google logo
สนุก! ค้นหา สารบัญเว็บไทย ข่าว อีเมล์ หาเพื่อน คิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน สนุก! ทูลบาร์ ดูทั้งหมด>>
ดูบล็อกอื่น >
รูปโลโก้ S! Blogger เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

บล็อกเดือน กุมภาพันธ์, 2009

พระเทริดขนนก กรุวัดเสมาสามชั้น
พระเทริดขนนก กรุวัดเสมาสามชั้น

พระเทริดขนนก เป็นพระกรุเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมสะสมกันอย่างกว้างขวางในวง การนักนิยมสะสมพระเครื่องพิมพ์หนึ่งของจังหวัดเพชรบุรีและโดยทั่วไป ที่เรียกขานนามว่า “เทริดขนนก” นั้น เรียกตามลักษณะของ พระเศียรซึ่งประดับมงกุฎ ที่เรียกกันว่า “เทริด” ส่วนคำว่า “ขนนก” มาจากลักษณะที่เป็นแฉกคล้ายขนนกเสียบเรียงกัน จึงรวมเป็น “เทริดขนนก” ครับผม

พระเทริดขนนก มีการขุดค้นพบเมื่อประมาณ ปี พ.ศ.2513 ที่กรุวัดเสมาสามชั้น จ.เพชรบุรี ซึ่งปัจจุบันคือวิทยาลัยเทคโนโลยีเพชรบุรี เป็นพระเนื้อชินตะกั่วสนิมแดง มีพุทธศิลปะแบบลพบุรี ขนาดความสูงประมาณ 3.5 เซนติเมตร กว้างประมาณ 2.3 เซนติเมตร พิมพ์ด้านหน้า องค์พระประธานประทับนั่ง ขัดสมาธิราบ แสดงปางมารวิชัย เหนืออาสนะบัวเล็บช้าง มีกลีบบัวใหญ่ 3 กลีบ และกลีบแซม 2 กลีบ พระเศียรทรงเทริด ลักษณะเป็นรูปมงกุฎแบบเตี้ย มีกรอบกระบังหน้าลักษณะคล้ายขนนก ฉลองพระศอแบบสร้อยสังวาล ต้นพระพาหาทั้งสองข้างประดับพาหุรัด ส่วนพิมพ์ด้านหลัง มี 2 พิมพ์ คือ พิมพ์หลังลายผ้าและพิมพ์หลังเป็นแอ่ง

พระเทริดขนนก แบ่งออกได้เป็น 2 พิมพ์ คือ พระเทริดขนนก แบบมีซุ้มและแบบธรรมดา

- พระเทริดขนนก แบบมีซุ้ม นิยมเรียกกันว่า “พระยอดขุนพล” องค์พระประธานจะประทับนั่งภายในซุ้มเรือนแก้ว

- พระเทริดขนนก แบบธรรมดา ลอยองค์ ไม่มีปีกข้าง เข้าใจว่าเป็นการตัดกรอบพิมพ์ชิดองค์พระ จึงตัดกรอบเส้นซุ้มออกไป
tumsrivichai
พระเทริดขนนก มีพุทธคุณปรากฏเป็นเลิศในด้านแคล้วคลาดและคงกระพันชาตรี นับได้ว่าเป็นพระกรุที่มีความเก่าแก่ น่านิยมสะสมไว้สักการะพิมพ์หนึ่ง ทีเดียว แต่ต้องพิจารณากันให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ เพราะมีการทำเทียมเลียนแบบสูงมาก

