google logo
สนุก! ค้นหา สารบัญเว็บไทย ข่าว อีเมล์ หาเพื่อน คิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน สนุก! ทูลบาร์ ดูทั้งหมด>>
ดูบล็อกอื่น >
รูปโลโก้ S! Blogger เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

บล็อกย้อนหลังหมวด 'เรื่องทั่วไป' หมวด

ภัยผิวที่แฝงมากับฤดูฝน

โดย staffclassified@sanook.com เมื่อ มิ.ย. 05 2009 | เรื่องทั่วไป

อากาศบ้านเราตอนนี้ ฝนตก ฟ้าครึ้มทุกวัน  อย่าลืมพกร่มออกจากบ้านกันด้วยนะคะ ตากฝนเดี๋ยวจะเป็นหวัด

นอกจากจะต้องระวังเรื่องหวัดแล้ว ยังมีปัญหาสุขภาพที่คุณควรจะระวัง เป็นพิเศษอีกเรื่องด้วยนะคะ

ด้วยสภาพอากาศที่ฝนตกชุกในช่วงนี้ ภาวะหนึ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากเมื่อฝนตกคือมักเจอกับอากาศที่อับชื้น ทำให้บางครั้งอาจเกิดผื่นแปลกๆ ขึ้นบนผิวหนังได้

ปัญหาที่พบได้เสมอในช่วงหน้าฝนมักมีสาเหตุมาจากเชื้อรา เนื่องจากลักษณะเฉพาะของเชื้อโรคกลุ่มนี้ที่เจริญเติบโตได้ดีในภาวะที่ชื้น แฉะ ผื่นจากเชื้อรามีได้หลากหลายรูปแบบ  เรามาดูผื่นที่พบได้บ่อยๆ กันดีกว่า

วงด่างๆ สีขาวหรือสีเนื้อ ในบางคนอาจขึ้นเป็นวงสีน้ำตาล ร่วมกับมีขุยสีขาวเล็กๆ มักเกิดขึ้นบนผิวหนังบริเวณหน้าอกและลำตัว อาจมีอาการคันร่วมด้วยได้

นอกจากดูไม่สวยงามแล้วยัง ทำให้เสียบุคลิก ผื่นชนิดนี้เป็นลักษณะของโรคเกลื้อน ซึ่งพบได้บ่อยในเด็กและวัยรุ่นที่สุขอนามัยไม่ค่อยดี ไม่ชอบอาบน้ำ เชื้อเกลื้อนเป็นเชื้อราชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Malassezia furfur สามารถพบได้บนผิวหนังของคนทั่วไป แต่ปกติแล้วไม่ก่อโรค ยกเว้นในสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม เช่น คนที่ออกกำลังกาย เหงื่อออก หรือตากฝน แล้วไม่ยอมอาบน้ำ ร่างกายชื้นแฉะอยู่เป็นเวลานาน ทำให้เชื้อเพิ่มจำนวนจนทำให้เกิดผื่นลักษณะดังกล่าวขึ้น

ในคนที่น้ำหนักมาก หรือภูมิคุ้มกันไม่ค่อยดี เช่น ผู้ที่เป็นเบาหวาน อาจเกิดผื่นสีแดงขึ้นตามบริเวณข้อพับ เช่น รักแร้ ขาหนีบ หรือใต้ราวนม ร่วมกับมีอาการคันมาก สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อยีสต์ในกลุ่มแคนดิดา (Candida) สามารถรักษาให้หายได้โดยการทายาฆ่าเชื้อราทั่วไป แต่มักเป็นซ้ำได้บ่อย เพราะยีสต์ชนิดนี้พบได้ในร่างกายของคนเรา เช่น บริเวณช่องปาก ระบบทางเดินอาหาร และช่องคลอด

ช่วงที่ฝนตกมากๆ บางพื้นที่อาจมีน้ำท่วมขัง หรือเวลาฝนตกนานเป็นชั่วโมงๆ ทำให้ต้องเดินย่ำน้ำชื้นแฉะเป็นเวลานานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหากยังไม่รีบทำความสะอาดเท้า

ผ่านไปสักระยะหนึ่ง อาจพบว่าผิวตามซอกนิ้วเท้าลอกเป็นขุยขาว ๆ หรือเปียกยุ่ย หรืออาจถึงขั้นเป็นแผล มีน้ำเหลืองแฉะที่ผิว เรียกว่าโรคน้ำกัดเท้าหรือเชื้อราที่เท้า เกิดจากเชื้อกลากซึ่งอยู่ตามสิ่งแวดล้อม เช่น หิน ดิน ทราย รวมทั้งในสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัขและแมว  ผื่นที่เท้าอาจจะลามไปที่ลำตัวส่วนอื่นได้  ที่พบบ่อยคือทำให้เกิดผื่นบริเวณขาหนีบ เรียกว่า สังคัง

เวลาถอดรองเท้า บางคนอาจมีกลิ่นเหม็นโชยออกมา เมื่อก้มดูที่ฝ่าเท้าจะเห็นเป็นรูพรุนเล็ก ๆ หรือเป็นแอ่งเว้าแหว่งตื้น ๆ เรียกว่า โรคเท้าเหม็น สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง มักพบในผู้ชายที่ใส่ถุงเท้าที่ทำจากใยสังเคราะห์หนาๆ  ซึ่งมักจะแห้งยากในหน้าฝน

