google logo
สนุก! ค้นหา สารบัญเว็บไทย ข่าว อีเมล์ หาเพื่อน คิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน สนุก! ทูลบาร์ ดูทั้งหมด>>
ดูบล็อกอื่น >
รูปโลโก้ S! Blogger เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

บล็อกเดือน มกราคม, 2009

เป็น “คนดัง” แห่ง “เมืองโอ่ง” ราชบุรีที่มีความศรัทธา “พระเครื่องเครื่องรางของขลัง เฉกเช่นผู้ที่นับถือ “ศาสนาพุทธ” ทั่วไปเพราะในสมัยเป็นเด็กก็รู้จักการ “แขวนพระ” มาตลอดนับตั้งแต่สมัยที่เรียนชั้น “ประถม” แล้วต่อชั้น “มัธยม” รวมถึงระดับเรียน “มหาวิทยาลัย” กระทั่งก้าวมาเล่น “การเมืองท้องถิ่น” ก็ยังแขวนพระติดคอมาตลอดเนื่องจากนอกจากนับถือ “ศาสนาพุทธ” เฉกเช่นบุพการีแล้วยังมี “ความศรัทธา” และ “เชื่อมั่น” ในพระพุทธคุณของ “พระเครื่อง” และ เครื่องรางของขลัง อีกทั้งสามารถนำเป็น “สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ” และเตือนสติตัวเองให้กระทำแต่ “สิ่งดี” รวมทั้งหลังจากยึดมั่นแล้วผลตามมาก็คือก่อให้ “จิตใจเกิดความสงบสุข” ได้อย่างประหลาด ประการสำคัญทำให้ “ชีวิตเจริญก้าวหน้า” อีกด้วย หรือแม้กระทั่งขณะ “ประสบอุบัติเหตุ” ทาง “รถยนต์” และหลายหนที่คิดว่าต้องเจ็บสาหัสแน่แต่ทุกครั้งก็ “รอดปลอดภัย” ด้วยเหตุนี้จึงเชื่อมั่นว่า “พระเครื่อง” มีพุทธคุณที่ศักดิ์สิทธิ์เพราะผู้ที่ “บรรจุพุทธาคม” ลงในพระเครื่องก็ล้วนแต่เป็น “ผู้บริสุทธิ์” และ “ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ” จึงทำให้พระเครื่องมีอิทธิฤทธิ์คุ้มครองผู้คนได้.

นั่นคือเหตุผลของการ “แขวนพระ” ของ “คุณอำพร เพ็ญธำรงรัตน์” รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ซึ่งมีหน้าที่บริหารและพัฒนาท้องถิ่นของจังหวัดราชบุรี โดยดูแลกองโยธาและกองช่างของจังหวัด เนื่องจาก เป็น ชาวจังหวัดราชบุรี โดยกำเนิดเพราะเกิดที่ อำเภอดำเนินสะดวก และหลังจากเติบใหญ่ก้าวเข้าเล่นการเมืองระดับท้องถิ่น ก็สามารถได้รับการเลือกตั้งจากชาวราชบุรีให้เป็น “สมาชิกสภาจังหวัด” ถึง ๓ สมัย และได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ “รองนายก” ดังกล่าวข้างต้น

ส่วนพระเครื่องที่ศรัทธาและแขวน ติดคอมาถึงปัจจุบันคือ “พระพุทธชินราช” รุ่น “อินโดจีน” และ “เหรียญหลวงพ่อเดิมวัดหนองโพธิ์” รุ่น “ปักกลด” พร้อม “เหรียญหลวง พ่อทองศุข วัดโตนดหลวง” ซึ่งล้วนแต่เป็น พระเครื่องที่ได้รับเป็น “ของขวัญ” จากผู้ใหญ่ ที่เคารพนับถือด้วยเหตุนี้จึงยิ่งเชื่อมั่นว่าเป็น “ของดี” มากกว่าปกติเพราะหากไม่ใช่ของดีแท้แน่นอนแล้ว ผู้ใหญ่ก็คงไม่มอบเป็นของขวัญแน่นอนประกอบกับหลังจากทำการอาราธนาขึ้นแขวนคอ แล้วพระเครื่อง เครื่องรางของขลังก็มีส่วนช่วย ให้ “ผู้แขวน” อบอุ่นใจได้อย่างวิเศษไปไหนมาไหน ก็บังเกิดความ “เชื่อมั่น” และ “มั่นใจ” รวมทั้งเมื่อครั้ง “ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์” ซึ่งตามลักษณะของการประสบอุบัติเหตุคงต้องได้รับ “บาดเจ็บสาหัสแน่” แต่ก็เป็นเรื่องที่ประหลาดมากคือกลับ “ไม่ได้รับบาดเจ็บเลย”

โดยเหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อประมาณ ๕-๖ ปี แล้วคือช่วงที่เริ่มก้าวเข้ามาเล่นการเมืองใหม่ ๆ วันหนึ่งเดินทางไปทำธุระที่อำเภอบางบัวทองด้วยรถยนต์โดยมีเพื่อนเป็นผู้ขับ ช่วงประมาณ ๒-๓ ทุ่ม ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาที่ถนนว่างพอสมควร เพื่อนจึงขับรถเร็วมาก แต่พอเข้าเขตอำเภอบางบัวทองได้เล็กน้อยก็มี “รถบรรทุกหกล้อ” ขับตัดหน้าอย่างกะทันหันเพื่อนที่เป็นผู้ขับจึงตัดสินใจหักพวงมาลัย บังคับรถลงไหล่ถนนเพื่อหลีกเลี่ยงการพุ่งเข้าชนรถบรรทุก โดยมองไม่เห็นว่าไหล่ถนนตรงนั้น “เทลาดต่ำ” ลงไปเป็นแอ่งน้ำจึงทำให้รถ “เสียหลัก” เนื่องจากเป็นสภาวะที่เกิดขึ้น “เร็วมาก” จึงวิ่งส่ายไปมาคล้ายกับจะ “พลิกคว่ำ” เพราะแรงกระแทกที่ทำให้รถกระเด้งไปกระเด้งมาช่วงนั้น “รองนายกอำพร” ที่ยอมรับว่าตกอยู่ในอาการ “ตกใจสุดขีด” แต่ก็ระลึกถึงพระเครื่องในคอพร้อมอาราธนาให้ท่านช่วย ฉับพลันทันใดนั้น เหมือนมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น หลังจากรถกระ เด้งไปกระเด้งมาเพราะกระแทกพื้นไหล่ถนนจนทำท่าจะ “พลิกคว่ำ” ชั่วครู่รถก็เบนหัวกลับแล้วกระเด้งกระดอนขึ้นบนถนนได้อีก เพื่อนที่เป็นคนขับจึงหยุดรถเพื่อสำรวจว่ารถเก๋งคันงามเสียหายมากน้อยแค่ไหน แต่ปรากฏว่าไม่ได้เสียหายอะไรเลย จึงขับไปทำธุระยังอำเภอบางบัวทองได้เป็นปกติ.
thai amulet
นั่นคือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับ “รองนายกอำพร” ที่ประสบเหตุด้วยตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ช่วงเกิดเหตุ “รองนายกอำพร” มั่นใจว่ารถเก๋ง “พลิกคว่ำแน่” แต่เหมือนมีอะไร มาฉุดให้รถเบี่ยงหัวกลับทั้งที่ยังกระเด้งกระดอน แล้วก็ถลาขึ้นบนถนนได้อีกเหมือน มีคนมาฉุดยังงั้นแหละ ประกอบกับแม้รถ จะกระเด้งกระดอนเพราะแรงกระแทกอย่างแรง แต่ทั้งล้อรถและตัวรถก็ “ไม่เป็นอะไร” ซึ่งเรื่องแบบนี้หากไม่เกิดกับตัวเองก็ยากที่จะเชื่อ.

