google logo
สนุก! ค้นหา สารบัญเว็บไทย ข่าว อีเมล์ หาเพื่อน คิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน สนุก! ทูลบาร์ ดูทั้งหมด>>
ดูบล็อกอื่น >
รูปโลโก้ S! Blogger เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

Author Archive

Shopping.co.th 2nd Year Anniversary (เว็บไซต์ชอปปิ้งสองขวบแล้วค่ะ!)

โดย marketplace@sanook.com เมื่อ พ.ย. 21 2009 | Shopping Talk


ย้อนกลับไปปีพ.ศ. 2550 เกือบๆ สองปีที่แล้ว…

ด้วยความร่วมมือของสนุก! และอีเบย์ ทำให้เกิดเว็บไซต์ซื้อ-ขายออนไลน์แห่งใหม่ในประเทศไทย ที่มีระบบการประมูลสินค้า (Auction) อย่างเต็มรูปแบบ เป็นที่แรกในประเทศไทย ใช้ชื่อในวงการว่า “Shopping.co.th” และเรียกกันติดปากว่า “เว็บไซต์ชอปปิ้ง” ในเวลาต่อมา..

มีผู้คนมากมายหลากหลาย ต่างหลั่งไหลกันเข้ามาใช้บริการเว็บไซต์แห่งนี้อย่างคับคั่ง เช่นเดียวกับกระแสของตลาดอี-คอมเมิร์ซในประเทศ ที่ค่อยๆ ขยายตัวขึ้นเป็นลำดับ สมาชิกจากหลักร้อยก็ขยับเป็นระดับแสนคน พ่อค้าและแม่ค้าจากทั่วทุกสารทิศต่างหลั่งไหลเข้ามาเปิดร้านกันอย่างมากมาย ยอดการซื้อขายสินค้าก็มีมากขึ้นเป็นลำดับ

ตลอดระยะเวลาสองปี…เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2550

มีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นบนเว็บไซต์แห่งนี้มากมาย ตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา ทั้งกิจกรรมต่างๆ และการปรับปรุงเว็บไซต์ด้านต่างๆ จากคำติชมของสมาชิกที่ได้ใช้บริการจริง นำมาสู่การปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้ซื้อง่าย-ขายคล่อง มีความรวดเร็ว มีความสเถียรของระบบมากขึ้น รวมถึงลูกเล่นใหม่ๆ ที่มีให้ได้ใช้งาน และล่าสุดที่ทุกท่านจะได้ใช้งาน และเป็นที่แรกในเมืองไทย กับวิธีการเลือกซื้อสินค้าแบบใหม่ นั่นคือ “การกำหนดคุณสมบัติของสินค้า (Atribute)” ซึ่งทางทีมงานรับประกันเลยว่าคุณประโยชน์ของมันจะช่วยให้คุณหาสินค้าได้ตรงใจ ขายสินค้าได้ตรงตามความต้องการของผู้ซื้อมากยิ่งขึ้นแน่นอน!



เราไม่เพียงแค่พัฒนาและปรับปรุงระบบการใช้งานให้ดีขึ้นเท่านั้น แต่เราได้พยายามสร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นมาโดยตลอด นั่นเป็นที่มาของ “
Trust by Shopping” แคมเปญที่จะมาเติมเต็มในความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้น ผู้ซื้อสามารถมั่นใจได้ว่าตัวเองจะไม่โดนโกง ในขณะที่ผู้ขายก็มั่นใจได้ว่าสินค้าจะจัดส่งถึงมือผู้ซื้อและได้เงินตามจำนวนครบถ้วนแน่นอน ด้วยการผนวกกำลังกับพันธมิตรผู้มีประสบการณ์ในวงการ อันได้แก่ “Paysbuy” และ “ไปรษณีย์ไทย” ทำให้ทุกขั้นตอนในการซื้อ-ขายเชื่อถือได้ มั่นใจได้ ติดตามได้ ทำให้คุณสามารถวางใจและทำทุกธุรกรรมผ่าน “PAYSURE” ได้อย่างอุ่นใจ..

อนาคตของชอปปิ้ง…

เราจะยังคงมุ่งหน้าและมุ่งมั่นปรับปรุงระบบเก่าๆ ให้ดียิ่งขึ้น และพัฒนาระบบใหม่ๆ เสริมเข้ามาเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกการซื้อ-ขาย สะดวกยิ่งขึ้น สนุกยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน และสำคัญที่สุด คือ การสร้าง “ความน่าเชื่อถือ” ให้มากยิ่งขึ้น ทำให้ทุกท่านใช้บริการได้อย่างไร้ข้อกังขา ปลอดภัย มั่นใจ มากขึ้นกว่าเดิม ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย..

ต้องขอบอกว่าสิ่งใหม่ๆ ที่เราเตรียมที่จะนำเสนอในอนาคตนั้น จะทำให้ชีวิตการชอปปิ้งของคุณนั้นมีสีสันยิ่งขึ้น ซึ่งในตอนนี้นั้น เราคงต้องขออุบไว้ก่อน ว่าจะมีอะไรใหม่ๆ ที่ทุกทานจะได้เห็นกัน แต่สำหรับท่านที่กำลังรอคอยระบบ Store front อยู่นั้น อดใจรออีกนิดเดียวครับ เร็วๆ นี้ได้ใช้งานกันอย่างแน่นอนครับ!

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่เริ่มต้นที่เปรียบเสมือนเด็กหัดเดินใหม่ๆ พวกเราได้ฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย ได้รับทั้งคำติและคำชมจากเพื่อนๆ สมาชิกที่เปรียบเสมือนเพื่อนที่อยู่เคียงข้างและคอยช่วยเหลือ มาจนถึงวันนี้เว็บไซต์ชอปปิ้งแห่งนี้ได้โตขึ้นและจะมีอายุครบ 2 ปีอย่างเต็มวัยในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2552 ซึ่งเว็บไซต์ช้อปปิ้งแห่งนี้จะโตมาจนถึงขนาดนี้ไม่ได้เลย หากขาดสมาชิกทุกท่านที่ไว้วางใจให้เราได้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ของท่านมาจนถึงทุกวันนี้…

สุดท้ายนี้คงไม่มีคำไหนที่พวกเราทีมงานและเว็บไซต์ชอปปิ้งจะกล่าวได้ดีไปกว่าคำว่า “ขอขอบคุณทุกท่านอย่างมากมาย ที่อยู่เคียงข้างกันเสมอมาตั้งแต่ก่อตั้งเว็บไซต์มาจนถึงปัจจุบัน ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกคำแนะนำ ทุกคำติชมของเพื่อนๆ สมาชิก อยากบอกให้รู้ว่าทุกคนคือ “ครอบครัว” ที่อบอุ่นของเราครับ…{#emotions_dlg.embarassed}


ขอบพระคุณทุกท่านที่อยู่เคียงข้างกันเสมอมาครับทุกท่าน….
{#emotions_dlg.smile}

ไม่มีคอมเมนท์

เทรนด์ร้อน! ท้าลมหนาว ปี 2009 (ตอนจบ)

โดย marketplace@sanook.com เมื่อ พ.ย. 10 2009 | Shopping Talk

สัปดาห์ที่แล้ว ผมได้นำเสนอเรื่องราวของเทรนด์การแต่งกายท้าลมหนาว ในส่วนของผ้าพันคอเก๋ๆ และเสื้อกันหนาวเท่ห์ๆ มาฝากกัน ในสัปดาห์นี้เราจะมาอัพเดทกันต่อ ถึงเรื่องเทรนด์เครื่องแต่งกายเก๋ๆ แห่งหนาวนี้ มาดูสิว่าเครื่องประดับแห่งหน้าหนาวยามนี้ แบบไหนกำลังมา!

Shopping Staff Blog 2.0 ขอเสนอ…

เทรนด์ร้อน! ท้าลมหนาว ปี 2009


ที่คาดผม, หมวกใบเท่ห์ เก๋ด้วยสร้อยคอ

ที่คาดผมกับสาวๆ ในหน้าหนาวนั้น เป็นอะไรที่ดูเข้ากั๊น~เข้ากัน คาดได้ทั้งวัน จะผมยาวหรือผมสั้น ก็เหมาะก็สม สาวๆ ควรจะเลือกสรรที่คาดผมที่ดูแล้วมันอลังการหน่อย ประเภทที่ตกแต่งด้วยคริสตัลสวยๆ เม็ดใหญ่ๆ หลายเม็ด หรือโบว์แบบใหญ่ นั่นแหละใช่เลย…

หน้าหนาวหยิบหมวกเก๋ๆ มาใส่สักใบ ก็ดูเท่ห์ดูแนวดีเหมือนกัน จะหมวกลายเสือ หรือหมวกเฉดสีเข้มๆ ก็ไม่ผิดหลัก หยิบมาใส่ให้เข้าเทรนด์ได้แล้ววันนี้!

ส่วนสร้อยคอก็เป็นเครื่องประดับอีกชิ้นที่ทำให้ซอกคอสวยๆ ของสาวๆ ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา จับต้องตาชายหนุ่มยามเมื่อได้พบเห็นยิ่งนัก จะใส่คู่กับเดรสตัวเก่ง ก็ดูเข้ากันไม่หยอก แต่ถ้าจะให้ดีก็ควรจะหยิบมาใส่ตั้งแต่ 2 เส้นขึ้นไป ไขว้กันไว้ ดูงามตายิ่งนัก..


ถุงมือคู่สวย เสริมความอุ่นให้มือนุ่มของคุณ

ปกป้องมือคู่สวยของสาวๆ อย่างมั่นใจ ด้วยถุงมือนานาสีสัน หลากสไตล์ เริ่มจาก ถุงมือแบบซีทรู ก็ดูดี ถุงมือผ้าหนาๆ ก็เหมาะสม โทนสีแนะนำก็ได้แก่ สีชมพู, สีน้ำตาล, สีขาวและสีดำ


รองเท้าบู้ต, ส้นสูงแห่งหน้าหนาว

เริ่มจากรองเท้าบู้ท ที่นอกจากจะช่วยเสริมความอบอุ่นให้ช่วงขาของคุณแล้ว ยังทำให้คุณดูสูงขึ้นด้วยนะ และไม่ว่าจะเป็นกางเกงยีนส์ จะเป็นเดรสตัวเก่ง หรือกระโปรงสั้น ก็สามารถหยิบรองเท้าบู้ทมาสวมใส่เข้าได้กับทุกชุดเชียวแหละ แต่หากใครไม่ชอบรองเท้าบู้ท ก็ไม่ต้องกลัวจะเอาท์ครับ เพราะยังมีรองเท้าส้นเตารีด ที่กำลังอินเทรนด์เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เนมไหน ก็ได้ทั้งนั้น

โทนสีที่มาแรงก็ได้แก่ สีดำ สีส้ม สีเหลืองอ่อนๆ แต่ถ้าจะให้เด็ดสุดก็ต้องสีน้ำตาลอ่อนๆ ครับ เรียกความสนใจจากคนทั่วไปได้ดีเลยทีเดียว

ส่วนใครที่มองว่ามันจะเวอร์ไปไหม รองเท้าส้นสูงดูสง่าก็น่าจะเป็นทางเลือกของคุณครับ เลือกสรรแบบที่ปกปิดเท้ามิดชิด กันลมหนาว หรือเป็นสายไขว้ไปมา ก็ดูสวยดี เพิ่มความเซ็กซี่ให้คุณอีกหลายดีกรี

นี่แหละครับคือเทรนด์ล่าสุดแห่งหนาวนี้ปี 2009 ที่ผมนำมาฝากกัน ใครที่จะอัพเดทเครื่องแต่งกายให้ทันสมัยเข้าเทรนด์ แต่ไม่รู้จะไปหาซื้อที่ไหน ก็ลองค้นหาจากเว็บไซต์ของเราดูก่อนครับ มีให้เลือกสรรกันมากมายแน่นอนครับ…^_^
++กิฟแต่งผม/ที่คาดผม สวยเดิร์นเทรนด์แรงก่อนใคร!

