google logo
สนุก! ค้นหา สารบัญเว็บไทย ข่าว อีเมล์ หาเพื่อน คิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน สนุก! ทูลบาร์ ดูทั้งหมด>>
ดูบล็อกอื่น >
รูปโลโก้ S! Blogger เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

บล็อกย้อนหลัง กันยายน, 2008

10 ขั้นตอน…ก่อนซื้อ Notebook มือสอง

โดย staffclassified@sanook.com เมื่อ ก.ย. 25 2008 | เรื่องซื้อขายออนไลน์

 

        ไขข้อข้องใจกับการเลือกซื้อ โน๊ตบุ๊คมือสอง” ราคาถูกแถมใช้งานได้ดีอีกด้วย!

       สวัสดีค่ะ..เพื่อนๆ ชาวสนุก! คลาสสิฟายด์ทุกท่านค่ะ วันนี้ทางทีมงานขออัพเดทแวดวงข่าวสารเทคโนโลยีกันสักหน่อยค่ะ เผื่อเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาโน๊ตบุ๊คอยู่ในขณะนี้ ก็เข้ามาอ่านเพื่อเป็นความรู้ก่อนไปซื้อนะค่ะ จะได้ไม่โดนหลอกย้อมแมว!

         แต่ถ้ามีงบประมาณในการซื้อค่อนข้างจำกัด ไม่อยากซื้อของแพง ลองหันมาใช้ Notebook มือสองกันบ้าง มี 10 ขั้นตอนก่อนจ่ายตังค์มาบอก สำหรับคนที่ชอบใช้ของใหม่อาจไม่สนใจซื้อคอมพิวเตอร์มือสองมาใช้ แต่หารู้ไม่ว่าจริงๆ แล้วคอมพิวเตอร์มือสองเหล่านี้ บางครั้งมีประสิทธิภาพพอๆ กับของใหม่ที่กำลังโฆษณาในทีวีด้วยซ้ำ แถมราคาก็ถูกเอามากๆ เสียด้วย

            แต่ด้วยกลยุทธ์การตลาดของผู้ผลิตที่ต้องการทำยอดขายสูงๆ ทำให้โฆษณาที่ออกมานั้นมักจะโน้มน้าวให้ผู้บริโภคซื้อเครื่องใหม่ไปเลย โดยไม่นิยมให้ลูกค้าอัพเกรดเครื่องเดิมที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คซึ่งเริ่มเป็นที่นิยมกันมากขึ้นในทุกวันนี้

ดังนั้น หากใครสนใจซื้อโน้ตบุ๊คมือสองมาใช้ อาจเริ่มต้นด้วย 10 ขั้นตอน ดังนี้

1. ปรับความคิดเสียก่อน เพราะยังไงคนส่วนใหญ่ก็ชอบของใหม่ ยิ่งเทคโนโลยีล่าสุดยิ่งน่าดึงดูดใจ แต่จริงๆ แล้วโน้ตบุ๊คมือสองที่ขายกันเมื่อปีที่แล้วหรือต้นปีนี้ มีประสิทธิภาพไม่แพ้รุ่นที่ขายอยู่ขณะนี้เลยทีเดียว ที่สำคัญ ซื้อมือสองยังได้ Windows XP อีกด้วย (Vista อย่าเพิ่งน้อยใจ)

 2. หาแหล่งขายของมือสองถูกๆ ถ้าซื้อจากเว็บไซต์ได้จะดีมาก เพราะราคาถูกกว่าซื้อตามร้านทั่วไปค่อนข้างมาก แต่ข้อดีของการซื้อที่ร้านคือมี warranty ให้ด้วย แต่ของมือสองคงหวังอะไรมากไม่ได้ เพราะฉะนั้น ขอแนะนำให้ซื้อจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ อย่าง eBay โดยเลือกผู้ขายประเภท “no less than 100% feedback rating” เพราะถ้าคอมพิวเตอร์ที่สั่งซื้อเกิดความเสียหาย หรือใช้ไม่ได้ตามที่โพสต์ในเว็บ ผู้ขายจะคืนเงินให้