สรุปก็คือ “รองนายกอำพร” แขวนพระก็เพราะความ “ศรัทธา”thai amulet จึงฝากเตือนผู้ที่แขวนพระว่าอย่าแขวนเพียงเพื่อเห็นว่า “โก้หรู” ให้แขวนเพราะเชื่อว่าท่านมี “พุทธคุณ” เพราะหากตกอยู่ในภาวะคับขันแล้วจะเห็นเองว่า “พระเครื่อง” นั้นมีพุทธคุณที่ศักดิ์สิทธิ์โดยแท้จริง.
thai amulet
“ภวันตุเม” ที่มา… Daily News Online

ประวัติหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน

รูปหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร
รูปหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร

ประวัติ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร
หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ มีนามเดิมว่า “เงิน” เกิดเมื่อวันศุกร์ เดือน 10 ปีฉลู ซึ่งตรงกับวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2348 บิดาชื่อนายอู๋ มารดาชื่อนางฟัก เป็นชาวบ้านตำบลบางคลาน จังหวัดพิจิตร มีพี่น้องร่วม บิดาเดียวกันทั้งหมด 6 คน คนที่ 1 ชื่อ พรม คนที่ 2 ชื่อทับ คนที่ 3 ชื่อ ทอง คนที่ 4 ชื่อ เงิน คนที่ 5 ชื่อ หล่ำ คนที่ 6 ชื่อ รอด (ในหนังสือประวัติของท่านมีผู้เขียนไว้เป็น ๒ กระแส แต่ต่างยืนยันว่าท่านเกิดปีฉลู กระแสแรกว่าท่านเกิดปีฉลู พ.ศ. 2348 อีกกระแสท่านเกิดปีฉลู พ.ศ. 2360)

ประวัติหลวงพ่อเงิน “หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ” เป็นชาวบ้านบางคลาน อำเภอบางคลาน จังหวัดพิจิตร เป็นบุตรคนที่ 4 บิดาของท่านชื่อ อู๋ เป็นชาวบ้านบางคลาน มารดาของท่านชื่อฟัก เป็นชาวบ้าน จังหวัดกำแพงเพชร ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งรัตนโกสินทร์ มีพี่น้องรวมทั้งสิ้น 6 คนด้วยกัน

เมื่อปี พ.ศ. 2356 หลวงพ่อเงินอายุได้ 5 ขวบ นายช่วงซึ่งเป็นครูของท่าน ได้พาหลวงพ่อเงินไปอยู่กรุงเทพฯ จนกระทั่งหลวงพ่อเงินเติบโตเข้าศึกษาเล่าเรียนได้ จึงได้นำหลวงพ่อเงินไปฝากไว้ที่วัดตองปู (วัดชนะสงคราม) เพื่อให้เล่าเรียนหนังสือที่วัดชนะสงครามตลอดมาจนถึงปี พ.ศ. 2363 หลวงพ่อเงินอายุได้ 12 ปีจึงได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่ออายุครบบวชท่านก็ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดชนะสงคราม ฉายา พุทธโชติ แล้วหลวงพ่อเงิน ท่านได้จำพรรษา เพื่อปฏิบัติธรรมวินัยเรียนทางวิปัสสนากรรมฐานอยู่ได้ 3 พรรษาขณะที่ท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดชนะสงคราม ท่านได้ไปถวายตัวเป็นศิษย์ เพื่อศึกษาศิลปวิทยาคมตลอดจนเรียนวิปัสสนาธุระ ในทางเมตตามหานิยมและคงกระพันชาตรี จากเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒจารย์(โต) พรหมรังสีวัดระฆังโฆสิตาราม