++ถุงมือคลายหนาว อบอุ๊น…อบอุ่นในหน้าหนาวนี้!

++แหล่งรวมรองเท้า ถุงเท้าทุกแบบ ทุกสไตล์ที่นี่มีครบจ้า!

ไม่มีคอมเมนท์

เทรนด์ฮิตร้อนๆ ท้าลมหนาว ปี 2009!!

โดย marketplace@sanook.com เมื่อ ต.ค. 31 2009 | Shopping Talk

“ลมหนาวมาเมื่อไร ตัวฉานแทบบบขาดจัย” แหม… ก็มันหนาวนี่ครับ เสื้อกันหนาวตัวเก่งก็ขาดลุ่ยหมดแล้ว ว่าแต่เอ… จะมีสาวใด สนใจกอดผมให้หายหนาวบ้างมั้ยน้า…

Shopping Staf Blog 2.0 ขอเสนอ…

“เทรนด์ร้อน ท้าลมหนาว ปี 2009”

ฤดูหนาว เป็นฤดูที่หลายๆคนต่างรอคอยกันอย่างใจจดใจจ่อ หนึ่งก็คือ อากาศที่น่านอนกอดคนรู้ใจ (หรือหมอนข้าง)  สองคือ ได้ใส่เสื้อกันหนาวตัวสวย ที่ซื้อมาเตรียมรอไว้นานแสนนานซะที ก็เพราะไม่รู้ว่ามันจะหนาวเมื่อไหร่น่ะสิ อยู่เมืองไทยก็ต้องทำใจล่ะครับ หิมะมันไม่ตกเสียที เฮ้อ…

แต่…! ถึงจะอยู่ไทยก็เถอะ ยังไงๆซะ กระแสของแฟชั่นไม่มีแบ่งกั้นพรหมแดนอย่างแน่นอน วันนี้เราจะมาดูกันสิว่า เทรนด์เสื้อผ้าหน้าหนาวในแถบนี้ ปีนี้อะไรกำลังมา และอันไหนคือเทรนด์สุดฮอตประจำหน้าหนาวปี 2009 นี้!

เริ่มจาก “ผ้าพันคอ

หลังจากที่สร้างกระแสให้ผู้คนหันมาจงใจปกปิดซอกคอกันมากขึ้น ปีนี้มันจะกลับมาอีกครั้ง ด้วยความยาวที่มากขึ้น ลวดลายสีสันก็ฉูดฉาดได้อีก อันไหนที่โทนสีเดียวก็เปรี้ยวซะ! แค่เลือกสีสันที่ตัดกับสีเสื้อจะทำให้สะดุดเวลาได้พบเห็น ลักษณะการพันนั้นก็แล้วแต่สไตล์กันไป จะทบเดียวเปรี้ยวทั้งงาน หรือพันหลายทบหน่อยเสริมความอบอุ่น ก็ดีไม่หยอก ใครยังไม่มี ก็รีบจับจองซื้อหาได้โดยไวจร้า


ต่อด้วย “เสื้อกันหนาว

ยุคนี้เห็นทีต้องหลีกทางให้กับเสื้อแจ็คเก็ตหนัง และแบบเนื้อผ้ากำมะหยี่ซึ่งกำลังได้อินเทรนด์สุดๆ โดยเฉพาะแบบที่มีฮู้ดก็เทห์ไม่หยอก อย่าบอกใครเลยทีเดียว ส่วนอีกแบบที่จะได้รับความนิยมพอๆกันก็คือเสื้อกันหนาวที่มีขนเฟอร์ประดับประดา มองดูสะดุดตามาแต่ไกล เช่นเดียวกับโอเวอร์โค้ท ช่วยให้คุณเท่ห์แบบมีสไตล์อย่างแรงเมื่อสวมใส่กับกางเกงยีนส์ตัวเก่งของคุณ อ้อ… เสื้อกันหนาวใน พศ.นี้ จะยิ่งดูดี ดูเข้าเทรนด์มากขึ้นไปอีก เมื่อสวมใส่กับเดรสงามๆสักตัวครับ (แต่หนาวขาดีนักเชียว) ส่วนโทนสีที่กำลังมาก็คือ สีน้ำตาลเข้ม, สีน้ำตาลช็อกโกแล็ต, สีเหลืองอ่อน และสีเทาส่วนสีที่ฮิตที่สุดคือ สีดำนั่นเอง แต่สำหรับใครที่รู้สึกว่า มันร้อนมันอึดอัดก็ยังมีทางเลือกอื่น นั่นก็คือเสื้อกันหนาวผ้าทั่วไป จะผ้าไหม จะ Cotton ได้หมด แต่ขอให้เป็นลายขวาง หรือลายสก็อตสีสันตัดกันสองสีขึ้นไป เลือกสีสันที่ดูแล้วสบายตา หามาใส่กันได้ไม่มีเอาท์เช่นกัน!


หน้าหนาวมาแต่ละที วงการแฟชั่นก็ดูจะคึกคักเสียทุกครั้งไป แต่จะยังไงก็ตาม ดูแลรักษาสุขภาพกันให้ดีๆ แล้วกันนะครับ เดี๋ยวจะต้องนอนซมอยู่บ้าน อดออกมาเดินแฟชั่นกันน้า แล้วเดี๋ยวจะหาว่า “นายที” ไม่เตือน

ยังครับ… เรื่องราวของเทรนด์ร้อนของเรายังไม่จบ ในคราวหน้าเราจะมาอัพเดทเทรนด์ของหนาวนี้กันต่อ มาดูกันสิว่า นอกจากเสื้อกันหนาวและ ผ้าพันคอแล้ว เครื่องแต่งกายชนิดอื่นที่ควรสรรหามาใส่ให้เข้ากับเทรนด์ มีอะไรอีก

ห้ามพลาด!!


++เสื้อกันหนาว ผ้าพันคอหลากสไตล์เก๋ อัพเดตเทรนด์ฮิตที่นี่!

++ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวกาย เนียนกระชับ เพื่อผิวสวยท้าหนาว!

ขอบคุณภาพประกอบจาก :

- Taobooks.com, Hudie.com เอื้อเฟื้อภาพประกอบ
- นิตยสาร Ray (09-2009), Brands Off (10-2009), Domani (09-2009), JJ (10-2009), Miss (09-2009), Nonno (09-2009), Pinky (11-2009), SPUR (09-2009)

ไม่มีคอมเมนท์

Shopping Widget จะแปะที่ไหนก็เพิ่มทรัพย์!

โดย marketplace@sanook.com เมื่อ ต.ค. 24 2009 | Shopping Trick

วันนี้ผม “นายที” ภูมิใจนำเสนออย่างแรง! กับนวัตกรรมแห่งการชอปปิ้งที่จะทำให้ชีวิตคุณสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น สนุกกับการชอปปิ้งมากขึ้น เข้าถึงสุดยอดประสบการณ์การซื้อ-ขายออนไลน์เหนือระดับได้อย่างง่ายดายมากขึ้น!

“Shopping Widget จะแปะที่ไหนก็เพิ่มทรัพย์!”

หากคุณเป็นผู้ขายสินค้าแล้วล่ะก็ คงจะดีไม่ใช่น้อยใช่มั้ยล่ะครับ ถ้าคุณจะสามารถนำสินค้าของคุณไปทำการประชาสัมพันธ์ที่เว็บไซต์อื่นได้โดยไม่ต้องมานั่งพิมพ์ข้อความอันยืดยาว อธิบายซ้ำๆเกี่ยวกับตัวสินค้าอีกเป็นรอบที่ล้านแปด    แล้วถ้าหากคุณเป็นนักชอปปิ้งตัวยงล่ะก็ การที่คุณสามารถเลือกซื้อสินค่าที่ถูกใจจากหมวดหมู่ที่คุณชื่นชอบได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเข้าเว็บไซต์ ก็คงจะเป็นอะไรที่เปี่ยมสุขเหลือล้นใช่มั้ยครับ ไม่ต้องไปนั่งค้นหาให้หงุดหงิด แถมยังสามารถเลือกชมสินค้าใหม่ได้ทุกเวลา ติดตามรายการขายจากผู้ขายที่ชื่นชอบก็ทำได้ ซื้อสินค้าได้ทุกวินาที แถมยังเสียเวลาแค่ไม่กี่อึดใจ!

และไม่ว่าคุณจะเป็นสิงห์เว็บบอร์ด มีเว็บไซต์ส่วนตัว หรือใช้บริการเว็บไซต์ประเภท Social Network อย่าง Facebook, Hi5, MySpaces หรือเว็บไซต์เขียนบล็อกยอดฮิตอย่าง Blogger หรือ Wordpress แล้วล่ะก็ เพียงแค่ไม่กี่ขั้นตอน คุณก็สามารถนำเจ้า Shopping Widget ไปแปะที่เว็บไซต์ของคุณได้ในทันที! สะดวกสบายสุดขั้วจริงๆ

แปะ “Shopping Widget”

หลังจากที่ได้มีการปรับแต่งค่า Widget ที่เว็บไซต์ http://shopping.sanook.com/widget/ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็ถึงขั้นตอนสำคัญนั่นคือเราจะนำ Widget ที่สร้างขึ้นมาด้วยมือ ไปเผยแพร่ต่อที่อื่นกัน



Code สำหรับนำไปโพสต์ใน Forum, Webboard ของเว็บไซต์สนุก!

