google logo
สนุก! ค้นหา สารบัญเว็บไทย ข่าว อีเมล์ หาเพื่อน คิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน สนุก! ทูลบาร์ ดูทั้งหมด>>
ดูบล็อกอื่น >
รูปโลโก้ S! Blogger เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

บล็อกย้อนหลัง กันยายน, 2008

10 ขั้นตอนในการใช้คอมพิวเตอร์อย่างมีประสิทธิภาพ

โดย marketplace@sanook.com เมื่อ ก.ย. 28 2008 | Shopping Talk

วันนี้ นู๋ก้อยแห่งเว็บไซต์ชอปปิ้ง (www.shopping.co.th) จะมาแนะนำเกี่ยวกับการดูแลคอมพิวเตอร์ ปัญหาที่เกิดขี้นกับเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นจะมี ตั้งแต่เล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงความบกพร่องอย่างร้ายแรงที่จะทำให้งานของเราที่อุตส่าห์ทำเป็นเดือนๆ หายไปได้ในพริบตา หรือไม่สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์นั้นได้อีกเลย วิธีการที่ดีที่สุดในการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์นั้นก็คือ ป้องกันก่อนที่มันจะเกิดขึ้น

ขั้นตอนในการป้องกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับฮาร์ดดิสก์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการเก็บข้อมูลความสำคัญมากๆ ในเรื่องของการเก็บข้อมูล คือ ไม่ให้มีอุบัติเหตุซึ่งจะทำให้มันมีค่าที่สุด ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่เป็นอุปกรณ์ที่แพงที่สุดในเครื่องของเราก็ตามเป้า หมายของการป้องกันคือ เก็บข้อมูลของเราให้ปลอดภัย มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

แต่ก่อนที่จะดูแลเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา ใครคนไหนที่ยังไม่มีคอมพิวเตอร์ หรือยังขาดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ดีๆ และราคาไม่แพงหรือกำลังมองหาอยู่ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ดีๆ ใหม่ๆ และทันสมัยราคาถูกรอคุณอยู่ทางนี้ค่ะ โดยเข้ามาเลือกชอปได้ที่เว็บไซต์ชอปปิ้ง (www.shopping.co.th) ในหมวดหมู่ของ คอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และเครื่องคอมพิวเตอร์หลากรุ่น หลายแบบมากมายทีเดียวค่ะ รีบๆ เข้ามาหาซื้อเพื่อเป็นเจ้าของกันนะคะ……

เอาล่ะค่ะ…คราวนี้เรามาดู 10 ขั้นตอนในการใช้คอมพิวเตอร์อย่างมีประสิทธิภาพกัน โดยเริ่มจาก

1. รู้จักเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเอง

เราสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องของเราว่าอุปกรณ์อะไร รายละเอียดเป็นอย่างไรได้

โดยดูที่ System Properties โดยคลิ๊กเม้าปุ่มขวาที่ My computer เลือก Properties จะปรากฏ System Propeties ขึ้นมา ให้เราคลิ๊กที่ Tab Device Manager เราสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์ภายในเครื่องของเราได้

ถ้าเรามีเครื่องพิมพ์ ก็สั่งพิมพ์มาเก็บไว้เลยจะเป็นการดีที่สุดป้องกันการลืม

2. สร้างแผ่นบู๊ตฉุกเฉินขึ้นมา

เมื่อเราเครื่องของเรามีปัญหาไม่สามารถบู๊ตเครื่องจากฮาร์ดดิสก์ได้ เราก็ยังจะสามารถบู๊ตจากแผ่นบู๊ตฉุกเฉินที่เราสร้างขึ้นเอาไว้ได้ โดยไปที่

1. เลือกเมนู Start
2. เลือก Setting
3. เลือก Control Panel
4. กดดับเบิ้ลคลิ๊กไอคอน Add remove programs
5. ให้เลือกคลิ๊กที่ Tab Startup Disk แล้วใส่ แผ่น floppy disk ที่ทำการ format แล้วใน dirve a:
6. แล้วคลิ๊กที่ปุ่ม Create Disk หลังจากเครื่องทำการสร้างแผ่นบูตเสร็จเรียบร้อย เราก็จะได้แผ่นบู๊ตฉุกเฉินขึ้นมาแล้ว

3. ปรับแต่งฮาร์ดดิสก์อย่างสม่ำเสมอ

เพราะฮาร์ดดิสก์เป็นที่ที่เก็บแอปพิลเคชั่นไว้อย่างถาวร และที่สำคัญมากคือไฟล์ข้อมูลที่สร้างด้วยแอพพลิเคชั่นเหล่านั้น
ดังนั้นฮาร์ดดิสก์จึงจำเป็นต้องระมัดระวังอย่างพิเศษเพื่อรักษามันให้ปฏิบัตการได้ที่ประสิทธิภาพสูงสุด การสแกนดิสก์ เพื่อหาไฟล์ที่สูญหาย (Lost) และเซ็กเตอร์ที่เสียหาย (bad sector) จะช่วยป้องกันปัญหาของดิสก์ทั้งหมดก่อน ที่จะเกิดขึ้น ในขณะที่การ Defragment จะช่วยจัดเรียงไฟล์ที่แตกกระจัดกระจาย ให้เป็นระเบียบขึ้น

วิธีการสแกนดิสก์ทำได้ ดังนี้

1. เลือกเมนู Start
2. เลือก Program
3. เลือก Accesorry
4. เลือก System Tools
5. เลือก Scan Disk

4. วางแผนในการเก็บรักษา

การเก็บรักษาไฟล์ข้อมูลในโฟล์เดอร์เราจะต้องเก็บรักษาให้อยู่ในส่วนที่ค้นหาง่ายและมีชื่อที่สามารถจดจำได้ง่าย จะช่วยลดความเสี่ยงที่เราจะลบโปรแกรมหรือข้อมูลเหล่านั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ อีกทั้งฮาร์ดดิสก์ที่มีการบริหารรวบรวมที่ดีจะสามารถทำ การแบ๊กอัปสำรองข้อมูลได้ง่ายกว่าและเร็วกว่า และไฟล์ไหนที่เราไม่ได้ใช้เป็นเวลาอย่างน้อย 2 เดือน ควรจะลบไฟล์นั้นออกไป เพราะ ดิสก์ที่ใส่ข้อมูลมากๆ จนเกือบเต็มความจุของมันมักมีแนวโน้มที่จะเกิดความผิดพลาดได้มากกว่า และช้ากว่าฮาร์ดดิสก์ที่ไม่ได้ใส่ข้อมูลจนแน่น

5. สำรองข้อมูลที่มีค่าเอาไว้

การแบ็กอัปไฟล์ของเรามีความหมายง่ายๆ ก็คือเป็นการทำสำเนาเผื่อเอาไว้ ถ้าต้นฉบับถูกทำให้สูญหายหรือเสียหายไป เราก็ยังสามารถนำเอาสำเนามาใช้ได้ เราสามารถแบ็กอัปฮาร์ดดิสก์ไปยัง Floppy disk หรือ Zip disk ได้ ถ้าเราทำธุรกิจมีข้อมูลที่สำคัญมากๆ เช่น ข้อมูลของสินค้า ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลด้านบัญชี
มูลบุคคล เราควรจะแบ๊กอัปมันทุกๆวันเป็นมาตรฐานเอาไว้ แต่ถ้าเราเป้นผู้ใช้ตามบ้าน ก็ควรจะการแบ็กอัปไฟล์หนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ และทำการแบ๊กอัป ทั้งระบบอย่างสมบูรณ์ทุกๆ 6 เดือน โดยเราสามารถใช้โปรแกรม Backup ดังนี้

1. เลือกเมนู Start
2. เลือก Program
3. เลือก Accesorry
4. เลือก System Tools
5. เลือก Backup

โปรแกรมนี้จะอนุญาติให้เราตรวจเลือกโฟลเดอร์ที่ต้องการจะแบ๊กอัป

6. ป้องกันไวรัส

แม้ว่าไวรัสคอมพิวเตอร์ที่สามารถสร้างความเสียหายให้กับเครื่องและข้อมูลของเราได้ ซึ่งในบางครั้งก็ดูออกจะเป็นเรื่องตื่นตระหนกจนเกินเหตุ แต่ความเป็นจริงแล้วไวรัสไม่สามารถที่จะทำอันตรายให้กับเครื่องและข้อมูลของเราได้ ถ้าหากเราไม่ได้สั่งให้มันทำงาน (execute) ไวรัสนั้นติดมาได้ 2 ทาง คือ

