google logo
สนุก! ค้นหา สารบัญเว็บไทย ข่าว อีเมล์ หาเพื่อน คิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน สนุก! ทูลบาร์ ดูทั้งหมด>>
ดูบล็อกอื่น >
รูปโลโก้ S! Blogger เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

Travel Di ท่องเที่ยว

รวบรวมเรื่องท่องเที่ยว

ดูบล็อกย้อนหลัง ‘ ภาคกลาง

คลองแสนแสบสภาพสดใสที่มีนบุรี

มองเห็นคลองแสนแสบทีไร ฉันก็นึกภาพไม่ออกทุกทีว่าไอ้ขวัญกับอีเรียมแห่งทุ่งบางกะปิจะลงไปเล่นน้ำใน คลองกันได้ยังไง ด้วยความที่มันช่างเน่าสนิทเสียจริง แต่มีคนพูดให้ฟังบ่อยๆว่า อย่าเพิ่งเอาภาพที่เห็นมาตัดสินว่าคลองแสนแสบจะเน่าสนิทไปทั้งสาย เพราะคลองแสนแสบน้ำใสๆ มีปลาแหวกว่ายสำราญใจนั้นก็มีให้เห็น แถมอยู่ในกรุงเทพฯเสียด้วย แต่เป็นกรุงเทพฯชั้นนอกที่ “มีนบุรี” นั่นเอง

สำหรับเมืองมีนบุรีนั้น มีความเป็นมาที่ยาวนาน และยังเป็นเมืองสำคัญในอดีตอีกด้วย โดยแต่เดิมในสมัยรัชกาลที่ 5 นั้น ทรงโปรดเกล้าฯให้รวมเอาท้องที่อำเภอคลองสามวา อำเภอแสนแสบ อำเภอเจียรดับ และอำเภอหนองจอก รวมเป็นเมืองเดียวกันและมีฐานะเทียบเท่าจังหวัด ขนานนามว่าเป็น “เมืองมีนบุรี” ซึ่งหมายถึงเมืองปลา เพื่อให้คู่กับเมืองธัญบุรี หรือเมืองข้าวนั่นเอง

ความเป็นธรรมชาติที่ยังมีในกรุงเทพฯ

แต่มาภายหลังได้มีการยุบท้องที่เมืองมีนบุรีลงให้เหลือฐานะเป็นเพียง อำเภอ และต่อมาเมื่อได้มีการรวมจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีเข้าด้วยกัน อำเภอมีนบุรีก็เปลี่ยนฐานะมาเป็นเขตมีนบุรีอย่างในปัจจุบัน

เรามาเรียนรู้เรื่องราวของเมืองมีนกันก่อนที่ “พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเมืองมีนบุรี” ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณสำนักงานเขตมีนบุรี ในอาคารไม้ยกพื้นหลังใหญ่ ซึ่งเคยใช้เป็นศาลาว่าการเมืองมีนบุรีมาก่อน แต่ปัจจุบันอาคารหลังนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากร และใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ให้เราได้เข้าไปชมกัน

อาคารพิพิธภัณฑ์เมืองมีนบุรี ในสำนักงานเขตมีนบุรี

ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งเป็นห้องต่างๆ บอกเล่าเรื่องราวแต่ละอย่าง เช่น ประวัติศาสตร์การตั้งเมืองมีนบุรี เขตมีนบุรีในปัจจุบัน ส่วนจัดแสดงเฉลิมพระเกียรติที่มีเก้าอี้ที่ประทับของสมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาฯ เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จมาเยือน ตั้งจัดแสดงไว้

นอกจากนั้นก็ยังมีส่วนการแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆในอดีตของผู้ คนในย่านนี้ ทั้งเครื่องมือเกี่ยวกับการเกษตร เครื่องมือจับปลา รวมไปถึงข้าวของในบ้านเรือนอย่างโทรศัพท์ นาฬิกา พัดลมหน้าตาโบราณๆ อีกด้วย  ตามไปอ่านกันเต็มๆเลยครับ

HeadPhone

เมื่อเริ่มเข้าช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม ของทุกปี พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกาเต็มไปด้วยความเขียวขจีของต้นไม้น้อย ใหญ่หลากหลายชนิด ปกคลุมเต็มพื้นที่ของป่าซับลังกา ซึ่งเป็นจุดจูงใจสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความสงบและรูปแบบการเดินทาง ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ มุ่งหน้าเข้าสัมผัสผืนป่าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา ตลอดช่วงฤดูฝน…..