พออายุได้ ๒๐ ปี บิดา-มารดาและบรรดาญาติมีความประสงค์จะให้อุปสมบทแต่ “หลวงพ่อเงิน” ไม่ยอมเพราะเกรงว่า อายุของท่านจะไม่ครบบริบูรณ์จริง บรรดาญาติก็อนุโลมตามกระทั่งหลวงพ่ออายุได้ ๒๒ ปี ตรงกับ พ.ศ. ๒๓๗๓ ได้กำหนดวันอุปสมบทไม่ทราบว่าอุปัชฌาย์ชื่ออะไรเช่นกันได้ฉายาว่า “พุทธโชติ” หลังจากอุปสมบทแล้วได้ศึกษาเล่าเรียน ธรรมะจนแตกฉาน แล้วทำการฝึกฝนวิปัสสนาจนมีญาณสมาธิแก่กล้า จึงมุ่งศึกษาพุทธาคมจาก “หลวงพ่อโพธิ์ วัดวังหมาเน่า” จนมีความชำนาญทางพุทธาคมมาก มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เล่าลือกันในบรรดาชาวบ้านมากมายพอได้อุปสมบทแล้ว ท่านก็ยังศึกษาวิปัสสนากรรมฐานต่ออีกด้วย ต่อมาอีก 3-4 ปี โยมปู่ของท่านป่วยหนัก ท่านจึงได้เดินทางกลับมายังอำเภอโพทะเล ท่านก็ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดคงคาราม ประมาณ 1 พรรษา แล้วจึงย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดท้ายน้ำนับเป็นบทความพระเครื่อง ที่น่าสนใจมาก ท่านเป็นพระเรืองวิชา ชอบเล่นแร่ แปลธาตุ แต่หลวงพ่อเงินท่านเคร่ง ธรรมวินัย ชอบความสงบ ท่านจึงได้ย้ายไปอยู่หมู่บ้านวังตะโก ลึกเข้าไปทางลำน้ำเก่า และต่อมาก็ได้สร้างวัดหิรัญญาราม (วัดวังตะโก)

“วัดวังตะโก” เกิดขึ้น เป็นพระอาราม “หลวงพ่อเงิน” ได้เป็นผู้สร้างไว้เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2377 ต่อมาวัดวังตะโก หรือวัดหิรัญญารามก็เจริญอย่างรวดเร็ว มีผู้คนเคารพนับถือและถวายตัวเป็นศิษย์ ขอมาฟังธรรม ขอเครื่องรางของขลัง และขอให้หลวงพ่อช่วยรักษาโรคให้ ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์และสมณศักดิ์เป็นเจ้าคุณฝ่ายวิปัสสนา

หลวงพ่อเงินท่านมีชื่อเสียงโด่งดังมากในสมัยนั้น มีผู้คนมาให้ท่านช่วยรดน้ำมนต์ให้ไม่ขาดสาย ลูกศิษย์ของหลวงพ่อเงินที่มีชื่อเสียงโด่งดังต่อมาก็มีหลายท่าน เช่น หลวงพ่อพิธ วัดฆะมัง ที่มีชื่อเสียงในด้านเครื่องรางของขลัง ตะกรุดคู่ชีวิต หลวงพ่อน้อย วัดคงคาราม ผู้สร้างตะกรุดหนังปลากระเบน และตะกรุดหนังอีเก้ง ปลัดชุ่ม วัดท้ายน้ำ หลวงพ่อหอม วัดหลวง หลวงพ่อนวล วัดหาดมูลกระบือ หลวงพ่อฟุ้ง วัดปากน้ำ หลวงพ่อขำ วัดโพธิ์เตี้ย หลวงพ่อไป๋ วัดท่าหลวงพล ผู้สร้างเหรียญหล่อหลวงพ่อเพชรจำลอง หลวงปู่ภู วัดท่าฬ่อ เป็นต้น นอกจากนี้ศิษย์ฆราวาสก็คือเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

ท้ายที่สุดหลวงพ่อเงินท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้รับสมณศักดิ์เป็นท่านเจ้าคุณ ฝ่ายวิปัสสนาจารย์ หลวงพ่อเงินท่านได้มรณภาพ ด้วยโรคชรา เมื่อวันศุกร์เดือน 10 แรม 11 ค่ำ ปีมะแมเวลา 5.00 น.ตรงกับวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2462รวมอายุได้ 111 ปีพรรษา 90 ณ วัดวังตะโก ตำบลบางคลาน อำเภอบางคลาน จังหวัดพิจิตร คงทิ้งไว้แต่เรื่องราวอันเป็นปาฏิหาริย์มากมาย นับว่าท่านเป็นพระสงฆ์ที่มีอายุยืนนานมากที่สุดรูปหนึ่ง ประวัติหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร นับเป็นอีกหนึ่งในจำนานของวงการพระเครื่องไทย
ประวัติพระเกจิอาจารย์

