google logo
สนุก! ค้นหา สารบัญเว็บไทย ข่าว อีเมล์ หาเพื่อน คิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน สนุก! ทูลบาร์ ดูทั้งหมด>>
ดูบล็อกอื่น >
รูปโลโก้ S! Blogger เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

Travel Di ท่องเที่ยว

รวบรวมเรื่องท่องเที่ยว

บล็อกเดือน เมษายน, 2009

ใครจะเชื่อว่ากรุงเทพจะมีสถานที่แบบนี้เนาะ

ทุ่งทานตะวันสีเหลืองอร่ามทั่วพื้นที่

ยังสบายดีกันอยู่หรือป่าว? กับสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ในปัจจุบันที่ดูจะตึงเครียด จนทำให้หลายๆคนอยากจะปิดหูปิดตาไม่รับรู้ข่าวสารใดๆ แต่ฉันมีวิธีที่ดีกว่านั้น หากนั่งติดขอบทีวี หรือหูติดวิทยุ ตาติดอินเตอร์เน็ตล่ะก็ ลองหาเวลาว่างสักหนึ่งวัน มาทำให้ใจเบิกบานสำราญจิตกันดีกว่า

วันนี้ฉันจะชวนไปแถวเส้นถนนเกษตร-นวมินทร์ ซึ่งบางครั้งบางช่วงจะเห็นต้นทานตะวันยิ้มแฉ่งเริงร่าชูดอกสีเหลืองสว่างสดใสท้าทายดวงอาทิตย์อยู่มากมายริมถนนหลังโรงเรียนสตรีวิทยา 2 ก็ไม่ต้องแปลกใจไป เพราะทางฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะเขตลาดพร้าว เขาได้จัดโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวโดยเอาพื้นที่รกร้างว่างเปล่าของเอกชนมาปรับภูมิทัศน์เป็นทุ่งทานตะวันอันสวยงามสดใสอย่างที่เราเคยได้เห็นๆกันมาแล้วในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา

ดอกทานตะวันชูช่อสีสันสดใสริมถนนเกษตร-นวมินทร์

โดยทางสำนักงานเขตลาดพร้าวได้ทำโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวโดยทำเป็นทุ่งทานตะวันมาแล้วประมาณ 2 ปี โดยในแต่ละปีจะปลูกเจ้าทานตะวันให้ออกดอกสวยงามบานสะพรั่งใน 2 ช่วง คือในช่วงปีใหม่สากล หรือวันที่ 1 มกราคม และวันปีใหม่ไทย หรือวันสงกรานต์ นั่นเอง ถือเป็นการต้อนรับวันปีใหม่ที่สดชื่นสวยงามจริงๆ

สำหรับ “ทุ่งทานตะวัน” ที่ถนนเกษตร-นวมินทร์แห่งนี้ มีพื้นที่ประมาณ 15 ไร่ ใกล้ๆกันเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่พอสมควรสามารถส่งน้ำมาหล่อเลี้ยงเจ้าต้นทานตะวันเหล่านี้ให้เบ่งบาน และจากที่ผ่านมาก็ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กรุงเทพมหานครของเราแล้ว ยังสร้างแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจที่สดชื่นสวยงามให้กับชาวกรุง

ผู้คนในละแวกลาดพร้าว รวมถึงผู้ที่ผ่านมาผ่านไปมักจะแวะเวียนมาชมความสวยงามสดชื่น และสีสันอันสดใสของทุ่งทานตะวัน พร้อมทั้งพกกล้องมาถ่ายรูปกันอย่างหนาตาจนทางสน.ลาดพร้าวได้จัดเจ้าหน้าที่มาอำนวยความสะดวกในเรื่องของที่จอดรถและการจราจรอย่างเต็มที่

และในช่วงที่ 2 ของปีนี้ ทางฝ่ายรักษาความสะอาดฯ สำนักงานเขตลาดพร้าว ก็คาดว่าดอกทานตะวันจะชูช่อเหลืองบานอร่ามเต็มพื้นที่อย่างสวยงามเหมือนอย่างที่ผ่านมาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงนี้ เพื่อให้ชาวกรุงหรือผู้ที่ผ่านไปมาได้แวะเวียนมาชมโฉมดอกไม้สวยๆ หรือจะพาครอบครัวเพื่อนฝูงมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกก็น่าสนใจเป็นที่ยิ่ง