เขตรักษาพันธุสัตว์ป่าซับลังกา ตั้งอยู่ที่ตำบลกุดตาเพชร อำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี โดยมีพื้นที่ประมาณ 155 ตารางกิโลเมตร หรือ 96,875 ไร่ มีเขตติดต่อกับจังหวัดชัยภูมิ และเพชรบูรณ์ ได้รับการประกาศให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติ และได้กำหนดเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในวันที่ 26 ธ.ค. 29

ปัจจุบัน เขตรักษาพันธุสัตว์ป่าซับลังกา ได้เปิดให้มีการท่องเที่ยวขึ้นภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา พร้อมกิจกรรมไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนหลายกิจกรรมที่เป็นมีเส้นทาง เดินท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ควบคู่กับการผจญภัยที่สนุกกับเส้นทางห้วยพริก - น้ำตกผาผึ้ง – จันผา ซึ่งทุกท่านจะได้พบกับเห็ดแชมเปญ ดอกกระทือ สมุนไพรหลายชนิด พร้อมชุ่มฉ่ำกับสายน้ำของห้วยพริกควบคู่กับการเดินทาง ปลายทางปีนขึ้นเขาเล็กน้อยชมรองเท้านารี ต้นจันผา และกล้วยไม้ ที่ใช้ระยะทางในการเดินไปกลับประมาณ 3.2 ก.ม. เส้นทางที่ 2 กับจุดชมดอกกระเจียวยักษ์ ซึ่งดอกกระเจียวยักษ์มีลักษณะดอกออกเป็นช่อยาวสีม่วง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ซึ่งไม่ไกลนักในบริเวณป่าเล็ก แต่สำหรับผู้ที่ต้องการความสวยงามเต็มร้อยของป่าดอกกระเจียวยักษ์ก็เดินเท้า เข้าไปไกลสักหน่อย แต่คุ้มสำหรับการเดินทาง

นอกจากจะมีกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวแล้วยังมีสิ่งอำนวยความสะดวก อื่นอีกทั้งที่พัก จุดกางเต็นท์ รถอีแต๊ก และอาหารพื้นบ้านรสเด็จ ไว้บริการ ซึ่งในแต่ละปีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกามีนักท่องเที่ยวทั้งครอบครัว และหมู่คณะ รวมทั้งคณะนักเรียน นักศึกษาเข้ามาเยือนตลอดทั้งปี

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าเยี่ยมเยือนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซับลังกา จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางพหลโยธินหมายเลข 1 ผ่านจังหวัดสระบุรี และเปลี่ยนเส้นทางเป็นหมายเลข 21 สระบุรี – ชัยบาดาล ที่แยกพุแค เลี้ยวขวาเข้าตลาดลำนารายณ์ ถนนหมายเลข 205 ชัยบาดาล – ลำสนธิ ผ่านปั้ม PTT แล้วเลี้ยงซ้ายเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา ระยะทางรวม 260 ก.ม. หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา โทรศัพท์ 0-3645-1936, 0-3285-1773, 08-1759-7726 หรือสอบถามรายละเอียดข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติมและรับแผนที่การเดินทางได้ ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรี ถ.รอบวัดพระธาตุ ต.ท่าหิน อ.เมือง จ.ลพบุรี 15000 โทร. 036 – 422768 – 9 ทุกวันเวลา 08.30 – 16.30 น.

จาก manager.co.th

Tools , Tools ,Health , Tools

เมืองพัทยาเปิดตัวโครงการ พัทยาเที่ยวทั้งวัน ลดทั้งเมือง รวมมูลค่านับ 50 ล้านบาท โดยโครงการระยะแรก หวังเอาใจนักท่องเที่ยวด้วยการแจกห้องพักฟรีกว่า 20,000 ห้อง คาดสามารถนำรายได้สู้พัทยาได้ถึง 800-1,000 ล้านบาท

อิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า หลังจากเหตุการณ์ความวุ่นวายด้านการเมืองเมื่อเดือนเมษายน 2552 ที่ผ่านมา รวมถึงการพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่เมืองพัทยา ส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องต่อการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของเมืองพัทยา จำนวน 90%ของจังหวัด และกระทบต่อภาพลักษณ์ จนปัจจุบันอัตราการเข้าพักโรงแรมที่พัทยาลดเหลือเฉลี่ยเพียง 40% และเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว เบื้องต้นจึงจัดแคมเปญ “พัทยาเที่ยวทั้งวัน … ลดทั้งเมือง ”ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2552 - ตุลาคม 2552 ขึ้น เพื่อกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในเมืองพัทยา โดยเฉพาะกลุ่มคนไทย เพื่อชดเชยตลาดต่างประเทศที่ลดลง”

โดยโครงการดังกล่าวจะมีการแจกห้องพักในเมืองพัทยาฟรีจำนวน 20,000 ห้อง ผ่าน สื่อต่างๆ อาทิ รายการโทรทัศน์ วิทยุ รวมถึงการชิงรางวัลจากการเล่นเกมส์ผ่าน www.pattaya.go.th ตั้งแต่เดือนก.ค.เป็นต้นไป นอกจากนี้ภายในศูนย์การค้ายังมีการลดราคาสินค้ากว่า 80%

