google logo
สนุก! ค้นหา สารบัญเว็บไทย ข่าว อีเมล์ หาเพื่อน คิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน สนุก! ทูลบาร์ ดูทั้งหมด>>
ดูบล็อกอื่น >
รูปโลโก้ S! Blogger เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

IE7 ต่างจาก IE8 อย่างไร ??

กรกฎาคม 13th, 2009 โดย sapooknic1990@sanook.com

  IE7 ต่างจาก IE8 อย่างไร ??

Internet Explorer 8 หรือ IE8 เริ่ มตั้งแต่ข่าวไมโครซอฟท์ส่งอินไวท์เชิญผู้ทดสอบ จนถึงสกรีนช็อตของบางส่วน เช่น หน้าติดตั้ง เปรียบเทียบเมนู ดูข่าวที่เกี่ยวข้องกับหน้าตาหรือ interface แบบผ่านๆ และไม่เก็บมาเขียนเพราะว่ายังเร็วเกินไป เร็วเกินไปที่จะสรุปว่า IE8 จะหน้าตาออกมาอย่างไร แต่ให้ความสนใจกับเรื่องหลัก 2-3 เรื่อง อย่างเช่น การรองรับมาตรฐานเว็บในปัจจุบัน คุณสมบัติใหม่ และการแก้ไขบักบางอย่างในเวอร์ชั่นเก่า ส่วนหน้าตานั้นเบื้องต้นคิดว่าคงไม่ไปไกลกว่า IE7มากนัก และโดยปกติช่วงเบต้าต้นๆ ไมโครซอฟท์จะเน้นด้านคุณสมบัติเป็นหลัก ไว้ใกล้ๆ ไฟนอลเราจึงจะเห็นหน้าตาที่ชัดเจน ไมโครซอฟท์ประกาศผ่าน PressPass และให้รายละเอียดเพิ่มติมใน IE Blog เกี่ยวกับ Interoperability Principles ของ IE8 ซึ่งหมายการทำงานร่วมกับมาตรฐานต่างๆ ที่มีในปัจจุบัน (Standards mode) และเว็บที่เขียนด้วยมาตรฐานที่ตกยุคไปแล้ว (Quirks mode) เพื่อให้การแสดงผลเว็บถูกต้อง แต่เดิมไมโครซอฟท์มีแผนจะใช้ แท็ก เพื่อสนับสนุนมาตรฐานปัจจุบันใน IE8 แต่ล่าสุดมีการเปลี่ยนแปลงแนวคิด โดยเบื้องต้น IE8 จะสนับสนุนมาตรฐาน rendering mode ใน 3 รูปแบบ หรือ 3 mode Mode ที่สนับสนุน Web standards ในปัจจุบัน เป็น mode ล่าสุด Mode ที่สนับสนุน Web standards ในช่วงที่ไมโครซอฟท์ปล่อย IE 7 ในปี 2549 หรือ เรียกว่ามาตรฐานของ IE7 Mode ที่สนับสนุน rendering methods สำหรับเว็บตกยุค มาตรฐานเว็บในยุคต้นๆ Dean Hachamovitch ให้เหตุผลในการตัดสินใจในการคงมาตรฐานการ render ของ IE7 ไว้เพื่อให้มีผลกระทบต่อเว็บน้อยสุด และช่วยให้การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่มาตรฐานใหม่ราบรื่นขึ้น พื้นฐานของการตัดสินใจนี้มาจากการผลสะท้อนในช่วงทดสอบและพัฒนา IE7 เมื่อมี Mode มาตรฐานเพิ่มขึ้นมา 2 mode คำถามทางเทคนิคจึงมีอยู่ว่า IE8 จะเลือก mode ไหนระหว่าง Standard Mode ของ IE8 กับ Standard Mode ของ IE7 ในการแสดงผลเว็บ เรื่องนี้ Dean ขยายความไว้ว่า ความคิดเบื้องต้นก่อนนี้ไมโครซอฟท์เลือกให้ IE8 แสดงผลด้วยมาตรฐานของ IE7 เป็นหลัก และให้นักพัฒนาเพิ่มแท็กพิเศษสำหรับเรียกมาตรฐานของ IE8 โดยใช้ความเข้ากัน (compatibility) เป็นฐานในการตัดสินใจ หลังรับฟังความคิดเห็นและยึดหลัก Interoperability Principles ไมโครซอฟท์เปลี่ยนรูปแบบโดยให้ IE8 เรียกใช้มาตรฐานของ IE8 เป็นหลักในการ render เว็บ ส่วนเว็บใดที่ต้องการใช้มาตรฐานของ IE7 จำเป็นต้องใส่แท็กพิเศษลงไป ซึ่งมีอธิบายไว้ใน “Beyond DOCTYPE: Web Standards, Forward Compatibility, and IE8” โดยส่วนตัวผมมีคำถามใหญ่หลายข้อที่ยังรู้สึกกำกวมในการอธิบายของ Dean โดยเฉพาะในนิยามของคำว่ามาตรฐานปัจจุบัน ไมโครซอฟท์มีแผนหรือท่าทีอย่างไรต่อ (บางส่วน) ของมาตรฐานใหม่ที่กำลังจะมีใช้ อย่างเช่น CSS3 HTML5 รวมไปถึงบักน่ารำคาญที่บ่อยครั้งภาพ .jpg กลายเป็น .bmp เมื่อจะบันทึก