 3. ตรวจสภาพภายนอกของเครื่อง ดูว่ามีความเสียหายมากน้อยแค่ไหน ถ้ามันมีแค่รอยขีดข่วน หรือถลอกบริเวณมุมใดมุมหนึ่งของตัวเครื่อง ก็อย่าไปคิดมาก ตราบใดที่เครื่องยังทำงานได้ดี เรื่องรอยขีดข่วนถือเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย ของใช้งานก็ต้องมีร่องรอยบ้างเป็นธรรมดา

 4. เปิดเครื่องดูหน้าจอ เพราะหนึ่งในชิ้นส่วนที่แพงที่สุดของโน้ตบุ๊คคือ จอถ้าเปิดเครื่องแล้วพบว่าหน้าจอมีสีเพี้ยน จะเป็นสีม่วงหรือชมพูก็แล้วแต่ อย่าไปซื้อ ต่อให้สภาพเครื่องใหม่แค่ไหน หรือซีพียูแรงยิ่งกว่าอะไรดี ก็ไม่คุ้มที่จะซื้อไปซ่อมจอ เพราะมันแพงมาก

5. ตรวจช่องเสียบและอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Bluetooth หรือ Wi-Fi เพราะฮาร์ดแวร์เหล่านี้มักจะต่อเข้าโดยตรงกับเมนบอร์ด ซึ่งราคาค่าซ่อมหรือเปลี่ยนก็แพงพอตัว แต่ถ้าช่อง USB มีหลายช่อง เสียไปสักช่องก็คงไม่เป็นไรนัก หรือถ้าช่องเสียบหูฟังเสีย แต่คุณมีหูฟัง Bluetooth ใช้อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องไปใส่ใจเช่นกัน

 6. ทดสอบ Hard Drive ว่ามีอะไรเสียหายหรือไม่ โดยคลิกไปที่ My Computer จากนั้นก็เลือก hard drive ที่ต้องการตรวจสอบ แล้วคลิกขวาเพื่อเลือก Properties เมื่อมีหน้าต่างโผล่ขึ้นมาให้คลิกเมนู Tools จากนั้นก็เลือกหัวข้อ Error-checking คลิก Check Now ถ้าไม่มีความผิดปกติใดๆ ก็ผ่าน แต่ถ้าพบความเสียหาย ก็ไม่ต้องกังวล เพราะเดี๋ยวนี้ hard drive ถูกลงกว่าแต่ก่อนมาก

 7. ตรวจดูประสิทธิภาพของ CD Drive โดยลองไรท์แผ่นทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น CD-R, CD-RW, DVD-R, DVD+R DL, ฯลฯ

 8. ทดสอบแบตเตอรี่ โดยเปิดใช้เครื่องจนกระทั่วไฟหมด แล้วดูว่ากินเวลามากน้อยแค่ไหน ถ้าแป๊บเดียวไฟก็หมด แบบนี้แสดงว่าแบตเตอรี่เริ่มเสื่อมแล้ว จุดนี้อาจต่อรองผู้ขายให้ลดราคาลงอีกได้

 9. ถ้าคุณขี้เกียจปฏิบัติตามกระบวนการทั้งหมดนี้ ก็ลองให้ทางร้านหรือใครที่เชี่ยวชาญเรื่องคอมพิวเตอร์ช่วยทดสอบให้ก็ได้ อาจจะเสียสตางค์เป็นค่าเหนื่อยนิดหน่อย แต่ก็ถือว่าคุ้ม

 10. อย่าหงุดหงิดหรือผิดหวัง ถ้าพบว่าโน้ตบุ๊คที่ซื้อมามีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เพราะปัญหาพวกนี้ก็เกิดขึ้นกับคนที่ซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่แกะกล่องเช่นเดียวกัน และถึงแม้คุณอาจจะต้องเสียเงินซ่อมชิ้นส่วนบางชิ้น หรืออัพเกรดเครื่องบ้างก็ไม่ต้องคิดมาก เพราะมันเป็นเรื่องปกติของการใช้ของมือสองอยู่แล้ว

++ ศูนย์รวมโน๊ตบุ๊คราคาพิเศษ Acer Asus CompaQ Dell Hp ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ!

