google logo
สนุก! ค้นหา สารบัญเว็บไทย ข่าว อีเมล์ หาเพื่อน คิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน สนุก! ทูลบาร์ ดูทั้งหมด>>
ดูบล็อกอื่น >
รูปโลโก้ S! Blogger เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

สุดยอดผลไม้

โดย sarujang@sanook.com เมื่อ ส.ค. 26 2008 | ไม่มีหมวดหมู่

นั่งนึกๆที่เค้าว่ากินกล้วยแล้วฉลาดนี่น่าจะจริงแฮะ เพราะเมื่อคิดถึงคนรอบข้างที่ชาญฉลาด 99.99% ก็ล้วนแต่เป็นคนที่ชอบกินกล้วยเป็นประจำ ลองอ่านดูแล้วจะรู้ว่ากล้วยมีประโยชน์เพียงใด

สุดยอดผลไม้ราคาถูกก็คือ กล้วยมีประโยชน์ มีคุณค่ามหาศาล เป็นอาหารสุขภาพระดับแนวหน้า กล้วยมีคุณค่าอาหารสูงให้พลังงาน 100 แคลอรีต่อกล้วย 100 กรัม มีการวิเคราะห์วิจัยว่า กล้วยน้ำว้ามีโปรตีนใกล้เคียงนมแม่มาก จึงเป็นอาหารเสริมที่ดีที่สุดสำหรับทารก (ตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป) กล้วยสุกอย่อยง่ายและให้คาร์โบไฮเดรตที่เหมาะกับเด็ก

เร็ว ๆ นี้ มีการวิจัยเปรียบผลการเปลี่ยนแปลงระดับกลูโคสในเลือดจากการกินกล้วยเทียบกับการกินขจองว่างขนมปัง ปรากฏว่า กล้วยมีประสิทธิภาพในการเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกายมากกว่าอย่างชัดเจน หลังจากกินกล้วยไป 15 นาที ระดับกลูโคสในเลือดเพิ่มขึ้น 35 เปอร์เซ็นต์ และคงระดับไปอีกนานถึง 45 นาที จึงเริ่มค่อยตกลง พูดง่าย ๆ ก็คือกล้วยทำให้มีแรงกระปรี้กระเปร่าขึ้นนานเกือบเป็นชั่วโมง

กล้วยนอกจากเป็นอาหารเพิ่มพลังแล้ว ยังเป็นอาหารลดน้ำหนัก เหมาะสำหรับรักษาหุ่น กล้วยช่วยเพิ่มพลังงาน หนักท้อง และให้แคลอรีสูง กล้วยน้ำว้าลูกโตหนึ่งผลมี 100 แคลอรี แถมยังมีวิตามินเอ และวิตามินซีมาก ยิ่งกว่านั้นยังเชื่อกันว่ากินกล้วยแช่น้ำผึ้งทุกวันจะช่วยให้สุขภาพแข็งแรง และเป็นยาอายุวัฒนะด้วย

แทบทุกส่วนของกล้วยนอกจากจะนำมาทำอาหารได้ทั้งคาวหวานแล้ว ส่วนต่าง ๆ ของกล้วยยังจัดเป็นพืชสนมุนไพรอีกด้วยอันถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สำคัญ เช่น น้ำกาบกล้วยใช้แก้โรคผมร่วงหัวล้าน ราก กาบ และใบ ช่วยลดใข้ บรรเทาอาการปวดหัวปวดแผลไฟไหม้ น้ำรั้อนลวด ปลีช่วยบำรุงน้ำนมมารดา และรักษาโรคโลหิตจาง ก้านกล้วยใช้ห้ามเลือด เปลือกกล้วยใช้ทาแก้แมลงกัดและผื่นคัน ผลกล้วยที่สุกงอมช่วยแก้ท้องผูก กล้วยดิบช่วยแก้ท้องเสีย ฯลฯ