1) จากแผ่นดิสก์อื่นที่เรานำมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นที่เรายืมหรือก๊อปปี้ของเพื่อนมา หรือ แผ่นcd เถื่อนที่เราซื้อมาจากพันธุ์ทิพย์
2)จากอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมที่เราดาว์นโหลดมา หรือ ไวรัสที่ส่งมากับอีเมล์ วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือเราต้องไม่นำมาใช้ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ให้เราหาโปรแกรมสำหรับสแกนไวรัสมาสแกนไวรัสก่อนที่จะนำมาใช้ ยกตัวอย่างเช่น McAfee’s VirusScan Norton AntinVirus หรือ Pc-cillin

แต่ในบางครั้งไวรัสตัวนั้นอาจเป็นไวรัสชนิดใหม่ที่โปรแกรมเหล่านั้นยังไม่สามารถตรวจสอบได้ เราก็จำเป็นต้องไปดาวน์โหลดโปรแกรมสแกนไวรัสเวอร์ชั่นใหม่ ๆ มาใช้งานจากเวบไซด์เหล่านั้น

7. ติดตั้งโปรแกรมไว้ที่เดิม

เมื่อเราได้ติดตั้งโปรแกรมลงบนระบบของ window95 แล้วอย่าได้เปลี่ยนชื่อไดเร็กทอรี่ของโปรแกรมหรืออย่าได้ย้ายไฟล์ของมันจากที่ที่มันอยู่ไปไว้ที่อื่นๆ บนฮาร์ดดิสก์ของเรา มิฉะนั้นคอมพิวเตอร์จะหาแทร็กของคีย์ไฟล์ไม่เจอ ถ้าเราจะทำการลบ (delete) หรือยกเลิกการติดตั้ง (uninstall)

วิธีการลบ (delete) หรือยกเลิกการติดตั้งที่ถูกวิธีทำได้ ดังนี้

1. เลือกเมนู Start
2. เลือก Control Panel
3. กดดับเบิ้ลคลิ๊กที่ Add/Remove Programs
4. เลือกโปรแกรมที่เราต้องการจะลบ หรือ ยกเลิกการติดตั้ง
5. กดปุ่ม Add/Remove

หลังจากกดปุ่ม Add/Remove แล้วจะปรากฏหน้าต่างการยกเลิกการติดตั้งให้ แต่มีบางไฟล์หรือบางกรณีที่จะต้อง ใช้คำสั่งลบออกได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องผ่านการลบด้วยกรรมวิธีขั้นต้น สามารถเข้าไปลบไฟล์เหล่านั้นได้เลย

8. ใช้แต่ของใหม่เสมอ

อุปกรณ์ต่างๆ ที่เป็นส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์จะมีโปรแกรมไดว์เวอร์ (driver) เพื่อพูดคุยติดต่อระหว่าง window95 กับ ฮาร์ดแวร์ของเรา จะเป็นการดีถ้าเราสามารถอัปเดตโปรแกรมไดว์เวอร์เหล่านั้นให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้คอมพิวเตอร์ของเราทำงานได้เต็มประสิทธิภาพคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

9. รักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ให้สะอาดอยู่เสมอ

ฝุ่นสามารถทำให้ชิปภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราร้อนขึ้นมามากกว่าธรรมดาและยังเป็นตัวขัดขวางการไหลเวียนระบายความร้อนของอากาศอีกด้วย อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งให้เราถอดปลั๊กต่างๆ และเปิดฝาเครื่องขึ้นมา และเป่าฝุ่นออก อย่าเช็ดด้วยเศษผ้า ให้ใช้ปากเป่าหรือกระป๋องอัดลมสำหรับฉีดลมอย่างใดอย่างหนึ่งในการเป่าฝุ่น

10. ปิดเครื่องด้วยวิธีการที่ถูกต้อง

เมื่อใดก็ตามที่เสร็จการทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วจะเลิกการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ อย่าได้ปิดเครื่องเลยทันที เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์มีการเก็บหน่วนความจำแคช ปิดไฟล์ และ เซฟข้อมูลคอนฟิกคูเรชั่นต่างๆ ก่อนที่เราจะปิดเครื่อง
เราจำเป็นต้องต้องสั่งให้คอมพิวเตอร์ของเราชัตดาวน์ (shutdown) ก่อนเสมอ โดยไปที่ Start –> Shutdown แล้วกด OK เท่านี้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราก็จะจบการทำงานได้อย่างสวยงาม

10 ขั้นตอนเพียงเท่านนี้ คงไม่ยากใช่ไหมคะ หากเรารักเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา และอยากให้คอมพิวเตอร์เครื่องนี้อยู่กับเรานานๆ เราก็จะต้องดูแลรักษาเขาดีๆ ให้เท่ากับเรารักษาตัวเราเองนะคะ….

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://pna.obec.go.th/kmc/modules.php?name=News&file=article&sid=346

ไม่มีคอมเมนท์

วิธีดูโทรศัพท์มือถือ ป้องกันการโดนย้อมแมวจ้า!!!

โดย marketplace@sanook.com เมื่อ ก.ย. 20 2008 | Shopping Talk

มาทางนี้…มาอ่านทางนี้ สำหรับผู้ที่รักความไฮเทคเทคโนโลยี รักการซื้อสินค้าเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามาในเมืองไทย รุ่นไหนมา รุ่นนั้นต้องเป็นของฉันมาอ่านทางนี้ โดยเฉพาะผู้ที่เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือทุกครั้งที่มีรุ่นใหม่ๆ ออกมา จะได้ไม่โดนหลอกเอาง่ายๆ จ้าในยุคสมัยเทคโนโลยีก้าวหน้าแบบไร้ขีดจำกัด มนุษย์พัฒนาคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาเสมอ ของจริงที่ว่าแน่ ยังมีการคิดค้นให้มีฝาแฝดขึ้นมาได้ นั่นคือ การผลิตของที่เลียนแบบขึ้นมาให้เหมือนของจริงนั่นเอง

วันนี้จะมาพูดเกี่ยวกับการดูโทรศัพท์มือถือ ไม่ให้โดนหลอกกัน เพราะโทรศัพท์มือถือ หลังมีการปลดล็อกอิมมี่ ซิมการ์ดเสียบมือถือ ก็สามารถใช้ได้ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ…มือถือไม่ว่าจากที่ไหน ขโมยใครมา เอามาใช้ในบ้านเราได้ทั้งนั้น


จะซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ ดูยังไง ดูตรงไหน ถึงจะไม่เจอรุ่นย้อมแมว เรื่องเลือกซื้อร้านเล็ก ร้านใหญ่ ไม่เกี่ยว ร้านหรู หรือร้านแผง-ลอย คุณมีสิทธิเจอย้อมแมวได้ทั้งนั้น จะซื้อมือถือ เลือกรุ่นเลือกยี่ห้อที่พอใจตัวเองแล้ว ก่อนจะควัก เงินตัดสินใจซื้อ อันดับแรกดูไว้ก่อน ร้านมีกล่องกระดาษใส่โทรศัพท์มือถือ ให้หรือเปล่า

ถ้าไม่มีกล่องให้ สันนิษฐานไว้ได้เลย ย้อมแมว ถ้ามีกล่อง เปิดกล่องออกมาดู ในกล่องมีอุปกรณ์ ให้ครบชุดหรือไม่ มีคู่มือ มีใบรับประกันคุณภาพ มีที่ชาร์จแบตเตอรี่ และแบตเตอรี่หรือเปล่า จากนั้นดูที่ชาร์จแบตเตอรี่และตัวแบตเตอรี่ ดูตรงรอยต่อ รอยแยก จุดใส่น็อตสกรู ที่ช่าง สามารถถอดออกมาซ่อมได้ บริเวณรอยแยก รอยต่อ จุดใส่น็อต มีสติกเกอร์สีเงินบางๆ แปะปิดทับไว้หรือเปล่า อุปกรณ์ของแท้ จะมีสติกเกอร์สีเงิน แปะติดอยู่ สติกเกอร์สีเงินที่มี ต้องแปะติดเรียบร้อย ไม่มี รอยยับ ถูกงัด ถูกแกะให้เห็น ถ้ามีแสดงว่า ที่ชาร์จแบตฯ และตัวแบตฯ มีปัญหา ไม่ใช่ ของใหม่ เคยมีคนไปซ่อม งัดแงะ ย้อมแมว