การพิจารณาพระเทริดขนนก ด้วยความที่เป็นพระเนื้อชินตะกั่ว จึงใช้หลักการพิจารณาเช่นเดียวกับพระเนื้อชินตะกั่วที่บรรจุกรุโดยทั่วไป ซึ่งมีคุณสมบัติคือส่วนใหญ่จะปรากฏ “สนิมแดง” สีแบบเปลือกมังคุดแก่หรือสีลูกหว้าสุก น้อยองค์ที่จะเป็นสีแดงเลือดนกหรือแดงปนส้ม เมื่อนำสำลีหรือผ้านิ่มๆ มาเช็ดจะเกิดความมันวาวและใส พื้นผิวขององค์พระจะมีลักษณะแห้ง บางองค์ปรากฏ “รอยปริแตกร้าว” คล้ายเส้นใยแมงมุม และเมื่อผ่านกาลเวลาเนิ่นนานก็จะปรากฏคราบไขความเก่าตามธรรม ชาติ ลักษณะเป็นไขสีขาวขุ่น ผุดออกจากเนื้อขององค์พระ บางครั้งอาจเป็นสีน้ำตาลอ่อนแซมอยู่กับสนิมแดงที่จับเกาะติดแน่นทั่วทั้ง องค์พระ ซึ่งล้างออกยากมานอกจากนี้ จะมีคราบหินปูนเกาะติดอยู่กับองค์พระ บางองค์เกาะหนามากคล้ายขี้ตะกรัน โดยเฉพาะกรุที่มีความชื้นและน้ำท่วมถึง คราบกรวด ดิน และทรายที่ฝังทับถม เป็นคราบสีน้ำตาล แต่เมื่อนำมาล้างออกจะปรากฏองค์พระที่งดงามยิ่ง พระเทริดขนนก กรุวัดเสมาสามชั้นปรากฏคราบสนิมแดงชัดเจน ทำให้การพิจารณาธรรมชาติความเก่าขององค์พระง่ายยิ่งขึ้นครับผม

ที่มา… ข่าวสด

Tag:

วัตถุมงคล”วัดเทพนมเชือด”

โดย tumsrivichai เมื่อ ก.พ.-19-09

วัตถุมงคล”วัดเทพนมเชือด” สมทบทุนสร้างมณฑปพ่อท่านภู่

สดจากหน้าพระ

วัดเทพนมเชือด ชื่อเดิม “วัดป่าเทพนมเชือก” คณะศรัทธาสร้างไว้เมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยา สร้างแล้วไม่นานก็เป็นวัดร้าง จนมีคนมาพบเมื่อปีพ.ศ.2310 ภายในวัดมีถ้ำพระราหู เป็นถ้ำหินปูนลักษณะเหมือนปากราหู มีหยดน้ำไหลออกมาจากผนังถ้ำ จึงมีการทำบ่อน้ำ เพื่อรองรับน้ำที่ไหลออกมาไปทำเป็นน้ำพระพุทธมนต์

ถ้ำพระราหู มี 2 ถ้ำ ถ้ำที่ 1 มีขนาดใหญ่ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นศิลปะท้องถิ่น จำนวน 12 องค์ ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างพร้อมกันในสมัยที่สร้างพระบรมธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช ราวพุทธศตวรรษที่ 18 ถ้ำที่ 2 จะมีขนาดเล็กกว่าถ้ำที่ 1 สันนิษฐานว่าถ้ำพระราหูจะเป็นที่พักแรมของคนสมัยก่อนตอนเดินทาง เพราะอยู่ในเส้นทางเดินโบราณและมีหลักฐานปรากฏอยู่

วัดเทพนมเชือด ตั้งอยู่ในเขต ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช มีพื้นที่จำนวน 41 ไร่ 1 งาน 10 ตารางวา มีหลักฐานบันทึกไว้ว่าเจ้าอาวาสปกครองมาแล้ว 7 รูป หนึ่งในนั้นก็คือ “พ่อท่านภู่” อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ 5 ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้านเป็นอย่างมาก จึงได้มีการหล่อรูปเหมือนเท่าองค์จริงไว้ เพื่อให้เป็นที่กราบสักการบูชาของชาวบ้านในละแวกอำเภอร่อนพิบูลย์ ประดิษฐานอยู่ภายในศาลาหลังเก่า ซึ่งปัจจุบันนี้ได้ผุพังไปตามกาลเวลา