หลวงพ่อโสธร วัดโสธรวราราม

หลวงพ่อโสธร วัดโสธรวราราม จ.ฉะเชิงเทรา

ประวัติหลวงพ่อโสธร

หลวงพ่อโสธร เป็นพระพุทธรูปที่มีอภินิหาร มีฤทธานุภาพของชาวไทย
องค์หนึ่ง ชาวไทยได้รับการคุ้มครองรักษาอภิบาลจากหลวงพ่อโสธรองค์นี้อย่าง
ร่มเย็นเป็นสุขและปลอดภัยอริราชศัตรูมาหลายปีแล้วอย่างแปลกประหลาด
เพราะฉะนั้นท่านผู้ปรารถนาจะมีความสุขสวัสดี ปลอดภัยจากโรคพยาธิควรจะมีหลวงพ่อโสธรไว้บูชา

หลวงพ่อโสธร เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ คือมีพระอิริยาบถนั่งขัดสมาธิ
พระชงฆ์ขวาทับพระชงฆ์ซ้าย พระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้ายวางซ้อนกันอยู่บนพระเพลา
มีส่วนสูง ๖ฟุต ๗นิ้ว พระเพลากว้าง ๕ฟุต ๖นิ้ว ปัจจุบันประดิษฐาน อยู่ในพระอุโบสถหลวงวัดโสธร จังวัดฉะเชิงเทรา ชาวฉะเชิงเทราเคารพนับถือมาก ทางราชการจัดให้มีงานสมโภชเป็นเทศกาลประจำปี มีพุทธศาสนิกชนทั่วทั้งประเทศหลั่งไหลกันมานมัสการคับคั่งตลอดงาน ได้รับทั้งความสนุกและทั้งบุญกุศลด้วย.
พระเครื่อง และวัตถุมงคลของ หลวงพ่อโสธร ทางวัดก็มีสร้างออกมาให้ เช่าบูชากันทุกปี ทำให้ไม่ต้องเช่าหาของเก่าราคาแพง ก็ได้พุทธคุณและบารมีจากหลวงพ่อโสธรเหมือนกัน

พระท่ากระดาน เป็นพระเนื้อชินตะกั่วสนิมแดง อายุกว่า ๖๐๐ ปี สร้างในสมัยพระเจ้าอู่ทอง ขุดพบครั้งแรกที่กรุวัดท่ากระดานกลาง อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๐ ต่อมาได้มีการขุดพบอีกหลาย กรุใน จ.กาญจนบุรี ที่ล้วนมีพิมพ์เหมือนกัน และสร้างด้วยเนื้อชินตะกั่วที่เชื่อกันว่ามีอายุนับพันปีทั้งสิ้น

พระท่ากระดาน เป็นพระที่ขุดพบจากเมืองกาญจน์เป็นส่วนใหญ่ จึงถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของพระเมืองนี้  และด้วยคุณวิเศษอันโด่งดังในทุกด้าน และคุณค่าอันมหาศาล  ทำให้วงการพระนิยมกันอย่างกว้างขวาง จนถึงกับได้รับการยกย่องให้เป็น ๑ ใน ๕ ของ ชุดเบญจภาคีพระเนื้อชินยอดนิยม อันมี พระท่ากระดาน พระมเหศวร พระหูยาน พระร่วงหลังรางปืน และ พระพุทธชินราชใบเสมา แต่ละองค์เช่าหากันที่หลักหลายแสนบาทขึ้นไปทั้งนั้น

เมื่อพระท่ากระดาน ของเก่าหายาก มีราคาแพง ทำให้หลายวัดในเมืองกาญจน์ได้จัดสร้าง พระพิมพ์ท่ากระดาน ขึ้นมาใหม่ โดยใช้เนื้อชินตะกั่วเก่า มีรูปร่างคล้ายฝาขนมครก ที่ได้มาจาก ถ้ำลั่นทม อันเป็นแหล่งเดียวกับที่มีการขุดพบ พระท่ากระดาน กรุถ้ำลั่นทม ที่เชื่อกันว่าเป็นต้นกำเนิดของพระท่ากระดาน เมืองกาญจน์