ส่วนโรงแรมที่ตอบรับเข้าร่วมโครงการนี้มีมากกว่า 250 ราย แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มที่ให้ส่วนลดห้องพัก และกลุ่มที่มอบห้องพักฟรี ซึ่งมีผู้ประกอบการโรงแรมเข้าร่วมถึง 30 แห่ง อาทิ ฮาร์ด ร็อค, ดี2 ,สยามเบย์ชอร์ และซายดน์ เป็นต้น และยังมีสนามกอล์ฟอีก 16 แห่งที่สนใจเข้าร่วมโครงการนี้ด้วย

“สำหรับแคมเปญดังกล่าว คาดว่าจะนำเงินเข้าสู่พัทยาได้ราว 800-1,000 ล้านบาท และหลังเสร็จสิ้นแคมเปญ ในช่วงโลว์ซีซันนี้จะมีอัตราการเข้าพักเพิ่มจาก 20% เป็น 40% ภายในอีก 2-3 เดือน คาดว่าพัทยาจะมีอัตราการเข้าพักโรงแรมเพิ่มขึ้นเป็น 60-70% และเมื่อเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในปลายปี สถานการณ์น่าจะกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยมีอัตราการเข้าพักโรงแรมที่พัทยา เฉลี่ย 80-90%” นายอิทธิพล กล่าว และเผยว่า เมืองพัทยาจะดำเนินการโครงการนี้ควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์ถึงวิธีควบคุม การระบาดของโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ขณะเดียวกันยังเตรียมอีก 3 อีเว้นท์เพื่อกระตุ้นคนไทยให้เดินทางท่องเที่ยวที่พัทยา”

อย่างไรก็ตาม พัทยายังมีแผนการกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ภายใต้อีเว้นท์ใหญ่อีก 3 รายการหลัก ได้แก่ งาน ไทยแลนด์ แกรนด์ เซลล์ แอท พัทยา แอนด์ บางแสน ในช่วงปลายเดือนก.ค.เป็นงานส่งเสริมการชอปปิ้งในเมืองพัทยา โดยร่วมกับพันธมิตรผู้ประกอบการค้าปลีกต่างๆให้ส่วนลดพิเศษในช่วงดังกล่าว ซึ่งจะมีการสร้างสีสันในงานโดยการแจกรถยนต์

สำหรับผู้ที่ร่วมงาน และในช่วงปลายปี จะมีงานพัทยา บี เอาว์ เกสต์ เฟสติวัล ซึ่งรวบรวมงานเทศกาลช่วงปลายปี อาทิ งานฮัลโลวีน งานคริสต์มาสต์ และเทศกาลปีใหม่ ซึ่งจะมีการสร้างสีสันโดยการแจกของรางวัลจูงใจเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีออคโทเบอร์ เฟสติวัล ช่วงเดือน ต.ค. ซึ่งจะเป็นการทำกิจกรรมเฉพาะสำหรับ 2 ตลาดได้แก่ ตลาดเกาหลี และอาเซียน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

123 | Page 1 | Page 2 | Page 3 | Page 4 | Page 5 | Page 6 | Page 7 | Page 8 | Page 9Page 10

วัดมังกรบุปผาราม จ.จันทบุรี

โครงการ “เที่ยวทั่วไทย สุขใจเสริมมงคล” โดยการสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดนิทรรศการ “เที่ยวทั่วไทย สุขใจเสริมมงคล กับ อ.คฑา” ขึ้นในวันที่ 10 -15 กรกฎาคม 2552 ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้า สยามพารากอน โดยรวบรวมข้อมูล ความประทับใจ และภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของประเทศไทย ที่ผ่านการร้อยเรียงเรื่องราวจาก อาจารย์ คฑา ชินบัญชร พรีเซ็นเตอร์ โครงการ “เที่ยวทั่วไทย สุขใจเสริมมงคล 52” และคณะสื่อมวลชนทุกแขนง นำออกจัดแสดง เพื่อเป็นการต่อยอดขยายผล และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ให้กับกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนประชาชนทั่วไป และผู้สนใจการท่องเที่ยวเพื่อเติมความสุขใจให้กับชีวิต

ภายในงานได้จัดให้มีการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ตลอดจนการจัดการเดินทาง เที่ยวสุขใจเสริมมงคล กับ อ.คฑา ในเส้นทาง กรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา-จันทบุรีทั่วประเทศไทย เพียงผู้ร่วมชมนิทรรศการเขียน ชื่อ สกุล เบอร์โทรศัพท์ และเหตุผลที่อยากเดินทางท่องเที่ยวในแต่ละเส้นทาง จะมีการจับรางวัลและประกาศรายชื่อผู้โชคดีพร้อมทั้งติดต่อกลับเพื่อแจ้งให้ ทราบทุกวัน ในเวลา 16.00 น.วันละ 2 รางวัล เป็นจำนวนทั้งสิ้น 12 รางวัล ( รางวัลละ 2 ที่นั่ง )