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ โดย บารมี นวนพรัตน์สกุล


1 คอมเมนท์

ก้าวไปอีกขั้น! การพัฒนาระบบแบบระบุพื้นที่การขาย ตรงใจผู้ซื้อแน่นอน!

โดย staffclassified@sanook.com เมื่อ ก.ย. 22 2008 | ข่าวสาร Classified

วิธีการใช้งานระบุพื้นที่การขาย 

+อีกขั้นตอนของการพัฒนาการประกาศซื้อขายให้สะดวกและง่ายยิ่งขึ้นมาอีกแล้วจ้า+

        การระบุพื้นที่การขาย จะให้ผู้ขายระบุพื้นที่ที่ต้องการขายสินค้าโดยสามารถระบุได้ว่าต้องการขายสินค้าในพื้นที่จังหวัดใดบ้างหรือจะทั้งภาคหรือทั่วประเทศก็ได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับทั้งผู้ซื้อ และผู้ขาย เวลานัดพบเพื่อดูสินค้าหรือ ส่งสินค้าข้ามจังหวัด ยิ่งเป็นร้านค้ายิ่งสะดวกค่ะ จะได้บอกได้เลยว่าพื้นที่ๆ ลูกค้าสามารถเข้ามาใช้บริการได้อยู่ในเขตจังหวัดไหนบ้าง

        ทีนี้ผู้ซื้อก็สามารถค้นหาสินค้าได้สะดวกขึ้นและตรงตามความต้องการมากที่สุดและท่านก็จะได้ลูกค้าตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้นเช่นกันค่ะ

        เช่น ท่านต้องการขายรถมือสองที่จังหวัดเชียงใหม่ ท่านก็จะสามารถระบุไปในประกาศ เลยว่า ท่านต้องการขายที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดอื่นๆในภาคเหนือเท่านั้น

 

วิธีการใช้งานง่ายมากๆ เลยลองดูนะค่ะ

 

ท่านจะเจอเมนูนี้ในหน้าลงประกาศ”  

 

1. เลือกว่าจะ ระบุพื้นที่การขาย หรือ เลือกทั่วประเทศ หากเลือกระบุพื้นที่การขาย ระบบจะให้ท่านเลือกภาค (ตามภาพข้อที่ 2)

 

2. เลือกภาคที่ต้องการขาย

 

 

3. เมื่อเลือกภาคแล้วระบบจะให้ท่านเลือกจังหวัด โดยท่านสามารถคลิกที่เมนู เลือกทั้งหมด เพื่อเลือกทุกจังหวัดของภาคนั้นๆ ได้ด้วย

 

*ฝากเอาไว้ให้ใส่กันทุกๆ ประกาศนะค่ะ*

 

(ขั้นตอนการระบุพื้นที่การขายนี้อยู่ในขั้นตอนการเก็บข้อมูล หากเรามีข้อมูลเพียงพอแล้วเราจะเปิดให้ค้นหาและเลือกสินค้าตามจังหวัดในโอกาสถัดไปค่ะ)

ไม่มีคอมเมนท์

แยกหมวดหมู่ เครื่องแต่งกาย/เครื่องประดับ และ ท่องเที่ยว/ที่พัก

โดย staffclassified@sanook.com เมื่อ ก.ย. 15 2008 | ข่าวสาร Classified

       แยกหมวดหมู่ Travel & Fashion ครบครันมากขึ้น…สวัสดีค่ะ ชาว สนุก! คลาสสิฟายด์ทุกๆ ท่านวันนี้มีข่าวการแยกหมวดหมู่มาแจ้งให้ทราบกันค่ะ เนื่องจาก หมวดหมู่ ท่องเที่ยว และหมวดหมู่ เครื่องแต่งกาย/ เครื่องประดับ นั้นจะเห็นว่าการแบ่งหมวดหมู่ยังไม่ค่อยชัดเจน สินค้าและบริการมักจะยังปนๆ กันอยู่ ทำให้ยากต่อการค้นหาสินค้าสำหรับผู้ที่สนใจที่จะซื้อสินค้าจริงๆ ทีมงานจึงได้แบ่งแยกหมวดหมู่ใหม่ให้ชัดเจนขึ้นเพื่อให้สะดวกและง่ายทั้งต่อผู้ซื้อและผู้ขาย ข้อดีคือ
-  ผู้ลงประกาศขายก็จะได้ลงประกาศในหมวดที่ถูกต้อง ทำให้ได้ลูกค้าตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
-  ผู้ที่ต้องการซื้อสินค้าก็จะค้นหาสินค้าที่ต้องการได้รวดเร็วขึ้น