ตัวโทรศัพท์ด้านหลัง ที่ถอดหน้ากากแล้ว ก็เช่นกัน สังเกตสติกเกอร์สีเงิน มี รอยยับ รอยย่น หรือเปล่า ถ้ามีรอยยับรอยย่น อย่าซื้อ! อีกอย่าง เช็กสติกเกอร์ ตัวเลขอิมมี่ (IMEI) สติกเกอร์นี่ต้องมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 2 ที่ ข้างกล่อง กับในตัวเครื่อง แกะฝาหลังออกมาก็จะเห็น สติกเกอร์ขาวๆ มีตัวเลข มีบาร์โค้ด เต็มไปหมด ตัวเลขอิมมี่ คือเลขประจำเครื่องที่ออกมาจากโรงงาน มีทั้งหมด 15 หลัก ตัวเลขอิมมี่ 2 จุด ต้องตรงกัน สติกเกอร์อิมมี่ตัวที่ติดอยู่ในเครื่อง ต้องอยู่ในสภาพเรียบร้อย ไม่มีรอยยับย่น เลขอิมมี่ 2 จุด ถึงจะตรงกันก็ยังไม่ชัวร์ อีก เพราะสามารถทำปลอมพิมพ์ขึ้นมาแปะใหม่ได้ มีเลขอิมมี่อีกจุด เป็นจุดที่ 3 ให้ ตรวจเช็ก อิมมี่ตัวนี้อยู่ในตัวเครื่อง ในวงจร มองเห็นได้ทางหน้าจอโทรศัพท์ ด้วยการกดปุ่ม *#06# ตัวเลขอิมมี่ 15 หลักจะปรากฏให้เห็นทันที เลขอิมมี่ทั้ง 3 จุด ข้างกล่อง-ด้านหลังเครื่อง-หน้าจอ…ตรงกัน แล้วค่อยควักเงินซื้อกันค่ะ

ไม่เว้นแม้แต่การซื้อโทรศัพท์มือถือผ่านทางเว็บไวต์ออนไลน์ค่ะ เวลาเราเห็นเราจะเห็นแต่รูป แต่เราไม่สามารถจับต้องได้เลย เราจึงไม่รู้ว่าเป็นสินค้าของจริงหรือของปลอม และมีสภาพอย่างไร ดังนั้นการซื้อสินค้าเราจะต้องสังเกตว่าผู้ขายท่านนี้น่าเชื่อถือหรือไม่ โดยอาจจะดูจากการคอมเม้นท์ของผู้ซื้อก็ได้ค่ะ (ถ้ามี) แต่ถ้าไม่มี เราลองโทรศัพท์ตรวจสอบหรือเช็คกับทางผู้ขายก่อน ว่าสามารถติดต่อได้หรือไม่ ที่สำคัญต้องไว้ใจได้ค่ะ

อย่างโทรศัพท์มือถือที่อยู่บนเว็บไซต์ชอปปิ้ง (www.shopping.co.thเราอาจจะสังเกตได้จากสัญลักษณ์การยืนยันตัวตนและจำนวนของคำติชมก็ได้ค่ะ (ตามรูป)


หากมีสัญลักษณ์การยืนยันตัวตนและคำติชมที่ดี เราก็สามารถเชื่อใจผู้ขายไปได้เปราะหนึ่งค่ะ แบบนี้เราก็ชอปได้แบบสบายใจหายห่วงแล้วค่ะ

สำหรับวันนี้ นู๋ก้อยต้องไปก่อนนะคะ อาทิตย์หน้าจะมีอะไร เรามาติดตามกันค่ะ…บ๊ายบาย ^_^

ขอขอบพระคุณข้อมูลบางส่วนจาก : http://nykaya.seedang.com/stories/21799
ขอบพระคุณภาพประกอบจาก : board.siamphone.com

ไม่มีคอมเมนท์

พระเครื่องยอดนิยม ที่นักเล่นพระมือใหม่ควรรู้….

โดย marketplace@sanook.com เมื่อ ก.ย. 14 2008 | Shopping Talk

เว็บไซต์ชอปปิ้ง ถือได้ว่ามีพระเครื่องที่ผู้ขาย นำมาลงประกาศขายมากมาย จึงอยากแนะนำให้มือใหม่ ที่มีความสนใจจะเช่า บูชาพระเครื่อง ได้รู้กันก่อนว่า พระเครื่องที่ลงประกาศขายทั้งบนเว็บไซต์ชอปปิ้ง และเว็บไซต์อื่นๆ นั้น มีพระเครื่องอยู่กี่ประเภท เรามาดูกัน….

1. ประเภทพระเบญจภาคี ประกอบด้วย 5 ชุด ดังนี้

1.1 ชุดพระสมเด็จ

ซึ่งมีพระในชุดเดียวกันเป็น 3 หมวด คือ หมวดพระสมเด็จวัดระฆัง หมวดพระสมเด็จบางขุนพรหม หมวดพระสมเด็จเกศไชโย ดังนี้

1) หมวดพระสมเด็จวัดระฆัง ประกอบด้วย

1. พระพิมพ์ใหญ่ หรือ พระพิมพ์พระประธาน
2. พระพิมพ์เจดีย์
3. พระพิมพ์เกศบัวตูม
4. พระพิมพ์ฐานแซม

2) หมวดพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม ประกอบด้วย

1. พระพิมพ์ใหญ่ หรือ พระพิมพ์พระประธาน
2. พระพิมพ์เส้นด้าย
3. พระพิมพ์ทรงเจดีย์
4. พระพิมพ์เกศบัวตูม
5. พระพิมพ์ฐานแซม
6. พระพิมพ์สังฆาฏิ ซึ่งมีการแบ่งเป็นพิมพ์สังฆาฏิมีหูหรือสังฆาฏิหูช้างและพิมพ์สังฆาฏิไม่มีหู
7. พระพิมพ์ฐานคู่
8. พระพิมพ์อกครฑ
9. พระพิมพ์ปรกโพธิ์

3) หมวดพระสมเด็จเกศไชโย ประกอบด้วย

1. พระพิมพ์ 7 ชั้น นิยม
2. พระพิมพ์ 7 ชั้น หูประบ่า
3. พระพิมพ์ 6 ชั้น อกตัน
4. พระพิมพ์ 6 ชั้น อกตลอด

นอกจากพระพิมพ์นิยมเป็นสากลที่กล่าวมาแล้ว ยังมีพระพิมพ์อื่นๆปรากฎให้พบเห็น หากแต่มีจำนวนน้อยมาก ความนิยมจึงไม่แพร่หลายและเป็นสากล

1.2 ชุดพระนางพญา ประกอบไปด้วยพิมพ์นิยมเป็นสากลดังนี้

1) พระนางพญา พิมพ์เข่าโค้ง
2) พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง มือไม่ตกเข่า
3) พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง มือตกเข่า
4) พระนางพญา พิมพ์อกนูนใหญ่
5) พระนางพญา พิมพ์สังฆาฏิ
6) พระนางพญา พิมพ์เทวดา
7) พระนางพญา พิมพ์อกนูนเล็ก

นอกจากนี้ยังพบพระพิมพ์อื่นๆอีก แต่มีจำนวนน้อย ความนิยมจึงลดน้อยกว่าพระพิมพ์นิยมอย่างสากล

1.3 ชุดพระผงสุพรรณ ประกอบไปด้วยพระพิมพ์สากลนิยม 3 พิมพ์ คือ

1) พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่
2) พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้ากลาง
3) พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าหนุ่ม

นอกจากนี้ มีการพบพระผงสุพรรณซึ่งสร้างจากวัสดุอื่นนอกจากพระที่นิยมเป็นสากล

1.4 ชุดพระซุ้มกอ ประกอบไปด้วยพระพิมพ์ที่ได้รับความนิยมเป็นสากล ดังนี้

1) พระซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ มีกนก
2) พระซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ ไม่มีกนก หรือ พระซุ้มกอดำ
3) พระซุ้มกอ พิมพ์กลาง
4) พระซุ้มกอ พิมพ์เล็ก
5) พระซุ้มกอ พิมพ์ขนมเปี๊ยะ

นอกจากนี้ ยังมีพระในกรุลานทุ่งเศรษฐีที่ได้รับความนิยม บรรจุใน พระชุดเบญจภาคี หมวดเดียวกับพระซุ้มกอ มาใช้ทดแทนกันได้

1.5 ชุดพระรอด พระกอบด้วยพระยอดนิยม 5 พิมพ์ ดังนี้

1) พระรอด พิมพ์ใหญ่
2) พระรอด พิมพ์กลาง
3) พระรอด พิมพ์เล็ก
4) พระรอด พิมพ์ตื้น
5) พระรอด พิมพ์ต้อ

2. ประเภทพระเนื้อดินยอดนิยม เนื่องจากพระชุดเนื้อดินถูกพบเป็นจำนวนมากทั่วภูมิภาคของประเทศ เพื่อให้ง่าย และสะดวกในการศึกษา จึงมีการจำแนกพระเนื้อดินออกเป็น 2 ชุด คือชุดพระเนื้อดินยอดนิยม และชุดพระเนื้อดินทั่วไป ในเบื้องต้น จะขอให้ศึกษาเรียนรู้รายละเอียดในส่วนของชุดพระเนื้อดินยอดนิยมก่อน ด้วยความสำคัญอันมีผลต่อภาพรวมของประเทศ ซึ่งในพระชุดเนื้อดินยอดนิยมนี้ได้แบ่งออกเป็นหมวดๆ โดยยึดเอาพื้นที่พบพระจากจังหวัดต่างๆเป็นเกณฑ์การแบ่งแยก ดังนี้