URL ของร้านขายหนังสือ

กรกฎาคม 13th, 2009 โดย sapooknic1990@sanook.com

URL ของร้านขายหนังสือ

ร้านหนังสือ url: http://www.tarad.com/

สปีดดีบุ๊ค url: http://www.tarad.com/speedd-book

การ์ตูนเซ็นเตอร์ url: http://www.tarad.com/cc-smesbook 

4. Read me url: http://www.tarad.com/engtain

. tansai url: http://www.tarad.com/nambook

การประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ตในชีวิตประจำวัน

กรกฎาคม 13th, 2009 โดย sapooknic1990@sanook.com

การประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ตในชีวิตประจำวัน

การใช้ Internet ในชีวิตประจำวันส่งผลในด้านการศึกษา เราต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ตเพื่อค้นคว้าหาข้อมูลได้ ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลทางวิชาการจากที่ต่าง ๆ ซึ่งในกรณีนี้ อินเตอร์เน็ต จะทำหน้าที่เหมือนห้องสมุด ขนาดยักษ์ ส่งข้อมูลที่เราต้องการ มาให้ถึงบนจอคอมพิวเตอร์ที่บ้านหรือที่ทำงานของเรา ไม่กี่วินาทีจากแหล่งข้อมูลทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม ศิลปกรรม สังคมศาสตร์ กฎหมาย ความบันเทิง และการ พักผ่อนหย่อนใจ หรือสันทนาการ เช่น เลือกอ่านวารสารต่างๆ ผ่านอินเตอร์เน็ต ที่เรียกว่า magazine แบบ online รวมถึงหนังสือพิมพ์ และข่าวสารอื่น ๆ โดยมีภาพประกอบบนจอคอมพิวเตอร์ เหมือนกับหนังสือ ปกติที่เราดูอยู่กันทุกวัน และการเชื่อมต่อ Internet นั้นเราก็สามารถทำได้คือ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตรายบุคคล (Individual Connection) องค์ประกอบของการใช้อินเทอร์เน็ตรายบุคคล 1. โทรศัพท์ 2. เครื่องคอมพิวเตอร์ 3. ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะให้เบอร์โทรศัพท์ รหัสผู้ใช้และรหัสผ่าน 4. โมเด็ม (Modem)

โดยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจากที่บ้าน (Home user) ซึ่งยังต้องอาศัยคู่สายโทรศัพท์ในการเข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้ต้องสมัครเป็นสมาชิกกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตก่อน จากนั้นจะได้เบอร์โทรศัพท์ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต รหัสผู้ใช้ (User name) และรหัสผ่าน (Password) ผู้ใช้จะเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตได้โดยใช้โมเด็มที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้หมุน ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต จากนั้นจึงสามารถใช้ งานอินเทอร์เน็ตได้โมเด็ม คือ อุปกรณ์ที่ใช้ในการแปลงสัญญาณ เนื่องจากสัญญาณในคอมพิวเตอร์เป็นสัญญาณดิจิทัล (Digital) แต่สัญญาณเสียงในระบบโทรศัพท์เป็นสัญญาณอนาล็อก (Analog) ดังนั้นเมื่อต้องการเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตจึงต้องใช้โมเด็มเพื่อเป็นอุปกรณ์ในการแปลงสัญญาณ ดิจิทัลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เป็นสัญญาณอนาล็อกตามสายโทรศัพท์ และแปลงกลับจากสัญญาณอนาล็อกเป็นสัญญาณดิจิทัล เมื่อถึงปลายทาง ความเร็วของโมเด็มมีหน่วยเป็น บิตต่อวินาที (bit per second : bps) หมายความว่า ในหนึ่งวินาที จะมีข้อมูลถูกส่งออกไป หรือรับเข้ามากี่บิต เช่น โมเด็มที่มีความเร็ว 56 Kpbs จะสามารถ รับ-ส่งข้อมูลได้ 56 กิโลบิตในหนึ่งวินาที

