google logo
สนุก! ค้นหา สารบัญเว็บไทย ข่าว อีเมล์ หาเพื่อน คิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน สนุก! ทูลบาร์ ดูทั้งหมด>>
ดูบล็อกอื่น >
รูปโลโก้ S! Blogger เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

Ubuntu 9.04 countdown

For Desktops, Servers, Netbooks and in the cloud

บล็อกล่าสุด

เว็บเพจ

คอมเมนท์ล่าสุด

Sanook Blogger

ลิงค์น่าสนใจ

หมวดหมู่

Tags

บล็อกย้อนหลัง

สงกรานต์เลือด

เมษายน 13, 2009

หยุดเข่นฆ่าประชาชน !

Tag:

โอเพ่นซอร์ส ซอฟต์แวร์ ทางเลือกที่ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์

กันยายน 24, 2008

 tags:  

 

บทความโดยคุณศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์ ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 22 กันยายน 2551 ผมเห็นว่ามีประโยชน์เลยนำมาลงซ้ำอีกครั้ง โดยได้รับคำอนุญาตจากคุณศิริพงษ์แล้ว - mk

โอเพ่นซอร์ส ซอฟต์แวร์ ทางเลือกที่ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์

นึกขึ้นมาได้ว่าผ่านหูผ่านตาประกาศกำหนดปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ อย่างจริงจังโดยกลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์ หรือบีเอสเอ (บิซิเนส ซอฟต์แวร์ อัลไลน์ซ) ร่วมกับ กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ดีเดย์ไว้วันที่ 15 ตุลาคมนี้ เป็นเส้นตายสำหรับองค์กรธุรกิจที่ใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ หากตรวจพบจะถูกจัดการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยบีเอสเออ้างว่ามีรายชื่อบริษัทธุรกิจในมืออยู่แล้วราว 100 บริษัท

นับจากวันนี้ก็เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน บริษัทไหนยังมีซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ก็เตรียมตัวเตรียมใจ และเตรียมเงินเผื่อเอาไว้หน่อย

พูดถึงเรื่องนี้ทำให้นึกถึงรัฐวิสาหกิจอย่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ.ขึ้นมา องค์กรนี้เป็นองค์กรใหญ่ที่ริเริ่มเรื่องโอเพ่นซอร์ส ซอฟต์แวร์ มาตั้งแต่ราวปี 2537 เริ่มจากเซิร์ฟเวอร์ขยายมาเรื่อยๆ และลงเป็นแผนจริงจังในปี 2547 ขยายการใช้งานไปสู่เดสก์ท็อป แม้ระบบปฏิบัติการที่พนักงานใช้ทั่วๆ ไปยังเป็นวินโดว์สอยู่ แต่ซอฟต์แวร์สำหรับการทำงานตัวอื่นๆ ซึ่งเป็นโอเพ่นซอร์ส ถูกขยายการใช้งานไปเรื่อยๆ อย่างเช่น โอเพ่น ออฟฟิศ หากดูตามแผนงานแล้วถึงสิ้นปีหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 10,000 เครื่อง ของ กฟผ.จะใช้โอเพ่น ออฟฟิศ แทนไมโครซอฟต์ ออฟฟิศ

ก็ไม่ต้องเสียเงิน และไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ใครด้วย จำได้ว่าผู้บริหาร กฟผ.บอกว่า การปรับองค์กรให้หันมาใช้โอเพ่นซอร์ส ซอฟต์แวร์มากขึ้นตามแผนงานนี้ ช่วยประหยัดงบประมาณได้ราวปีละ 30 ล้านบาท

ถ้าองค์กรใหญ่ระดับ กฟผ.ยังใช้โอเพ่นซอร์ส ซอฟต์แวร์ ได้ ก็ไม่มีข้อกังขาอะไรแล้วละครับ

เท่าที่เห็นๆ มา คนทั่วๆ ไปเกี่ยงงอนท่าโน้นท่านี้กับโอเพ่นซอร์ส ซอฟต์แวร์ แล้วก็ก้มหน้าก้มตาใช้ของละเมิดลิขสิทธิ์ต่อไปโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร บางคนก็อ้างเอาดื้อๆ ว่าก็อยากขายแพง ซึ่งว่าที่จริงแล้วของราคาแพงไม่ได้เป็นเหตุผลอันชอบธรรมให้เราต้องไปขโมย เขามาใช้ ในกรณีที่มีทางเลือกอื่นให้เลือกอยู่ไม่น้อยอย่างในเวลานี้