ฉันเองก็คาดว่าช่วงสงกรานต์นี้จะหาโอกาสแวะเวียนไปยลโฉมเจ้าดอกสีเหลืองบานสะพรั่งนี้เช่นกัน ถ้าพลาดช่วงสงกรานต์นี้ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะช่วงปีใหม่ต้อนรับพ.ศ.ใหม่แบบสากล รับรองว่ามีให้ยลกันอีกแน่ อาจจะรอนานหน่อยแต่สวยชัวร์ๆ

ที่ประกอบศาสนกิจอันสวยงามในวัดลาดปลาเค้า

จากดอกไม้แสนสวยสดใส ที่ฉันอยากจะแนะนำก่อนเพราะอายุอันเบ่งบานของเจ้าดอกทานตะวันนี้จะบานแฉ่งสวยงามอยู่ได้ประมาณ 2 อาทิตย์เท่านั้น ขอบอกไว้ก่อนนะว่า ถ้าใจร้อนไปตอนนี้เจ้าดอกทานตะวันยังไม่บานหรอก เขาคำนวณไว้แล้วว่าจะบานช่วงเทศกาลพอดิบพอดี

จากทุ่งแสนสวย เลี้ยวขวาเข้าไปทางถนนลาดปลาเค้า ตรงมาจะเจอะเจอกับ “วัดลาดปลาเค้า” อายุประมาณ 140 กว่าปี เป็นวัดเก่าแก่คู่ชาวลาดปลาเค้า วัดนี้ก่อตั้งมาเมื่อประมาณก่อนปี พ.ศ.2409 แต่เดิมอำแดงด้วง และอำแดงไหม ต้นตระกูล เกตุสุวรรณ ได้ถวายที่ดินตั้งเป็นสำนักสงฆ์ มีชื่อเรียกตามชื่อชุมชนว่า “สำนักสงฆ์ราบปลาเค้า”

ภายในวัดลาดปลาเค้า มีพระเกจิอาจารย์ชื่นดังมากมายให้กราบไหว้

โดยชุมชนลาดปลาเค้าเป็นชุมชนเล็กๆ ภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มเหมาะแก่การอยู่อาศัยของสัตว์น้ำโดยเฉพาะ “ปลาเค้า” ซึ่งมีอยู่มากมาย ชุมชนนี้จึงได้ชื่อว่าราบปลาเค้า ซึ่งหมายถึง เป็นที่ราบซึ่งมีปลาเค้าอาศัยอยู่มาก ต่อมาก็ได้เรียกเพี้ยนมาเป็น ลาดปลาเค้า

และในปี พ.ศ.2435 ทางราชการก็ได้ประกาศตั้งสำนักสงฆ์แห่งนี้เป็น “วัดลาดปลาเค้า” ซึ่งวัดนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านกล่าวถึงคือ อภินิหารและความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อน้อย พุทธสรณ์ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่สาม ในเรื่องของการอยู่ยงคงกระพัน ความร่มเย็นเป็นสุขศัตรูทั้งหลายจะพ่ายแพ้ อุปสรรคทั้งปวงทั้งหลายมลายสุญไป เป็นสุขใจแก่ผู้บูชาด้วย

อุโบสถของวัดใหม่เสนานิคม ดูร่มรื่นและสงบเงียบ

จากวัดลาดปลาเค้า ตรงผ่านแยกวังหินไปจะเจอกับ “วัดสิริกมลาวาส” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “วัดใหม่เสนานิคม” ซึ่งเป็นชื่อดั่งเดิมของวัดแห่งนี้ มีพระครูปราโมทย์ธรรมธาดา หรือหลวงปู่หลอด ปโมทิโต ศิษย์องค์สุดท้ายของพระอาจารย์มั่นภูริทัตโต เป็นเจ้าอาวาส หลวงปู่เป็นพระกรรมฐานที่มีชื่อเสียง ใช้เวลาศึกษากรรมฐาน และออกธุดงค์เป็นเวลาร่วมถึง 26 ปี

เมื่อเข้าไปภายในวัดจะรู้สึกได้ทันทีถึงความสงบเงียบร่มเย็น ด้วยลานต้นไม้ด้านหน้าวัดที่ให้ร่มเงา มองไปเบื้องหน้าจะเจอกับอุโบสถอันสวยงาม ด้านข้างเป็นที่ประดิษฐานของพระแม่ธรณี และองค์หลวงพ่อดำ นอกจากนี้ยังมีของดีคือขอนไม้พญางิ้วดำ ซึ่งเป็นไม้มงคลศักดิ์สิทธิ์มีอายุหลายพันปี ผู้คนให้ความเลื่อมใสศรัทธามากอีกด้วย

ยังไม่จบครับ ตามไปอ่านกันเต็มๆได้ คลิก เลยคับ