2.1 หมวดพระเนื้อดินยอดนิยม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่

1) พระขุนแผนเคลือบ วัดใหญ่ชัยมงคล
2) พระกริ่งคลองตะเคียน
3) พระวัดตะไกร
4) พระขุนแผนใบพุทธา

2.2 หมวดพระเนื้อดินยอดนิยม จังหวัดสุพรรณบุรี ได้แก่

1) พระขุนแผนบ้านกร่าง
2) พระขุนแผนวัดพระรูป
3) พระถ้ำเสือ เขาดีสลัก,กรุถ้ำเสือ,กรุวัดหลวง
4) พระกรุวัดสำปะซิว

2.3 หมวดพระเนื้อดินยอดนิยม จังหวัดลพบุรี ได้แก่

1) พระหลวงพ่อจุก กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
2) พระหลวงพ่อหมอ
3) พระยอดขุนผล วัดไก่
4) พระยอดขุนพล วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
5) พระเดี่ยวดำ-เดี่ยวแดง

2.4 หมวดพระเนื้อดินยอดนิยม จังหวัดนครสวรรค์ ได้แก่

1) พระซุ้มโพธิ์ กรุดงแม่นางเมือง

2.5 หมวดพระเนื้อดินยอดนิยม จังหวัดกำแพงเพชร ได้แก่

1) พระกลีบจำปา
2) พระเปิดโลก
3) พระกำแพงเปิดโลก (พระเม็ดทองหลาง)
4) พระกลีบบัว
5) พระเม็ดมะลื่น
6) พระเม็ดมะเคล็ด
7) พระยอดขุนพล
8 ) พระนางพญา กำแพงเพชร
9) พระเม็ดน้อยหน่า
10) พระกรุวัดเชตุพน

2.6 หมวดพระเนื้อดินยอดนิยม จังหวัดสุโขทัย ได้แก่

1) พระนางพญาท่ามะปราง กรุวัดมหาธาตุ
2) พระนางพญาเสน่ห์จันทร์ กรุตาเถรขึงหนัง
3) พระปางเปิดโลก กรุเตาทุเรียง
4) พระลีลาถ้ำหีบ กรุวัดถ้ำหีบ
5) พระแม่ย่า กรุวัดเขาแม่ย่า
6) พระลีลากล้วยตาก กรุวัดเขาพนมเพลิง
7) พระกรุวัดเชตุพน
8 ) พระกรุวัดป่ามะม่วง
9) พระกรุวัดสระศรี
10) พระร่วงซุ้มระฆัง

2.7 หมวดพระเนื้อดินยอดนิยม จังหวัดพิษณุโลก ได้แก่

1) พระนางพญาท่ามะปราง
2) พระนางพญาวัดใหญ่
3) พระนางพญา กรุวัดสุดสวาท
4) พระวัดจุฬามณี
5) พระนางพญา กรุโรงทอ วัดโพธิญาณ
6) พระหลวงพ่อโต วัดชีปะขาว
7) พระซุ้มอรัญญิก กรุวัดอรัญญิก
8 ) พระซุ้มเส้นคู่ กรุโรงทอ

2.8 หมวดพระเนื้อดินยอดนิยม จังหวัดแพร่ ได้แก่

1) พระยอดขุนพล กรุวัดบ้านปิ่น

2.9 หมวดพระเนื้อดินยอดนิยม จังหวัดลำพูน ได้แก่

1) พระคง
2) พระเปิม
3) พระบาง
4) พระลือโขง
5) พระสาม
6) พระกว่าง
7) พระเลี่ยง
8 ) พระลบ
9) พระป่วย
10) พระลือหน้ามงคล

2.10 หมวดพระเนื้อดินยอดนิยม จังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่

1) พระสามหอม
2) พระรอดหัวข่วง
3) พระซาวแปด

2.11 หมวดพระเนื้อดินยอดนิยม ภาคอีสาน ได้แก่
1) พระกรุนาดูน
2) พระกรุบังไพร

2.12 หมวดพระเนื้อดินยอดนิยม จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แก่

1) พระกรุวัดนางตรา
2) พระกรุท่าเรือ

2.13 หมวดพระเนื้อดินยอดนิยม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แก่

1) พระเม็ดกระดุม
2) พระกำแพง

3. ประเภทเนื้อชิน พระเนื้อชินนับเป็นพระเครื่องที่มีอายุความเก่าโดยประมาณ 500 ปี เป็นพระที่มีความหลากหลายทางพุทธศิลป์ และพบได้ทั่วไป ทุกภูมิภาคของประเทศ เป็นพระที่พบเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ถูกบรรจุกรุ จึงมีธรรมชาติที่น่าศึกษาและอนุรักษ์เป็นอย่างยิ่ง การจำแนกพระเนื้อชินเพื่อสะดวกในการศึกษาได้แบ่งเป็น 2 ชุด คือ พระชุดเนื้อชินยอดนิยม และพระชุดเนื้อชินทั่วไป

พระชุดเนื้อชินยอดนิยม ซึ่งแบ่งเป็นหมวด ดังนี้

3.1 หมวดพระเนื้อชินยอดนิยม จังหวัดลพบุรี ได้แก่

1) พระร่วงยืน หลังลายผ้า เนื้อตะกั่วสนิมแดง กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
2) พระนาคปรก กรุวัดปืน เนื้อชินเงิน
3) พระนาคปรก กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เนื้อชินเงิน
4) พระร่วงยืน กรุถ้ำมหาเถร เนื้อชินเงิน
5) พระยอดขุนพล เนื้อตะกั่วสนิมแดง กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
6) พระยอดขุนพล เนื้อชินเงิน กรุวัดไก่
7) พระเทริดขนนก เนื้อชินเงิน กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
8 ) พระหลวงพ่อพัด เนื้อชินเงิน
9) พระร่วงนั่ง กรุม่วงค่อม เนื้อตะกั่วสนิมแดง

3.2 หมวดพระเนื้อชินยอดนิยม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่

1) พระปรุหนัง พิมพ์บัวเบ็ด เนื้อชินเงิน กรุวัดมหาธาตุ
2) พระยอดขุนพล เนื้อชินเงิน กรุวัดราชบูรณะ
3) พระนาคปรก เนื้อชินเงิน กรุวัดพะงั่ว
4) พระหูยาน เนื้อชินเงิน กรุวัดราชบูรณะ

3.3 หมวดพระเนื้อชินยอดนิยม จังหวัดสุโขทัย ได้แก่

1) พระร่วงนั่งหลังลิ่ม เนื้อชินเงิน กรุวัดช้างล้อม
2) พระร่วงยืนทรงเกราะ เนื้อชินเขียว กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

3.4 หมวดพระเนื้อชินยอดนิยม จังหวัดกำแพงเพชร ได้แก่

1) พระลีลา กำแพงขาว เนื้อชินเงิน กรุวัดบรมธาตุ วัดอาวาสน้อย
2) พระลีลา เชยคาง ข้างเม็ด เนื้อชินเงิน กรุวัดอาวาสน้อย
3) พระท่ามะปราง เนื้อชินเงิน กรุวัดอาวาสน้อย

3.5 หมวดพระเนื้อชินยอดนิยม จังหวัดพิษณุโลก ได้แก่

1) พระลีลา เนื้อชินเงิน กรุวัดวังหิน
2) พระอัฏฐารถ เนื้อชินเขียว กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
3) พระท่ามะปราง เนื้อชินเงิน กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ-กรุวัดท่ามะปราง

3.6 หมวดพระเนื้อชินยอดนิยม จังหวัดชัยนาท ได้แก่

1) พระหลวงพ่อพัด เนื้อชินเงิน กรุสรรคบุรี

2) พระลีลา เนื้อชินเงิน กรุสรรคบุรี (พระสรรคยืน)