เมื่อปี ๒๕๓๖  พระครูกาญจนกิตติสาร เจ้าอาวาส วัดต้นลำไย และเจ้าคณะตำบลบ้านใหม่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ก็ได้จัดสร้าง พระท่ากระดาน ด้วยเนื้อชินตะกั่วเก่า ที่ได้มาจากถ้ำลั่นทม เช่นกัน  ด้วยวิธีนำเนื้อตะกั่วเก่าปั๊มลงแม่พิมพ์ พระท่าพระดาน โดยไม่ได้หลอมใหม่ องค์พระท่ากระดานที่ได้นี้ จึงเป็นเนื้อมวลสารเก่าล้วนๆ  มี ๓ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก ประกอบพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ใน โบสถ์มหาอุด วัดต้นลำไย เป็นเวลา ๙ วัน ๙ คืน โดยพระเกจิอาจารย์ชื่อดังหลายท่าน ในสมัยนั้น นั่งปรกปลุกเสกอธิษฐานจิต พระเครื่อง ตลอดพิธี

หลังจากผ่านพิธีฯ แล้ว ทางวัดได้นำพระท่าพระดานออกให้ทำบุญบูชาส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งได้บรรจุไว้ในเจดีย์ ภายในวัด  ต่อมาเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๐ ทางวัดได้นำพระท่ากระดาน ออกให้ทำบุญบูชาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อสมทบทุนสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง ตรงหน้าวัด เชื่อมต่อระหว่าง ต.บ้านใหม่ กับ ต.วังขนาย อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี  จนทำให้สร้างสะพานแห่งนี้สำเร็จสมบูรณ์ใช้งานได้แล้วในขณะนี้

ขณะเดียวกัน ที่วัดต้นลำไย ยังมี อุโบสถเก่า หลังหนึ่ง สร้างสมัยปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา อายุ ๓๒๐ ปี ที่ผ่านมาอุโบสถหลังนี้ชำรุดทรุดโทรมมาก จึงต้องบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่  ซึ่งทางวัดได้ดำเนินการมาโดยตลอด จนเสร็จสมบูรณ์ในขณะนี้แล้วเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ ทางวัดจึงได้จัดงานฉลองเปิดสะพานเฉลิมพระเกียรติฯ และงานฉลองอุโบสถเก่า ในระหว่างวันที่ ๒๕-๓๑ มกราคม ๒๕๕๒ และพิธีเปิดสะพานวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

พิธีเปิดสะพาน ได้อาราธนา สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) วัดสระเกศ (รักษาการแทนสมเด็จพระสังฆราช) เป็นประธานในพิธี

โอกาสนี้ ทางวัดจึงได้จัดสร้างพระพิมพ์สมเด็จ พระพิมพ์นางพญา และพระพิมพ์เจ้าสัว  โดยนำมวลสารจากโบสถ์เก่า เช่น กระเบื้องมุงหลังคา ใบเสมา ฯลฯ เป็นส่วนผสมหลัก จัดสร้างเพื่อเป็นที่ระลึกงานฉลองฯ สะพานและอุโบสถ์เก่า ครั้งนี้ด้วย

ผู้มีจิตศรัทธาร่วมการทำบุญติดต่อได้ที่ พระครูกาญจนกิตติสาร เจ้าอาวาส วัดต้นลำไย ต.บ้านใหม่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี โทร.๐-๓๔๖๕-๘๓๒๐,๐๘-๑๙๒๕-๑๙๙๐

“บุญนำพา”ที่มา…http://www.komchadluek.net/

เสี่ยชาตรี นายห้างศูนย์บริการ ‘Benz’ แขวน ‘สมเด็จวัดระฆัง’  เพราะความศรัทธา วัตถุมงคลประจำตัวหลายองค์ทั้ง “พระสมเด็จวัด วัดระฆัง พิมพ์ทรงเจดีย์” ที่สภาพอยู่ในระดับ สวยสมบูรณ์ เป็นองค์ประธาน

เสี่ยชาตรี นายห้างศูนย์บริการ 'Benz' แขวน 'สมเด็จวัดระฆัง'

