
เป็น “คนดัง” แห่ง “เมืองโอ่ง” ราชบุรีที่มีความศรัทธา “พระเครื่อง” เครื่องรางของขลัง เฉกเช่นผู้ที่นับถือ “ศาสนาพุทธ” ทั่วไปเพราะในสมัยเป็นเด็กก็รู้จักการ “แขวนพระ” มาตลอดนับตั้งแต่สมัยที่เรียนชั้น “ประถม” แล้วต่อชั้น “มัธยม” รวมถึงระดับเรียน “มหาวิทยาลัย” กระทั่งก้าวมาเล่น “การเมืองท้องถิ่น” ก็ยังแขวนพระติดคอมาตลอดเนื่องจากนอกจากนับถือ “ศาสนาพุทธ” เฉกเช่นบุพการีแล้วยังมี “ความศรัทธา” และ “เชื่อมั่น” ในพระพุทธคุณของ “พระเครื่อง” และ เครื่องรางของขลัง อีกทั้งสามารถนำเป็น “สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ” และเตือนสติตัวเองให้กระทำแต่ “สิ่งดี” รวมทั้งหลังจากยึดมั่นแล้วผลตามมาก็คือก่อให้ “จิตใจเกิดความสงบสุข” ได้อย่างประหลาด ประการสำคัญทำให้ “ชีวิตเจริญก้าวหน้า” อีกด้วย หรือแม้กระทั่งขณะ “ประสบอุบัติเหตุ” ทาง “รถยนต์” และหลายหนที่คิดว่าต้องเจ็บสาหัสแน่แต่ทุกครั้งก็ “รอดปลอดภัย” ด้วยเหตุนี้จึงเชื่อมั่นว่า “พระเครื่อง” มีพุทธคุณที่ศักดิ์สิทธิ์เพราะผู้ที่ “บรรจุพุทธาคม” ลงในพระเครื่องก็ล้วนแต่เป็น “ผู้บริสุทธิ์” และ “ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ” จึงทำให้พระเครื่องมีอิทธิฤทธิ์คุ้มครองผู้คนได้.
นั่นคือเหตุผลของการ “แขวนพระ” ของ “คุณอำพร เพ็ญธำรงรัตน์” รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ซึ่งมีหน้าที่บริหารและพัฒนาท้องถิ่นของจังหวัดราชบุรี โดยดูแลกองโยธาและกองช่างของจังหวัด เนื่องจาก เป็น ชาวจังหวัดราชบุรี โดยกำเนิดเพราะเกิดที่ อำเภอดำเนินสะดวก และหลังจากเติบใหญ่ก้าวเข้าเล่นการเมืองระดับท้องถิ่น ก็สามารถได้รับการเลือกตั้งจากชาวราชบุรีให้เป็น “สมาชิกสภาจังหวัด” ถึง ๓ สมัย และได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ “รองนายก” ดังกล่าวข้างต้น
ส่วนพระเครื่องที่ศรัทธาและแขวน ติดคอมาถึงปัจจุบันคือ “พระพุทธชินราช” รุ่น “อินโดจีน” และ “เหรียญหลวงพ่อเดิมวัดหนองโพธิ์” รุ่น “ปักกลด” พร้อม “เหรียญหลวง พ่อทองศุข วัดโตนดหลวง” ซึ่งล้วนแต่เป็น พระเครื่องที่ได้รับเป็น “ของขวัญ” จากผู้ใหญ่ ที่เคารพนับถือด้วยเหตุนี้จึงยิ่งเชื่อมั่นว่าเป็น “ของดี” มากกว่าปกติเพราะหากไม่ใช่ของดีแท้แน่นอนแล้ว ผู้ใหญ่ก็คงไม่มอบเป็นของขวัญแน่นอนประกอบกับหลังจากทำการอาราธนาขึ้นแขวนคอ แล้วพระเครื่อง เครื่องรางของขลังก็มีส่วนช่วย ให้ “ผู้แขวน” อบอุ่นใจได้อย่างวิเศษไปไหนมาไหน ก็บังเกิดความ “เชื่อมั่น” และ “มั่นใจ” รวมทั้งเมื่อครั้ง “ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์” ซึ่งตามลักษณะของการประสบอุบัติเหตุคงต้องได้รับ “บาดเจ็บสาหัสแน่” แต่ก็เป็นเรื่องที่ประหลาดมากคือกลับ “ไม่ได้รับบาดเจ็บเลย”
โดยเหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อประมาณ ๕-๖ ปี แล้วคือช่วงที่เริ่มก้าวเข้ามาเล่นการเมืองใหม่ ๆ วันหนึ่งเดินทางไปทำธุระที่อำเภอบางบัวทองด้วยรถยนต์โดยมีเพื่อนเป็นผู้ขับ ช่วงประมาณ ๒-๓ ทุ่ม ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาที่ถนนว่างพอสมควร เพื่อนจึงขับรถเร็วมาก แต่พอเข้าเขตอำเภอบางบัวทองได้เล็กน้อยก็มี “รถบรรทุกหกล้อ” ขับตัดหน้าอย่างกะทันหันเพื่อนที่เป็นผู้ขับจึงตัดสินใจหักพวงมาลัย บังคับรถลงไหล่ถนนเพื่อหลีกเลี่ยงการพุ่งเข้าชนรถบรรทุก โดยมองไม่เห็นว่าไหล่ถนนตรงนั้น “เทลาดต่ำ” ลงไปเป็นแอ่งน้ำจึงทำให้รถ “เสียหลัก” เนื่องจากเป็นสภาวะที่เกิดขึ้น “เร็วมาก” จึงวิ่งส่ายไปมาคล้ายกับจะ “พลิกคว่ำ” เพราะแรงกระแทกที่ทำให้รถกระเด้งไปกระเด้งมาช่วงนั้น “รองนายกอำพร” ที่ยอมรับว่าตกอยู่ในอาการ “ตกใจสุดขีด” แต่ก็ระลึกถึงพระเครื่องในคอพร้อมอาราธนาให้ท่านช่วย ฉับพลันทันใดนั้น เหมือนมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น หลังจากรถกระ เด้งไปกระเด้งมาเพราะกระแทกพื้นไหล่ถนนจนทำท่าจะ “พลิกคว่ำ” ชั่วครู่รถก็เบนหัวกลับแล้วกระเด้งกระดอนขึ้นบนถนนได้อีก เพื่อนที่เป็นคนขับจึงหยุดรถเพื่อสำรวจว่ารถเก๋งคันงามเสียหายมากน้อยแค่ไหน แต่ปรากฏว่าไม่ได้เสียหายอะไรเลย จึงขับไปทำธุระยังอำเภอบางบัวทองได้เป็นปกติ.
thai amulet
นั่นคือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับ “รองนายกอำพร” ที่ประสบเหตุด้วยตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ช่วงเกิดเหตุ “รองนายกอำพร” มั่นใจว่ารถเก๋ง “พลิกคว่ำแน่” แต่เหมือนมีอะไร มาฉุดให้รถเบี่ยงหัวกลับทั้งที่ยังกระเด้งกระดอน แล้วก็ถลาขึ้นบนถนนได้อีกเหมือน มีคนมาฉุดยังงั้นแหละ ประกอบกับแม้รถ จะกระเด้งกระดอนเพราะแรงกระแทกอย่างแรง แต่ทั้งล้อรถและตัวรถก็ “ไม่เป็นอะไร” ซึ่งเรื่องแบบนี้หากไม่เกิดกับตัวเองก็ยากที่จะเชื่อ.
สรุปก็คือ “รองนายกอำพร” แขวนพระก็เพราะความ “ศรัทธา”thai amulet จึงฝากเตือนผู้ที่แขวนพระว่าอย่าแขวนเพียงเพื่อเห็นว่า “โก้หรู” ให้แขวนเพราะเชื่อว่าท่านมี “พุทธคุณ” เพราะหากตกอยู่ในภาวะคับขันแล้วจะเห็นเองว่า “พระเครื่อง” นั้นมีพุทธคุณที่ศักดิ์สิทธิ์โดยแท้จริง.
thai amulet
“ภวันตุเม” ที่มา… Daily News Online



