เกษตรอินทรีย์ใช้ดีกับพืช มันสำปะหลัง
มันสำปะหลัง พืชเศรษฐกิจสำคัญของไทยที่ตอนนี้จากการเป็นพืชอาหารอย่างเดียว ตอนนี้กลายเป็นพืชพลังงานอีกทางหนึ่งแล้ว วันนี้มีเรื่องราวของผู้ปลูกมันสำปะหลังได้ผลดีเพราะใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนปุ๋ยเคมีที่เกษตรกรเคยชินต่อการใช้เคมีอย่างเดียว ท่านที่ปลูกสำสำปะหลังที่ใช้เคมีลองเห็นมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในแปลงของท่านดูบ้างก็น่าจะดีกับผลผลิต กลับผู้ปลูก, ผู้บริโภคและผืนแผ่นดินของชาติ เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่เคยใช้เคมีกล่าวว่า ทำไร่มันสำปะหลังมา 10 ปี มาแล้ว โดยช่วงแรกก็ใช้เคมีอย่างเดียว แต่เมื่อสองสามปีหลังนี้ มีคนมาแนะนำให้หัน มาใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนปุ๋ยเคมี ทำให้ต้นทุนลดลง และผลผลิตเพิ่มขึ้นมาจากต้นทุนลดลงมาก และผลผลิตเพิ่มขึ้นมาด้วยจากที่เคยได้ผลผลิตไร่ละ 3-4 ตัน แต่ตอนนี้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 15 ตัน/ไร่ โดยลดต้นทุนในการใช้เคมี ในแต่ละรอบฤดูกาลที่ปลูก จะเน้นการให้น้ำโดยใช้วิธีน้ำหยด เพียงเดือนละ 1-2 ครั้ง เมือปีที่ผ่านมาผลิตมันสำปะหลังได้ 1,000 ตันต่อ 400 ไร่ ราคาขายอยู่ที่ 1,7000 บาท/ตัน รวมมูลค่าเกือบ 2 ล้านกว่าบาท ซึ่งที่ไร่แห่งนี้จะใช้วิธีปลูกมันสำปะหลังแบบหมุนเวียน ทำให้เก็บผลผลิตได้ทั้งปี แต่ปัญหาของการปลูกคือมีเพลี้ยลง ทำให้มันสำปะหลังที่เริ่มโต ต้องชะลอการเติบโตลง ซึ่งตรงนี้ก็ต้องใช้ยากำจัดเพลี้ยพ่นลงที่ใบของมันสำปะหลัง ซึ่งก็เห็นผลทันตา และยังไม่เตยลองใช้วิธีอื่นในการกำจัดเพลี้ยที่เกิดขึ้น
ขั้นตอนการปลูกก็มีการปรับเปลี่ยนจากเดิมที่ได้ผลผลิตน้อย เพราะเมื่อก่อนเกษตรกรส่วนใหญ่ใช้มีดสับพันธ์มันสำปะหลัง แต่ปัจจุบันใช้เครื่องหั่นพันธ์มันสำปะหลังแทนกำลังคน ทำให้ประหยัดแรงงานด้วย จากนั้นนำพันธ์มันสำปะหลังมาแช่น้ำยาเร่งราก (ไคโตบูสเตอร์ เอส.พี.1 ) เพื่อให้ได้ผลผลิตดีขึ้น และเว้นพื้นที่การปลูกห่างกันตันละ 1 เมตร จากเมื่อก่อนปลูกเว้นระยะ ห่าง 1 เมตรได้ 2 ต้น ทำให้ใช้ท่อนพันธ์มันถึง 3,000 ท่อน /ไร่ ปัจจุบันไร่หนึ่งใช้เพียง 1,600 ท่อนเท่านั้น ซึ่งผลผลิตที่เพิ่มขึ้น นับดูได้จากน้ำหนักของหัวมันหนึ่งต้นได้ประมาณ 25 กิโลกรัม หากใช้ท่อนมัน 1,600 ท่อน เท่ากับผลผลิตต่อไร่ได้กำไรเกินร้อยเปอร์เซ็นต์
ขั้นตอนในการปลูกมันสำปะหลังที่สำคัญ คือ การเตรียมดิน การชักร่อง และการดึงสายน้ำหยด ในช่วงเดือนแรก 10 วันหยดน้ำ 1 ครั้ง และครั้งละประมาณครึ่งวัน โดยเปิดน้ำทิ้งให้กระจายได้ 7 ไร่ ในหนึ่งเดือนถ้ามีหญ้าขึ้นก็เก็บหญ้าทิ้ง หลังจากหนึ่งเดือนรากของมันจะเริ่มออกแล้ว แต่ต้องให้น้ำบ่อย หลังจากเดือนที่ 2-3 การให้น้ำหยดจะให้ครึ่งเดือนครั้ง หรือ 1เดือนครั้ง โดยสังเกตที่ดินถ้า ยังชุ่มอยู่ก็ไม่ต้องให้น้ำ และให้ดูที่ใบมันสำปะหลัง ถ้ามีสีสันไม่สดใสก็ต้องให้น้ำ แต่ถ้าใบยังสดใสอยู่ก็ไม่ต้องให้น้ำ พอทำการปลูกครบ 10 เดือน ก็ขุดเก็บมันได้เลย ส่วนปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ชนิดน้ำ (ไคโตบูสเตอร์ เอส.พี.1 ) ใช้ฉีดพ่นทางใบได้ โดยฉีดครึ่งเดือนครั้งต้นมันสำปะหลังก็จะโตไว แต่ถ้าไม่มีเวลาฉีดพ่น 2 เดือนครั้งก็ได้ ซึ่งพันธ์มันให้ใช้พันธ์ห้วยบง 60 เพราะมันจะได้น้ำหนักดีมาก ปลูกในระยะ 10 เดือน ได้ผลผลิตไร่ละ 13 ตัน ตาพันธ์ระยอง 5 ปลูกพร้อมกันขุดพร้อมกัน กลับได้ผลผลิตไร่ละ 10 ตัน ซึ่งเกษตรกรได้เคยทดลองปลูกมาแล้ว เป็นเพราะพันธ์ห้วยบง 60 มีขนาดของหัวมันใหญ่และยาว แต่พันธ์ระยอง 5 มีขนาดหัวใหญ่ก็จริงแต่มีรูปทรงสั้น
เกษตรกรผู้มีประสบการณ์ท่านบอกไว้ว่า ในการปลูกมันสำปะหลังหากเกษตรที่ใช้ปุ๋ยเคมีอยู่ การจะใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วม ช่วงแรกควรพบกันครึ่งทาง แล้วค่อยๆปรับเปลี่ยน โดยในการปลูกครั้งที่ 4 จึ่งใช้ปุ๋ยอินทรีย์ 100 % ซึ่งในปัจจุบันส่วนใหญ่เกษตรกรนิยมใช้ปุ๋ยเคมีอัตราส่วน 50 เปอร์เซ็นต์ ปุ๋ยอินทรีย์ 50 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันเกษตรกรหันมาใช้ ปุ๋ยอินทรีย์มากขึ้น เพราะใช้ปุ๋ยอินทรีย์สามารถให้ผลผลิตที่ดีและมากกว่าปุ๋ยเคมี

กรกฎาคม 13, 2009