เป็นอีกหนึ่งคนดังในวงการรถยนต์เพราะเป็นผู้ให้บริการ ทั้งการซ่อมการสร้าง    รถเก๋งยี่ห้อเกรดเอของเมืองไทยซึ่งก็คือยี่ห้อ   “เบนซ์” นั่นเองสำหรับนายห้าง “ชาตรี เพ็ญธำรงรัตน์” ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการศูนย์บริการดูแลสุขภาพเฉพาะรถเก๋งยี่ห้อ “เบนซ์” ย่านถนนพุทธมณฑลสายสองที่ในยามว่างจากกิจการแล้วก็จะหันมาสะสม “วัตถุมงคล” ด้วยเหตุนี้จึงมีเพื่อนพ้องในวงการ “พระเครื่อง” มากมายหลายคนเพราะนอกจากเป็นนักสะสมวัตถุมงคลเฉพาะ “ชั้นดี” แล้วยังเป็นผู้ที่มีความ “ศรัทธา” ในวัตถุมงคลไทยที่สร้างโดย   “คณาจารย์ดังยุคเก่า” ซึ่งวัตถุมงคลก็จะสะสมทุกชนิดอย่าง เช่น “พระเครื่อง,เครื่องรางของขลัง, ตะกรุด, เบี้ยแก้, ลูกสะกด ฯลฯ” เป็นต้น โดยสะสมเพื่ออาราธนาขึ้น “แขวนคอ” สำหรับเป็นพระเครื่อง เครื่องรางวัตถุมงคลประจำตัวหลายองค์ทั้ง “พระสมเด็จวัด ระฆังพิมพ์ทรงเจดีย์” ที่สภาพอยู่ในระดับ สวยสมบูรณ์ เป็นองค์ประธานจากนั้นก็มี     “เหรียญหลวงพ่อทองศุขวัดโตนดหลวง, เหรียญหล่อโบราณหน้าเสือรุ่นแรกหลวงพ่อน้อยวัดธรรมศาลา, หลวงปู่รอดวัดวังน้ำวน, ตะกรุดหลวงพ่อกลิ่นวัดสะพานสูง, ลูกสะกดหลวงพ่อเนียมวัดน้อย” พร้อม “เขี้ยวหมูตันแกะอาจารย์เอง ไพรวัลย์”

ส่วนเหตุใดจึงต้องแขวนพระนั้น “เสี่ยชาตรี” ก็มีเหตุผลเฉกเช่นนักสะสมวัตถุมงคลamuletทั่วไปคือเป็นผู้ที่นับถือ “พระพุทธศาสนา” และได้เรียนรู้ความเป็นมาของ “พระพุทธศาสนา” อีกทั้งช่วงที่ยังเป็นวัยรุ่นวัยเรียนก็เดินเข้าออกวัดทำบุญตามที่คุณพ่อคุณ แม่รวมทั้งคุณปู่พาไปเสมอ ๆ ก็เลยได้กราบ “หลวงพ่อ” ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติ   ชอบหลายรูปจึงทราบดีว่าหลวงพ่อ “ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ” เหล่านั้นก็คือ “พระอริยสงฆ์”  ที่นอกจากสุจริตชนจะกราบได้โดยสนิทใจแล้ว ยิ่งหากได้สัมผัสท่านอย่างใกล้ชิด พร้อมรู้จัก   สังเกตจะทราบเลยว่าพระอริยสงฆ์ที่ว่านี้มักจะมี “หลาย ๆ สิ่ง” ที่คนธรรมดาอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ไม่มี เช่นสามารถ “หยั่งรู้ปัจจุบัน” และสามารถ   “หยั่งรู้อนาคต” ได้และไม่แต่เพียงเท่านั้น “วัตถุใด” ก็ตามที่ท่านนำมาทำการ “อธิษฐานจิต”  จะทั้งเดี่ยวหรือหมู่เพื่อมอบให้กับญาติโยมทั่วไปวัตถุนั้นก็จะมี “ความศักดิ์สิทธิ์”  สามารถคุ้มครองป้องกันภัยให้กับผู้ที่พกพาหรือนำติดตัวได้อย่างน่าทึ่ง แม้กระทั่งผู้ใดใครก็ตามหากมีความทุกข์ยากลำบากใจในการดำเนินชีวิต ก็สามารถไปปรึกษาให้ท่านแนะแนวทางเพื่อพ้นจากทุกข์นั้น ๆ ได้ ซึ่งเรื่องนี้หากจะให้อธิบายแล้วก็บอกได้ว่าเป็นเรื่องที่     “ยากจะอธิบาย” จึงต้องให้สัมผัสกันเองจึงจะเข้าใจว่าเป็นเช่นไร จึงสามารถสรุปได้ว่าเหตุที่ “เสี่ยชาตรี” แขวนวัตถุมงคลที่หลาย ๆ คนเรียกว่า  “พระเครื่อง” หลายองค์หลายอย่างก็เพราะคำว่า “ศรัทธา” นั่นเองและเป็นผู้ศรัทธาวัตถุมงคลมาตั้งแต่เด็กแล้วอีกด้วยคือ “คุณแม่” หรือญาติผู้ใหญ่ไปทำบุญตามวัดต่าง ๆ บ่อยครั้งก็จะนำพระเครื่องของดีซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น “เหรียญ รูปหลวงพ่อ” มาให้แขวนคอก็เพราะเชื่อว่าเหรียญของหลวงพ่อ สามารถคุ้มครองป้องกันภัยให้กับลูกชายตัวน้อยได้ “เสี่ยชาตรี” ก็เลยยึดติดมาตลอดประกอบกับพอเติบใหญ่ ได้สัมผัสกับ “พระอริยสงฆ์” หลายรูปก็ยิ่งมีความเชื่อมั่นว่า “พระอริยสงฆ์” มิใช่ผู้คนธรรมดาเลย