        สำหรับโฆษณาของลูกค้าที่ลงไว้นั้นทีมงานเราใจดีค่ะ..เพิ่มให้อีกหนึ่งตำแหน่ง คือ โฆษณาของท่านจะถูกแสดงอยู่ทั้งหมวดหมู่เดิมและหมวดหมู่ใหม่ที่เพิ่มขึ้นมา จนกว่าโฆษณาจะหมดอายุค่ะ ส่วนประกาศฟรีไม่ต้องตกใจไปค่ะว่าประกาศจะหายรึเปล่า?? ไม่หายค่ะ..ประกาศของท่านจะยังมีอยู่ในระบบเหมือนเดิมในหมวดที่ท่านได้ลงไว้ตั้งแต่แรก

+หมวดหมู่ Travel ถูกแบ่งหมวดหมู่ใหม่เป็น
ท่องเที่ยว
        ทัวร์ในประเทศ  , ทัวร์ยุโรปและอื่นๆ , ทัวร์เอเซีย

ที่พักและบริการ
        โรงแรม / รีสอร์ท , จองตั๋วเครื่องบิน ,  บริการรถเช่า

+หมวดหมู่ Fashion ถูกแบ่งหมวดหมู่ใหม่เป็น
เสื้อผ้า/ เครื่องแต่งกาย/ กระเป๋า/ รองเท้า
        เสื้อผ้า / เครื่องแต่งกาย , กระเป๋า / รองเท้า

เครื่องประดับ/ นาฬิกา/ แว่นตา
        เครื่องประดับ / จิวเวลลี่ , นาฬิกา / แว่นตา / อื่นๆ

*** โดยการแยกหมวดหมู่ใหม่นี้จะมีผลใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย เวลา 09.00 น. ***

ไม่มีคอมเมนท์

มาแล้ววววววววววว..บริการต่ออายุประกาศ เปิดให้ใช้บริการแล้ววันนี้!

โดย staffclassified@sanook.com เมื่อ ก.ย. 01 2008 | ข่าวสาร Classified

       หลังจากที่หลายๆ คนเรียกร้องมา และทีมงานก็เห็นควรว่าน่าจะมีบริการนี้ วันนี้ทีมงานได้ดำเนินการพัฒนาระบบเป็นที่เรียบร้อยแล้วและพร้อมเปิดให้ใช้บริการแล้วค่ะ

 สำหรับการต่อเวลาประกาศ จะมีเงื่อนไขดังนี้
1. บริการนี้สำหรับสมาชิกเท่านั้น
2. สามารถต่อเวลาประกาศได้ 7, 15, 30, 45, 60 วัน
3. สามารถต่อเวลาประกาศได้วันละ 1 ครั้ง

วิธีการต่อเวลาประกาศ มีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
1. สามารถใช้ฟังก์ชั่นนี้ได้ที่ หน้ารายละเอียดประกาศ และ หน้า My Classified
1.1 หน้ารายละเอียดประกาศ : คลิกที่ปุ่ม เพิ่มวันลงประกาศ

 

1.2 หน้า My Classified : คลิกที่ไอคอน ต่อเวลาประกาศ

 

2. เลือกจำนวนวันที่ต้องการต่อเวลาประกาศ แล้วคลิกปุ่ม ตกลง
เงื่อนไข 
- ระบบจะทำการปรับวันลงประกาศของท่านเริ่มต้น ณ วันนี้
- การต่อเวลาประกาศจะทำการตั้งค่าวันหมดอายุตามจำนวนวันที่ต่อไว้ครั้งล่าสุดโดยไม่นับรวมจำนวนวันที่เหลืออยู่ในระบบ

 

3. เสร็จสิ้นขั้นตอนการต่อเวลาประกาศ

 

ไม่มีคอมเมนท์