” พระครูปลัดณรงค์ อภิวัณโณ” เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน จึงดำริจัดสร้างวัตถุมงคลเพื่อนำมาเป็นทุนในการก่อสร้างมณฑปหลังใหม่ เพื่อประดิษ ฐานรูปเหมือนพ่อท่านภู่ ซึ่งได้รับความเมตตาจาก พระอาจารย์ประสูติ ปิยธัมโม วัดในเตา จ.ตรัง รับเป็นประธานดำเนินการจัดสร้าง ซึ่งท่านมีความเคารพศรัทธาในองค์พ่อท่านภู่เป็นอย่างมาก

วัตถุมงคล ที่จัดสร้าง รูปแบบเหรียญหล่อรุ่นแรก 2 อมตะเถราจารย์ “หลวงปู่ทวด-พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ รุ่นสร้างมณฑป มหาบารมี” ด้านหน้าเป็นหลวงปู่ทวด แบบย้อนยุค เหรียญหัวโต ด้านหลังเป็นพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์

พระครูปลัดณรงค์ เจ้าอาวาสวัดเทพนมเชือด ได้นำวัตถุมงคลทั้งหมดไปให้หลวงพ่อเขียว วัดห้วยเงาะ และหลวงพ่อนวล วัดไสหร้า อธิษฐานจิตปลุกเสกเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์เข้มขลัง ก่อนทำพิธีพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2552 ณ ถ้ำพระพุทธโกษีย์ วัดในเตา จ.ตรัง โดยมีพระอาจารย์หรีด วัดปาโมกข์ จ.พังงา เป็นเจ้าพิธี และพระอาจารย์ประสูติ วัดในเตา ศิษย์อาจารย์คู่บุญคู่บารมี Thai Amulets รวมทั้งพระเกจิคณาจารย์สายเขาอ้อชื่อดังร่วมพิธีพุทธาภิเษกอีกหลายรูป

นับ ว่าเป็นวัตถุมงคลที่ดีทั้งรูปแบบการจัดสร้าง ความศักดิ์สิทธิ์เข้มขลังของพิธีกรรม และเจตนาในการจัดสร้าง วัตถุมงคลเหรียญหล่อหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด-พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ รุ่นสร้างมณฑป มหาบารมี จัดสร้างจำนวนไม่มากนัก โดยชุดกรรมการจัดสร้าง จำนวน 300 ชุด มี 5 เหรียญ ประกอบด้วย เนื้อเงิน เนื้อนวโลหะ เนื้อสัตโลหะ เนื้อทองผสม เนื้อระฆัง ตอกโค้ดและหมายเลขกำกับทุกเหรียญ บูชาชุดละ 2,000 บาท (เหลือน้อย), เนื้อนวโลหะ จัดสร้าง 99 เหรียญ บูชา 599 บาท, เนื้อสัตโลหะ จัดสร้าง 299 เหรียญ บูชา 399 บาท, เนื้อระฆัง จัดสร้าง 299 เหรียญ บูชา 299 บาท, เนื้อทองผสม จัดสร้าง 399 เหรียญ บูชา 199 บาท

ทุกเหรียญตอกโค้ดและหมายเลขกำกับ เนื้อพิเศษมี 2 เนื้อ เนื้อรัตนะ สร้างจากชนวนโลหะโบราณ จัดสร้าง 365 เหรียญ บูชา 1,000 บาท (เหลือน้อย) เนื้อชินเงิน (แจกกรรมการ) จัดสร้าง 300 เหรียญ บูชา 300 บาท (เหลือน้อย) ท่านใดที่มีความประสงค์ร่วมบุญร่วมกุศลในการก่อสร้างมณฑปครั้งนี้ ติดต่อสอบถามรายละเอียดร่วมทำบุญหรือบูชาวัตถุมงคลเหรียญหล่อรุ่นแรก 2 อมตะเถราจารย์ หลวงปู่ทวด-พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ รุ่นสร้างมณฑป มหาบารมี ได้ที่พระครูปลัดณรงค์ อภิวัณโณ เจ้าอาวาสวัดเทพนมเชือด อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช

ข่าวพระเครื่อง

โดย tumsrivichai เมื่อ ก.พ.-17-09

ข่าวพระเครื่อง

ข่าวพระเครื่อง Thai Amulets“สายตรงคนนิยมพระ” อาทิตย์ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ยังอยู่ในช่วง “เหงาเอาการ” ชาวพระเครื่องไทยรวมทั้งวงการข่าวพระเครื่อง ดอกกุหลาบ ก็เป็นไปด้วย ขนาดอยู่ในช่วง “วันแห่งความรัก” แต่ละปีจะขาดตลาดแต่ปีนี้คนขายร้อง “แย่” ตาม ๆ กันจากเหตุเศรษฐกิจโลก “ถูกเผาจริง” นั่นละพี่น้องเอย

ll ข่าวพระเครื่อง ระยะนี้จึงเห็นมีแต่คน ขนพระมาขาย ส่วนผู้ซื้อถ้าไม่เข้าตาก็จะ ไม่แล หรือหากแลก็ซื้อในราคา ต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะผู้ซื้อระยะนี้มีสิทธิ เลือกได้ ใครคิดจะขายต้องทำใจแม้แต่กิจกรรม ประกวดพระฯ ที่คึกคักเสมอมาก็พลอย เหงาไปถนัด ขนาด บางงานยักษ์ กำหนดวันจัดไว้แล้วแต่ก็ต้อง เลื่อน หรือไม่ก็ งดไปเลยก็มี ทุกกรณีล้วนเกิดจาก เศรษฐกิจไม่อำนวย

ll ถึงกระนั้น สมาคมผู้นิยมพระฯ โดยการนำของท่านนายกฯ พยัพ คำพันธุ์ ไม่อยู่นิ่งจึงกำหนดจัดกิจกรรม “เซอร์พระฯ” ในวันอาทิตย์ที่ ๒๒ ก.พ. บน สำนักงานสมาคมฯ โดยจัดเซอร์ฯเพียง ๓ รายการ “พระชุดเบญจภาคี” และ “พระเนื้อชิน” พร้อม “หลวงปู่ทวด” หากต้องการ ขายพระ ก็ต้องนำไปเซอร์ ถ้า แท้และสภาพดี รับประกันมีผู้อุดหนุนแน่นอน ll หันมาชม “พระแท้พระสวย” ที่นำเป็น “องค์ครู” แม้เศรษฐกิจจะฝืดแค่ไหนที่นี่ก็ยังมี พระยอดนิยม รวมทั้ง พระดีราคาเบา แถมด้วย พระใหม่ อีกทั้ง เครื่องรางฯ ที่ขอย้ำว่านักสะสมเครื่องรางฯ ต้องอย่าพลาด เพราะเป็นเครื่องรางฯในตำนานที่ “ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่” แถมมีเพียง หนึ่งเดียว ในเมืองไทย

ll ข่าวพระเครื่อง ก่อนชมเครื่องรางฯที่ว่าขอประเดิมด้วย “พระพุทธรูปปางลีลาสุโขทัยเนื้อสำริด” ขนาดสูง ๑๙ นิ้ว องค์นี้แม้จะมีอายุ หลายร้อยปี แต่สภาพยัง งามหมดจด เพราะเจ้าของ “เทพ กำแพง” นิมนต์จำพรรษาอยู่ใน ตู้กระจก ที่ไร้ลมไร้น้ำเข้าถึง ความสมบูรณ์ จึงคงที่ไม่มีเปลี่ยนแปลง ll องค์ที่สองเป็นอีก “ของดีหายาก” เพราะเป็น “พระกริ่งพระพุทธยอดฟ้าเนื้อทองคำ” ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เสด็จฯทรงประกอบพิธีเททอง ณ วัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์) เมื่อ วันอาทิตย์แรม ๘ ค่ำ ซึ่งตรงกับ วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๐๙ ที่โบราณจารย์ถือเป็น วันมหามงคล เพราะใน หนึ่งปี มีเพียงวันเดียว ll ข่าวพระเครื่อง ส่วนความสำคัญขณะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพิธีเททองมีดีแบบใดให้หาอ่านได้ในหนังสือ “มหามงคลแห่งแผ่นดิน” เพราะใครมีก็ สุดหวง อย่างองค์นี้ของ “อุ๊ กรุงสยาม” เขาหวงมากเลย