โดยโครงการ “เที่ยวทั่วไทย สุขใจเสริมมงคล 52” เป็นโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ เชิงศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ อันเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ลงตัว เหมาะสม และค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก แต่ก่อให้เกิดความสุขใจ เติมกำลังใจและความสุขให้ชิวิตอย่างแท้จริง ประเทศไทยมีประวัติศาสตร์สืบเนื่องมายาวนาน มีแหล่งท่องเที่ยวอันเปี่ยมด้วยคุณค่าทางศาสนา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์มากมาย ที่สมควรสร้างการรับรู้ เพื่อสืบทอดเป็นมรดกสู่ลูกหลานต่อไป อันเป็นที่มาของการจัดทำโครงการ “เที่ยวทั่วไทย สุขใจเสริมอีกมงคล 52”

อีกทั้งยังเพื่อเป็นการปลูกฝังความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง ในด้านศาสนา ประเพณีอันดีงาม มอบความสุขกายสบายใจจากการเดินทาง และร่วมสร้างสังคมที่ดี สมัครสมาน สามัคคี ปรองดอง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในชาติ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้มีเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เพื่อก้าวข้ามวิกฤตเศรษฐกิจ ไปด้วยกันอย่างปลอดภัย และมั่นคง

อาจารย์คฑา ชินบัญชร ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ของโครงการฯ กล่าวว่า “ สำหรับโครงการนี้ ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 แล้ว ผมตั้งใจสรรหาและจะนำพาทุกท่าน ไปสัมผัสกับความสุขในแบบที่เรียกกันว่า “สุขนิยม” ทั้ง 6 ประการ อันได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส และใจ ซึ่งก่อให้เกิดพลังแห่งความสุขที่แท้จริงขึ้นภายในศูนย์กลางของจิตใจ ทั้งยังช่วยสลายพิษร้ายของความเคร่งเครียด อันเป็นผลกระทบจากการดำเนินชีวิตประจำวัน และสร้างความพร้อมที่จะกลับมาเผชิญโลกที่ยุ่งเหยิง ได้อย่างสร้างสรรค์ และมีความสุข”

ดังนั้น เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เชิงรุก ให้แก่แนวคิดดังกล่าว ททท. จึงได้สนับสนุนโครงการ “เที่ยวทั่วไทย สุขใจเสริมมงคล 52” ขึ้นเป็นปีที่ 3 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น และเพื่อเป็นการต่อยอดจากโครงการ “เที่ยวทั่วไทย สุขใจเสริมมงคล” ปี 50 และ 51 ที่ผ่านมาให้เห็นเป็นรูปธรรม ทั้งยังช่วยให้เป็นสีสันของการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศโดยรวม เป็นการขยายตลาดการท่องเที่ยวเชิงศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และการอนุรักษ์ธรรมชาติ ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กฤษณะ ถาวร โทร.08-6310-0313

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

123 | Page 1 | Page 2 | Page 3 | Page 4 | Page 5 | Page 6 | Page 7 | Page 8 | Page 9Page 10

โดย : หนุ่มลูกทุ่ง

เซ็นเตอร์พอยท์ แหล่งรวมพลของวัยรุ่นแห่งใหม่ที่เซ็นทรัลเวิร์ด

“เซย์ไฮ…โย่วๆ…what’s up man”

แหม!! วันนี้ฉันขอเปลี่ยนแนวจากทัวร์วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ตามสไตล์ถนัด พร้อมสรรพสำเนียงให้ทันสมัยมากขึ้นตามรอยวัยจ๊าบ วัยโจ๋ วัยมันส์ เพื่อให้เข้ากับสถานที่ที่ฉันได้มาเยือนยังถิ่นวัยรุ่นอินเทรนด์กับเขาเสีย หน่อยซึ่งถ้าใครเป็นวัยรุ่นเด็กแนวแล้วไม่เคยมาเดินเที่ยวเดินเตร่ยังที่นี่ ถือว่าเชยระเบิด

สำหรับสถานที่แห่งนี้ก็คือ “Centerpoint” (เซ็น เตอร์พอยท์) ที่เมื่ออดีตมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่โจษจันของหนุ่มสาววัยรุ่นที่มาเที่ยว แถวสยามสแควร์ แต่ ณ ปัจจุบัน เซ็นเตอร์พอยท์ได้โยกย้ายจากแหล่งเดิมมาอยู่ที่ฮิบ..ฮิบ แห่งใหม่ตั้งอยู่บนชั้น 7 และชั้น 8 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และมาพร้อมกับสโลแกนใหม่ที่ว่า “Move for More”