นอกจากนี้ ในน้ำที่ขังตามพื้นถนนอาจมีพยาธิบางชนิด เช่น พยาธิปากขอซึ่งสามารถชอนไชเข้าสู่ผิวหนังได้โดยตรง ทำให้เกิดโรคโลหิตจางได้ หรือ ถ้าโชคไม่ดี ได้รับเชื้อที่ทำให้เกิดโรคฉี่หนูเข้าไปตามรอยแผลเล็กๆ ที่เท้า อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

โดยสรุปแล้ว ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่า สาเหตุของโรคส่วนใหญ่มาจากการย่ำน้ำสกปรก หรือปล่อยให้ผิวหนังอับชื้นอยู่เป็นระยะเวลานาน ทำให้เชื้อซึ่งพบได้ตามสิ่งแวดล้อมทั่วไปเพิ่มจำนวนขึ้นจนก่อให้เกิดโรค ดังนั้นการป้องกันอันดับแรกคือหลีกเลี่ยงการเหยียบย่ำน้ำ หรือตากฝน ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อกลับถึงที่พัก ควรรีบถอดเสื้อผ้า แล้วอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย โดยใช้สบู่หรือสารทำความสะอาดทั่วไป  ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อชนิดพิเศษแต่อย่างใดเพราะอาจแรงเกินไป เสร็จแล้วใช้ผ้าซับหรือใช้พัดลมเป่าให้แห้ง การโรยแป้งฝุ่นสามารถช่วยลดความชื้นและการเสียดสีได้ เสื้อผ้าและถุงเท้าที่ใช้ ควรทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้ายที่ไม่หนาจนเกินไปเพื่อให้ระบายอากาศได้ดี หน้าฝนผ้ายีนส์จะแห้งยากทำให้เกิดความอับชื้นได้ง่ายจึงควรระวังเป็นพิเศษ นอกจากนี้แล้วการใส่รองเท้าแตะบ้างก็ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อราที่เท้าได้ เช่นกัน

… หวังว่าข้อมูลเหล่านี้คงเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่าน และนำไปปรับใช้เพื่อรับมือกับอากาศในช่วงฤดูฝนนี้ …

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

++ บำรุงสุขภาพด้วยอาหารเสริมจากญี่ปุ่น

++ ดูแลผิวในหน้าฝนกับครีมบำรุงครบเซ็ท

ที่มา http://guru.sanook.com/pedia/topic/ภัยผิวที่แฝงมากับฤดูฝน/

1 คอมเมนท์

สร้างแบรนด์ด้วย Twitter!

โดย staffclassified@sanook.com เมื่อ พ.ค. 21 2009 | เรื่องซื้อขายออนไลน์, เรื่องทั่วไป

คุณรู้มั้ยว่า ปัจจุบันนี้ผู้ประกอบการทั้งหลายต่างให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์สินค้า ของตัวเอง เพราะการที่สินค้าของเราเป็นที่รู้จักและจดจำของลูกค้านั้นจะช่วยเพิ่มยอด ขาย และช่องทางการจำหน่ายให้เราได้ในระยะยาว คนส่วนใหญ่มักคิดว่าบริษัทใหญ่ๆ เท่านั้นจึงจะสร้างแบรนด์ได้ แต่วันนี้ ทีมงาน S! Classified จะมาแนะนำเครื่องมือเจ๋งๆ ในการช่วยสร้าง     แบรนด์สินค้าของคุณให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้า และไม่ต้องใช้เงินเลยแม้แต่บาทเดียว

ระยะนี้กระแสของการอัพเดตว่า “เรากำลังทำอะไรอยู่” ผ่านทางเครื่องมือที่เรียกกันว่า Micro-blogging อย่าง Twitter, Plurk, Dipity, Yammer (เน้นใช้ในองค์กร) กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ อันนี้ต้องยกเครดิตให้ต้นไอเดียคือ Twitter ด้วยเจ้าตัว Micro-blogging นี่เองที่ทำให้เราสามารถสื่อสารกับคนรอบตัวได้ลึกมากขึ้น ลึกยังไง ลองนึกภาพตามนะครับ

ทุกวันนี้เราสามารถติดต่อสื่อสารกับเพื่อนกับแฟนกันได้หลายทาง จะใช้อีเมล จะเขียนบล็อก หรือจะโทรศัพท์ไปก็ทำได้หมด แต่ว่ามันมีช่องว่างในการสื่อสารอยู่อย่างหนึ่งตรงที่ว่า เราคงไม่เมลไปบอกเพื่อนเราแน่ๆ ว่า “ตอนนี้กินกาแฟอยู่” “ตอนนี้นั่งรอลูกค้าอยู่” เพราะเพื่อนอาจจะงงว่าเราจะส่งไปทำไม และตรงนี้เองที่ Micro-blogging อย่าง Twitter เข้ามามีบทบาทในการสื่อสารในชีวิตประจำวันของเรา มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการส่งข้อความไม่เกิน 140 ตัวอักษรนี่เอง

ทุกวันนี้มีคนใช้ Twitter ทั่วโลกนับล้านราย ทำให้มันกลายเป็นเครื่องมือในการสื่อสารในแบบเฉพาะทาง และด้วยความแตกต่างตรงนี้นั่นเองที่ทำให้นักการตลาดหลายคนสามารถใช้มันเป็น เครื่องมือในการทำการสร้างแบรนด์ให้กับสินค้าและบริการของตัวเองได้ แต่การสร้างแบรนด์ผ่านทาง Twitter นั้นจำเป็นที่จะต้องเข้าใจธรรมชาติของมันสักนิดนึงก่อนว่า Twitter ค่อนข้างเป็นการสื่อสารระหว่างบุคคล ทำอะไรในรูปแบบของบริษัท ที่ดูเป็นงานเป็นการจะไม่ค่อยเวิร์ค อีกทั้งมันยังมีสไตล์ที่ค่อนข้างเป็นกันเอง ง่ายๆ เหมือนภาษาพูดคุยกับเพื่อน การสร้างแบรนด์ด้วย Twitter ที่น่าสนใจจึงมีอยู่ประมาณ 5 แบบ