ll ข่าวพระเครื่อง อีกสององค์ที่ต้องให้ชม “พระหลวงปู่ทวดเนื้อว่านพิมพ์ใหญ่กรรมการปี ๙๗” และเป็นพิมพ์นิยมที่เรียกว่า “พิมพ์เอ” งามแค่ไหนเชิญทัศนากันเอง องค์ที่สอง “พระหลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้วพิมพ์เศียรโล้นสะดุ้ง กลับเนื้อผงยาจินดามณี” แล้วชุบรักซึ่งตามสภาพต้องใช้คำว่า “งาม มาก ๆ” ชนิด “แชมป์ต้องเรียกพี่” ได้เลยทั้งสององค์ ll เพราะ ไม่ผ่านการใช้ จึงไม่มีส่วนใด สึกหรอหรือกะเทาะ ให้เสียหายและ พระสวยระดับนี้ ผู้มีโอกาสได้ครอบครองก็ต้องเป็น “เซียนตัวจริง” ไม่ใช่ใคร เป็นอดีต พระเอกดัง ที่ระยะหลังหันมาเป็นพิธีกรและผู้จัดรายการทีวี “ฐาปกรณ์ ดิษยนันท์” นั่นเอง ll องค์นี้นาน ๆ จึงจะเจองาม ๆ สักองค์ “พระพิจิตรใบมะขาม” ที่ได้ชื่อของดีที่ จิ๋วแต่แจ๋ว และองค์นี้นอกจากงามมากแล้วยังเป็น เนื้อชินเงิน ที่มีน้อยมากส่วนเจ้าของไม่ใช่ใคร “เสี่ยเทพ กำแพง” คนตัวเล็กแต่รสโตคนนั้นเช่นเคย

ll หันมาชมเครื่องรางของขลัง อันเป็น “ทีเด็ด” ประจำวันตามที่เกริ่นไว้ในช่วงต้น “ปั้น เหน่งผีตายโหง” ซึ่งก็คือ กะโหลกหน้าผากผีตายโหง ที่ผู้ครอบครองสันนิษฐานว่าเป็น กะโหลกหน้าผาก ของ ยอดผีไทยผู้โด่งดัง ที่ชื่อ “แม่นากพระโขนง”

ll ทั้งนี้ก็เพราะในหนังสือประวัติ “สมเด็จพระพุฒาจารย์โต” ฉบับของ วัดระฆัง “ท่านอำมาตย์ตรีพระยาทิพโกษา” (สอน โลหะนันท์) ได้บันทึกไว้ว่า “สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี เจาะเอากระดูกหน้าผากแม่นากพระโขนง มาขัดเกลาจนเป็นมันลงยันต์เป็นอักษรไว้ แล้วทำเป็นหัวรัดประคดคาดเอวติดตัวตลอด ครั้นท่านชราจึงประทานไว้กับ ม.จ.พระพุทธบาทปิลันท์ และต่อมายัง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์” ll จึงแน่ชัดว่านี่คือ “ของจริง” ที่เมื่อไม่กี่วันก่อนพระเอก “หนุ่ม คงกะพัน” ก็นำไปโชว์ในรายการ บางอ้อ ทางช่อง โมเดิร์น ไนน์ ข่าวพระเครื่อง ฮือฮามาแล้ว ทั้งนี้เพราะ “พระเอกหนุ่ม” เองก็เชื่อเป็น กะโหลกหน้าผากผีแม่นาก โดย ก่อนนำไปโชว์ได้ สืบเสาะเจาะลึก มาก่อนแล้ว “ตะวันบูรพา” ข่าวพระเครื่อง ก็เลยนำมาให้ชมเป็นความรู้ดีนักแล