กล้วยเป็นยาที่นิยมใช้กับโรคกระเพาะ โรคลำไส้ ทั้งกล้วยดิบและกล้วยสุกได้ถูกนำมาใช้แก้อาการผิดปกติของทางเดินอาหารกล้วยมุกหรือกล้วยน้ำว้าดิบ นำมาหั่นชิ้นบางตากให้แห้งบดเป็นยาผสมน้ำผึ้ง ใช้กินแก้อาการของโรคกระเพาะได้ บางคนบอกว่า กินกล้วยน้ำว้าสุกก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง จะช่วยรักษาโรคกระเพาะ และลดแก๊สในกระเพาะได้

อาการท้องผูกก็แก้ด้วยกล้วยได้ กล้วยสุกมีสารเพ็คติน (pactin) ซึ่งเป็นยาสมานช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ เวลาเลือกกินกล้วยเพื่อแก้ท้องผูกนั้น ควรเลือกกล้วยที่สุกเหลืองทั้งผล เพราะจะมีสารเพ็คตินมาก จะช่วยเพิ่มกากอาหารให้ลำไส้ กากอาหารเมื่อมีมากขึ้นไปดันผนังลำไส้ ผนังลำไส้เมื่อไล่กากอาหารมากขึ้นจะทำงานโดยบีบตัวไล่กากอาหารออกมา ทำให้เรารู้สึกปวดถ่าย แต่ถ้าเรากินกล้วยที่ยังสุกไม่ทั่วผล หรือยังมีบางส่วนที่เขียวอยู่จะมีสารเพ็คตินน้อย แต่จะมีสารฝาดประเภทแทนนินอยู่มาก ถ้าเลือกกล้วยลักษณะเช่นนี้รับประทานแทนที่จะถ่ายกลับจะท้องผูกไปอีก

สำหรับผู้มีปัญหาถุงลมโป่งพองที่ผนังลำไส้ใหญ่เกิดอักเสบ กินกล้วยสุกจะช่วยได้ เพราะย่อยง่าย อีกทั้งเมื่อไปถึงลำไส้ใหญ่ กล้วยที่ย่อยสลายแล้วจะลื่นเหลว ช่วยเคลือบผนังลำไส้ ป้องกันมิให้เกิดการอักเสบ ช่วยเพิ่มกากและกระตุ้นให้ลำไส้ทำงาน ควรจะกินกล้วยสุกทุกวัน ๆ ละ 3-4 ลูก จะกินหลังตื่นนอน ก่อนนอนหรือระหว่างวันก็ได้
คนที่ท้องเสีย ซึ่งไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อร้ายแรง ให้กินกล้วยดิบแก้ท้องเสีย เพราะในกล้วยดิบจะมีสารแทนนิน (tannin) ถ้านำกล้วยดิบมาปิ้งไฟให้สุกกรอบ กินวันละ 1-2 ลูก วันละ 3-4 ครั้ง ก็จะช่วยแก้อาการท้องเสียได้

นอกจากนี้ยังพบว่ากล้วยช่วยเพิ่มโปแตสเซียม ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับนักกีฬา หรือผู้ที่เสียเหงื่อมาก โซเดียมและโปตัสเซียมช่วยรักษาสมดุลของเหลวในร่างกาย ซึ่งกำหนดสมดุลของเหลวในร่างกาย ซึ่งกำหนดสมดุลของการเคลื่อนไหวอีกทอดหนึ่ง นักกีฬาต้องการพลังงานมากในระหว่างการแข่งขัน อีกทั้งยังต้องการความแม่นยำเที่ยงตรงในการเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอย่างประสานสอดคล้องกัน จึงไม่แปลกใจเลยที่กล้วยเป็นผลไม้ในดวงในของนักกีฬา แต่ไม่เป็นนักกีฬาก็กินกล้วยได้ ยามใดที่ท่านรู้สึกเหนื่อย หมดแรง กินกล้วยสักลูกสองลูกช่วยได้แน่ ๆ หรือในยามปกติช่วงหยุดพักจากทำงาน จะดื่มน้ำชากาแฟกับกล้วยได้ หากกินกล้วยสุกบ่อย ๆ แล้วเบื่อ จะพลิกแพลงกินกล้วยปิ้งบ้างก็ยังได้ แม้แต่เปลือกกล้วยหอมที่เรามักคิดว่าเป็นส่วนที่ไม่มีประโยชน์แล้วนั้นก็ยังสามารถนำมาถูมือให้ทั่วเพื่อป้องกันผื่นแดงหรือมือลอกเป็นขุยในช่วงหน้าหนาว