1. แจ้งข่าว

ถ้าหากว่าบริษัทของเรากำลังมีข่าวอะไรจะอัพเดตกับคนทั่วไป ก็ใช้ Twitter แจ้งข่าวได้ครับ ถ้าคนที่สนใจในสินค้าและบริการของเรา เขาอยากติดตามเราอยู่แล้ว การแจ้งข่าวแบบนี้ควรทำให้บ่อยหน่อย อย่างน้อยก็วันละครั้ง เพื่อให้สมาชิก Twitter รู้สึกได้ว่าคุณมีความเคลื่อนไหว แต่การแจ้งข่าวก็ต้องเป็นข่าวที่กระทบในระดับบุคคลสักหน่อยนะครับ เช่นมีสินค้าใหม่ออกแล้ววางขายที่ไหน อันนี้พอได้ แต่ถ้าข่าวประเภทโฆษณาชวนเชื่อ หรือออกแนว PR แบบเก่าๆ อันนี้ไม่เหมาะครับ

2. Customer Support

บางทีการตอบคำถามลูกค้าก็ช่วยในการประชาสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดีนะครับ อย่างเช่นถ้าหากว่าเราเป็น Home Depot แล้วเราเข้าไปใน Twitter เปิดให้คนถามเรื่องการซ่อมแซมบ้านทำอย่างไร เราก็เข้าไปตอบคำถามลูกค้า เช่น ลูกค้าถามว่า “ประตูห้องน้ำเสียจะแก้ไขเบื้องต้นยังไงได้บ้าง” เราก็ตอบคำถามลูกค้าทางนี้พร้อมกับลิงค์ภาพและวิธีการซ่อมแซมประตูในเว็บของ เราทาง Twitter นอกจากจะแก้ปัญหาให้ลูกค้าจนพอใจได้แล้ว ลูกค้ายังอาจติดต่อเราเพื่อซื้อสินค้าของเราเพิ่มเติมอีกก็ได้ อันนี้ที่อเมริกาเขามีอยู่จริงๆ นะครับ ลองเข้าไปดูกันได้ที่ http://twitter.com/TheHomeDepot

3. Feedback

บางทีถ้าหากว่าเรานั่งรอลูกค้าโทรมาหาเราอย่างเดียวทางโทรศัพท์ก็พอได้นะ ครับ แต่จะดีมากถ้าหากว่าเรามีทีมงานที่คอยตอบ คำถามลูกค้าแบบสั้นๆ ง่ายๆ ทาง Twitter ที่ตอบได้เลยทันที ไม่ต้องให้ลูกค้าต้องมานั่งคอยเรา หรือนั่งฟังเครื่องตอบรับ “กดหนึ่งเพื่อเลือกบริการ กดสองตามด้วยเครื่องหมายดอกจัน” อันนี้เห็นบางบริษัทในเมืองไทยทำกันแล้ว

4. มี Special Offer ให้บ้าง

ถ้าหากว่าบังเอิญคุณมีอะไรพิเศษ เช่น ลดราคาสินค้าพิเศษ (จริงๆ นะครับ ไม่ใช่ลดกันทุกเดือน) ที่เราคิดว่าน่าจะแรงพอที่คนจะสนใจและตัดสินใจทันที เช่นลด 70% ล้างสต๊อก หรือรับสิทธิ์จอง iPhone ก่อนใคร แบบนานๆ ที แล้วลูกค้าจะรู้สึกว่าคุณให้ความสำคัญกับเขาจริงๆ ไม่ใช่สักแต่โฆษณา

5. ข้อความบ้าๆ

ส่งข้อความที่ทำให้สนุกและเป็นกันเองเข้าไว้ อาจไม่ต้องเกี่ยวกับสินค้าและบริการของเราเลยก็ได้ โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบ้านเราค่อนข้างเรียกร้อง ความเป็นกันเองสูงมากกว่าประเทศอื่นๆ ถ้ากลุ่มเป้าหมายของคุณเป็นคนไทย อันนี้ขอแนะนำครับว่าบางทีมันต้องมีลูกบ้ากันบ้างครับ

อย่างผมเองปกติเคย “Tweet” แต่เรื่องของบริษัทวันนึงพอเปลี่ยนมาเป็นเรื่องการ์ตูนที่พนักงานที่บริษัท ดูกันตอนพักเที่ยง ปรากฏว่ามีคนสนใจเพียบเลย ทั้งที่ไม่เกี่ยวกับสินค้าและบริการเลยแต่ลูกค้าจะรู้สึกได้ว่าเรามีชีวิต จิตใจ มีลูกบ้า และที่สำคัญเขาอาจรู้สึกว่าเราเข้าถึงได้ง่าย ไม่ได้อยู่ในแบบของการพูดคุยกับฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัท แต่เขากำลังคุยกับคนคนนึงที่มาจากบริษัทนี้ และคนคนนี้ก็เป็นคนธรรมดา

แต่ท้ายที่สุด Twitter ก็เป็นเพียงเครื่องมือในการสื่อสาร หัวใจสำคัญของการสื่อสารอย่างไรก็ยังเป็นเรื่องของเนื้อหาที่เราต้องการ เราต้องทำความเข้าใจกับธรรมชาติของมันเท่านั้นเอง สำหรับบริษัทที่เน้นเรื่องความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ที่เคร่งขรึม Twitter ก็อาจจะไม่ใช่เครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับเราก็ได้ครับ อันนี้ต้องพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป อ่านข้อมูลเพิ่มเติม คลิกที่นี่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
- Twitter (ทวิตเตอร์) คือ อะไร?
- เปิดโปงวิธีการ ขายสินค้าใน Sanook! Classified ผ่าน Google แบบง่ายๆ

ขอบคุณ http://www.marketingoops.com/

1 คอมเมนท์

เคล็ดลับหนีร้อนนอน@ริมทะเล!!