3.7 หมวดพระเนื้อชินยอดนิยม จังหวัดนครปฐม ได้แก่

1) พระร่วงนั่ง พิมพ์รัศมี เนื้อตะกั่วสนิมแดง กรุวัดกลาง

3.8 หมวดพระเนื้อชินยอดนิยม จังหวัดเพชรบุรี ได้แก่

1) พระเทริดขนนก เนื้อตะกั่วสนิมแดง กรุเสมาสามชั้น

3.9 หมวดพระเนื้อชินยอดนิยม จังหวัดกาญจนบุรี ได้แก่

1) พระร่วงยืน เนื้อตะกั่วสนิมแดง กรุวัดถ้ำเขาพุพระ

3.10 หมวดพระเนื้อชินยอดนิยม จังหวัดพิจิตร ได้แก่

1) พระพิจิตร เม็ดข้าวเม่า เนื้อชินเงิน กรุวัดมหาธาตุ

3.11 หมวดพระเนื้อชินยอดนิยม จังหวัดสุพรรณบุรี ได้แก่

1) พระนาคปรก เนื้อตะกั่วสนิมแดง กรุวัดลาวทอง
2) พระร่วงยืน เนื้อตะกั่วสนิมแดง กรุวัดหนองแจง

3.12 หมวดพระเนื้อชินยอดนิยม จังหวัดสิงห์บุรี ได้แก่

1) พระร่วงยืน เนื้อตะกั่วสนิมแดง กรุวัดศรีโสฬส

4. ประเภทพระเนื้อผงยอดนิยม พระเนื้อผงนับเป็นพระที่มีการสร้างในยุคหลัง ซึ่งสร้างโดยพระคณาจารย์โบราณในอดีตผู้เรืองพระเวทย์วิทยาคุณเป็นส่วนใหญ่ มีสร้างกันมาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น แม้กระทั่งในปัจจบันก็ยังยึดแนวทางปฏิบัติสืบต่อกันมา จนเกิดมีพระเนื้อผงขึ้นมากมาย หากแต่พระที่ได้รับความนิยมเป็นสากล มีการแบ่งเป็น พระชุดเนื้อผงยอดนิยม และ พระชุดเนื้อผงทั่วไป

โดยจะกล่าวเฉพาะเนื้อผงยอดนิยม พระเนื้อผงยอดนิยมแบ่งเป็น 2 หมวดดังนี้

4.1 หมวดพระเนื้อผงยอดนิยมประจำ จังหวัดกรุงเทพมหานคร-ปริมณฑล ได้แก่

1) พระสมเด็จอรหัง วัดมหาธาตุ
2) พระวัดรังษี วัดรังษีสุทธาวาส
3) พระผงวัดพลับ วัดราชสิทธาราม
4) พระวัดสามปลื้ม กรุงเทพมหานคร
5) พระผงพระพุทธบาทปิลันทน์ วัดระฆังโฆสิตาราม
6) พระวัดท้ายตลาด วัดโมลีโลกยาราม
7) พระหลวงปู่ภู วัดอินทรวิหาร
8 ) พระเพชรหลีก วัดใต้
9) พระบึงพระยาสุเรนทร์ วัดพระยาสุเรนทร์
10) พระวัดเงิน คลองเตย
11) พระผงของขวัญ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
12) พระสมเด็จ กรุเจดีย์เล็ก วัดใหม่อมตรส
13) พระผงของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์เจริญ วัดเทพศิรินทร์
14) พระขรัวอีโต้ วัดเลียบ
15) พระผงหลวงปู่เผื่อก วัดกิ่งแก้ว สมุทรปราการ

เนื่อง จากกรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่เป็นต้นกำเนิดของพระประเภทพระเนื้อผง ทั้งมีการสืบสานการสร้างพระประเภทนี้มาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่นิยมแพร่หลายมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ ทำให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางของพระประเภทเนื้อผง และปรากฏพระยอดนิยมประเภทนี้มากที่สุดในประเทศไทย นอกเหนือจากนี้จะมีเพียงประปรายในบางจังหวัด จึงเห็นสมควรที่จะแบ่งเป็น 2 หมวดใหญ่ ดังที่กล่าวมา

4.2 หมวดพระเนื้อผงยอดนิยมจังหวัดต่างๆ

1) พระหลวงพ่อปั้น วัดสะพานสูง จังหวัดนนทบุรี
2) พระวัดเฉลิม จังหวัดนนทบุรี
3) พระหลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก กรุงเทพมหานคร
4) พระหลวงพ่อหม่น คลอง 12 จังหวัดปทุมธานี
5) พระกรุวัดอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
6) พระวัดปากบาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
7) พระวัดทับเข้า จังหวัดสุโขทัย

5. ประเภทพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ และรูปหล่อยอดนิยม สำหรับ พรกริ่ง-พระชัยวัฒน์และรูปหล่อยอดนิยม ถือเป็นการสร้างพระที่มีคตินิยมมาจากการจำลองพระพุทธรูปที่สำคัญ ศักดิ์สิทธิ์ ตลอดจนพระคณาจารย์ผู้เลิศทั้งวัตรปฏิปทา ปฏิบัติดีงามจนเป็นที่ยอมรับนับถือ มาเป็นองค์พระขนาดเล็ก ไว้พกติดตัว หรือไว้ประจำบ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนมากจะสร้างจากเนื้อโลหะต่างๆ ขึ้นรูปแบบลอยองค์สำหรับพระเครื่องประเภทนี้ แบ่งเป็น 2 ชุด คือ 5.1 ชุดพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์

5.2 ชุดรูปหล่อ ยอดนิยม

โดยแต่ละชุด แยกเป็น 2 หมวด คือ หมวดพระยอดนิยม และหมวดพระทั่วไป ซึ่งในที่นี้จะกล่าวเฉพาะชุดพระยอดนิยม  คือ

5.1 หมวดพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ ยอดนิยม ได้แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

5.1.1 พระกริ่งนอก (หมายถึง พระกริ่งนอกประเทศ หรือสร้างจากประเทศอื่น ไม่ได้สร้างในประเทศไทย) พระที่ได้รับความนิยมมีดังนี้

1) พระกริ่งจีนใหญ่
2) พระกริ่งบาเก็ง
3) พระกริ่งหนองแส
4) พระกริ่งพัทรีตีอ๋อง
5) พระกริ่งตั๊กแตน

5.1.2  พระกริ่งที่สร้างจากวัดสุทัศน์เทพวราราม กรุงเทพมหานคร ได้แก่

1) พระกริ่งที่สร้างโดยเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช (แพ)
2) พระกริ่งที่สร้างโดยท่านเจ้าคุณศรี (สนธิ์)

5.1.3 พระกริ่งที่สร้างจากวัดบวรนิเวศวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ได้แก่

1) พระกริ่งปวเรศ
2) พระกริ่งไพรีพินาศ

5.1.4 พระกริ่งที่สร้างโดยหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จังหวัดระยอง ได้แก่

1) พระกริ่งชินบัญชร

5.2 หมวดพระรูปหล่อยอดนิยม ประกอบด้วย

1) พระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จังหวัดพิจิตร
2) พระรูปหล่อหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จังหวัดนครสวรรค์
3) พระรูปหล่อหลวงพ่อพรหม วัดช่องแค จังหวัดนครสวรรค์
4) พระรูปหล่อหลวงพ่อทองสุข วัดโพธิ์ทรายทอง จังหวัดบุรีรัมย์
5) พระรูปหล่อหลวงพ่อยอด วัดหนองปลาหมอ จังหวัดสระบุรี
6) พระรูปหล่อหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ จังหวัดปัตตานี ได้แก่ รุ่นก้นลายเซ็นต์ และรุ่นเบตง
7) พระรูปหล่อท่านเจ้ามา วัดสามปลื้ม กรุงเทพมหานคร
8 ) พระรูปหล่อหลวงพ่อทบ วัดชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์
9) พระรูปหล่อหลวงพ่อเขียน วัดถ้ำขุนเณร จังหวัดพิจิตร

6. ประเภทเหรียญยอดนิยม วัตถุ มงคลประเภทเหรียญ เริ่มมีครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งถือเป็นการจำลองสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูป พระคณาจารย์ตลอดจนผู้ที่ควรเคารพ นำมาแกะลวดลายทำแม่พิมพ์ เพื่อการปั๊ม หรือ หล่อลงในแผ่นโลหะให้ปรากฎรูปที่ต้องการ

จาก การศึกษาพบว่า พระเครื่องประเภทเหรียญนี้ จะให้ข้อมูลการศึกษาได้ละเอียดถี่ถ้วนที่สุด ดังข้อความที่จารึกไว้ปรากฏบนเหรียญ จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นพระเครื่องที่ง่ายแก่การศึกษาเรียนรู้ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ชุด คือ ชุดเหรียญยอดนิยม และชุดเหรียญทั่วไป โดยในแต่ละชุดได้แยกเป็นเหรียญหล่อ กับเหรียญปั๊ม โดยจะนำเสนอเหรียญยอดนิยมมาให้ศึกษา ดังนี้