การนำโค้ดไปแปะยัง Forum, Webboard มีวิธีการดังนี้

1.) ทำการเลือกโค้ดทั้งหมด ด้วยการกด Highlight ซึ่งจะเป็นการ Copy ลิงค์ทั้งหมดเก็บไว้

2.) ทำการ Log In เข้าสู่ Forum ของเว็บไซต์สนุก! (หรือเว็บไซต์อื่นๆ) เลือกกระทู้เป้าหมายที่จะเอา Widget ไปแปะ

3.) ที่กล่องเขียนข้อความของเว็บบอร์ดนั้น ให้แปะลิงค์ลงไป ด้วย Ctrl+V ตรวจสอบดูให้ดีก่อนทำการโพสต์ว่าลิงค์ที่แปะไว้ สมบูรณ์ดีหรือไม่ด้วยนะครับ อย่าให้ลิงค์พิการเด็ดขาด! เสร็จแล้วก็กดโพสต์ได้ทันที


เรียบร้อยครับ ชื่นชมผลงานให้สบายกาย สบายอุราได้เลย

คำแนะนำ :

- การแปะ Widget โดยไม่แอบเนียนตอบคำถามไปด้วย อาจทำให้ Widget ของท่านโดนอุ้มได้!
- ใช้สำหรับ Forum, Webboard ที่รองรับการใช้โค้ดแบบ HTML เท่านั้น
- Comment ของเพื่อนใน Hi5 เป็นแหล่งที่สมควรนำลิงค์นี้ไปแปะมากๆ


Code สำหรับนำไปโพสต์บนเว็บไซต์ต่างๆ, Wordpress, Blog

การนำโค้ดไปแปะยังเว็บไซต์ต่างๆ มีวิธีการดังนี้

1.) ทำการเลือกโค้ดทั้งหมด ด้วยการกด Highlight ซึ่งจะเป็นการ Copy ลิงค์ทั้งหมดเก็บไว้

2.) ทำการ Log In เข้าเว็บไซต์เป้าหมายที่จะเอา Widget ไปแปะ ในที่นี้ผมเลือกใช้ Blog อื่นๆ นอกจาก Blogger และ Wordpress นั่นคือ Blog.com

3.) ทำการเขียนบทความใหม่ เลือกแก้ไขบทความแบบ HTML ซึ่งเว็บที่ให้บริการ Blog จะต้องมีเกือบทุกที ให้คลิ๊กเลือกแท็บดังกล่าว จากนั้นจึงวางลิงค์ที่ Copy มา วางไว้ในช่องเขียนข้อความ เช่นเคยครับ ตรวจสอบลิงค์ด้วยว่ามาครบรึเปล่า จากนั้นก็กดเผยแพร่ซะ


ก็จะได้ Widget ไปแปะ สมใจปรารถนา

การนำลิงค์นี้ไปแปะกับเว็บต่างๆทำได้คล้ายคลึงกับกรณีของ Forum, Webboard ซึ่งนอกจากวิธีนี้ก็ยังมีวิธีการแปะโดยใช้ Widget Box ลูกเล่นของเว็บบล็อกต่างๆ ได้อีกครับ

คำแนะนำ: - การแปะ Widget แบบนี้ สามารถใช้ได้กับทุกเว็บไซต์ทุกที่ที่สามารถใส่โค้ดแบบ HTML ได้

เลือกเว็บไซต์ที่ต้องการ เพื่อโพสต์ Widget

วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด และเหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่ใช้บริการเว็บไซต์ประเภท Social Network และสนใจที่จะนำไปสินค้าของตนไปประชาสัมพันธ์ ตามรายชื่อของ 6 เว็บไซต์ที่ปรากฏบนรูปครับ จะเอาไปแปะที่ไหน ให้คลิ๊กที่ไอคอนของเว็บไซต์นั้นๆ เลย

MySpace

เมื่อคลิ๊กที่ของ MySpace จะมีหน้าต่างใหม่ปรากฏขึ้นมา ให้คุณทำการระบุข้อมูลต่างๆ ได้ตามรายละเอียดและขั้นตอนในรูปเลยครับ

* ในส่วนของข้อมูลที่ใช้ Log In นั้น ให้ใส่ Email ที่คุณใช้สมัครกับ myspace พร้อมรหัสผ่านของคุณลงไป

เมื่อเราเข้าไปที่ Myspace ก็จะปรากฏ Shopping Widget แปะอยู่ที่นั่น ตามรูปครับ

Facebook

เมื่อคลิ๊กที่ของ Facebook จะมีหน้าต่างใหม่ปรากฏขึ้นมา ให้คุณทำการระบุข้อมูลต่างๆ ได้ตามรายละเอียดและขั้นตอนในรูปด้านล่างนี้

* ในส่วนของข้อมูลที่ใช้ Log In นั้น ให้ใส่ Email ที่คุณใช้สมัครกับ Facebook พร้อมรหัสผ่านของคุณลงไป

หลังจากนั้นคุณจะพบกลับหน้าจอดังรูปด้านล่างนี้ ให้คุณใส่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Widget ลงไป ซึ่งอาจจะเป็น ข้อความเชิญชวนต่างๆ ให้คนที่พบเห็นคลิ๊กลิงค์เข้าไปซื้อสินค้าครับ

เมื่อเราเข้าไปที่ Facebook ก็จะปรากฏ Shopping Widget แปะอยู่ที่นั่น ตามรูปครับ

มีหลายคนบอกว่า ไม่สามารถใช้ Shopping Widget ได้กับ Facebook ซึ่งผมขอยืนยันตรงนี้เลยว่าใช้ได้ 100%
แต่เนื่องจากโค้ดที่นำมาแปะนั้นจัดอยู่ในประเภทไฟล์แฟลช Facebook จึงตีค่าว่าเป็นวีดีโอ จึงได้ปิดฟังก์ชั่นการเล่นโดยอัตโนมัติไว้ (ซึ่งต่างจากเว็บไซต์อื่น) โดยเมื่อคุณอยากจะใช้งานก็แค่คลิ๊กที่ปุ่มสามเหลี่ยมสีขาวตามรูปครับ

ซึ่งเมื่อคลิ๊กแล้ว ก็จะมีการขายตัว Widget ออกมาถึง 150% ภาพจึงเกิดอาการแตกนิดหน่อยครับ แต่สามารถใช้การได้ตามปรกติ

Blogger

เมื่อคลิ๊กที่ไอคอนของ Blogger ให้คุณทำการระบุข้อมูลต่างๆ ได้ตามรายละเอียดและขั้นตอนในรูปด้านล่างนี้

* ในส่วนของข้อมูลที่ใช้ Log In นั้น ให้ใส่ Email ที่คุณใช้สมัครกับ Blogger พร้อมรหัสผ่านของคุณลงไป
* ในกรณีที่คุณมีบล็อกของ Blogger มากกว่าหนึ่งแห่ง ให้คุณระบุลิงค์ URL บล็อกแห่งที่คุณต้องการแปะ Widget ลงไป หรือหากลิงค์นั้นไม่ถูกต้องก็ให้ทำการแก้ไขให้ถูกต้องครับ
* ในส่วนของ Post to sidebar นั้น จะเป็นการเลือกให้ Widget ถูกแปะที่แถบ Sidebar ของ Blogger แทนที่จะไปแปะในส่วนของบทความครับ (สำหรับคนที่ใช้ Custom CSS ผมแนะนำว่าอย่าเลือกเด็ดขาด!)

ตัวอย่างผลงาน Widget จากการแปะที่ Blogger ครับ

Hi5

เมื่อคลิ๊กที่ไอคอนของ Hi5 ให้คุณทำการระบุข้อมูลต่างๆ ได้ตามรายละเอียดและขั้นตอนในรูปด้านล่างนี้

* ในส่วนของข้อมูลที่ใช้ Log In นั้น ให้ใส่ Email ที่คุณใช้สมัครกับ Hi5 พร้อมรหัสผ่านของคุณลงไป
* ในส่วนของ Section คือการระบุตำแหน่งว่า จะให้ Widget ของคุณไปปรากฏที่ส่วนใดใน Hi5 ของคุณ (ในตัวอย่างนี้ เลือก About Me)

Widget ไปปรากฏตามตำแหน่งที่เราได้เลือกไว้

Multiply

เมื่อคลิ๊กที่ไอคอนของ Multiply ให้คุณทำการระบุข้อมูลต่างๆ ได้ตามรายละเอียดและขั้นตอนในรูปด้านล่างนี้

* ในส่วนของข้อมูลที่ใช้ Log In นั้น ให้ใส่ Username ที่คุณสมัครไว้กับ Multiply พร้อมรหัสผ่านของคุณลงไป

เข้าสู่ Multiply แล้วเราก็จะพบกับ Shopping Widget ถูกแปะอยู่ในส่วนของ Blog

Wordpress

เมื่อคลิ๊กที่ไอคอนของ Wordpress ให้คุณทำการระบุข้อมูลต่างๆ ได้ตามรายละเอียดและขั้นตอนในรูปด้านล่างนี้

* ในส่วนของข้อมูลที่ใช้ Log In นั้น ให้ใส่ Email ที่คุณใช้สมัครกับ Wordpress พร้อมรหัสผ่านของคุณลงไป
* ในกรณีที่คุณมีบล็อกของ Wordpress มากกว่าหนึ่งแห่ง ให้คุณระบุลิงค์ URL บล็อกแห่งที่คุณต้องการแปะ Widget ลงไป หรือหากลิงค์นั้นไม่ถูกต้องก็ให้ทำการแก้ไขให้ถูกต้องครับ
* ในส่วนของ Post to sidebar นั้น จะเป็นการเลือกให้ Widget ถูกแปะที่แถบ Sidebar ของ Wordpress แทนที่จะไปแปะในส่วนของบทความครับ (สำหรับคนที่ใช้ Custom CSS ผมแนะนำว่าอย่าเลือกเด็ดขาด!)


และปิดท้ายด้วยตัวอย่างจาก Wordpress

นอกจาก 6 เว็บไซต์ที่มี Quick Post นั้น ยังมีอีกหลากหลายเว็บไซต์นะครับ ที่สามารถนำเจ้า Shopping Widget ไปแปะกันได้ ขอให้สนุกกับ Shopping Widget นะครับ

วันนี้ขอลาแต่เพียงเท่านี้ กับ Shopping Widget จะแปะที่ไหนก็เพิ่มทรัพย์!

คราวหน้า : “ลมหนาวมาเมื่อไหร่ ตัวฉันแทบขาดใจถ้าหนาวนักก็ลองมาสำรวจเทรนด์เสื้อกันหนาวปี 2009 แล้วรีบไปหาซื้อมาใส่ซะนะคร้าบบบบบ!