โดย staffclassified@sanook.com เมื่อ เม.ย. 29 2009 | เรื่องทั่วไป

          ช่วงนี้อากาศบ้านเราร้อนเหลือเกิน จะมัวอุดอู้อยู่แต่ในบ้านไปทำไมล่ะคะ ออกไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ on the beach กันดีกว่า ^^

          ครอบครัวทั่วๆ ไปที่อยากไปทะเลช่วงหน้าร้อน เพราะเป็นการพักผ่อนที่สามารถคืนความสดชื่นปลอดโปร่งให้แก่ร่างกายได้ง่ายๆ อย่างน้อยในช่วงจังหวะที่คลื่นกระทบฝั่งนั้น โอโซนตามธรรมชาติจะเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ร่างกายของเรารู้สึก สดชื่น กระปรี้กระเปร่าสมองโปร่งโล่ง คึกคัก คิดโน่นคิดนี่ออกได้สบาย สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไป ไล่อากาศที่หมักหมมอยู่ในกลีบปอด ออกมาบ้างเสริมความแข็งแรงให้ตัวเองได้อีกมาก

          บรรยากาศที่ทะเลจะชวนให้เราปลดปล่อยความเครียดออกไปง่ายและไม่รู้ตัว ลองถามตัวเองดูสิคะ มีสถานที่สักกี่แห่งใน ชีวิตที่ทำให้เรารู้สึกปลดปล่อย ไม่ตึง ไม่เครียด

          ในกรณีที่ลงเล่นน้ำทะเล น้ำทะเลจะอุดมไปด้วยเกลือแร่ที่สามารถทำความสะอาดผิวพรรณของเราได้ด้วย คนไทยสมัยหนึ่งจึงมีความเชื่อว่า หากพาเด็กที่เป็นแผลพุพองไปอาบน้ำทะเลบ่อยๆ แผลจะหาย ไม่ถึงกับได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ในทางการแพทย์หรอกค่ะ แต่ก็มีส่วนจริงอยู่บ้าง (แต่มีข้อแม้ว่า น้ำทะเลแถวนั้นต้องสะอาด) การที่แต่ละคนนึกสนุก วิ่ง ว่าย อยู่ใน ทะเล เป็นการออกกำลังกายที่ชวนให้สารสุข (เอนเดอร์ฟิน) หลั่งได้ดีมากๆ ว่ายน้ำลอยคออยู่นานแค่ไหนก็ไม่ค่อยเหนื่อย เพราะกล้ามเนื้อจะไม่เครียดกับการออกกำลังกายด้วยความพึงพอใจ (Joy) เช่นนี้ หลายคนจึงมักได้ออกกำลังกายอย่างมากโดยไม่รู้ตัว ขณะวิ่งว่ายอยู่ชายทะเล

          การลงเล่นน้ำทะเลต้องระวังเรื่องแสงแดด ที่อาจเผาผิวให้เกรียมไหม้ได้ง่ายกว่าช่วงแสงแดดจ้า (10.00 น. - 15.00 น.) ไม่ควร เล่นน้ำทะเล อาจใช้วิธีนั่งเล่น นั่งพักผ่อน อ่านหนังสือ หรือพูดคุยกันประสาพ่อแม่ลูก ไปพลางๆ รับอากาศบริสุทธิ์ให้สดชื่นเสียก่อน พึงระลึกไว้ว่า ครีมกันแดดไม่ช่วยป้องกันมะเร็งผิวหนัง เพียงช่วยป้องกันผิวไหม้เกรียมเท่านั้น อย่าได้ชะล่าใจ ทุกครั้งที่ได้ไปท่องเที่ยวหย่อนใจที่ชายทะเล เชื่อว่าทุกๆ คนคงมีอาการเหมือนกัน คืออยากกินอาหารทะเลให้หนำใจ ยิ่งช่วงหน้าร้อนอย่างนี้ กินสุ่มสี่สุ่มห้าโดยเฉพาะปู กับหอย ท้องเสียเอาได้ง่ายๆ ค่ะ ต้องแน่ใจว่าเป็นอาหารทะเลที่สุด ปรุงสุกใหม่ ไม่ค้าง คืน ไม่มีแมลงวันตอม และให้กินพอประมาณ

รวมแพ็คเกจเที่ยวทั่วไทย !!!