เว็บไซต์หรือโปรแกรมที่เข้าไปใช้บริการก็เช่น

www.google.com

Free wed browser

กรกฎาคม 13th, 2009 โดย sapooknic1990@sanook.com

Free wed browser

 

www.free-web-browsers.com/

www.download-freesoftware.com

www.mozilla.com/firefox/

www.opera.com/

www.flashpeak.com

การใช้อินเทอร์เน็ตไปในทางที่ผิด

กรกฎาคม 13th, 2009 โดย sapooknic1990@sanook.com

เผยโจ๋ใช้ไอทีในทางที่ผิดพบนัดเสพยา-มีเซ็กส์อื้อ



Advertiser


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Tag Cloud

วานนี้ (17 พ.ค.) นพ.วศิน บำรุงชีพ จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุรา และยาเสพติด โรงพยาบาลมนารมย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันอัตราการใช้อินเทอร์เน็ตของวัยรุ่นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พบว่ากว่า 90% วัยรุ่นจะต้องมีการใช้โปรแกรมไฮไฟว์ หรือ อีเมล์ส่วนตัวเกือบทุกคน จึงไม่แปลกใจที่วัยรุ่นปัจจุบันจะมีความรู้และความเชี่ยวชาญในด้านไอที แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากในการใช้อินเทอร์เน็ตนอกจากการที่พบว่ามีเด็กจำนวน หนึ่งใช้เพื่อเสพสื่อลามกอนาจารแล้ว ยังมีเรื่องของยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย โดยเฉพาะเมื่อเข้าไปในห้องสนทนาต่างๆ จะพบว่ามีการโพสต์ข้อความชักชวนกันไปเสพยาเสพติดกันอย่างโจ่งแจ้ง เช่น โปรแกรมแคมฟร็อกที่มีวัยรุ่นโพสต์ข้อความที่ว่า

“XXX ใคร ไฮ ไฮ ป๋ม ไฮค้าง ขอพี่ใหญ่7+อายุ30 นะคาฟป๋ม XXX”

หรือ

“อยากเล่นสเก็ต อยากไฮต์ รามคำแหงคุยกัน”

หรือไม่ก็บอกว่า

“ใครสนใจอยากทานน้ำแข็งไสคุยกัน”

ที่ปรากฎอยู่ในห้องสนทนาแทบทุกวัน ซึ่งข้อความที่โพสต์นั้นหมายถึงการชักชวนกันไปเสพยาไอซ์ และมีเซ็กส์ร่วมด้วย

นพ.วศิน กล่าวต่อว่า วัตถุประสงค์ของคนที่เข้าไปแชตมีอยู่ 3 ข้อหลักๆ คือ 1.เข้าไปเล่นเพื่อต้องการหาเพื่อนคุย เพื่อความสนุกสนานเพียงอย่างเดียว 2.เข้าไปเล่นเพื่อต้องการหาเซ็กส์ และ 3.เข้าไปเล่นเพื่อต้องการหาเพื่อนเสพยาเสพติด แต่สำหรับการใช้อินเทอร์เน็ตของวัยรุ่นส่วนมากจะเน้นหนักไปที่เรื่องการหา คู่หรือหาเซ็กส์ รวมไปถึงยาเสพติดมากกว่า ซึ่งถือว่าเป็นการใช้ที่ผิดประเภท และผิดวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะเรื่องของยาเสพติดแล้วถือว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่พ่อแม่จะต้องตื่น ตัวเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา

นพ.วศิน กล่าวอีกว่า เมื่อมีคนโพสต์ข้อความชักชวนนัดกันไปปาร์ตี้พ่อแม่จะไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ลูกจะออกไปเสพยาไอซ์ เพราะข้อความและศัพท์แต่ละคำที่วัยรุ่นโพสต์นั้นไม่ได้ชี้เฉพาะเจาะจงว่า เป็นยาเสพติด หากพ่อแม่ไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ เหล่านี้อาจจะทำให้บุตรหลานเข้าไปอยู่ในวงจรอุบาทว์ได้ในที่สุด ผลกระทบที่ตามมานอกจากเสียสุขภาพแล้ว ผลการเรียนหรือการทำงานอาจจะลดลง ยิ่งไปกว่านั้นถ้าหากเด็กเสพยาแล้วมีเรื่องของเพศสัมพันธ์ร่วมด้วยอาจจะ เสี่ยงกับโรคติดต่อ หรือไม่อาจจะกลายเป็นเหยื่อของพวกที่ชอบถ่ายคลิปหรือภาพโป๊ แล้วเอามาโพสต์ในอินเตอร์เน็ต สร้างความอับอายและเสื่อมเสียตามมามากมาย

นพ. วศิน กล่าวเพิ่มว่า สำหรับสาเหตุที่ทำให้เด็กติดยาเสพติดนั้นเกิดจากปัจจัย 2 อย่างคือ ปัจจัยภายใน คือตัวของเด็กเอง ซึ่งอาจจะมีปัญหาด้านครอบครัว ขาดความอบอุ่น พ่อแม่ไม่มีเวลาให้ลูก ทำให้ไม่มีเวลาสอนทักษะในการปฏิเสธการชักชวนไปในทางที่ผิด และปัจจัยภายนอก คือ อินเทอร์เน็ตที่เข้ามามีผลกระทบทำให้เด็กเข้าไปยุ่ง เกี่ยวกับยาเสพติดได้ เพื่อเป็นการตัดวงจรอุบาทว์ของยาเสพติด และป้องกันไม่ให้ภัยยาเสพติดเข้าใกล้ลูกหลาน การป้องกันและแก้ไข คือ พ่อแม่ควรหาเวลาว่างเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีให้กับลูก รวมถึงพยายามสื่อสารกับลูกอย่างต่อเนื่อง พูดจาสุภาพ ไม่ควรดุด่า หรือตวาดใส่ลูก พ่อแม่ต้องพยายามทำตัวเป็นเพื่อนลูก ไปไหนมาไหนกับลูกมากขึ้น และควรสอนเรื่องทักษะทางสังคมให้กับลูก เช่นการแก้ไขปัญหาต่างๆ

นอกจากนี้ นพ.วศิน กล่าวด้วยว่า พ่อแม่จะต้องคอยเฝ้าระวังคอยสอดส่องถึงการใช้อินเทอร์เน็ตของลูกๆ คอยเช็คดูในบางครั้งว่าลูกใช้คำศัพท์ที่แปลกใหม่ในการสนทนาหรือไม่ที่อาจจะ เกี่ยวข้องกับสารเสพติด มีคำอะไรที่แปลก อ่านแล้วไม่เข้าใจ ควรจะที่จะลองถามลูก หรือ เด็กวัยรุ่นคนอื่นๆ ดูว่าคำศัพท์เหล่านั้นหมายถึงอะไร เพราะอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันนี้ถือเป็นดาบสองคม นับวันยิ่งอันตรายมากขึ้น พ่อแม่จะต้องช่วยกันสกรีนให้ดี ซึ่งจุดนี้สำคัญมากที่พ่อแม่จะต้องมีความกล้าที่จะเข้าไปเช็คดูถึงพฤติกรรม การใช้อินเทอร์เน็ต และต้องควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตของลูกว่าในแต่ละวัน หากไม่มีการกำหนดเวลาในการเล่น ให้อิสระในการเล่นตลอด 24 ชั่วโมง สิ่งยั่วยุต่างๆ เช่น ภาพโป๊ คลิปวีดีโอ หรือข้อความเชิญชวนนัดกันไปเสพยาเสพติดอาจจะเข้าถึงตัวเด็กได้ง่าย

 

บอกเล่าทุกเรื่องราวประทับใจ

กรกฎาคม 13th, 2009 โดย sapooknic1990@sanook.com

ยินดีต้อนรับสู่ สนุก! บล็อกเกอร์ คุณสามารถเขียนเรื่องขึ้นมาใหม่ หรือแก้ไขข้อความเหล่านี้ เพื่อเริ่มต้นการบล็อกของคุณ

ขอให้สนุก!กับการเขียนบล็อกค่ะ