ไม่มีคอมเมนท์

10 เคล็ดลับ นอนหลับฝันดี (10 Tips for getting a great night sleep)

โดย marketplace@sanook.com เมื่อ ต.ค. 17 2009 | Shopping Trick

หลายต่อหลายคนหวังว่าจะใช้เวลานอนอันแสนมีค่า ในการพักผ่อนจากการตรากตรำทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อยามเช้าเช้าจะได้มีหน้าตาที่แจ่มใส ร่างกายและจิตใจที่สดชื่น ฟิตปั๊งเพื่อจะได้ทำงานในวันต่อไป แต่มันกลับไม่ได้เป็นไปอย่างที่หลายคนหวัง

หลายคนต้องตื่นขึ้นมากลางดึก บ้างก็พลิกตัวไปพลิกตัวมาจนรู้สึกตัวตื่น พอตื่นแล้วก็พาลนอนไม่หลับเสียอีก หลากหลายปัญหาสารพันที่คนที่นอนหลับไม่สบายต้องเจอ วันนี้ผมจึงหยิบยกเอาเคล็ดลับความรู้ดีๆ มาฝากกัน จะได้หลับฝันดีมีสุขกันถ้วนหน้า โดยพร้อมเพรียงกัน ดังนี้ครับ

Shopping Staf Blog 2.0 ขอเสนอ…


10 เคล็ดลับ นอนหลับฝันดี

1. ตั้งเวลานอน - การตั้งเวลานอนจะทำให้ร่างกายของเราจดจำช่วงเวลาเอาไว้ และเมื่อถึงเวลา คุณก็จะรู้สึกง่วงนอนในทันที ทำให้หลับได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงมากนัก ซึ่งผลจากการวิจับบอกกับเราว่า เวลาที่เหมาะสมในการนอนหลับของมนุษย์ที่สุดคือเวลา 4 ทุ่ม – 6 โมงเช้า ดังนั้น หากคุณต้องการที่จะตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ด้วยความรู้สึกกระปรี้กระเป่าล่ะก็ ช่วงเวลาดังกล่าวเหมาะสมที่สุด ที่คุณจะใช้ในการนอนหลับเป็นที่สุด

2. นอนหลับในที่มืดพยายามอย่าเปิดไฟนอน เพราะแสงไฟนีออนจะมากระทบกับม่านตาของคุณ ทำให้เกิดการตอบสนองจากดวงตาของคุณโดยไม่จำเป็น การทำให้ห้องของคุณมืดสนิท หรือมีแสงสาดส่องผ่านเข้ามาน้อยที่สุดนั้น จึงช่วยให้คุณได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เนื่องจากอวัยวะรับแสงก็จะได้พัก และนอนหลับฝันดีอย่างแนน่อนที่สุด

3. ให้สมองได้ปลอดโปร่ง - งดชมรายการประเภทข่าวหนักๆ หรือภาพยนตร์สยองขวัญ เพราะมันจะทำให้สมองของคุณต้องทำงานหนัก เนื่องจากความเครียดและความกดดันจากรายการ แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ห้ามใจไม่อยู่ หลังจากรับชมรายการ ก็ควรพักสมองก่อนสักชั่วครู่ ประมาณ 5-10 นาที ทำจิตใจให้สบายซะ จากนั้นจึงค่อยเข้านอน เพื่อเป็นการให้สมองของคุณได้ผ่อนคลาย

4. สร้างแรงบัลดาลใจให้หายเครียดหากเป็นไปได้ควรจะสละเวลาสัก 15-30 นาทีก่อนนอน ด้วยการอ่านหนังสือดีๆสักเล่ม ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เรา จะทำให้คุณผ่อนคลายจากความเครียดได้ เพราะบ่อยครั้งที่เมื่อเราเครียด ทำให้เรานอนหลับไม่สบาย กระสับกระส่าย นอนก็นอนไม่เป็นสุข มีโอกาสฝันร้ายตื่นกลางดึกอีกด้วย

5. วางแผนล่วงหน้าบ่อยครั้งที่เราตื่นมากลางดึกนั้น ไม่ใช่แค่ความเครียดจากสิ่งที่เผชิญเมื่อวันวานเท่านั้น แต่เรื่องราวที่คุณวางแผนไว้พรุ่งนี้ ก็มีส่วนผลักไสให้ต้องตื่นขึ้นมากลางดึก วิธีการแก้ไข เพื่อเสริมสร้างความสบายใจให้เกิดขึ้นนั้นก็คือ การจดบันทึกสิ่งที่จะทำไว้ในกระดาษ (หรือโทรศัพท์มือถือ, โน๊ตบุ๊ค ฯลฯ) ให้เรียบร้อยซะ และเป็นไปได้ก็ควรจะวางกระดาษโน๊ตและปากกาไว้จดบันทึกสิ่งที่นึกได้ เผื่อในกรณีที่ตื่นขึ้นมากลางดึก จะได้ไม่ต้องเสียเวลาลุกหาปากกากระดาษมาจด

6. ความเงียบพืชิตทุกสิ่งเสียงต่างๆที่เกิดขึ้นรอบกายของคุณ จะเป็นตัวกระตุ้นให้สมองสั่งการ เพื่อตอบสนองการรับรู้ถึงเสียงนั้นๆ และทำให้คุณหลับยากขึ้น ก่อนนอนให้คุณดูให้เรียบร้อยว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำให้เกิดเสียงได้นั้นถูกปิดทุกชิ้นแล้ว เพื่อไม่ให้มีเสียงอะไรมารบกวน ซึ่งถ้าเป็นได้ ไม่อยากตื่นกลางดึก ปิดโทรศัพท์มือถือ ด้วยก็ได้นะครับ

7. งดทานอาหารก่อนนอนงดทานขนมต่างๆ รวมถึงน้ำผลไม้ และอาหารทุกชนิด ก่อนนอน 3 ชั่วโมง การที่คุณเข้านอนด้วยท้องที่จุแน่นเต็มอิ่มนั้น อาจจะทำให้คุณปวดท้อง ต้องนอนส่ายได้ และแน่นอนมันทำให้คุณนอนหลับได้ไม่เต็มอิ่มแน่ เนื่องจาก แทนที่อภัยวะภายในของคุณจะได้พัก กลับต้องมาทำงานต่อ เพื่อย่อยอาหารอีก และที่สำคัญ ดื่มน้ำให้พอเหมาะ จะได้ไม่ต้องตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกบ่อยๆ เข้าห้องน้ำกลางดึกๆบ่อยๆ ระวังเจอผีหลอกน้า…

8. หลีกเลี่ยงยานอนหลับยานอนหลับมีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง ให้ทำงานได้น้อยลง สงบลง ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย ทำให้หลับได้อย่างง่ายดาย ซึ่งผู้ที่ใช้จะมีความรู้สึกพึงพอใจในตัวยาเป็นอย่างมาก และหากใช้บ่อยๆจะเกิดชินกับตัวยา ทำให้ต้องใช้ยามากขึ้น และติดยาในที่สุด ซึ่งไม่มีผลดีต่อร่างกายและจิตใจเลย ถึงจะนอนหลับได้สบายก็ตาม แต่ตื่นขึ้นมาแล้ว คุณก็จะต้องเผชิญกับอาการ “แฮงค์ยา” ซึ่งแทบจะไม่ต่างจากอาการ “แฮงค์” ที่มาจากเครื่องดื่มประเภทมึนเมาเลย  และหากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานๆแล้ว หยุดใช้ยาทันที จะเกิดอาการกระสับกระส่าย วิตกกังวล หงุดหงิด ฟุ้งซ่าน หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อแตก หนังตากระตุก นอนไม่หลับ ประสาทหลอน บางครั้งอาจรุนแรงจนชักได้ ผลที่ได้ไม่คุ้มกับเสียเลยสักนิดเดียว

9. สูดอาการบริสุทธิ์ - หากไม่ได้เปิดแอร์ และห้องของคุณมีหน้าต่าง มีบานเกล็ดแล้วล่ะก็ คุณควรจะเปิดหน้าต่างซะ เพื่อให้อากาศจากภายนอกสามารถไหลเวียนถ่ายเทเข้ามาได้ ทำให้สมองปลอดโปร่งและโล่งจมูกด้วย ทำให้คุณได้หลับสบายขึ้น ห้องที่ไม่มีอากาศถ่ายเทเลย ทำให้คุณหายใจได้ไม่สะดวก และเต็มไปด้วยฝุ่นละอองที่ไม่สามารถหมุนเวียนออกไปจากห้องได้ ซึ่งทำให้คุณนอนหลับไม่สบายด้วยเช่นกัน

10. หาเวลาออกกำลังกายออกกำลังกายวันละ 60 นาที นอกจากที่จะช่วยให้คุณนอนหลับสบายจากความเหนื่อยล้าแล้ว ยังช่วยให้คุณได้มีสุขภาพที่แข็งแรงอีกด้วย การออกกำลังกายที่แนะนำก็เช่น การวิ่งจ็อกกิ้ง เตะฟุตบอล บาสเก็ตบอล เป็นต้น โดยเคล็ดลับก็คือ แบ่งย่อย 60 นาที ออกเป็นช่วงๆ จะทำให้คุณไม่ขี้เกียจออกกำลังกาย พอเอาเข้าจริงแล้ว คุณก็จะรู้ว่า 60 นาทีนั้น อาจจะน้อยไปก็ได้…

กระผมหวังว่าเทคนิคง่ายๆ เหล่านี้จะสามารถช่วยทุกท่านให้หลับฝันดีมีสุขกันทุกคน จะได้ไม่ต้องไปแอบหลับคาโต๊ะเรียน, โต๊ะทำงาน จะพาลโดนเจ้านาย/คุณครู ด่าเอานะคร้าบ…

สำหรับวันนี้…

ราตรีสวัสดิ์ครับผม

คราวหน้า: สาวๆ ที่มีน้ำหนักมากๆ โปรดฟังทางนี้ การลดน้ำหนักไม่จำเป็นต้องหักโหม หากรู้จักหลักที่ถูกวิธี

ติดตามอ่านเทคนิคในการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี ได้ผลจริงและปลอดภัย ไม่ต้องหักโหมเกินไป ในตอนต่อไป…

++ อุปกรณ์ที่นอน หมอน ผ้าห่ม
เพื่อการนอนหลับที่ฝันดีแบบยาวนานของคุณ!

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก :

- http://www.thaihomemaster.com/webboard-readtopic.php?id=440
- http://www.articlesbase.com/sleep-articles/10-tips-for-getting-a-great-night-sleep-1255656.html

ไม่มีคอมเมนท์

ผม-สวยเลือกได้ (Easy ways to get pretty good looking hair)

โดย marketplace@sanook.com เมื่อ ต.ค. 12 2009 | Shopping Talk

ผม” ไม่ได้หมายถึงคุณและผู้อื่นอย่างแน่นอน แต่ “ผม” ในที่นี้ หมายถึง เส้นขนที่งอกดกเงางามอยู่บนหัวของเรานั่นเอง…

ใช่แล้วครับ “ผม” หมายถึง “ผม

ในตอนนี้ผมก็เลยจะมาเสนอเรื่องราวในการดูแลผมของคุณ ให้สวยเปล่งประกายปาน “นุ่น-วรนุช” แสนสะดุดตาแบบ “พลอย-ไลลา” แฝงเสน่ห์เหลือร้ายแบบ “ริต้า-ศรีริต้า” กับเทคนิคในการดูแลเส้นผม ให้สวยแบบเลือกได้ แบบไม่อายใคร….