เป็นห่วง, ห่วงใย, ลิง, กล้วย, take care
ขอขอบคุณเนื้อหาจาก http://www.geocities.com/bananafig/

ไม่มีคอมเมนท์

อาหารตามธาตุ (ธาตุลม)

โดย sarujang@sanook.com เมื่อ ส.ค. 19 2008 | อาหารและสุขภาพ

ธาตุลม

คนเกิดปีเถาะ (กระต่าย) ปีมะเมีย (ม้า) ปีมะแม (แพะ) ปีวอก (ลิง)

โรคที่มักจะเป็น

โรคกระดูกเปราะ โรคน้ำตาแห้ง โรคตาต่างๆ โรคลมจุกเสียด โรคลมดันหัวใจ โรคนอนกรน โรคผอมแห้งแรงน้อย โรคปวดหัววิงเวียนศีรษะ โรคท้องอืดท้องเฟ้อ โรคอ่อนเพลีย

อาหารที่ควรรับประทาน— อาหารที่รับประทานแล้วทำให้เกิดความร้อนในร่างกาย เช่น

- อาหารรสเผ็ด ได้แก่ กระชาย กระเทียม ขิง ขึ้นฉ่าย ขมิ้นขาว ตะไคร้ ถั่วต่างๆ ใบกะเพรา ใบชะพลู ใบแมงลัก ใบโหระพา ใบสะระแหน่ ผักชีฝรั่ง พริก ฟักทอง ยี่หร่า และพืชผักใบเขียวต่างๆ เช่นผักบุ้ง

ผลไม้ - ผลไม้ ก็มี ชมพู่ แตงไทย แตงโม พุทรา เม็ดบัว เม็ดแมงลัก อาหารดังกล่าวมานี้ ควรเป็นส่วนประกอบของอาหารแต่ละมื้อ และรับประทานพอประมาณ

- ลำดับของอาหารที่ควรรับประทาน เผ็ดร้อน เค็ม หวาน เปรี้ยว ควรหลีกเลี่ยง อย่างปรุงให้รสใดรสหนึ่งจัดเกินไปจะเป็นโทษ

อาหารบำรุงธาตุได้ดี

น้ำกระชายหมัก น้ำขิง น้ำตะไคร้ น้ำลูกเดือย หรือเม็ดแมงลักกับน้ำผึ้ง หรืองาดำคั่วแล้วบดนำมาผสมน้ำผึ้งและน้ำอุ่น ดื่มวันละแก้วตอนเช้าก่อนออกกำลังกาย จะช่วยรักษาสมดุลของธาตุภายในได้ดี

สรรพคุณของอาหารประจำธาตุลม

กระชาย— สรรพคุณ แก้โรคปากเปื่อย ปากเป็นแผล แก้โรคลมจุกเสียด รักษาโรคบิด ขับระดูขาว ขับปัสสาวะ เหง้ากระชายนำมาตำครั้นน้ำมาทารักษากลากเกลื้อน และงูสวัด

กะเพรา— สรรพคุณ ขับน้ำดี ช่วยย่อยไขมัน ขับลมในกระเพาะ แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ จุกเสียด ช่วยบำรุงกระดูกทำให้เจริญอาหาร และดับกลิ่นคาว

ขมิ้น— สรรพคุณ ช่วยในการย่อยอาหาร แก้โรคท้องอืด จุดเสียด รักษาแผลในกระเพาะอาหารได้ แต่ต้องกินแต่พอดี นำขมิ้นมาฝนเอาน้ำทารักษาโรคผิวหนัง และช่วยลดอาการเสียน้ำของผิวหนังได้ ทำให้ผิวหนักชุ่มชื้น ใช้รักษาแผล น้ำกัดเท้า เล็บขบได้ดี