++  เที่ยวทะเล น้ำใส ที่กระบี่

++ รีสอร์ท-โฮมสเตย์ Sale 20% off

++ ดับร้อน!! บินลัดฟ้าเที่ยวนิวซีแลนด์

ที่มา http://guru.sanook.com/pedia/topic/เคล็ดลับหนีร้อนนอนริมทะเล/

ไม่มีคอมเมนท์

เช็คช่วยชาติ ใช้อย่างไร? ที่ไหน? คุ้มค่า

โดย staffclassified@sanook.com เมื่อ มี.ค. 30 2009 | เรื่องทั่วไป

เช็คช่วยชาติ ใช้อย่างไร? ที่ไหน? คุ้มค่า
โดย ชนัตพล หวังเพิ่ม และกษมา หิรัณยรัชต์

สวัสดีค่ะ  วันนี้ทีมงานขอนำเสนอข่าวที่ยอดฮิต เกาะกระแสร้อนๆ เกี่ยวกับเช็คช่วยชาติมาฝากค่ะ  บางคนได้เช็คแล้วอยากเก็บเงินไว้เพื่อใช้ในยามจำเป็นเท่านั้น  ส่วนบางคนจำเป็นจะต้องจับจ่ายใช้สอยกับสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาประหยัดได้อย่างคุ้มค่า  วันนี้ทีมงานจึงรวบรวม ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า บริษัทชั้นนำทั่วประเทศ ที่จำหน่ายสินค้าและบริการในราคาที่เรียกว่า “สุดคุ้ม ประหยัดสุดๆ” ที่ร่วมกันจัดกิจกรรมนำเช็ค 2000 ไปใช้จ่ายสินค้าและบริการกับห้างร้านที่เล่นกิจกรรมนี้ได้ทั่วประเทศ มีที่ไหนบ้าง และวิธีการใช้เช็คใช้กันอย่างไร ไปดูกันค่ะ..

เช็คช่วยชาติหลังจากสร้างความฮือฮาให้กับคนทั้งประเทศด้วยการออกมาแถลงแจก เช็คช่วยชาติ จำนวน 2,000 บาท รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เริ่มต้นเดินหมากแก้เศรษฐกิจทรุดแจกเช็คจริงสู่มือประชาชน โดยครั้งแรกดีเดย์วันที่ 26 มีนาคม 2552 และจะจ่ายถึงมือประชาชนให้ครบถ้วนจำนวนคนที่ได้รับภายในวันที่ 8 เมษายน 2552

ย้ำกันว่าเช็คชุดนี้มีอายุ 6 เดือนนับจากวันที่ระบุบนเช็คตามกฎหมาย ประชาชน ต้องนำเช็คมาขึ้นที่ธนาคารก่อนวันหมดอายุ และยอมรับว่าเช็คสามารถเปลี่ยนมือได้ และมีค่าเหมือนเงินสด ไม่สามารถอายัดได้ หากประชาชนไม่สะดวกที่จะรับเช็คภายในเวลาที่กำหนดสามารถรับได้ที่สำนักงาน ประกันสังคม (สปส.) ภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2552 แต่หากเลยวันดังกล่าว สปส.จะคืนเช็คให้กรมบัญชีกลาง และจะพิจารณาเป็นกรณีไป

ถึงตอนนี้ประชาชนจำนวน 200,000 คน ที่ได้รับเช็คในล็อตแรกจากจำนวนทั้งหมด 9.7 ล้านคน ต่างนั่งคิดนอนคิดแล้วว่าจะนำเช็คไปใช้อย่างไรให้คุ้มค่า และกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาล

ก่อนอื่นมาว่ากันถึง วิธีการใช้เช็คชุดนี้ ทำได้โดยสลักชื่อเจ้าของเช็ค 2 ครั้งที่ด้านหลังพร้อมทั้งเลขบัตรประจำตัวประชาชน หากจะนำไปขึ้นเป็นเงินสด หรือโอนเข้าบัญชีธนาคารก็สามารถทำได้เลยโดยนำบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดง

ขณะ เดียวกันฝั่งเอกชนห้างร้าน บริษัท ต่างเตรียมตัวรับมือกับเช็คช่วยชาติด้วยการออกแคมเปญต่างๆ มากมาย น่าสนใจยิ่ง เพื่อเป็นทางเลือกในการใช้จ่ายของประชา ชนที่ได้รับเช็คช่วยชาติ ชนิดมีแต่ได้ไม่มีเสีย!!

โดยเวลา นี้รัฐบาลได้ทำสัญญาลงนาม (MOU) กับองค์กรเอกชน 21 ราย อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร โรงพยาบาล ฯลฯ ซึ่งมีเครือข่าย และสาขาอยู่ทั่วประเทศ 3,146 สาขา ให้นำเช็คไปจ่ายใช้ได้อย่างคุ้มค่าเกินราคา ได้แก่ บริษัทในเครือเซ็นทรัลรีเทล 7 แห่ง เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป CPFM (ซีพี เฟรชมาร์ท) บิ๊กซี แมคโดนัลด์ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ กิฟฟารีน บริษัทผู้จัดงานแสดงสินค้า เวิลด์ แฟร์ คาร์ฟูร์ บริษัท นานมีบุ๊คส์ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต สมาคมโรงพยาบาลเอกชน องค์การค้าของ สกสค. (คุรุสภา) เคเอฟซี พิซซ่าฮัท บริษัท ส.ศิริแสง จำกัด บริษัท ไดมอนด์ ไชน์ ฮอลิเดย์ จำกัด บริษัท ไทยสกาย ลาร์ค จำกัด เทสโก้ โลตัส และล่าสุดคือ บริษัท ลีน่า คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด ร่วมโครงการเพิ่มมูลค่าเช็คช่วยชาติและลดราคาสินค้า รวมถึงสามารถทอนเป็นเงิน สดได้