ลานกว้างหน้าเซ็นทรัลเวิลด์จัดงานอินดี้ อิน ทาวน์

สโลแกนนี้สื่อถึงการย้ายจากทำเลเดิมจากสยามสแควร์มาสู่สถานที่สุดฮิป & ชิค แห่งใหม่ใจกลางเมืองเพื่อสิ่งที่มีมากกว่า และตอบสนองไลฟ์สไตล์ของวัยรุ่นมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นสถานที่ให้เด็กวัยรุ่นบ้านเราได้มารวมตัวสร้างสรรค์ทำกิจกรรม เด็ดๆ โดนๆ ให้ชาวโลกได้รู้กัน ซึ่งเมื่อฉันได้มาเห็นกับตาก็อยากบอกว่า “เด็ด โดด ดี” (ดีกว่าการที่วัยรุ่นไปเที่ยวผับเที่ยวบาร์ปาร์ตี้ยาอี ยาบ้ากัน)

เพราะด้วยพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ของเซ็นเตอร์พอยท์แห่งใหม่นั้น ถูกจัดสรรแบ่งปันพื้นที่ได้เป็นสัดส่วน มีบรรยากาศกว้างขวาง มีแอร์เย็นๆ เดินสบายๆ และภายในเซ็นเตอร์พอยท์ก็มากมายไปด้วยร้านค้าและลานกิจกรรมต่างๆ ที่ถูกจัดขึ้นเพื่อเด็กวัยรุ่นได้ทำอย่างสร้างสรรค์ทั้งนั้นเลย

ร้าน Akiba Kiss ศูนย์รวมวัฒนธรรม Asian Pop

เมื่อเดินเข้ามาที่เซ็นเตอร์พอยท์บริเวณชั้น 7 ก็จะพบกับอาณาจักรของวัยรุ่น ที่จะมีบรรดาเด็กๆ วัยรุ่นทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ รวมถึงมีผู้ใหญ่ด้วย มาเดินเที่ยวเตร่กันมากมาย เพราะที่ชั้น 7 นี้มีร้านค้าขายเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับแฟชั่นทั้งจากประเทศไทยและนำเข้าจากต่างประเทศ มีทั้งของผู้หญิง และผู้ชายหลายหลากสไตล์แบบอินเทรนด์ให้ได้เลือกซื้อเลือกหาไปสวมใส่กัน

แล้วถ้าใครเป็นสาวกเอเชียนป๊อปล่ะก็ต้องมาที่ร้านนี้เลย Akiba Kiss (อะกิบะคิส) เป็นร้านที่ตกแต่งแนวสดใสน่ารัก เป็นศูนย์รวมของผู้ที่ชื่นชอบในวัฒนธรรม Asian Pop แห่งใหม่ โดยมีสโลแกนว่า The Center of Cartoon & Cosplay Community แหล่งรวมผู้ชื่นชอบ Cosplay มีชุดให้เช่าด้วย และถ้าใครชอบถ่ายสติ๊กเกอร์ที่นี่ก็มีให้ถ่ายเล่นแบบจุใจ และยังมีมุมหนังสือการ์ตูน นิยาย ภาพยนตร์ ซีรีย์ เพลงญี่ปุ่นและเกาหลีบริการด้วย ยังไม่หมดหากอยากนั่งชิลล์ๆ ดื่มเครื่อมดื่มเย็นๆ กินช็อคโกแลตหวานหอม นั่งคุยกับเพื่อน เล่นอินเตอร์เน็ตก็ได้ และจะมีสาว Maid แต่งตัวสุดน่ารักมาคอยริการสร้างบรรยากาศดีๆช่วยให้ผ่อนคลายได้เยอะ

Mini Land มีเกมส์หลากหลายรูปแบบให้เลือกเล่น

แต่ถ้าใครเกิดอยากเล่นเกมส์ มันๆ ก็ต้องตรงมาที่ Mini Land (มินิแลนด์) ที่นี่มีเกมส์มิติใหม่ของ Game Arcade ถ่ายรูปได้ พร้อมจอ Touch Screen LCD และ Wide Screen LCD ขนาดใหญ่ หลากหลายรูปแบบเกมฮิตสะใจ ไม่ว่าจะเป็น Winning , B-Boy, Racing Speed, Catchy, Dragon Punch, Pump ZERO และ Internet Kiosk ที่รองรับระบบ Internet ได้

Music Palace สถานที่ร้องเพลงคาราโอเกะ

และติดๆ กันก็เป็นโซนMusic Palace (มิวสิค พาเลซ) สำหรับคนที่รักเสียงเพลงและชื่นชอบการร้องเพลง ที่นี่เป็นBoutique Karaoke สไตล์โมเดิร์น ที่รวมความสนุกดนตรีไว้ ให้ผู้ที่มีใจรักในเสียงเพลง กับหลากหลายแนวเพลงให้เลือก พร้อม Update เพลงใหม่อยู่เสมอ และยังสามารถร่วมสนุกกับการประกวด Karaoke Contest กันได้ที่นี่ แล้วที่ชั้น 7 นี้ยังมีร้านค้าเก๋ๆ ขายสินค้านำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นอย่างพวกการ์ตูน สินค้าGift Shop จากญี่ปุ่น รวมถึงมีร้านตัดผมเทรนด์วัยรุ่นให้ได้เข้าไปเสริมแต่งความสวยความหล่อกันอีก ด้วย