6.1 หมวดเหรียญหล่อยอดนิยม ได้แก่

1) เหรียญหลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง กรุงเทพมหานคร
2) เหรียญหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จังหวัดพิจิตร
3) เหรียญหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก จังหวัดนครปฐม
4) เหรียญหลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา จังหวัดนครปฐม
5) เหรียญหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว จังหวัดนครปฐม
6) เหรียญหลวงพ่อคง วัดบางกะพร้อม จังหวัดสมุทรสงคราม
7) เหรียญหลวงพ่อบ่าย วัดช่องลม จังหวัดสมุทรสงคราม
8 ) เหรียญหลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย จังหวัดสมุทรสงคราม
9) เหรียญหลวงพ่อกล่อม วัดโพธาวาส จังหวัดสุราษฎร์ธานี
10) เหรียญหลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ จังหวัดสมุทรสงคราม
11) เหรียญหลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน จังหวัดสมุทรสาคร
12) เหรียญวัดระฆังหลังฆ้อน กรุงเทพมหานคร
13) เหรียญหลวงปู่ขัน วัดนกกระจาบ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
14) เหรียญเมฆสิทธิ์ วัดอนงค์ กรุงเทพมหานคร
15) เหรียญหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท
16) เหรียญหยดน้ำ วัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม
17) เหรียญวัดราชบพิตร กรุงเทพมหานคร

6.2 หมวดเหรียญปั๊มยอดนิยม ได้แก่

1) เหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
2) เหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง กรุงเทพฯ
3) เหรียญหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท
4) เหรียญหลวงพ่อคง วัดบางกะพร้อม จังหวัดสมุทรสงคราม
5) เหรียญหลวงพ่อฉุย วัดคงคาราม จังหวัดเพชรบุรี
6) เหรียญหลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว จังหวัดฉะเชิงเทรา
7) เหรียญหลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
8 ) เหรียญหลวงพ่อพุ่ม วัดบางโคล่ กรุงเทพมหานคร
9) เหรียญหลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน กรุงเทพมหานคร
10) เหรียญหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จังหวัดนครสวรรค์
11) เหรียญครูบาศรีวิชัย จังหวัดเชียงใหม่
12) เหรียญหลวงพ่อสาย วัดพยัคฆาราม จังหวัดลพบุรี
13) เหรียญหลวงปู่ขาว วัดหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
14) เหรียญหลวงพ่อเพชร วัดเกาะพงัน จังหวัดสุราฎร์ธานี
15) เหรียญหลวงพ่อคง วัดซำป่าง่าม จังหวัดปราจีนบุรี
16) เหรียญหลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา จังหวัดปราจีนบุรี
17) เหรียญหลวงพ่อศุข วัดโตนดหลวง จังหวัดเพชรบุรี
18) เหรียญหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม จังหวัดนครปฐม
19) เหรียญหลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ จังหวัดเพชรบุรี
20) เหรียญหลวงพ่อพรหม วัดช่องแค จังหวัดนครสวรรค์
21) เหรียญอาจารย์เฮง ไพรวัลย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
22) เหรียญหลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง จังหวัดภูเก็ต
23) เหรียญหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ จังหวัดปัตตานี รุ่นแรก พ.ศ.2500
24) เหรียญหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ จังหวัดปัตตานี รูปไข่ รุ่น 2 พ.ศ.2502
25) เหรียญหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ จังหวัดปัตตานี รูปเสมาลงยา รุ่น 3 พ.ศ.2504
26) เหรียญหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ จังหวัดปัตตานี รูปเสมา รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ พ.ศ.2508
27) เหรียญหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ จังหวัดปัตตานี รูปเสมา พุดซ้อน พ.ศ.2509
28) เหรียญพระพุทธโสธร จังหวัดฉะเชิงเทรา
29) เหรียญวัดพระแก้ว กรุงเทพมหานคร
30) เหรียญพระพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก
31) เหรียญวัดไชโยวรมหาวิหาร จังหวัดอ่างทอง
32) เหรียญมงคลบพิตร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
33) เหรียญวัดพนัญเชิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
34) เหรียญพระพุทธชินสีห์ วัดบวรนิเวศ กรุงเทพมหานคร
35) เหรียญปวเรศ วัดบวรนิเวศ กรุงเทพมหานคร
36) เหรียญพุทธ 25 ศตวรรษ กรุงเทพมหานคร

7. ประเภทพระปิดตายอดนิยม พระ ปิดตา ถือเป็นพระเครื่องประเภทที่พบน้อยที่สุด เนื่องจากในสมัยโบราณพระส่วนมากจะเป็นพระที่ทำขึ้นจากมือครั้งละองค์ จึงนับเป็นพระที่หายาก หากแต่เป็นพระที่ศรัทธาของนักสะสมเป็นอย่างยิ่งประเภทหนึ่ง แบ่งตามวัสดุ ที่นำมาสร้างเป็น 3 ชุด ดังนี้

7.1 ชุดพระปิดตาเนื้อผงยอดนิยม ได้แก่

1) พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ จังหวัดชลบุรี
2) พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง จังหวัดนนทบุรี
3) พระปิดตาหลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน กรุงเทพมหานคร
4) พระปิดตาหลวงปู่จีน วัดท่าลาด จังหวัดฉะเชิงเทรา
5) พระปิดตาหลวงปู่เจียม วัดกำแพง จังหวัดชลบุรี
6) พระปิดตาหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท
7) พระปิดตาวัดพลับ กรุงเทพมหานคร
8 ) พระปิดตาหลวงปู่ภู่ วัดนอก ชลบุรี
9) พระปิดตาหลวงปู่ครีพ วัดสมถะ (อุทยานนที) จังหวัดชลบุรี
10) พระปิดตากรมหลวงชุมพร สร้างโดยหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท
11) พระปิดตาหลวงพ่อเชย วัดบางกระสอบ จังหวัดสมุทรปราการ
12) พระปิดตาหลวงพ่อพิม วัดหนองแหน จังหวัดฉะเชิงเทรา
13) พระปิดตาหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว จังหวัดกาญจนบุรี
14) พระปิดตาหลวงพ่อครน วัดบางแซะ รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย
15) พระปิดตาวัดหนัง กรุงเทพมหานคร พิมพ์ข้าวตอกแตก และพิมพ์หัวบานเย็น
16) พระปิดตาวัดทอง กรุงเทพมหานคร
17) พระปิดตาหลวงพ่อกล่อม วัดบางกระพี้ จังหวัดอุตรดิตถ์
18) พระปิดตาอาจารย์เปิง วัดชินวนาราม จังหวัดปทุมธานี
19) พระปิดตาหลวงพ่อผุด วัดวังเวียน จังหวัดจันทบุรี
20) พระปิดตาพิมพ์ปั้น วัดเครือวัลย์ จังหวัดชลบุรี

7.2 ชุดพระปิดตาเนื้อโลหะยอดนิยม ได้แก่

1) พระปิดตาวัดหนัง กรุงเทพมหานคร
2) พระปิดตาวัดทอง กรุงเทพมหานคร
3) พระปิดตาแร่บางไผ่ จังหวัดนนทบุรี
4) พระปิดตาห้วยจระเข้ จังหวัดนครปฐม
5) พระปิดตาท้ายย่าน จังหวัดชัยนาท
6) พระปิดตาบางเดื่อ จังหวัดนนทบุรี
7) พระปิดตาเนื้อทองผสมพบตามถ้ำโดยทั่วไปใน จังหวัดนครศรีธรรมราช
8 ) พระปิดตาวัดพะเนียงแตก จังหวัดนครปฐม
9) พระปิดตาเมฆสิทธิ์ วัดอนงค์ กรุงเทพมหานคร
10) พระปิดตาวัดโพธิ์เอน จังหวัดสระบุรี

7.3 ชุดพระปิดตาไม้แกะ ได้แก่

1) พระปิดตาสมเด็จพระสังฆราช (อยู่) วัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร
2) พระปิดตาวัดโมฬี จังหวัดนนทบุรี
3) พระปิดตาหลวงพ่อรอด วัดโคนอน กรุงเทพมหานคร

8. ประเภทพระเนื้อว่านยอดนิยม แบ่งเป็น 2 ชุด คือ

8.1 พระชุดเนื้อว่านยุคเก่า ได้แก่

1) พระเนื้อว่านจำปาสัก แขวงเมืองจำปาสัก ประเทศลาว
2) พระเนื้อว่านหน้าทอง จังหวัดสุโขทัย พบด้วยกันหลายกรุ อาทิเช่น กรุวัดมหาธาตุ กรุวัดช้างล้อม กรุวัดเจดีย์สูง
3) พระเนื้อว่านหน้าทอง จังหวัดกำแพงเพชร พบด้วยกันหลายกรุ อาทิเช่น กรุวัดพระบรมธาตุ กรุวัดพระนอน กรุวัดพิกุล กรุวัดอาวาสน้อย กรุวัดอาวาสใหญ่ กรุวัดป่ามืด กรุวัดพระสี่อิริยาบท