เริ่มด้วย เทสโก้โลตัส ที่เสนอแพคเกจมูลค่ารวมกว่า 6,000 บาท ประกอบด้วย 1. คูปองเงินสดเทสโก้ โลตัส มูลค่า 2,000 บาท 2.คูปองส่วนลด มูลค่า 150 บาท ใช้เป็นส่วนลดเมื่อซื้อครบ 300 บาทต่อ 1 ใบเสร็จ 3.คูปองส่วนลดสินค้าและบริการที่เทสโก้ โลตัส และบริการอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 4,000 บาท

อีกทั้งยังจะได้รับบัตรชิงโชคช็อปฟรี ตลอดปีที่ เทสโก้ โลตัส อีก 1 ใบ โดยสามารถนำเช็คมาแลก “แพคเกจเทสโก้ โลตัส ช่วยคุณ ช่วยไทย” ได้ที่เทสโก้ โลตัส คุ้มค่าและตลาดโลตัส สาขาบ้านแพ้ว ตั้งแต่ 26 มีนาคม-16 เมษายน

สำหรับ งานสัปดาห์หนังสือ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึง 6 เมษายน 2552 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่ง สำนักพิมพ์และร้านหนังสือชั้นนำออกบู๊ธจำหน่าย ประกาศเพิ่มมูลค่าเช็คด้วยการนำไปซื้อสินค้าในงาน อาทิ ศูนย์หนังสือจุฬาฯ เพิ่มมูลค่าเช็คเป็น 2,500 บาท พร้อมรับของแถมพรีเมียมอีก 3 ชิ้น

เช็คช่วยชาติ บริษัท อัมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด (ร้านนายอินทร์) มีของสมนาคุณกระเป๋า 1 ใบ เมื่อซื้อครบ 2,000 บาท และยังสามารถนำเช็คไปใช้ได้กับ 130 สาขาทั่วประเทศ โดยจะมีส่วนลดให้เป็นพิเศษอีก

ขณะเดียวกัน บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) มอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกและนักธุรกิจที่ใช้เช็คดัง กล่าวซื้อสินค้าของแอมเวย์ครบ 2,000 บาท จะแจกแถมข้าวสารแอมเวย์ขนาด 5 กิโลกรัม และยาสีฟัน กลิสเทอร์ รวมมูลค่ากว่า 400 บาท นอกจากนี้ หากบุคคลทั่วไปต้องการสมัครเป็นนักธุรกิจของแอมเวย์ก็สามารถใช้เช็คดังกล่าว มาสมัครได้ และบริษัทจะถอนเงินที่เหลือคืนให้

บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) จัด แคมเปญพิเศษโดย สามารถนำเช็คไปซื้อประกันภัยได้ในราคา 2,200 บาท เป็นประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ทุนประกันสูงถึง 500,000 บาท สำหรับประกันภัยรถยนต์ เฉพาะรถเก๋ง สามารถซื้อได้ราคา 2,300 บาท คุ้มครองความเสียหายบุคคลภายนอกถึง 10 ล้านบาทต่อครั้ง

ด้านอสังหาฯก็ไม่เว้น บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.) ก็ พร้อมรับเช็คช่วยชาติเป็นส่วนลดซื้ออสังหาฯทุกประเภท ซึ่งเช็คหนึ่งใบสามารถคิดเป็นส่วนลดมูลค่าสูงสุดถึง 10,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ แต่หากในอนาคตมีผู้ได้รับสิทธิเพิ่มเติม ทาง บสก.จะเปิดโครงการนี้อีกครั้งหนึ่ง

สำหรับผู้ปกครองสามารถใช้เช็คเลือกซื้อสินค้าเพื่อการศึกษาได้เช่นกัน โดย ห้างศึกษาภัณฑ์ คุรุสภา ให้ ส่วนลด 10-60% เมื่อซื้อหนังสือ ส่วนร้านศึกษา ภัณฑ์พาณิชย์ทุกสาขาในกรุงเทพฯ ให้ส่วนลดซื้อหนังสือ 10-60% เครื่องแบบนักเรียน ราคาเริ่มต้น 75 บาท นอกจากนี้ ยังมีส่วนลดพิเศษให้กับสินค้าและอุปกรณ์การเรียนต่างๆ อีกหลายประเภท

เช็คช่วยชาติ บริษัท ซีพีเอฟ เทรดดิ้ง จำกัด จัดแคมเปญให้ประชาชนนำเช็คไปซื้อสินค้าในร้านซีพี เฟรช มาร์ท พร้อมกับรับส่วนลดจำนวนมาก และยังสามารถนำเช็คดังกล่าวมารับบัตรสมาชิกมูลค่า 2,000 บาท เพื่อซื้อสินค้าภายในร้าน ซึ่งทำให้บัตรจะมีมูลค่า 2,200 บาท

แมคโดนัลด์ พร้อมให้ส่วนลดแก่ลูกค้าทันที 20% เมื่อใช้เช็คซื้อสินค้าภายในร้าน และยังพร้อมทอนเป็นเงินสดให้อีกด้วย อีกหนึ่งฟาสต์ฟู้ด KFC ก็มาร่วมวงกับเขาด้วย โดยเมื่อซื้อครบ 200 บาท รับฟรีไก่ทอด 1 ชิ้น พร้อมเงินทอนเป็นเงินสด หรือแลกบัตรกำนัลมูลค่า 2,000 บาท รับสิทธิพิเศษคูปองไก่ทอดฟรี 20 ชิ้น

พิซซ่าฮัท มีโปรโมชั่นใช้ บริการเพียง 300 บาท จะได้รับคูปองส่วนลดมูลค่าถึง 1,150 บาท เพิ่มเติมจากเงินทอนที่จะได้รับเป็นเงินสด โดยคูปองส่วนลดสามารถใช้ได้ในครั้งต่อไปทั้งกับที่ร้านและบริการส่ง ถึงบ้าน