เด็กๆ วัยรุ่นสามารถมาใช้พื้นที่ร้องเล่นเต้นได้อย่างเสรี

จากชั้น 7 เดินขึ้นบันไดที่มีความเก๋ไก๋ในตัว ดูแล้วทำให้ย้อนนึกไปถึงบันไดหน้าสยามเซ็นเตอร์เมื่ออดีตที่เด็กวัยรุ่นยุค เก่าก่อนชอบไปนั่งกัน แต่ถ้าใครกลัวเมื่อยก็มีบันไดเลื่อนให้ขึ้นกัน แต่ฉันว่าเดินบันไดด้านหน้าแบบก้าวขาทีละขั้นด้วยตัวเองมันได้อารมณ์กว่า เพื่อขึ้นมายังชั้น 8 ซึ่งชั้นนี้มีลานโล่งๆ ให้เด็กๆ ได้มาใช้สร้างสรรค์กิจกรรมยามว่างได้อย่างอิสระเสรี จะมาซ้อมเต้น ซ้อมร้องเพลง ซ้อมเล่นละคร หรือทำกิจกรรมอะไรก็ได้ โดยมีพื้นที่ว่างให้ใช้บริการ แต่ถ้าใครอยากจะเป็นนักเต้นเท้าไฟ ที่นี่ก็มีสถาบันเปิดสอนอยู่ ชื่อว่า Aree Dance World (อารีย์ แดนซ์เวิลด์)

Centerpoint Playhouse โรงละครที่ทันสมัย

และบนชั้น 8 นี้ยังมี Centerpoint Playhouse (เซ็นเตอร์พอยท์ เพลย์เฮ้าส์) เป็นโรงละครที่ทันสมัยมากๆที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนมาใช้งานได้ โดยสามารถรองรับผู้ชมได้สูงสุดถึง 567 ที่นั่ง ภายในโรงละครพรั่งพร้อมไปด้วยระบบแสง สี เสียง ที่รองรับได้ทั้งมินิคอนเสิร์ต ละครเวที การประชุมสัมมนา หรือการแสดงอะไรก็ได้ที่อยากจะใช้โรงละครแห่งนี้เป็นสื่อสานฝันทุกจินตนาการ ของทุกคนให้เป็นจริง ให้สมกับสโลแกนที่ว่า The Bangkok’s Most Enjoyable Showplace ซึ่งฉันเห็นโรงละครแล้วก็ใหญ่โตไม่ใช่เล่น เหมาะเหลือเกินที่จะเป็นอีกหนึ่งเวทีแสดงความสามารถของเด็กไทย

บรรยากาศภายในCYBERIA The Digital Playground

แล้วเมื่อมาที่ชั้น 8 นี้แล้วอีกหนึ่งโซนที่น่าสนใจก็คือ Cyberia (ไซบีเรีย) หรือ Centerpoint Digital Playground By WARP เป็นห้องที่มีความสูง 3 ชั้น มีพื้นที่กว่า 550 ตรม. ภายในสมบูรณ์มีทั้งเทคโนโลยี แฟชั่น การสื่อสาร การจัดกิจกรรม และแลกเปลี่ยนความรู้ทางดิจิตอลคอนเทนต์ในหลากหลายรูปแบบ ด้านในมีคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงจำนวน 100 เครื่อง ซึ่งเชื่อมต่อกับเครือข่ายไร้สายความเร็วสูง, VDO Wall ขนาดใหญ่ อีกทั้งยังเป็นสตูดิโอสำหรับการบันทึกเทปรายการ หรือออกอากาศสดได้ในเวลาเดียวกันอีกด้วย เรียกว่าสามรถสร้างสรรค์ความบันเทิงยุคดิจิตอลได้อย่างครบครัน