8.2 พระชุดเนื้อว่านที่พระเกจิอาจารย์เป็นผู้สร้าง ได้แก่

1) พระเนื้อว่านหลวงปูทวด วัดช้างให้ จังหวัดปัตตานี ที่สร้างโดย พระครูวิสัยโสภณ หรือ ท่านอาจารย์ทิม อดีตเจ้าอาวาสวัดช้างให้ จังหวัดปัตตานี ทำการปลุกเสกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ.2497 แบ่งเป็น 3 พิมพ์ ซึ่งสามารถแยกออกเป็นหมวดใหญ่ๆได้ดังนี้

1.1 พระหลวงปู่ทวดเนื้อว่าน รุ่นแรก พ.ศ.2497 พิมพ์ใหญ่ แยกเป็น

-พระพิมพ์ใหญ่แจกกรรมการ

-พระพิมพ์ใหญ่หัวมีขีด

-พระพิมพ์ใหญ่ลึก

-พระพิมพ์ใหญ่ไหล่มีจุด

1.2 พระหลวงปู่ทวดเนื้อว่าน รุ่นแรก พ.ศ.2497 พิมพ์กลาง แยกเป็น

-พระพิมพ์กลางลึก

-พระพิมพ์กลางชะลูด

-พระพิมพ์กลางอกแฟบ

-พระพิมพ์กลางหน้ากลม

1.3 พระหลวงปู่ทวดเนื้อว่าน รุ่นแรก พ.ศ.2497 พิมพ์เล็กหรือพิมพ์พระรอด แยกเป็น

-พระพิมพ์พระรอดแจกกรรมการ

-พระพิมพ์พระรอดหน้าใหญ่

-พระพิมพ์พระรอดหน้ากลาง

-พระพิมพ์พระรอดหน้าเล็ก

-พระพิมพ์พระรอดต้อ

1.4 พระหลวงปู่ทวดเนื้อว่าน รุ่นแรก พ.ศ.2497 พิมพ์ต้อ แยกเป็น

-พระพิมพ์ต้อใหญ่

-พระพิมพ์ต้อกลาง

-พระพิมพ์ต้อเล็ก

2) พระเนื้อว่านคณาจารย์ทั่วไป ได้แก่

-พระเนื้อว่านรูปหลวงปู่ทวด วัดพะโค๊ะ จังหวัดสงขลา

-พระเนื้อว่านรูปหลวงปู่ทวด วัดเมือง จังหวัดยะลา

-พระเนื้อว่านรูปหลวงปู่ทวด วัดทรายขาว จังหวัดปัตตานี

3) พระเนื้อว่าน หลวงพ่อคล้าย วัดสวนขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช

9. เครื่องราง-ของขลังยอดนิยม วัตถุมงคลประเภทนี้ ถือว่าเป็นวัตถุมงคลที่มีอายุความเป็นมาเก่าแก่ที่สุด และการสร้างเครื่องรางนั้นมีมาก่อนจะมีการสร้างพระเครื่องนับแต่โบราณกาล สิ่งที่น่าสนใจคือ อารยธรรมของการสร้างเครื่องราง-ของขลังนั้นมีแพร่หลายในทุกภูมิภาคของโลกไม่ ว่าจะเป็นซีกโลกตะวันออก หรือ ตะวันตก แม้แต่ในประเทศที่ได้รับการยอมรับว่าทันสมัยที่สุดเป็นประเทศผู้นำในด้าน ต่างๆของโลก ล้วนแต่มีวัฒนธรรมการสร้างเครื่องรางตามความเชื่อมาแต่ครั้งบรรพกาล ดังนั้น สิ่งที่หลายท่านอาจจะมองว่าเป็นความงมงาย ขาดสาระที่สุดนั้น แท้จริงคือสิ่งที่ทั่วโลกรู้จักคุ้นเคยกันดี ในรูปแบบที่เรียกกันว่า “เครื่องราง-ของขลัง”

เครื่อง ราง-ของขลังนั้นมีมากมายหลายลักษณะ และสร้างจากวัสดุต่างๆมากมายที่สุดในบรรดาวัตถุมงคลทั้งหมดที่ปรากฏ สำหรับประเทศไทย เครื่องราง-ของขลังที่ได้รับความนิยมเป็นสากล แบ่งเป็น 9 ประเภท ดังนี้

9.1 เครื่องรางประเภทตะกรุด ได้แก่

1) ตะกรุดหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง จังหวัดนนทบุรี
2) ตะกรุดหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม จังหวัดสมุทรสงคราม
3) ตะกรุดหลวงพ่อพิศ วัดฆะมัง จังหวัดพิจิตร
4) ตะกรุดหลวงปู่ใจ วัดเสด็จ จังหวัดสมุทรสงคราม
5) ตะกรุด วัดโมลีโลกยาราม (วัดท้ายตลาด) กรุงเทพมหานคร
6) ตะกรุดหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก จังหวัดนครปฐม
7) ตะกรุดหนังหน้าผากเสือ หลวงปู่แจ้ง วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพมหานคร
8 ) ตะกรุดหลวงปู่นาค วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพมหานคร

9.2 เครื่องรางประเภทเบี้ยแก้ ได้แก่

1) เบี้ยแก้หลวงปู่รอด วัดนายโรง กรุงเทพมหานคร
2) เบี้ยแก้หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว จังหวัดนครปฐม
3) เบี้ยแก้หลวงพ่อภักตร์ วัดโบสถ์ จังหวัดอ่างทอง
4) เบี้ยแก้หลวงพ่อนุ่ม วัดนางใน จังหวัดอ่างทอง
5) เบี้ยแก้หลวงพ่อคำ วัดโพธิ์ปล้ำ จังหวัดอ่างทอง
6) เบี้ยแก้หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว จังหวัดนครปฐม

9.3 เครื่องรางประเภทเขี้ยวเสือ ได้แก่

1) เขี้ยวเสือหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ
2) เขี้ยวเสือหลวงพ่อนก วัดสังกะสี จังหวัดสมุทรปราการ
3) เขี้ยวเสือหลวงพ่อเฮง วัดเขาดิน จังหวัดนครสวรรค์

9.4 เครื่องรางประเภทหนุมาน ได้แก่

1) หนุมานหลวงพ่อสุ่น (ทั้งไม้แกะ และงาแกะ) วัดศาลากุน จังหวัดนนทบุรี
2) รูปแกะลิงหลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว จังหวัดฉะเชิงเทรา
3) หนุมานหลวงพ่อเชย วัดบางกระสอบ จังหวัดสมุทรปราการ

9.5 เครื่องรางประเภทสิงห์ ได้แก่

1) สิงห์หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จังหวัดนครสวรรค์
2) สิงห์หลวงพ่อเฮง วัดเขาดิน จังหวัดนครสวรรค์
3) สิงห์หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว จังหวัดนครสวรรค์
4) สิงห์หลวงพ่อหอม วัดชากหมาก จังหวัดระยอง
5) สิงห์หลวงพ่อภักตร์ วัดโบสถ์ จังหวัดอ่างทอง
6) สิงห์หลวงพ่อรอด วัดบางน้ำวน จังหวัดสมุทรสงคราม

9.6 เครื่องรูปสัตว์อื่นๆ ได้แก่

1) เครื่องรางรูปแพะ หลงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก จังหวัดระยอง
2) วัวธนู หลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง จังหวัดนครปฐม

9.7 เครื่องรางประเภทราหู ได้แก่

1) ราหูหลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง จังหวัดนครปฐม
2) ราหูครูบาวัง วัดบ้านเด่น จังหวัดตาก
3) ราหูครูบานันตา วัดทุ่งม่านใต้ จังหวัดลำปาง

9.8 เครื่องรางประเภทปลัดขิก ได้แก่

1) ปลัดขิกหลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก จังหวัดฉะเชิงเทรา
2) ปลัดขิกหลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
3) ปลัดขิกอาจารย์ขลิก วัดสาวชะโงก จังหวัดฉะเชิงเทรา
4) ปลัดขิกหลวงพ่อโศก วัดธรรมศาน (วัดปากคลองบางครก) จังหวัดเพชรบุรี

9.9 เครื่องรางประเภทลูกอม-ชูชก ได้แก่

1) ลูกอมเมฆสิทธิ์ วัดอนงค์ กรุงเทพมหานคร
2) ลูกอมหลวงพ่อเนียม วัดน้อย จังหวัดสุพรรณบุรี
3) ชูชกหลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน จังหวัดสมุทรสงคราม
4) ลูกอมหลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก กรุงเทพมหานคร
5) ลูกอมหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม จังหวัดสมุทรสงคราม
6) ลูกอมหลวงพ่อร้าย วัดเขายี่สาย จังหวัดสมุทรสงคราม

