ก็ได้

  • การซื้อของให้คนอื่นก็ส่งผลให้คุณช็อปกระหน่ำเช่นกันจงเลิกพฤติกรรมนี้ด่วนเพราะความมีน้ำใจต่อญาติมิตรอาจมีค่ามากกว่าการซื้อของขวัญให้

  • ลองนึกว่าคุณอยากได้อะไรมากที่สุดและเริ่มเก็บเงินสำหรับซื้อของชิ้นนั้นซื้อด้วยเงินสด อย่าจ่ายด้วยเครดิตการ์ดจะเป็นการซื้ออย่างมีความสุข โดยไม่ต้องรู้สึกผิด

                                                                   

 

ที่มา: หนังสือคู่สร้างคู่สม        ปีที่30                ฉบับที่ 637         ประจำวันที่1-10พฤษภาคม        ทศ1  2552 

 

คอมเมนท์ให้หน่อยนะคะ ได้โปรดเถอะ