ร้านค้าขายเสื้อผ้าแฟชั่นมากมายให้เลือกซื้อ

นอกจากเซ็นเตอร์พอยท์จะมีสถานที่แหล่งบันเทิงให้ได้เข้าไปร่วมทำ กิจกรรมกันแล้ว ที่นี่ยังเปิดโอกาสให้เด็กวัยรุ่นทั้งหลายได้มาแสดงออกในทางที่ถูกต้องผ่าน กิจกรรมสร้างสรรค์มากมายที่ทางเซ็นเตอร์พอยท์จัดขึ้นเป็นประจำ อย่างกินกรรมที่น่าสนใจมาก คือ Indy In Town ที่จะจัดขึ้นให้เป็นที่ชุมนุมของคนมีไอเดีย กับงานศิลป์ดีๆ ดนตรีโดนๆ ทุกวันศุกร์ 4 โมงเย็น ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (โซน C&D) จะมีร้านค้ามาขายสินค้าแฟชั่นแนวๆ ที่ทำขึ้นมาเอง มีสินค้ามากหลายแปลกหน้า แปลกตาให้เลือกซื้อมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อยืดพิมพ์ลายเก๋ๆ รองเท้าผ้าใบเพ้นท์เท่ๆ กระเป๋าแฟชั่นแนวๆ กิ๊บติดผมกิ๊บเก๋ ตุ๊กตาพวกกุญแจน่ารักๆ สมุดจดทำมือสวยๆ และอีกสารพัดสินค้าที่ล้วนแล้วแต่มีความเก๋ไก๋ สวยใส ไม่เหมือนใคร เพราะส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ทำขึ้นมาจากมือ จากไอเดีย ถือว่าเป็นการส่งเสริมให้เด็กไทยรู้จักสร้างสรรค์สิ่งแปลกๆใหม่ๆ และเป็นการสร้างรายได้ให้กับตัวเองได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

ทุกวันศุกร์ตอนเย็นๆ มาซื้อของมีไอเดียกันได้

เรียกว่าอนาคตต่อไปของประเทศไทยจะเป็นเช่นไร จะฝากผีฝากไข้ได้หรือไม่ เด็กรุ่นใหม่ที่จะก้าวขึ้นมาแทนคนรุ่นเก่าที่ค่อยๆหมดยุคไปถือเป็นหัวใจ สำคัญ ถ้าเด็กรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ของประเทศเดินไปในทางที่ดี อนาคตของประเทศก็จะดีตามไปด้วย แต่ถ้าเด็กรุ่นใหม่ส่วนใหญ่เดินผิดทาง อนาคตของประเทศก็จะพลอยหลงทางตามไปด้วย

จาก manager.co.th

พาลุยเที่ยวลุยชิม ที่พัทยา

โดย traveldi@sanook.com เมื่อ มิ.ย.-7-09

“พัทยา” เป็นเมืองชายฝั่งทะเลที่สวยงาม  และอยู่ไม่ห่างไกลจากกรุงเทพฯมากนัก  จึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมมาทุกยุคทุกสมัย แม้แต่ยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ดก็เถอะค่ะ!! เมืองชายหาดแห่งนี้ นอกจากจะคึกคักไปด้วยแหล่งบันเทิงมากมาย,   พิพิธภัณฑ์และเครื่องเล่นกีฬาทางน้ำสารพัดชนิด   ที่นี่ยังเป็นศูนย์กลางของร้านอาหารอร่อยๆหลากหลายรูปแบบ   เรียกว่ามาทริปเดียว ตอบสนองได้ทุกไลฟ์สไตล์

ภาย ใต้แคมเปญ “Citi  Dining  Privileges  2009″  บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ ได้จัดโปรแกรมสุดพิเศษ  พาสมาชิกลุยเที่ยวลุยชิมร้านอาหารยอดนิยมทั่วพัทยา 2 วัน 1 คืน เพื่อให้ได้สัมผัสกับเสน่ห์ของเมืองชายหาดเลื่องชื่อ โดยมีพรีเซ็นเตอร์สุดหล่อ “ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล” และบอสหญิงซิตี้แบงก์ “วรลักษณ์ ตุลาภรณ์” เป็นไกด์กิตติมศักดิ์สร้างสีสัน   ให้เป็นทริปแห่งความทรงจำ

ประเดิมมื้อแรกของทริปด้วยร้าน ประภาคาร บ้านอำเภอ เพิ่งเปิดให้บริการได้ปีเศษ แต่เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว เพราะดีไซน์ร้านสวย บรรยากาศถูกใจ ดนตรีก็เพราะ เมนูขึ้นชื่อประจำร้านนี้คือ แกงเขียวหวานแซลมอน พริกแกงเป็นสูตรเฉพาะ แซลมอนก็เนื้อหวาน ไม่คาวเลย หลังจากนั่งพักจนหายเหนื่อย ก็ออกตะลุยชิมต่อที่ ลาบาแกตต์ ร้านเบเกอรี คาเฟ่ ต้นตำรับจากฝรั่งเศส ตกแต่งในสไตล์ ริเวีย ร่า เลือกอร่อยได้ทั้ง แซนด์วิช, ชีสนานาชนิด, ไอศกรีมโฮมเมด และเค้ก เนื้อแน่นสไตล์ปารีเซียง

สำหรับ มื้อเย็นแสนอร่อย ทางซิตี้แบงก์พาไปชิมร้านดังบรรยากาศดี อย่างเช่น ริมผา ลาพิณ ตั้งอยู่ริมหน้าผา ติดอ่าวพัทยา บริการทั้งอาหารสไตล์ไทย-ยุโรป เหมาะกับนั่งชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า จานอร่อยประจำร้านยกให้ปลากะพงทอดน้ำปลา ส่วนอีกวันฝากท้องไว้กับร้าน บาลี ฮาย ซันเซ็ต ตกแต่งด้วยโดมสีขาวเหมือนเรือใบ เหมาะแก่การนั่งชมวิวสวยๆของหาดพัทยา จานอร่อยยอดฮิตได้แก่ แกงเลียงกุ้งสด เป็นสูตรเด็ดคิดขึ้นเองไม่มีใครเหมือน