บู๊ทส์ ช่วยเหลือคนไทย รับเช็คช่วยชาติ 26 มีนาคมถึง 23 เมษายนนี้ ที่บู๊ทส์ทุกสาขาพิ่ม มูลค่าให้อีกด้วยการมอบคูปองเงินสดมูลค่า 500 บาท สำหรับผู้ที่ซื้อสินค้าโดยใช้เช็คช่วยชาติ เต็มมูลค่า 2,000 บาท พร้อมจัดรายการลดกระหน่ำในหลากหลายสินค้ากว่า 1,000 รายการ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคมถึง 23 เมษายนศกนี้

แคมเปญทั้งหลายเหล่านี้ยังมีรายละเอียดแยกย่อยออกไปอีก เช่นที่ ชำนาญ เมธปรีชากุล จากบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวเพิ่มเติม ว่า ห้างเดอะมอลล์, ดิ เอ็มโพเรียม และสยามพารากอน ได้จัดเตรียมเคาน์เตอร์สำหรับแลกเช็คไว้อำนวยความ สะดวกทุกชั้น เพียงลูกค้านำเช็คมาแลกเป็นกิฟท์ เวาเชอร์ มูลค่าของเงินจะเพิ่มเป็น 2,200 บาททันที พร้อมรับสินค้าพรีเมียมเพิ่มเติมอีก 3-4 อย่าง ส่วนเช็คที่แลกเป็นคูปองนั้นสามารถนำมาใช้ซื้อของภายในห้างได้แทนเงินสดตาม ปกติ แต่เมื่อซื้อแล้วจะทอนเป็นเงินสดหรือไม่นั้น ต้องรอดูท่าทีการใช้จ่ายของประชาชนในระยะแรกก่อน

“ประชาชนคนไทยเรา เจออะไรที่หนักหนากันมาพอสมควร เมื่อมาร่วมกันสร้างให้เกิดการ หมุนเวียนของการใช้จ่ายซึ่งไม่ได้เป็นการหมุนรอบเดียว แต่ไล่กลับไปหาจนถึงรากหญ้า จึงเป็นการกระตุ้นให้เศรษฐกิจหมุนเวียนอีกสองสามรอบ ทุกคนก็จะไม่หดหู่ และมีใจสู้ที่จะทำมาหากินกันต่อไป” ผู้บริหารเดอะมอลล์ กล่าว

ส่วน ปิยวรรณ ลีละสมภพ จาก บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า บริษัทจัดแคมเปญ “เซ็นทรัลรีเทลช็อปช่วยชาติก้าวพ้นวิกฤตเศรษฐกิจไปด้วยกัน” โดยลูกค้าสามารถนำเช็คมาซื้อของไม่เกินวงเงิน 2,000 บาทได้ทันที เศษที่เหลือจะทอนเป็นเงินสด แต่หากนำไปแลกเป็นบัตรเงินสดจะได้ 2,200 บาท แถมคูปองส่วนลดอีก 50% ซึ่งคูปองนี้สามารถนำไปใช้กับสินค้ากว่า 300 แบรนด์ที่ร่วมรายการ สำหรับวงเงินที่อยู่ในบัตรเงินสดหากใช้ไม่หมดสามารถเก็บไว้ใช้ได้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2552 ส่วนตัวคูปองส่วนลดใช้ได้ถึงวันที่ 6 พฤษภาคม 2552 สำหรับผู้ที่สนใจสามารถนำเช็คไปแลกเป็นบัตรเงินสดได้ตั้งแต่ 25 มีนาคม ถึง 1 พฤษภาคม 2552

“เซ็นทรัลจะทำให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐ เช่น ถ้าเราซื้อเสื้อตัวหนึ่งจะเข้าไปถึงผู้ผลิตเสื้อผ้า ถึงคนผลิตผ้าไหม ถึงคนเลี้ยงใบหม่อน เป็นทอดๆ ไป จึงอยากให้คนออกมาจับจ่ายมากกว่าที่จะนำเงินไปเก็บ เงินจะได้หมุนเวียนในระบบมากขึ้น”

ด้าน อนวัช องค์วาสิฏฐ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจโรงภาพยนตร์ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) กล่าว ว่า จุด ขายหลักของบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ฯ คือสามารถเพิ่มมูลค่าให้แก่เช็คได้ 4-5 เท่าตัว คือจาก 2,000 บาท เป็น 9,000 บาท เพื่อดึงดูดลูกค้าชั้นกลางที่ต้องการใช้เงินจำนวนนี้ในการสันทนาการ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดเงินหมุน เวียนในประเทศ

อนวัชบอกอีก ว่า ผู้ที่ได้รับเช็คสามารถนำมาแลกเป็นบัตร M Cash มูลค่า 2,000 บาท สามารถใช้ซื้อบัตรชมภาพยนตร์ สินค้าและบริการได้ในบัตรใบเดียวกันในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ทั้ง 4 แบรนด์ คือ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ อีจีวี พารากอน ซีนีเพล็กซ์ และ เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ พร้อมมอบสิทธิพิเศษจากการเพิ่มมูลค่าอื่นๆ ให้อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 9,000 บาท อาทิ ป๊อปคอร์นชุดเล็กพร้อมน้ำอัดลม บัตรเล่นโบว์ลิ่งฟรี 1 เกม บัตรร้องคาราโอเกะฟรี 1 ชั่วโมง บัตรเล่นฟิตเนสฟรี ที่แคลิฟอร์เนีย ว้าว 14 วัน