Shopping Staf Blog 2.0
ขอเสนอ…

“ผม-สวยเลือกได้”

เมื่อครั้งโบราณกาล “ผม” ได้ถูกใช้เป็นสิ่งบ่งบอกเพศของคน โดยดูได้จากผู้ชายที่มีผมสั้น และผู้หญิงที่มีผมยาวกว่า แต่ในปัจจุบันนั้น เราคงไม่สามารถที่จะใช้เกณฑ์ดังกล่าวในการจำแนกได้อีกแล้ว เนื่องจากผู้ชายที่ไว้ผมยาวสลวยก็มีมากมาย ส่วนผู้หญิงที่ตัดผมสั้น เหี้ยนเตียนก็มีถมไป แต่ไม่ว่ามนุษย์เราจะเปลี่ยนไปอย่างไร สิ่งหนึ่งที่คงจะปฏิเสธไปได้ก็คือ สาวๆ ทุกผู้ทุกคน ต่างก็อยากจะมีผมสวยงาม เจิดจรัส เปล่งประกาย สะดุดตาชายให้ต้องเหลียวมองกันทั้งนั้น ไม่ว่าผมจะยาวแค่ไหน หรือสั้นเพียงใด ก็ขอสวยไว้ก่อนแค่นั้นนะเธอ..อิอิ

และเรื่องราวด้านล่างนี้ เป็นเทคนิคดีๆ ที่นำมาฝากกันในสัปดาห์นี้ครับ

ทาน้ำมันบำรุงผมเป็นประจำสม่ำเสมอ

ข้อเท็จจริงประการหนึ่งที่ทำให้ผมของคุณดูไม่น่ามองก็คือ “ความแห้ง” ผมที่แห้งมักจะขาดแตกปลายและเสียได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่น่ามองและไม่น่าดึงดูดใจอย่างแรงเลยล่ะครับ นอกจากนี้ฝุ่นละอองและควัน ต่างก็ล้วนเป็นมลพิษต่อผมสวยของคุณเช่นกัน ซึ่งนอกจากจะทำให้ผมเหนียว เหนอะหนะน่าขยะแขยงแล้ว ยังทำให้ผมของคุณเปราะบางอีกด้วย แต่ด้วยการทาน้ำมันบำรุงผมลงบนเส้นผมของคุณจะทำให้ผมของคุณคงสภาพความนุ่มลื่นไว้ หากมีการนวดศีรษะบริเวณโคนผมไปด้วยขณะที่ทาน้ำมัน ก็จะเป็นการช่วยกระตุ้นเส้นเลือดที่อยู่บริเวณหนังศีรษะ ส่งผลให้เลือดลมไหวเวียนไปหล่อเลี้ยงรากผมของคุณให้แข็งแรงขึ้นอีกระดับ เท่านั้นไม่พอ…น้ำมันยังมีส่วนช่วยทำให้การเจริญเติบโตของเส้นผมเร็วขึ้นอีกด้วย เีพียงแค่ชโลมน้ำมันบำรุงผมลงบนเส้นผม 10-15 นาที ก่อนล้างออก(สำหรับสูตรที่ต้องล้างออก) ก็จะช่วยให้ผมของคุณเป็นประกายเงางาม เจิดจรัสในสายตาผู้คนที่เหลียวมองแล้วล่ะครับ

ใส่ใจกับสิ่งที่ทาน

หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า อาหารที่คุณทานเข้าไปนั้น ไม่ใช่แค่ส่งผลกระทบทางสรีระศาสตร์ของคุณเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบกับผมของคุณด้วยเช่นกัน ดังนั้นคุณควรจะเลือกสรรอาหารให้ดี โดยเฉพาะผักและผลไม้ เป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องทานประจำอย่างสม่ำเสมอ และหากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ล่ะก็ โปรตีนนั้นสำคัญมากในการซ่อมแซมเส้นผมที่สึกหรอให้กลับมาแข็งแรง ห้ามขาด! เช่นเดียวกับ วิตามีน A, B, C และ E ซึ่งทั้งสองชนิดนี้ก็ต้องใส่ไว้ในรายการอาหารลดน้ำหนักของคุณด้วยล่ะ และสำคัญที่สุดคือ หลีกเลี่ยงอาหารประเภท Junk Foods หรืออาหารที่เต็มไปด้วยไขมัน จดจำให้ขึ้นใจว่าอาหารที่ดี ก็หมายถึงสุขภาพผมที่ดีเช่นกัน

เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมที่เหมาะกับคุณ

อย่าเชื่อคำโฆษณาเด็ดขาด! มีแต่คุณเท่านั้นที่รู้ว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นไหน และอะไรที่เหมาะกับคุณ อย่าใช้ตามคำบอกเล่าออกผู้อื่นที่ว่าดี เพราะบางทีเมื่อคุณใช้บ้าง อาจจะมีอาการแพ้ หรือไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรก็เป็นได้ หลักในการเลือกสรรผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมก็คือ ดูวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ซึ่งคุณอาจจะต้องหาความรู้ประกอบจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ว่าวัตถุดิบต่างๆ นั้นมีคุณสมบัติอย่างไร ดีอย่างไร แต่หากคุณจะเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับลักษณะสภาพผมของคุณ แต่เลือกไม่ถูก ไม่รู้จะเลือกอย่างไร ลองขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือช่างทำผมที่ไว้ใจได้ดูครับ

ดูแลรักษาผมให้ดี

การบำรุงเส้นผมอย่างเดียวคงไม่พอ คุณต้องดูแลรักษามันให้ดีด้วย

- ระวังอย่าให้ผมของคุณโดดแดดแรงๆ เผา ควรพกร่มไปด้วยเมื่อต้องไปเผชิญแดดแรงๆ
- ล้างเส้นผมให้สะอาดหมดจด เมื่อสระผมด้วยยาสระผมหรือครีมนวด
- นวดหนังศรีษะเมื่อใช้น้ำมันชโลมผม เพื่อโคนผมที่แข็งแรงยิ่งกว่า
- เป็นไปได้ควรปล่อยให้ผมของคุณแห้งตามธรรมชาติ หรือถ้าไม่ก็อย่าใช้ไดร์เป่าผม เป่าใกล้โคนผมมากเกินไป
- แปรงผมเมื่อผมแห้งแล้วเท่านั้น ไม่ควรแปรงในขณะที่ผมยังเปียกอยู่

เห็นมั้ยครับ ไม่ว่าใครก็สามารที่จะมี “ผม” ดีๆ ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าคุณจะมี “ผม” แบบไหนก็ตาม ทั้งนั้นอยู่ที่ว่า คุณใส่ใจ “ผม” มากแค่ไหนเท่านั้นเอง เพราะ “ผม” สวยไม่ได้ แต่สาวสวย (หรือหนุ่มผมยาว) อย่างคุณ มี “ผม” สวยได้

แต่ถ้าหากมี “ผม” แล้ว…ก็อย่ามี “เขา” นะ…

——————————————-

คราวหน้า : คุณเองกำลังประสบกับปัญหาในการนอนอยู่หรือเปล่า? ถ้าหากเป็นเช่นนั้นอยู่ ห้ามมองข้ามเด็ดขาด เพราะผลจากการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ มีภัยมากกว่าที่คุณคิด! พบกับเทคนิคดีๆ ที่จะช่วยให้คุณผ่านพ้นฝันร้ายในคืนนี้ไป ห้ามพลาด!


++
ลิตภัณฑ์เพื่อเส้นผม สลวยสวยเงางามทุกแบบทุกสไตล์ที่นี่!

ขอบพระคุณข้อมูลจาก : http://www.articlesbase.com/hair-articles/easy-ways-to-get-pretty-good-looking-hair-1311446.html

ไม่มีคอมเมนท์

กดเงินจากตู้ ATM ให้ปลอดภัยจากมารสังคม!!

โดย marketplace@sanook.com เมื่อ ต.ค. 06 2009 | Shopping Talk

กลับมาอีกครั้งแล้วครับ กับผม “นายที” หายหน้าหายตาไปจากวงการเขียน Blog เสียนานเลย คิดถึงเพื่อนๆ จังเลยครับ แต่วันนี้ผมกลับมาแล้ว มาพร้อมกับสาระประโยชน์อีกเช่นเคย เรามาดูกันครับ ว่าวันนี้ผมมีเรื่องอะไรมาฝากเพื่อนๆ…

เครื่องกดเงินสดอัตโนมัติ หรือที่รู้จักกันในนาม ตู้ ATM วัตถุประสงค์หลักคือการใช้เพื่อกดเงินสด โดยหักผ่านบัญชีธนาคาร ซึ่งสามารถใช้งานได้ทุกที่ ตลอด 24 ชั่วโมง ความทันสมัย ที่แลกมาด้วยความอันตรายจากภัยมืดดำของสังคม ทันทีที่คุณใช้เจ้าเครื่องที่ว่านี้ โปรดท่องจำให้ขึ้นใจ ว่าคุณได้ก้าวเท้่าเข้าไปในโลกที่เต็มด้วยความเสี่ยง ก้าวนึงแล้ว…

Shopping Staf Blog 2.0 ขอเสนอ…

เทคนิคการกดเงินจากตู้ ATM ให้ปลอดภัยจากมารสังคม

เมื่อใดก็ตามที่อยากกดเงินสด หรือทำธุรกรรมการเงินผ่านทางตู้ ATM ให้พึงระลึกไว้้เสมอว่า คุณจำเป็นต้องระมัดระวัง ป้องกันตนเองให้ดีๆ ซึ่งข้อควรปฏิบัตด้านล่างนี้ อาจจะไม่สามารถช่วยให้คุณปลอดภัยได้เต็ม 100% แต่อย่างน้อยที่สุด ก็ดีกว่าไม่ระแวดระวังภัยรอบๆ ตัวเลย

- ดูให้ดีเสียก่อนว่าตู้กดเงินสดที่คุณใช้ มีแสงสว่างเพียงพอ มีกล้องวงจรปิดหรือไม่? ตู้ที่คุณใช้ ควรจะเป็นตู้กดเงินสดที่มีผู้คนสัญจรไป-มา ตลอดเวลา เช่น หน้าร้านสะดวกซื้อในเขตชุมชน, หลังป้ายรถประจำทางที่มีคนเยอะๆ, ตู้ ATM สาขาย่อยของธนาคารในห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

- ดูซ้ายดูขวาให้ดี พยายามสังเกตว่ามีใครอยู่รอบๆคุณบ้าง มีคนที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยมั้ย? ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติใดๆก็ตามขึ้น ให้กดปุ่ม “Cancel (ยกเลิก)” แล้วดึงบัตรออก จากนั้นให้รีบเดินเข้าไปในที่ๆมีคนอยู่เยอะๆ เช่น ป้ายรถเมล์, ร้านสะดวกซื้อ พอสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติแล้วไปกดเงินสดที่ตู้อื่นแทน

- ในขณะที่กำลังทำรายการอยู่ ให้ใช้ตัวของคุณบังหน้าจอและมือของคุณ (สามารถใช้กระเป๋าเสริมด้วยก็ได้) ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันการแอบมองจากระยะไกล และใช้มืออีกข้างหนึ่ง บังมือที่คุณใช้กดรหัส เพื่อป้องกันการถูกจับภาพจากกล้องวงจรปิด เนื่องจากหากเป็นกลุ่มมิจฉาชีพที่เป็นมืออาชีพมากๆ(โจรไฮเทค) จะสามารถใช้ประโยชน์จากกล้องวงจรปิดในการดูรหัสของคุณได้

- เมื่อทำรายการเสร็จ อย่าเพิ่งรีบเดินจากไป ให้เก็บใบบันทึกการทำรายการไปด้วยทุกครั้ง (หากต้องการจะทิ้งให้ไปทิ้งที่อื่น และฉีกให้เป็นผุยผง แล้วค่อยทิ้ง) เนื่องจากในใบบันทึกการทำรายการ มีข้อมูลบัญชีของคุณอยู่ โดยเฉพาะเลขที่บัญชี ซึ่งสามารถใช้เป็นเส้นทางโจรกรรมของเหล่ามิจฉาชีพได้ บวกกับวิธีการได้มาซึ่งรหัสของคุณ นำไปสู่การจารกรรมเงินสดได้ในที่สุด!