ดึกๆยังมีโปรแกรมพิเศษเพื่อ เอาใจนักช็อปนักชิม โดยพาไปดูโชว์สุดอลังการ ทิฟฟานี่ โชว์ คาบาเรต์คณะแรกของประเทศไทย และเอเชีย-แปซิฟิก จากนั้นจึงถึงคิวชิลเอาต์ ที่ผับสไตล์โมเดิร์น 5 Ice Bar ในบรรยากาศติดลบ 5 องศา นั่งดริงก์แบบหนาวสะใจ ในผับตกแต่งด้วยน้ำแข็ง ทั้งแก้วเครื่องดื่ม, เฟอร์นิเจอร์, ผนัง และเคาน์เตอร์บาร์ เพดานยังออกแบบให้ระยิบระยับไปด้วยดาวเต็มท้องฟ้า แค่เข้าไปยืนโพสท่าถ่ายรูปก็สนุกแล้ว

ยังมีโปรแกรมอีกเยอะเชียวค่ะให้ได้สนุกกับแคมเปญดีๆ สอบถามรายละเอียดโทร.1588.


Ipanema Sandalen
Birkenstock Sandalen
Betula Sandalen
Teva Sandalen
Buffalo Sandalen
Reef Sandalen
Quiksilver Sandalen
Kamik Sandalen
Clarks Sandalen
Nike Sandalen
Rieker Sandalen
Skechers Sandalen
Geox Sandalen
MEXX Sandalen
ara Sandalen
Fornarina Sandalen
Papillio Sandalen
Kustom Sandalen
Camper Sandalen
Havaianas Sandalen
Ricosta Sandalen
Timberland Sandalen

วันที่ 29 เมษายน - 3 พฤษภาคม 2552
ณ พระราชวังสนามจันทร์ อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครปฐม

จังหวัดนครปฐม ร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการสวนกล้วยไม้ไทย สมาคมพฤกษชาติแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมกล้วยไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ จังหวัดนครปฐม สนับสนุนโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม กำหนดจัดงาน “พระราชวังสวยกล้วยไม้งามนครปฐม 52” ระหว่างวันที่ 29 เมษายน — 3 พฤษภาคม 2552 ณ พระราชวังสนามจันทร์ อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครปฐม
นางสาวอังคณา พุ่มผกา ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า เนื่องจากจังหวัดนครปฐมเป็นแหล่งผลิตและส่งออกกล้วยไม้ที่สำคัญเป็นอันดับ ต้นๆ ของประเทศ จึงกำหนดจัดงานดังกล่าวขึ้นเป็นประจำทุกปี แต่ในปีนี้เป็นครั้งแรกที่จัดงานขึ้นภายในพระราชวังสนามจันทร์ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการผลิตการตลาดกล้วยไม้ให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก มีการนำไปใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง รวมทั้งได้เพิ่มมูลค่าการผลิตการจำหน่ายให้มากขึ้น และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวพระราชวังสนามจันทร์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าของจังหวัดนครปฐม โดยภายในงานจะจัดให้มีการประกวดกล้วยไม้หลากหลายสกุล เช่น สกุลแคทลียา สกุลแวนด้า สกุลหวาย สกุลฟาแลนนอปซิส กล้วยไม้พันธุ์แท้ กล้วยไม้ที่มีกลิ่นหอม เป็นต้น การให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกกล้วยไม้   การออกร้านจำหน่ายกล้วยไม้และไม้ดอกไม้ประดับ และผู้ที่มาเที่ยวในงานจะได้พบกับกล้วยไม้ “สูง ยาว สาว ทน” คือ การจัดช่อกล้วยไม้หลากสีที่สูงที่สุด การจัดสวนกล้วยไม้ที่ยาวที่สุด เทคนิคการทำสาวกล้วยไม้ที่เสื่อมโทรมไม่ออกดอกให้เป็นกล้วยไม้สาวขึ้นใหม่ และชมว่านงาช้างไม้มงคล ดอกหอมช่อยาว ทนกับทุกสภาวะแม้อดน้ำหลายวันยังอยู่ได้  นอกจากนี้ยังเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในบริเวณใกล้เคียง เช่น พระปฐมเจดีย์ วัดไร่ขิง ตลาดดอนหวาย สวนสามพราน พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย ฯลฯ ได้อีกด้วย

สอบถามรายละเอียด
สำนักงานเกษตรจังหวัดนครปฐม โทร. 0 3425 9612-3 , 0 342…
ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม โทร. 0 3475 2847-8
E-mail : tatsmsk@tat.or.th  หรือ Call Center 1672