ส่วน ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้จัดการบริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าว ว่าโอ อิชิเป็นเจ้าแรกที่ประกาศตอบรับนโยบายของรัฐ เพื่อต้องการให้นโยบายของรัฐเกิดศักยภาพสูงสุด จึงได้จัดแคมเปญ “โปรโมชั่นช่วยชาติกับโออิชิ กรุ๊ป” โดยประชาชนสามารถนำเช็คไปแลกเป็นคูปองเงินสดมูลค่า 4,000 บาท หรือสามารถนำเช็คมาซื้อสินค้าในเครือได้ทันทีพร้อมทอนเป็นเงินสด ส่วนคูปองเงินสดนั้นสามารถใช้ได้ในเครือโออิชิกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ อาทิ โออิชิ บุฟเฟต์, โออิชิ เอ็กซ์เพรส, โออิชิ ราเมน, ชาบูชิ, อินแอนด์เอ้าท์ เดอะเบเกอรี่คาเฟ่, โออิชิ ซูชิบาร์ ภายใน 6 เดือน

“สำหรับต่างจังหวัด เรามีบริการตั้งโต๊ะให้นำเช็คมาแลกเป็นเงิน สด 2,000 บาท แถมชาเขียวฟรี 2 ขวด พร้อมคูปองชิงรางวัลมูลค่า 1 แสนบาท ตลอดเดือนเมษายนนี้ โดยผู้ที่สนใจสามารถนำเช็คมาแลกได้ที่ตลาดนัดข้างโลตัส จ.ลพบุรี ตั้งแต่ 5 โมงเย็นถึง 2 ทุ่ม วันอังคารกับศุกร์ ส่วนที่ จ.เชียงใหม่ วันจันทร์กับ วันอังคาร ตั้งโต๊ะบริเวณตลาดนัด “Think Park” เวลา 5 โมงเย็นถึง 2 ทุ่ม”

ร้านค้า ห้างร้านต่างๆ ยังยกขบวนพาเหรดจัดแคมเปญออกมาสมทบเรื่อยๆ ใครอยากจับจ่ายที่ไหนให้ คุ้มค่า-ต้องติดตามแบบอย่ากะพริบตา!!

เปิดใจคนได้รับเช็ค

- นางสาวมธุรส สกุลนำ อายุ 27 ปี พนักงานบริษัทเอกชน
” ดีใจมากที่รัฐบาลมีนโยบายอย่างนี้ เพราะอย่างน้อยทำให้ประชาชนมีเงินสดในมือที่จะนำมาจับจ่ายซื้อของ แม้จะเป็นจำนวนไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าหลายๆ คนรวมกันก็สามารถทำให้เกิดการหมุนเวียนได้ ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย และคิดว่าวิธีการนี้อาจจะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นตอหรือถูกทางนัก แต่อย่างน้อยเชื่อว่าสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของชาติได้ส่วนหนึ่ง เงินที่ได้มาจะนำไปใช้แน่นอนตามนโยบายของรัฐ คงไม่เก็บไว้ แต่จะนำไปซื้ออะไร หรือใช้กับโปรโมชั่น แคมเปญของใคร ขอเวลาศึกษาเงื่อนไขก่อนจึงจะตัดสินใจ”

- นายณัฐพล ดีวาจา อายุ 29 ปี บ้านอยู่ประชานิเวศน์ 1
” แรกๆ รู้สึกไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้เพราะเกรงว่าจะเป็นการเอางบประมาณมาใช้โดยไม่ เกิดประโยชน์ แต่เมื่อลองคิดดูจึงเห็นว่าเป็นการกระจายเงินสู่ระบบได้อีกทางหนึ่ง และน่าจะเป็นการช่วยเหลือชาวบ้านที่มีรายได้น้อยได้ ส่วนจะนำไปเพิ่มมูลค่าหรือไม่นั้น ต้องรอดูข้อเสนอที่ตรงกับความต้องการก่อน แต่ในเวลานี้อยากเห็นตัวเช็คก่อนเป็นอันดับแรก เพราะเกรงว่าจะมีปัญหา”

- นายสุราช ประทำโย อายุ 30 ปี พนักงานขับรถบริษัทเอกชน
” ดีใจที่อย่างน้อยรัฐบาลก็ยังช่วยเหลือบ้าง ดีกว่าไม่ได้อะไร หรือไม่ทำอะไรเลย แต่เงินที่ได้มาอาจน้อยเกินไป เกรงว่าจะช่วยกระตุ้นตามแนวทางของรัฐได้ไม่มากนัก สำหรับผมคิดว่าจะนำเช็คที่ได้ไปแลกเป็นเงินสดดีกว่า แล้วทยอยนำไปใช้ในส่วนที่จำเป็น มากกว่าที่จะนำไปเพิ่มมูลค่ากับทางภาคเอกชน ร้านค้าต่างๆ”

สอบถามรายละเอียดการใช้ เช็คช่วยชาติ

1. บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป สอบถาม ภัสสรภพ ชินตระกูล, ดวงใจ ยงยิ่งเชาว์, นัยน์ปพร สัจจวรกุล โทร.0-2511-5427-36 ต่อ 532, 533
2.บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.0-2793-7000 หรือ www.central.co.th
3.บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0-2712-3456 และ www.oishigroup.com
4.ฝ่ายประชาสัมพันธ์ เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด โทร.0-2310-1021, 0-2310-1005

ที่มา: http://women.sanook.com/work/www/www_54806.php

2 คอมเมนท์

หน้าต่อไป »