ซึ่งนอกจากศรัทธา ใน “วัตถุมงคล”Thai amulet ที่สามารถให้ความคุ้มครองป้องกันภัย  ….. อันตรายได้แล้วอีกเหตุผลหนึ่งที่   “เสี่ยชาตรี” อาราธนาท่านขึ้นแขวนคอก็เพราะนำเป็น “สิ่งยึดเหนี่ยว” พร้อม “เตือนสติ” ให้ประพฤติในสิ่งที่ดีเพราะวิถีทางการดำเนินชีวิตของ    “เสี่ยชาตรี” หลายครั้งต้องเดินทางไกลไปต่างจังหวัดและหลาย

ครั้งต้องเข้าป่าเข้าพงหรือหลงเข้าไปในแหล่ง อโคจร โอกาสที่จะพบกับสิ่งไม่ดีที่แอบแฝงอยู่จึงมีมาก แต่หากมีวัตถุมงคลTalismansอยู่กับตัวแล้ว   ก็เชื่อว่าสิ่งไม่ดีที่แอบแฝงอยู่ตามแหล่งอโคจรนั้น ๆ ก็ไม่อาจมาสัมผัสตัวเราได้เนื่องจากวัตถุมงคลทั้งหลายนี้ มีการบรรจุพุทธคุณจากพระอริยสงฆ์ จึงสามารถปกป้องคุ้มครองให้  ผู้ที่มีติดตัวได้อย่างเช่นหลายครั้งหลายหน ที่ต้องเดินทางไกลไปต่างจังหวัดและหลายครั้งต้องขับรถไปเองเพียงลำพัง แต่ก็ไม่เคยประสบกับสิ่งไม่ดีมาตลอดเพราะก่อนการเดินทาง นอกจากไม่ประมาทแล้วยังทำการ “อาราธนา” ขอศีลขอพรกับวัตถุมงคลทุกครั้งและหากวันใดลืมแล้ว ก็จะต้องกลับมาอาราธนาท่านติดตัว ไม่เช่นนั้นจะทำให้จิตใจวุ่นวายสับสนมีความไม่ปกติ ซึ่งการอาราธนาวัตถุมงคลหรือพระเครื่องนั้นก็จะต้องทำอย่างตั้งใจจึงจะ   ได้สิ่งดี ๆ เพราะ “เสี่ยชาตรี” ปฏิบัติเช่นนี้มาตลอดจึงทำการค้าก็เจริญหรือเข้าพบผู้หลักผู้ใหญ่ ก็มักจะได้รับความเมตตาจึงบอกได้ว่าชีวิตจะขาด “วัตถุมงคล” หรือ “พระเครื่อง” ไม่ได้เลย…‘ภวันตุเม’
ที่มา… Daily News Online