ll ข่าวพระเครื่องถัดมา “พญาเต่าเรือนหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน” ที่ผู้รู้ระบุว่าดีเด่นด้าน โชคลาภ ที่หลวงพ่อสร้างแจกลูกศิษย์ขณะยังมีชีวิตปัจจุบัน “ของแท้” อย่างตัวนี้ของ “พ.ต.ท.พีระพัศ เมืองสาคร” หายากแล้ว ที่เห็น ๆ ตามแผงพระส่วนใหญ่ “เก๊…ครับท่าน”

llข่าวพระเครื่อง พระใหม่วันนี้เป็น “พญาเต่าเรือนหลวงพ่อเงินวัดบางคลาน” เช่นกันแต่เป็นรุ่น “มงคลมหาลาภ ๕๑” ที่จะมีพิธีพุทธาภิเษก ณ อุโบสถวัดบางคลาน จ.พิจิตร ๒๐ ก.พ.นี้ข่าวพระเครื่อง เพื่อหารายได้สมทบทุนบูรณะเสนาสนะและจัดสร้าง ศูนย์ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของ วัดชยาลังการ์ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ สนใจสอบถามที่ ๐๘-๑๑๔๐-๘๙๐๖ และ ๐๘-๑๖๔๐-๓๓๒๔

ll ข่าวพระเครื่อง วันนี้ปิดท้ายด้วยคำว่า ขอบพระคุณพุทธศาสนิกชน ทุกท่านที่สั่งจอง “พระกริ่ง” และ “บาตรน้ำมนต์เจริญคชวัตร ญสส.” เนื่องจากมีผู้สั่งจอง ครบจำนวน แล้วจึงปิดรับจองพร้อมให้ ผู้สั่งจอง รับของได้ระหว่าง ๒๕-๒๖ เม.ย. ณ พระตำหนักสมเด็จพระสังฆราช คณะเหลืองรังษี วัดบวรนิเวศฯ.
ข่าวพระเครื่อง ข่าววงการ พระเครื่อง

“ตะวันบูรพา” ที่มา… Daily News Online

เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ศาลเจ้าเล่งจูเกียง

เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว กับตำนานที่เล่ากันมา ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หรือ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง จังหวัดปัตตานี ซึ่งจะมี งานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ทุกปีชมขบวนแห่ “พระหมอ องค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว”
หากเอ่ยถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นชื่อของ จ.ปัตตานี คนทั่วไปก็มักจะนึกถึงอยู่ 3 แห่งพร้อมๆ กัน คือ มัสยิดกรือเซะ วัดช้างให้ และ ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขของคน 3 เชื้อชาติ 3 ศาสนาได้อย่างดีที่สุด แต่ถ้าเป็นช่วงต้นๆ ปีที่คาบเกี่ยวกับเทศกาลตรุษจีนเช่นนี้คนย่อมนึกถึงงานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอ เหนี่ยวเป็นหลัก โดยงานเทศกาลเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่นี้ได้จัดต่อเนื่องกันมาเป็นเวลานานแล้ว โดยจะจัดขึ้นหลังวันตรุษจีน 15 วัน หรือในวันเพ็ญเดือน 3 ตามจันทรคติของไทย

ที่เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่านั้น คือ งานฉลองเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวตรงกับ “วันมาฆบูชา” ซึ่งถือเป็นการเริ่มวันสำคัญทางศาสนาวันแรกของชาวพุทธในแต่ละปีอีกด้วย

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ศาลเจ้าเล่งจูเกียง

พิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปัตตานี กล่าวว่า เทศบาลร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนราธิวาส จัดงานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว และมหกรรมท่องเที่ยวปัตตานี 2552 ระหว่างวันที่ 6-10 กุมภาพันธ์