จบแล้วค่ะ อาจจะยาวไปสักหน่อย แต่ก็มีประโยชน์นะคะ ซึ่งข้อมูล และสาระดีๆ ทั้งหมดนี้นู๋ก้อยต้องขอขอบคุณเว็บไซต์ http://www.web-pra.com/ อย่างมากมาย เพราะได้ธิบายไว้ละเอียดมากๆ เลยค่ะ ^_^

สำหรับวันนี้นู๋ก้อยต้องไปก่อนนะคะ..รู้สึกหิวข้าวตะหงิดๆ แล้ว ไปหาข้าวมาเติมพลังก่อนนะคะ..สวัสดีค่ะ

ไม่มีคอมเมนท์

เคล็ดลับการเลือกบูชา พระเครื่อง

โดย marketplace@sanook.com เมื่อ ก.ย. 07 2008 | Shopping Talk

นู๋ก้อยมาแล้วจ้า มาพร้อมกับเดือนกันยายน เดือนใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น มาคราวนี้นู๋ก้อยก็มีเรื่องราวดีๆ มาฝาก เดือนนี้เอาใจนักเล่นพระ และเหล่าบรรดากลุ่ม IT ทั้งหลายเลยทีเดียว แต่จะเป็นเรื่องอะไร ติดตามกันเอาเองนะจ๊ะ

เอาล่ะก็เกริ่นกันไปแล้วว่าเดือนนี้เราจะพูดเกี่ยวกับอะไร เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า สำหรับนักเล่นพระมือใหม่ ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว เรามีวิธีการดูพระอย่างไร ไม่ให้ได้ของปลอมมาฝากกัน สมัยนี้เทคโนโลยีก้าวหน้า มนุษย์มักจะพัฒนาตัวเอง และปรับสภาพให้ทุกสิ่งทันยุค ทันสมัย พระเครื่องรุ่นไหนดัง รุ่นไหนดี เป็นข่าวดังครึกโครม ไม่นาน ก็ออกพระเครื่องรุ่นนั้นๆ ออกมา จนเราไม่รู้ว่าพระเครื่ององค์ไหนจริง องค์ไหนปลอม

อย่างข่าวจตุคามรามเทพ ที่ดังฮิตติดลมบน จนออกข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ถึงอิทธิฤทธิ์และบารมี ที่องค์จตุคามรามเทพมอบให้แด่ผู้ครอบครอง และผู้ที่ทราบ ก็หาเช่าบูชากันอย่างล้นหลาม ไปที่ไหนมองสองข้างทางของถนน ก็จะมีป้ายวัดโน้น วัดนี้สร้างองค์จตุคาม หลากรุ่นมาให้เช่าบูชากัน จนตอนนี้กระแสได้ซาลงอย่างน่าใจหาย และมีข่าวว่าได้นำเอาองค์จตุคามรามเทพ ไปทิ้งไว้เป็นกอง….

และตอนนี้ไม่ว่าจะซื้อผ่านหน้าร้านพระโดยตรง หรือที่เว็บไซต์ออนไลน์เอง เราก็จะต้องสอบถามกับทางผู้ขายให้ละเอียด ก่อนที่จะทำการตกลงซื้อ-ขายกัน

ในกรณีที่เราดูพระทางอินเตอร์เน็ต ที่เป็นเว็บไซต์ซื้อ-ขายออนไลน์ทั่วไป เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นของแท้ หรือของเทียม บางองค์ บางชนิด บางประเภท สามารถดูได้ และตอบได้ว่า ของปลอมหรือของแท้ แต่บางองค์ก็ตอบไม่ได้ โดยเฉพาะเหรียญจะตอบยากมาก การที่สามารถดูได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับความรู้ และประสบการณ์ของผู้ดูว่ามีความชำนาญในระดับใด ถ้าแม่นพิมพ์เห็นแค่รูปภาพก็สามารถตอบได้เลยว่า ของปลอมหรือของแท้ เหมือนกับเราจำคนทำไมเราจำคนได้ตั้งมากมาย รู้ว่าใครเป็นใคร ก็เพราะเรารู้ว่าใครมีลักษณะอย่างไร เพียงเห็นแค่ภาพถ่ายก็รู้ว่า คือใคร ทำนองเดียวกับพระเครื่อง ถ้าเรารู้ว่าพระเครื่อง ชนิดนั้นๆ มีลักษณะรูปพรรณสัณฐาน หรือ พิมพ์ทรงอย่างไร ก็สามารถตอบได้ เว้นแต่ภาพไม่ชัด แสงเพี้ยนไม่เป็นธรรมชาติ ก็เป็นอีกตัวแปรหนึ่งที่ควรคำนึงถึง ดังนั้น โดยสรุปแล้ว การดูพระผ่านอินเตอร์เน็ต สามารถบอกของแท้หรือของปลอม ได้เกินกว่า 90 % ขึ้นไป

ในอดีตก็เหมือนกับเราดูเพียงภาพถ่าย ในหนังสือพระเครื่องก็บอกได้ว่าปลอมหรือพระแท้ แต่ทั้งนี้ไม่ว่าจะดูด้วยวิธีใดก็ตาม แม้แต่ดูจากองค์พระจริงๆ ก็ยังอาจพลาดได้ ดังนั้นการซื้อขาย ควรมีการรับประกัน อย่างรัดกุมดีที่สุด

ส่วนในเรื่องการชำระเงิน การจะจ่ายเงินให้ใคร หรือส่งพระให้ผู้ซื้อควรมีการตรวจสอบกันให้ดี เช่น ที่อยู่ เบอร์โทร หรือ นัดเจอกัน ฯลฯ ก็ช่วยได้มาก ทุกสังคมมีทั้งคนดีและคนชั่วปะปนกัน อย่างไรก็ตามการป้องกันตัวเองที่ดีที่สุด คืออย่าโลภ อย่าอยากได้ของถูกๆ อย่าเชื่อใจจนเกินไป การซื้อขายมักจะยากในครั้งแรก แต่ถ้าไม่มีปัญหาครั้งต่อไปค่อนข้างปลอดภัย ถ้าหลอกลวงต้มตุ๋นกัน ก็แจ้งตำรวจดำเนินคดีได้เลย ให้เน้นการจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคารไว้ จะได้มีข้อมูลเวลามีปัญหา

และเพื่อนๆ รู้กันไหมว่าข้อดีของการซื้อ-ขายพระผ่านทางอินเตอร์เน็ตมีข้อดีอย่างไร ก็มีข้อดีตรงที่ว่า ไม่ว่าใครทำอะไร พูดอะไร การซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ต จะถูกบันทึกไว้เป็นหลักฐานและมีคนร่วมรู้เห็นจำนวนมาก ถ้าใครทำผิด สังคมจะตรวจสอบและมีระบบที่ต่อต้านอย่างชัดเจน ซึ่งระบบแบบนี้ไม่พบในวงการพระเครื่องนอกอินเตอร์เน็ต เรียกว่าในนี้ท่านจะมีเพื่อน มีที่ปรึกษา มีมิตรภาพ ความจริงใจที่หายากมาก คนขายพระปลอม จะอยู่ในอินเตอร์เน็ตลำบาก เพราะไม่สามารถทนทานต่อการตรวจสอบได้ เชื่อได้แน่ว่าวงการพระเครื่องที่กำเนิดขึ้นในอินเตอร์เน็ตนี้ จะดำเนินไปในทิศทางที่ดีในอนาคต

ข้อมูลเบื่องต้นที่เพื่อนๆ ได้อ่านกันนี้ นู๋ก้อยต้องขอขอบคุณเว็บไซต์ www.uamulet.com อย่างมากนะคะ ที่ลงข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจอย่างมากเลยทีเดียว นู๋ก้อยเลยตัดเอาบางส่วนมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน

เพื่อนๆ ได้อ่านกันแล้ว เห็นว่ามีประโยชน์ก็ส่งต่อให้เพื่อนๆ หรือคนรู้จักที่สนใจพระเครื่อง และซื้อ-ขายพระเครื่องผ่านทางออนไลน์บ่อยๆ ให้ได้ทราบกันด้วยนะคะ เพื่อเป็นการแบ่งปันสาระให้ได้ทราบกันค่ะ

วันนี้นู๋ก้อยไปก่อน…อาทิตย์หน้ามีอะไรมาแนะนำ เพื่อนๆ ก็คอยติดตามกันด้วยนะคะ แต่รับรอง สาระแน่นปึกค่ะ วันนี้บ๊าย…บายค่ะ

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก :

เว็บไซต์ www.krusiam.com

ไม่มีคอมเมนท์