- ในภาพนี้คือหน้าตาของตู้กดเงินสดที่ กลุ่มมิจฉาชีพได้ติดตั้งอุปกรณ์พิเศษในการดักจับเลขรหัส และข้อมูลบัญชีจากคุณ ให้ทำการสังเกตุให้ดีเสียก่อน ถ้าพบเจอตู้ที่มีอุปกรณ์เช่นนี้แปะอยู่ เพื่อความปลอดภัย ขอให้คุณใช้บริการตู้อื่นแทนครับ

- อย่าสนใจคนที่มาทักคุณในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเสนอให้ความช่วยเหลือแก่คุณ หรือขอความช่วยเหลือจากคุณ หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ให้ทำการ กดปุ่ม “Cancel (ยกเลิก)” และชิ่งหนีทันที

- ห้ามนับเงินสดที่หน้าตู้ ATM เด็ดขาด! รีบเก็บเงินเข้ากระเป๋าและเดินจากตู้ไปในทันทีที่ทำรายการเสร็จเรียบร้อย เนื่องจากถึงแม้ตู้ ATM จะจ่ายเงินสดให้คุณไม่ครบ คุณก็เรียกร้องอะไรจากตู้ ATM ไม่ได้อยู่ดี

เรื่องราวที่ผมนำมาฝากกันนี้ เป็นการแจ้งเตือนภัยและให้ชาวชอปปิ้งระวังตัวกันไว้ เผื่อเวลาที่ไปโอนเงินผ่านตู้ ATM หรือไปตรวจสอบรายการบัญชี จะได้ระมัดระวังตัว ให้ปลอดภัยไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุน่าสลดขึ้นกับคุณ จะได้ชอปปิ้งกันอย่างสนุกไงครับ

สุดท้ายนี้ขอทิ้งท้ายกันไว้ด้วย  พุทธศาสนสุภาษิต ที่ว่า…

อปฺปมาโท อมตํ ปทํ - ความไม่ประมาท เป็นทางแห่งความไม่ตาย“  ไม่ว่าจะทำการสิ่งใดก็ตาม ไม่ควรประมาท

วันนี้ลาแค่นี้ สวัสดีครับ!!


ขอบพระคุณข้อมูลจากเว็บไซต์
ดังนี้

ภาพประกอบ : http://www.aphonda.co.th/2007/promotion/image/16092007/061130_atm_200.jpg
: http://www.buddycondom.com/wp-content/uploads/2009/03/triton-atm1.jpg

เนื้อหาบางส่วน : http://kasaem-naklada.spaces.live.com/blog/cns!7BD5E6C05BBA898!545.entry
: http://kohcafe.blogspot.com/2007/09/atm.html

ไม่มีคอมเมนท์

อุปกรณ์ป้องกันตัว จาก “H1N1” รหัสมรณะ ไวรัสสยองโลก!

โดย marketplace@sanook.com เมื่อ ก.ค. 27 2009 | Shopping Talk

มาจนถึงวันนี้ทุกท่านคงจะได้ทราบดีถึงความน่ากลัวของโรคไข้หวัดใหญ่ปี 2009 แล้วนะครับ เพราะเจ้าไข้นรกนี้ได้ฆ่าผู้คนไปมากมายทีเดียว จากไข้หวัดหมูที่ข้ามพันธุ์มายังนกและคน สามารถติดต่อกันจากคนสู่คน ลมหายใจสู่ลมหายใจ แต่อย่าพึ่งกังวลไปครับ วันนี้ผมได้จะมาวิเคราะห์เจาะลึก ข้อมูลต่างๆ ของอุปกรณ์ป้องกันภัยไข้หวัดใหญ่ เพื่อทุกท่านจะได้นำความรู้ที่ได้ไปเลือกใช้ เลือกหา อุปกรณ์เหล่านี้มาป้องกันตัวให้พ้นภัยครั้งนี้กัน

เพราะว่าไม่แน่นะ… รายต่อไปอาจเป็นคุณ! คุณเลือกไม่ได้ว่าจะไม่ออกเดินทาง แต่คุณเลือกที่จะป้องกันตัวเองให้พ้นภัยได้นะ….

เนื่องจากโรคชนิดนี้ติดต่อกันได้ผ่านทางลมหายใจ การจามและไอ โดยมีอากาศเป็นพาหะนำเชื้อโรคอีกต่างหาก ดังนั้นฮีโร่ของเราในครั้งนี้ ก็คือ “อุปกรณ์ป้องกันไวรัส” ซึ่งมีหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ซึ่งผมจะมาแถลงให้ได้ทราบกัน ณ บัดนี้…

เริ่มจากชิ้นแรก ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด…

ผ้าปิดปาก

ในขณะนี้กำลังมาแรงมาก ปัจจุบันก็กำลังขาดตลาดอยู่ ซึ่งดูๆ แล้วก็เหมือนจะเป็นเทรนด์ใหม่ของแฟชั่นได้เหมือนกัน และมีด้วยกัน 2 ชนิด คือ…

1.) ผ้าปิดปากแบบกระดาษ เจ้าหน้ากากที่ว่านี้ ประกอบไปด้วยกระดาษสามชั้น ประกบกันมีสายให้ผูก/มัดให้หัวหรือหู ราคาถูกกว่าแบบผ้า แต่ใช้งานได้ครั้งเดียวต่อชิ้น ห้ามนำไปซักตาก และนำมาใช้ใหม่เด็ดขาด! สิ่งที่ทำให้มันพิเศษกว่าผ้าปิดปากแบบผ้านั่นก็คือ กระดาษสามชั้นที่ป้องกันเชื้อโรคเข้า-ออก ชั้นในสุดมีไว้กันเชื้อโรคจากปากเราเอง ชั้นนอกมีไว้กันเชื้อโรคเข้ามาหา แต่ที่เด็ดสุดคือชั้นกลาง เพราะมันคือแผ่นฟิลเตอร์ที่มีหน้าที่กันเชื้อโรคโดยเฉพาะ ทำให้คุณปลอดภัยจากโรคทุกชนิดเกือบ 100% ซึ่งปัจจุบันก็มีหลากหลายสีให้ได้เลือกสรรกัน บางเจ้ามีสกีนลายสวยๆ ด้วยน้า อ้อ…แล้วที่สำคัญ ถ้าเกิดเผลอทำเปียก ให้ทิ้งทันทีห้ามใช้ต่อเด็ดขาด!

2.) ผ้าปิดปากแบบผ้า หน้าที่โดยตรงของมันคือกันฝุ่นละออง ข้อดี คือ กันเชื้อแบคทีเรียได้ สามารถซักตากและนำมาใช้งานได้ใหม่ในวันรุ่งขึ้น ข้อเสียคือ ราคาแพงกว่าแบบกระดาษ แต่ใช้งานได้นานกว่า หลายครั้งกว่า หลายคนอาจจะเลือกใช้ผ้าปิดปากแบบผ้า เพราะเห็นว่าสามารถใช้งานได้หลายครั้งกว่า ซื้อครั้งเดียวจบ ไม่ต้องซื้อบ่อยๆ แต่ข้อเท็จจริงของผ้าปิดปากชนิดผ้าก็คือ มันไม่สามารถป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ 100% แต่ถึงกระนั้นก็สามารถนำมาใช้งานได้เหมือนกัน (ดีกว่าเดินเปิดปากต้อนรับเชื้อล่ะน่า)


หน้ากากกันฝุ่น

เหมาะสำหรับคนอยากเท่ห์ สำหรับอุปกรณ์ชิ้นนี้อาจจะมีราคาแพงหน่อย แต่เท่ห์สุดๆ คุณสมบัติคล้ายคลึงกับผ้าปิดปาก (ชนิดผ้า) ทุกประการ แต่กันฝุ่นได้ดีกว่ามาก ด้านในมีที่กรองอากาศ ทำความสะอาดได้ง่าย เพียงแค่ใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ด ตากแดดบ้างเป็นบางครั้ง สามารถใส่ได้ทุกวัน ลวดลายก็มีให้เลื่อกได้หลากหลาย แต่หากเอามาเดินใส่ธรรมดา คุณอาจจะโดนปืน BB Gun ไล่ยิงได้ (หน้ากากชนิดนี้ส่วนมากจะถูกใช้ในสนาม BB Gun) คนที่เหมาะจะใช้หน้ากากชนิดนี้มากที่สุดก็คือ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือคนที่ต้องขับมอเตอร์ไซค์บนท้องถนน เพราะคุณไม่อาจรู้ได้ว่าหน้าของคุณจะไปปะทะกับเชื้อไวรัสชนิดนี้ที่ใดและเมื่อไหร่ ส่วนหนุ่มๆ คนไหนอยากเท่ห์ ผมแนะนำ!

Nose Filter

อุปกรณ์ใหม่ล่าสุดจากญี่ปุ่น มีชื่อไทยว่า “ปลั๊กจมูกกรองอากาศ”  ไม่ได้ใช้เสียบเข้าไปในจมูกนะครับ แต่วิธีใช้งานก็ง่ายๆ แค่เอาหนีบจมูกไว้ (ดูรูปประกอบด้านล่าง) มีขนาดเล็กมาก ตัวกรองอากาศทั้งสองข้างนั้นไม่มีส่วนที่โดนโพรงจมูกด้านใด แรกๆอาจจะรู้สึกอึดอัด แต่เมื่อใช้งานไปได้สักระยะเวลาหนึ่ง แล้วจะค่อยๆชินไปเอง อุปกรณ์ชิ้นนี้สามารถป้องกันฝุ่นละอองเล็กๆได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้มาก ข้อดีก็คือสวมใส่ได้ง่าย ไม่เสียบุคลิกภาพเพราะหากมองไกลๆก็ไม่มีใครรู้ว่าคุณหนีบเจ้าสิ่งนี้ไว้ที่จมูก ข้อเสียก็คือ ทางวงการแพทย์ยังไม่มีการรับรองว่าสิ่งนี้ป้องกันไข้หวัดใหญ่ปี 2009 ได้! แต่ผมก็ขอนำมาแนะนำให้เพื่อนๆสมาชิกได้ทราบกันเอาไว้ เพราะถ้านำไปใช้ในเวลาฉุกเฉินก็น่าจะได้ แต่ถ้าจะนำมาใช้งานติดต่อกันนานๆ หลายวันแล้ว ตอนนี้ยังไม่มีการรับรองว่าจะป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ได้เต็ม 100%

ส่วนเรื่องของราคานั้นก็อยู่ในระดับที่พอจะหามาใช้ได้ แต่บางเจ้าก็อาจจะยังขายแพงอยู่เสียหน่อย โดย Nose Filter นั้นจะถูกบรรจุมาในแผงยา (คล้ายๆ แผงยาแก้อักเสบ) ทำให้สะดวกสบายต่อการใช้งานมาก ถ้าเกิดลืมพกผ้าปิดปากมา จะใช้เจ้าสิ่งนี้เป็นตัวสำรองก็ไม่ว่ากัน

ผ้าเช็ดหน้า

มาถึงอุปกรณ์ที่ใกล้ตัวที่สุด นั่นคือ ผ้าเช็ดหน้าลายกิ๊บเก๋ของทุกๆ ท่านนั่นแหละครับ วิธีการก็คือให้นำผ้าเช็ดหน้ามาทับหลายๆ ทบหน่อยแล้วนำมาปิดปากปิดจมูก หรือจะพับแล้วนำมาคาดปากเท่ห์ๆ ก็ได้เช่นกัน ส่วนเวลาจะจามจะไอก็เอาผ้ามาปิดปากไว้ นอกจากจะกันเชื้อโรคเข้ามาหาแล้ว ก็ต้องกันเชื้อโรคออกไปทักทายคนอื่นๆ ด้วย แต่สำหรับชิ้นนี้นั้น ผมไม่แนะนำให้นำมาใช้งานแทนอุปกรณ์ข้างต้น แต่ให้นำมาใช้ในกรณีที่คุณไม่มีอะไรไว้ป้องกันตัวได้เลย สุดท้ายแล้วพกผ้าเช็ดหน้าไว้สักผืน ก็ดีกว่าอ้าแขนรอรับเชื้อโรคครับ..