ขมิ้นอ้อย— สรรพคุณ รักษาโรคท้องร่วง อาเจียน แก้ไข้ สมานแผล

ขิง— สรรพคุณ ช่วยป้องกันอาหารเมารถเมาเรือได้ดี ด้วยการดื่มน้ำขิงแก่ก่อนจะขึ้นรถ ลงเรือ ช่วยขับลมในลำไส้ แก้ไอ ขับเสมหะ และขับเหงื่อ แก้อาการเกร็งท้อง ท้องเป็นตะคริว

ตะไคร้— สรรพคุณ เป็นยาขับลม ขับปัสสาวะ แก้ท้องอืดแน่นเฟ้อ

แตงโม— สรรพคุณ ช่วยดับพิษร้อนภายใน ลดอาการทุรนทุรายจากพิษไข้ ขับปัสสาวะ น้ำแตงโมช่วยล้างไต ล้างลำไส้และกระเพาะอาหาร เปลือกแตงโมแกงส้มช่วยรักษาอาการไข้หวัด

ถั่วฝักยาว— สรรพคุณ เป็นยาบำรุงไต และม้าม แก้ร้อนใน และแก้อาการตกขาว

ใบโหระพา— สรรพคุณ เป็นยาแก้ท้องอืด ขับลมในลำไส้ ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง ช่วยให้เจริญอาหาร เมล็ดเป็นยาระบาย

ผักชีฝรั่ง

ผักชีฝรั่ง— สรรพคุณ สร้างภูมิคุ้มกัน บำรุงสายตา รักษาสมดุลของธาตุภายในกาย ดับกลิ่นคาว

พริก— สรรพคุณ แก้อาการผอมแห้งแรงน้อย ซูบซีดพุงโรก้นปอด ขับเสมหะ ขับเหงื่อ ช่วยระบบย่อยอาหาร และทำให้ดูดซึมอาหารได้ดี ละลายลิ่มเลือด ป้องกันมะเร็ง

พุทรา— สรรพคุณ เป็นยาแก้อาการไอ แก้อาการร้อนใน กระหายน้ำ เมล็ดใช้เผาไฟแล้วบดหรือตำ นำมาไว้ใกล้ๆ เด็กอ่อนช่วยรักษาอาการเป็นหวัดคัดจมูก หรือไม่ก็ใช้ผงที่บดละเอียดแล้วมาผสมน้ำเล็กน้อย แล้วกวาดลิ้นเด็ก แก้อาการเป็นซางลิ้นขาว

แมงลัก— สรรพคุณ แก้ไข้หวัด แก้หลอดลมอักเสบ แก้ท้องร่วง ใบนำมาตำเอาน้ำมาทาแก้โรคผิวหนัง เมล็ดนำมาแช่น้ำผสมน้ำผึ้งทานเป็นยาระบาย แก้โรคกระเพาะ ลดความอ้วน เพราะมีสรรพคุณในการดูดซึมน้ำตาลในเส้นเลือด ทำให้ขับถ่ายสะดวก

รากบัว รากบัว— สรรพคุณ เป็นยาคุมธาตุภายใน ช่วยรักษาอาการท้องร่วงเป็นยาแก้ร้อนในกระหายน้ำ เหง้า และเมล็ด เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงน้ำดี แก้อาการน้ำเหลืองเสีย ดีบัวที่อยู่ใจกลางเมล็ดมีรสขมเป็นขาขยายหลอดเลือดหัวใจ

สะระแหน่ สะระแหน่ — สรรพคุณ ช่วยขับลมในลำไส้และกระเพาะ แก้อาการปวดท้อง ท้องอืด ขยี้ทาขมับ

แก้อาการปวดหัว ดมแก้ลม ทาแก้อาการช้ำ

1 คอมเมนท์

อาหารตามธาตุไฟ (ต่อ)

โดย sarujang@sanook.com เมื่อ ส.ค. 07 2008 | อาหารและสุขภาพ

สรรพคุณของอาหารประจำธาตุไฟ

 