ยกตัวอย่างเช่น การสมโภชแห่แหนรูปสลักไม้มะม่วงหิมพานต์ของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ขบวนแห่องค์เทพ พิธีลุยไฟ และแสดงอภินิหารต่างๆ เพื่อพิสูจน์ความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่

การแสดงอภินิหารนี้ผู้ร่วม พิธีจะต้องถือศีลกินเจอย่างน้อย 7 วันก่อนทำพิธี และเป็นที่น่าอัศจรรย์ว่า อานิสงส์แห่งการถือศีลกินเจส่งให้ผู้เข้าร่วมพิธีสามารถแสดงอภินิหารขององค์ เจ้าแม่ได้อย่างน่าทึ่งจนเป็นที่กล่าวขานกันมาช้านาน

นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปัตตานี กล่าวอีกว่า งานสมโภชเจ้าแม่ปีนี้จะจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “รู้รักสามัคคี ปัตตานีมีสุข” โดยมีกิจกรรมอื่นๆ มาประกอบเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ เช่น

-การแข่งขัน แรลลี่ท่องเที่ยว 3 ชุมชน 3 วัฒนธรรม โดยเริ่มต้นจากลานศิลปวัฒนธรรมไปตามแหล่งท่องเที่ยว และชุมชนทั้ง 3 ศาสนา คือ ชุมชนหลังแขวง (วิถีพุทธ) ชุมชนจะบังติกอ (วิถีมุสลิม) และชุมชนหัวตลาด” (วิถีชาวไทยเชื้อสายจีน) และวนมาจบที่จุดเดิม

นอกจากนี้ภายในงานจะได้พบกับศิลปินแห่งชาติ ขาเดร์ แวเด็ง ที่จะมาบรรเลงเพลงพื้นบ้านอันทรงคุณค่าควบคู่ไปกับการประกวด “ดิเกร์ฮูลู” หรือ “ลิเกฮูลู”

องค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว "พิธีลุยไฟ"

รวมทั้งการประกวด “เชิดสิงโตบนเสาดอกเหมย” และชมการแสดงมหรสพ เช่น อุปรากรจีน (งิ้ว) มโนราห์ รวมถึงการออกร้านจําหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

สำหรับไฮไลท์ของงานนี้ย่อมหนีไม่พ้น “พิธีลุยไฟ” ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 05.09 น. พร้อมกับชมขบวนแห่ “พระหมอ องค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว” และองค์พระทุกองค์

ขบวน ดังกล่าวจะแห่จากหน้าศาลเจ้าเล่งจูเกียงไปตามเส้นทางที่กําหนด ณ เชิงสะพานเดชานุชิต จากนั้นเวลา 06.30 น. ขบวนแห่พระหมอ องค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว และองค์พระกระทําพิธีลงน้ำ ณ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง

เวลา 09.00 น.ทํา “พิธีก่อไฟ” จากนั้นเวลา 11.00 น.ชมขบวนแห่พระหมอ องค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว องค์พระทุกองค? และเริ่มกระทํา “พิธีลุยไฟ”

กระทั่งในเวลา 12.00 น.เสร็จสิ้นพิธีลุยไฟ ทำพิธีอัญเชิญพระหมอ องค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว องค์พระทุกองค์เข้าประดิษฐานในศาลเจ้าเล่งจูเกียงอีกครั้ง

นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปัตตานี กล่าวว่า การประกอบพิธีแห่พระลงน้ำ-ลุยไฟ ประชาชนในพื้นที่ยังคงยึดปฏิบัติเช่นเดิมทุกปีและจะจัดอย่างยิ่งใหญ่ยิ่ง ขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้เลื่อมใสศรัทธาได้เข้าร่วมพิธีอย่างทั่วถึง S

ไพศาล รัตนะ ที่มา…http://www.komchadluek.net/