เจลล้างมือ

เมื่อต้องใช้รถประจำทาง รถไฟฟ้า รถไฟไต้ดิน หากคุณต้องจับราวโหน แล้วล่ะก็ เราไม่อาจรู้ได้เลยว่าใครต่อใครจับกันเอาไว้ตั้งมากมายเท่าไหร่ ใครบ้างที่เป็นไข้หวัดธรรมดา และใครที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ดังนั้นมือของคุณจึงเต็มไปด้วยเชื้อโรคนานาสายพันธุ์ และไม่แน่จะครับว่าหนึ่งในนั้นอาจจะเป็น ไข้หวัดใหญ่กลายพันธุ์ที่เรากำลังหลาดหวั่นกันอยู่ก็เป็นได้ ดังนั้นเจลล้างมือจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคนที่ไม่อยากเป็นโรคร้ายเลย วิธีการใช้งานก็แสนง่ายมาก นั่นคือบีบใส่มือ และทาๆถูๆให้ทั่วมือ แล้วทิ้งไว้ เพราะเจลชนิดนี้ไม่ต้องล้างน้ำเลยแม้แต่นิดเดียว สามารถล้างซ้ำได้อย่างไม่จำกัด (ถ้ามือไม่เปื่อยไปซะก่อน..) ทำให้สะดวกสบายง่ายต่อการใช้งานเป็นอย่างสูง และเป็นสิ่งที่ทุกท่านควรจะมีติดมือกันไว้เลย

นอกจากได้ยาดีแล้ว ก็ต้องรู้วิธีใช้งานให้ถูกต้องด้วย สำหรับใครที่ยังล้างมือแบบถูๆ ไถๆ ไปอย่างนั้น ลองเข้าไปศึกษาวิธีทาถูๆ 7 ขั้นตอนในการล้างมือที่ถูกต้องได้ที่นี่!! ครับ

ถุงมือ

เชื้อโรคอาศัยฝ่ามือของเราเป็นพาหะนำโรคไปเข้า ตา หู จมูก ปาก ได้เช่นกัน แล้วถ้าเชื้อนั้นเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 ล่ะ? ดังนั้นการป้องกันเชื้อโรคเกาะมือนั้นก็เป็นอีกทางที่ท่านควรจะระวังเอาไว้ นอกจากจะใช้เจลล้างมือแล้ว ถ้าจะเสริมมาตรการป้องกันให้หนาแน่น(และอึดอัด) มากยิ่งขึ้น ก็ควรจะสวมถุงมือ เพื่อที่เวลาเกาะ โหนรถจะได้ไม่ต้องมามัวคิดว่าจะเกาะดีมั้ยน้า? มัวทำอย่างนั้นก็ตกรถกันพอดี

แต่เวลาใช้เสร็จอย่าเผลอเอามือที่ใส่ถุงมือไปแคะ แกะ เกาตามใบหน้า หรือเอาเข้าปากล่ะ อ้อ… ถุงมือยางแบบนาโนก็มีนะครับ!

สมุนไพรฟ้าทะลายโจร

กันไว้ดีกว่าแก้ แม่บอกไว้ สำหรับผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้มีชื่อว่า “ฟ้าทะลายโจร” สมุนไพรบ้านๆ ของชนชาวไทย ที่ไม่น่าเชื่อว่าวันหนึ่งจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า จนของขาดตลาดอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากสรรพคุณในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันไข้หวัด และสามารถใช้ยับยั้งอาการได้ในขณะที่ติดโรคไปแล้ว โดยอัตราการรับประทานนั้นคือ 1-2 แคปซูลต่อครั้ง แต่ในกรณีที่ป่วยเป็นไข้หวัดแล้ว ก็ให้ทานเพิ่มเข้าไปเป็น 2-3 แคปซูล 3 ครั้งหลังอาหารต่อวัน

สำหรับคนที่ทานฟ้าทะลายโจรเข้าไปแล้วก็อย่าเพิ่งซ่าส์นะครับ ให้พกอุปกรณ์อื่นๆ ไปใช้ด้วย ทานยาเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันเพิ่มเท่านั้น ไม่ใช่ทานแล้วจะปลอดภัย ไข้หวัดใหญ่ไม่กล้าเข้าใกล้นะครับ แล้วที่สำคัญ ฟ้าทะลายโจรขมมาก…

สำหรับอุปกรณ์ข้างต้นที่ผมได้แนะนำกันไป ก็เป็นสิ่งที่ท่านควรจะมีติดตัวกันไว้สักชิ้นหรือสองชิ้น บางชิ้นอาจจะไม่สามารถป้องกันเชื้อโรคได้ 100% แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรไว้ป้องกันเชื้อโรคเลย โดยเฉพาะท่านที่ต้องใช้รถประจำทาง ต้องเดินทางผ่านสถานที่ที่มีผู้คนมากๆ  นอกจากอุปกรณ์ข้างต้นแล้ว การที่ทุกท่านรักษาสุขภาพให้ดี นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ตากฝนจนไม่สบาย ก็เป็นเทคนิคง่ายๆ ที่ท่านจะนำพาท่านให้ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ นานาได้แล้วล่ะครับ..วันนี้นายทีสวัสดีครับ{#emotions_dlg.laughing}

++ผ้าปิดปาก ปิดจมูกป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009
++ปลั๊กจมูกกรองอากาศ สะดวกพกพา ง่ายต่อการใช้
++ผ้าเช็ดหน้าป้องกันฝุ่นละออง ลายน่ารัก!
++เจลล้างมือ ถนอมมือป้องกันเชื้อโรคเยี่ยม!

3 คอมเมนท์

“กลิ่นตัว” ปัญหาประจำตัวที่ไม่ควรมองข้าม!

โดย marketplace@sanook.com เมื่อ ก.ค. 20 2009 | Shopping Talk

คุณเคยเหม็นกลิ่นตัวเพื่อนข้างๆ บ้างมั้ย…? แล้วเคยเหม็นกลิ่นตัวเองบ้างมั้ย…?

แต่ถึงเพื่อนจะตัวเหม็นแค่ไหน เราก็คงต้องจำใจ นึกซะว่ายังไงๆ มันก็กลิ่นเพื่อนเรา หอมกว่ากลิ่นตุๆ ของน้องหมาเยอะ (เอ๊ะ! หรือจะเหม็นพอกัน) หลายๆ คนอาจจะเกรงใจ กลัวเพื่อนอาย ก็อาจจะเฉยๆ ซะ เงียบไว้ดีกว่า แต่หารู้ไม่ว่า กลิ่นตัวที่ลอยฉุ่ยๆ มาตามลมนั้น อาจจะเป็นตัวบ่งบอกถึงโรคภัยที่กำลังคลุกคลามเข้ามาใกล้ ซึ่งหากปล่อยไว้ก็คงไม่เป็นผลดีแก่เจ้าของกลิ่นอย่างแน่นอน ดังนั้นวันนี้ผม “นายที” เจ้าเก่า จะนำเสนอเรื่องราวของกลิ่นตัวแบบเจาะลึกถึงกลิ่นตุ่ยๆ กัน หากใครกำลังกลุ้มอกกลุ้มใจเรื่องกลิ่นตัวอันรุนแรงของตัวเองอยู่ หรือไม่อยากมีกลิ่นตัวให้เป็นที่รังเกียจของสังคม ห้ามพลาด!

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดกลิ่นตัว ก็มีหลายประการดังต่อไปนี้

• สภาพอากาศ ในฤดูร้อน หรือภาวะที่มีอากาศร้อนชื้น เชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังจะเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็ว แบคทีเรียเหล่านี้จะย่อยสลายเหงื่อที่หลั่งจากต่อม aprocrine, ไขมันจากต่อมไขมันและเซลล์ผิวหนังได้เร็วขึ้น ทำให้กลิ่นตัวเกิดขึ้นได้ง่ายและรุนแรงขึ้น
• เสื้อผ้า เสื้อผ้าที่หนาหรือผ้าบางชนิด เช่น ผ้าไยสังเคราะห์จะทำให้เหงื่อระบายช้า ผิวหนังจึงมีความอับชื้น ทำให้ปริมาณแบคทีเรียบนผิวหนังเพิ่มขึ้น และเกิดกลิ่นตัวง่ายขึ้น
• อารมณ์ อารมณ์เครียด โกรธ ตกใจ จะกระตุ้นให้ต่อม eccrine ใต้รักแร้ หน้าผาก และฝ่ามือหลั่งเหงื่อออกมามากขึ้น ทำให้ผิวหนังบริเวณดังกล่าวมีความชื้นมากขึ้น แบคทีเรียที่ผิวหนังจึงมีจำนวนมากขึ้น
• อาหารบางชนิด เช่น กระเทียม หัวหอม เครื่องเทศ และสารหนู เป็นต้น เป็นสารมีกลิ่นที่ขับออกมาทางเหงื่อ
• โรคบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคเก้าท์ โรคทางสมอง และภาวะผิดปกติทางระบบเผาผลาญอาหารบางชนิด ร่างกายจะสร้างสารเคมีบางอย่างที่มีกลิ่น และขับออกมาทางเหงื่อ
• ยาบางชนิด เมื่อเวลาที่เราไม่สบาย ต้องกินยาเป็นเวลาหลายวัน ยางชนิดจะทำให้เรามีกลิ่นตัวตามกลิ่นของยานั้นๆ เช่น ยาแก้อักเสบ เป็นต้น

การป้องกันและรักษากลิ่นตัว

- รักษาร่างกายให้สะอาดอยู่เสมอ อาบน้ำ สระผม ถูขี้ไคล แปรงฟัน ฯลฯ
- ใส่เสื้อผ้าที่สะอาดอยู่เสมอ เสื้อผ้าช่วงหน้าฝนอาจมีกลิ่นเหม็นอับ จึงต้องคอยดูแลให้แห้งดีก่อน
- ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม ต้องคอยดูแล ซักตากแดดเสมอ
- ใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย (deodorants)