กระเจี๊ยบมอญ— สรรพคุณ เป็นยาบำรุงสมอง ลดความดันโลหิต รักษาโรคกระเพาะ ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อที่เสียหาย เป็นยาระบาย

เฉาก๊วย— สรรพคุณ แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้อาการปากเปื่อย

ดอกสลิด— สรรพคุณ เป็นยาบำรุงหัวใจ แก้ร้อนใน ลดอาการปอดบวม ทำให้เจริญอาหาร

ตำลึง— สรรพคุณ เป็นยาดับพิษร้อนภายในร่างกาย ลดอาการไข้ เป็นยาระบายอ่อนๆ ผลดิบนำมาปรุงเป็นอาหารช่วยลดอาการเบาหวาน ใบสดๆ นำมาขยี้ให้ละเอียดเอาน้ำมาทาแก้อาการคัน ช่วยถอนพิษจากหนอนกัด และพิษจากหมามุ่ย ใช้หยอดตาแก้อาการตาแดง ตาเจ็บ

เตย— สรรพคุณ บำรุงหัวใจ ทำให้หัวใจชุ่มชื้น แก้กระษัย ขับปัสสาวะ แก้เบาหวาน

บวบ— สรรพคุณ ทำให้ชุ่มคอ ช่วยขับปัสสาวะ ขับน้ำนม ทำให้ถ่ายสะดวก

ปอ— สรรพคุณ บำรุงธาตุ ทำให้เจริญอาหาร ช่วยขับลม เป็นยาระบาย เป็นยากระตุ้นหัวใจ

ผักกาดขาว— สรรพคุณ ช่วยย่อยอาหาร แก้ไข้ ขับเสมหะ แก้พิษสุราเรื้อรัง แก้อาการท้องผูก ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์

ผักปลัง— สรรพคุณ รักษาอาการท้องผูก แก้อาการไส้ติ่งอักเสบ เป็นยาระบาย ขับปัสสาวะ แก้บิด

ผักบุ้ง— สรรพคุณ บำรุงกระดูก และฟัน บำรุงเลือด ลดไข้ แก้เบาหวาน แก้ร้อนใน บำรุงสายตา

ผักโขมหรือผักขม— สรรพคุณ บำรุงโลหิต ช่วยลดเชื้อมะเร็ง ทำให้สายตาดี แก้โรคท้องผูก แก้อาการตกขาวในสตรี สตรีมีครรภ์ หรือกำลังมีประจำเดือนห้ามทาน

ฟักเขียว— สรรพคุณ เป็นยาเย็นดับพิษร้อนภายใน แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ขับเสมหะ แก้ไอ ลดอาการบวมน้ำ แก้อาการหลอดลมอักเสบ บรรเทาอาการริดสีดวงทวาร แก้หนองใน

มะเขือยาว— สรรพคุณ แก้อาการตกเลือดในกระเพาะ ลำไส้ แก้อาการปวดเมื่อย

มะระขี้นก— สรรพคุณ บำรุงน้ำดี เป็นยาเจริญอาหาร ขับพยาธิ แก้โรคตับอักเสบ แก้โรคเบาหวาน

มะตูม— สรรพคุณ บำรุงธาตุ เจริญอาหาร แก้บิด แก้ร้อนใน ขับลม แก้โรคลำไส้

ยอ— สรรพคุณ แก้อาการไข้วิงเวียนคลื่นเหียนอาเจียน แก้กระษัย แก้อาการปวดตามข้อ แก้อาการเป็นวัณโรค

หัวไชเท้า— สรรพคุณ ล้างพิษภายใน เป็นยาเย็นดับพิษร้อน บำรุงไต ขับปัสสาวะ ละลายนิ่ว

สายบัว— สรรพคุณ ลดอาการเกร็งของลำไส้ และกระเพาะ ลดความเครียดทางสมอง บรรเทาอาการท้องผูก ขับปัสสาวะ ดับพิษร้อนในกาย

ไม่มีคอมเมนท์