1. เครื่องหอม น้ำหอม โอดิโคโลญ สบู่ หรือครีมอาบน้ำที่ผสมน้ำหอม กลิ่นหอมจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะช่วยกลบกลิ่นตัวได้
2. ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งมักอยู่ในรูปของ
สบู่ หรือผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นตัวอื่นๆ สารเหล่านี้จะช่วยลดปริมาณของเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนัง จึงช่วยระงับกลิ่นตัวโดยเฉพาะ
3. ใช้สารยับยั้งการหลั่ง
เหงื่อ (antiperspirants) ได้แก่ สารประเภทอลูมิเนียม หรือเซอร์โคเนียม ซึ่งอาจอยู่ในรูปของลูกกลิ้ง สเปรย์ เจลแท่ง หรือครีม สารพวกนี้จะทำปฏิกิริยากับเหงื่อทำให้เกิดการอุดตันในท่อต่อมเหงื่อชนิด eccrine จึงระงับการหลั่งเหงื่อ และลดความชื้นของผิวหนังใต้รักแร้ได้ โดยทั่วไปสารเหล่านี้จะทำให้ท่อของต่อมเหงื่ออุดตันอยู่ 2 -4 วัน จึงต้องใช้ทุกวันจึงจะได้ผลดี

กลิ่นตัวบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพ

- กลิ่นเหมือนกระเทียม แสดงว่ามีแบคทีเรียในช่องปากมากเกินไป ระบบการย่อยต่ำกว่ามาตรฐาน ควรบริโภควิตามินหรือพืชที่อุดมด้วยคลอโรฟิลด์ เช่น ผักชีฝรั่ง จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้
- กลิ่นเหมือนคาวปลา หากผู้หญิงมีกลิ่นในช่วงที่มีรอบเดือนก็ถือว่าปกติ แต่ถ้าไม่ใช่ แสดงว่ามีแบคทีเรียเกิดขึ้นในช่องคลอด ถ้ามีของเหลวขาวปนเทาในช่องคลอดด้วย ควรบริโภคยาปฎิชีวนะ แต่บางคนอาจเกิดจากความผิดปกติในยีนส์ ทำให้ร่างกายผลิตกลิ่นนี้ออกมาจากรูขุมขน เนื่องจากแก๊สในร่างกายชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า ไตรเมธิลอามีน
( Trimethylamine )
- กลิ่นหวานเอียนๆ กลิ่นนี้มักเกิดกับผู้ที่เป็นเบาหวาน ร่างกายมีระดับอินซูลินในเลือดต่ำ กลิ่นตัวที่เกิดขึ้นแสดงว่า โรคที่เกิดกำลังอยู่ในภาวะอันตรายอย่างมาก
- กลิ่นเหมือนกะหล่ำปลีต้ม มักเกิดกับผู้ที่ดื่มสุราจัด จนมีกลิ่นออกมาจากต่อมเหงื่อ กลิ่นนี้เกิดจากตับที่เสียหายได้สร้างโมเลกุลที่มีกำมะถันผสมอยู่
- กลิ่นเหมือนถั่ว เกิดจากการทำงานของตับมีปัญหา
- กลิ่นเหมือนผลไม้ มักเกิดร่วมกับปัสสาวะขุ่น หมายถึงการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ

ถ้าเพื่อนของคุณมีกลิ่นตัวล่ะก็ ทางที่ดีที่สุดก็ให้บอกเขาซะ ว่ามีกลิ่นตัว ก่อนที่จะสายเกินแก้ เพราะธรรมชาติของคนที่มีกลิ่นตัว มักจะไม่รู้ว่าตัวเองนั้นมีกลิ่นไม่ดี แต่หากใครที่กำลังเผชิญปัญหานี้อยู่เองละก็ ลองดมดูสิว่ากลิ่นของคุณเป็นแบบไหน แล้วหาวิธีรักษาเสียให้ทันท่วงที เดี๋ยวจะหาว่านายทีคนนี้ไม่เตือนนะคร้าบบบ…

วันนี้นายที ผู้มีกลิ่นตัวหอมฉุย (กลิ่นอะไรหว่า!!) ต้องขอลาไปก่อน อาทิตย์หน้าพบกันใหม่นะคร้าบบบ…

++น้ำหอมหอมนาน กลิ่นนี้โดนใจทุกวัน!
++ครีมอาบน้ำระงับกลิ่นตัว สดชื่นทุกครั้งที่อาบ
++สบู่ทุกสภาพผิว ทั้งผิวกายและผิวหน้าคุณ

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ : http://webboard.tourthai.com/

ไม่มีคอมเมนท์

เทคนิคการแต่งหน้าทำผมง่ายๆ เพื่อความสวยแบบไม่หวั่นแม้(วัน)มามาก

โดย marketplace@sanook.com เมื่อ ก.ค. 11 2009 | Shopping Talk

เนื่องด้วยช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้ โดยเฉพาะท่านที่ต้องออกจากบ้านไปทำธุระ ไปทำงานข้างนอกบ้าน ถึงแม้จะพกพาร่มขวด ร่มกระติกที่เราแนะนำไปในคราวที่แล้วมาใช้ป้องกันฝนแล้วก็ตาม แต่ก็อาจจะพลาดพลั้งโดนฝน โดนละอองฝนได้ หน้าเปรอะ ขอบตาคล้ำเป็นหมีแพนด้าตาดำๆ กันได้ (กำลังอินเทรนด์..อิอิ) ถ้าโดนที่อื่นคงไม่เป็นไร แต่หากโดนผิวหน้าสวยๆ แล้วล่ะก็ งานนี้เครื่องสำอางที่ลงไว้คงเลอะเทอะ ทำให้หมดสวยกันพอดี ต้องคอยพะวงว่าวันนี้ฝนจะลงเม็ดมามั้ยหนา หนำซ้ำก็จะพาลไม่แต่งหน้ากันอีกต่างหาก หมดสวยกันพอดี อย่างนี้ก็แย่น่ะสิครับ ผม “นายที” จึงมีเคล็ด(ไม่)ลับดีๆ สำหรับสาวๆ สำหรับการแต่งหน้า ทำผม ที่ง่ายๆ แต่ได้ใจ แบบไม่กลัวฝน เพื่อความสวยแบบไม่หวั่นแม้วัน(ฝน)มามากมาฝากกันครับ…{#emotions_dlg.smile}

เริ่มต้นที่ครีมรองพื้นและแป้งรองพื้นก่อนเลย ถ้าเป็นไปได้ให้เลือกชนิดที่กันน้ำได้ เพราะจะมีความเหนียวและข้นกว่าชนิดไม่กันน้ำ แต่ถ้าไม่อยากให้ดูหนาเตอะจนเกินไปก็ไม่ต้องทาทั่วหน้าก็ได้ เพียงแค่แต้มเป็นจุดหลัก ๆ บาง ๆ สัก 4 จุดแล้วเกลี่ยให้ทั่ว แต่ถ้าหาก เคยชินกับการใช้ครีมแบบธรรมดาที่มีอยู่ ขณะทาแป้งฝุ่นต้องกดแป้งให้แน่นที่สุดเท่าที่จะแน่นได้ ก็จะสามารถกันน้ำได้ระดับหนึ่ง

ส่วนการไล้อายแชโดว์นั้นให้ทาสีอ่อนๆ ก็พอ ไม่ต้องทาหลายสีตามขั้นตอนการแต่งหน้าอย่างสมบูรณ์แบบก็ได้ และถ้าหากสีอายแชโดว์เริ่มจางลงระหว่างวัน ก็จะง่ายต่อการเติมสีในภายหลัง และขั้นตอนการเขียนคิ้วนั้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้พู่กันแต้มอายแชโดว์สีน้ำตาลเขียนคิ้วนะคะ เพราะถ้าโดนฝนจริง ๆ ละก็ คิ้วที่แต่งไว้ก็จะเลือนไปหมด ดังนั้นควรใช้ดินสอเขียนคิ้ววาดเป็นแนวแล้วค่อยแตะอายแชโดว์บาง ๆ ลงไปทับเส้นคิ้วที่วาดไว้ก็พอ

การปัดมาสคาร่านั้นควรใช้ชนิดกันน้ำจะดีกว่าและหาซื้อได้ไม่ยากเลยในตลาดปัจจุบัน แต่ควรใช้ครีมเช็ดออกทันทีที่กลับถึงบ้าน และที่สำคัญในช่วงหน้าฝนนี้ ควรงดการใช้ดินสอเขียนขอบตา เพราะมักจะเกิดปัญหาเลอะเทอะอยู่เป็นประจำ หรือถ้าใครต้องการทาจริง ๆ ก็ให้ใช้ชนิดพู่กัน หรือหมึกจะสามารถกันน้ำได้มากกว่า

ส่วนลิปสติกนั้นไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ เพราะนำมาเติมกันได้ตลอดเวลา หรือจะหาลิปสติกสูตรกันน้ำมาใช้ก็ได้ แต่ก็ควร เช็ดออกทันทีที่กลับบ้าน


นอกจากจะมีเคล็ดลับการแต่งหน้าแล้ว เรายังมีเคล็ดลับการแต่งทรงผมให้รับกับหน้าฝนมาฝากกันด้วย โดยเฉพาะกับสาวๆ ที่มีผมยาว เพราะการปล่อยผมที่ยาวสลวยของคุณลงมาประบ่าอาจจะทำให้คุณเกิดความรำคาญและทำให้สกปรกง่าย ดังนั้นการรวบผมเป็นทรงหางม้าน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ซึ่งก็มีการเสริมลูกเล่นในการรัดผมหลากหลายสไตล์ด้วยกัน ดังนี้…

 

ผูกผมด้วยปลอกมัดผมที่มีเชือกร้อย เพื่อช่วยเพิ่มสีสันให้กับทรงผม แล้วยังทำให้ทรงผมของคุณดูยาวสวยเหมาะสำหรับสาวมั่นใจวัยทำงาน ถ้าหากต้องการให้ผมสวยแบบมีคลาสน่าจะใช้ปลอกมัดผมสไตล์อินเดียน่าจะเหมาะ เช่น ลายดอกไม้บนพื้นสีแดงจะทำให้แลดูขรึมและคลาสสิก บ่งบอกถึงความมีรสนิยมและมีสไตล์

สำหรับสาวๆ ที่ชอบแต่งตัวสบายๆ อาจลองผูกไขว้ด้วยเชือกมัดผมชนิดยืดหยุ่นได้ จะทำให้คุณดูสวยแบบเรียบ ๆ แต่มีสไตล์ การรัดผมด้วยปลอกมัดผมลายหนังงู เหมาะสำหรับสาวเปรี้ยวเข็ดฟันที่ต้องการโชว์ผิวหนังบริเวณต้นคอและแผ่นหลัง สาวที่อยากจะให้ผมดูเก๋ ลองผูกผมด้วยที่มัดผมทำจากลูกปัดสารพัดประโยชน์ เพราะสามารถใช้เป็นทั้งที่มัดผมและเป็นสร้อยข้อมือได้ 2 อิน 1 เลยละครับ

เห็นมั้ยครับ แค่เพียงใช้วิธีการง่ายๆ แค่นี้ สาวมั่นอย่างคุณๆ ก็พร้อมลุยได้ทุกสถานการณ์แล้วครับ…{#emotions_dlg.wink}

++แป้ง/เบส/รองพื้น มีอีกเพียบ!
++อายไลน์เนอร์/อายแชโดว์ ตาประกายพราวเสน่ห์
++มาสคาร่า/ที่ดัดขนตา เด้งงอนงามดึงดูดหนุ่ม!
++ลิปสติก/ลิปกลอส สีสวยบาดใจมากมาย!

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ : http://www.globalfashionreport.com

1 คอมเมนท์

หน้าต่อไป »