อันที่จริงถึงแม้จะยังใช้ระบบปฏิบัติการวินโดว์สอยู่ เพราะบางคนไม่พร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ แต่โอเพ่นซอร์ส ซอฟต์แวร์สำหรับใช้งานทดแทนซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์นั้นมีอยู่ครบถ้วนให้ใช้ ถ้าไม่พร้อมจะเสียเงินไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ก็ควรจะหันมาหาทางเลือกที่ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์

จากประสบการณ์ส่วนตัว อย่าว่าแต่พวกโปรแกรมใช้งานต่างๆ เลยครับ แม้แต่ระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์ที่ผมใช้ก็เป็นลินุกซ์ในสายพันธุ์อูบุน ตูหมด ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร ถ้ามีก็หาทางแก้เอา เหมือนสมัยก่อนโน้นที่ยังใช้วินโดว์สก็มีปัญหาให้แก้อยู่เนืองๆ

แต่ลินุกซ์ได้เปรียบกว่าก็ตรงความเร็วและความปลอดภัยไร้กังวลเรื่องไวรัส มีชุมชนบนอินเตอร์เน็ตที่คอยช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา

ผมเข้าไปใน www.ubuntuclub.com ซึ่งเป็นชุมชนอูบุนตูของไทยที่แข็งแกร่ง และสักระยะหนึ่งมาแล้ว เจอเข้ากับอูบุนตูฉบับคนไทยอีกตัว ใช้ชื่อว่า “ไพเรต เอดิชั่น” ซึ่งก็คือเวอร์ชั่นที่ดัดแปลงตบแต่งจากต้นฉบับดั้งเดิม ปิดจุดอ่อนหลายๆ จุด เพื่อให้เหมาะสมสำหรับการใช้งาน ซึ่งก็สรุปปัญหามาจากประสบการณ์ที่เจอๆ กันนั่นแหละครับ สำหรับมือใหม่และคนอยากลองของโดยไม่มีพื้นฐานมาก่อน แนะนำให้เอาตัวนี้ไปทดสอบจะดีกว่าตัวต้นฉบับ สนใจก็เข้าไปดาวน์โหลดมาได้จากhttp://mirror.nytes.net/linux/clubuntu/preview/somjate/ และเข้าไปหาความรู้เกี่ยวกับการติดตั้งได้ที่อูบุนตูคลับ

ข้อดีของระบบปฏิบัติการแบบโอเพ่นซอร์ส อยู่ตรงที่สามารถนำมันมาดัดแปลงให้สอดคล้องเหมาะสมกับความต้องการใช้งาน อย่างเช่น ไพเรต เอดิชั่น เป็นตัวอย่างหนึ่ง ความจริงแล้วในต่างประเทศยังมีการดัดแปลงกันไปอีกมากมายสำหรับงานเฉพาะทาง เช่น อูบุนตู สตูดิโอ สำหรับคนทำงานด้านมีเดียโดยเฉพาะ เป็นต้น

อีกตัวหนึ่งสำหรับคอมพิวเตอร์เก่าๆ ของคนไทยก็คือ SUTLinux ที่ดัดแปลงมาจาก PuppyLinux ดาวน์โหลดได้จาก linux.sut.ac.th/download/

เหล่านี้ล้วนเป็นงานสร้างสรรค์ที่น่าชื่นชมทั้งในวงการโอเพ่นซอร์ส

ตีพิมพ์ครั้งแรกใน มติชนรายวัน

อ่านต่อที่นี่

โครม

กันยายน 17, 2008

โครม (Chrome) และแล้วกูเกิ้ลก็โจนเข้าสู่สมรภูมิบราวซ์เซอร์ สงครามครั้งใหม่ปะทุ

chrome logo

และแล้วกูเกิ้ลยักษ์ใหญ่ในสมรภูมิช่วงชิงผู้ใช้อินเตอร์เน็ต หลังจากที่ได้ออกผลิตภัณฑ์หลากหลายที่ดึงผู้ใช้เข้าสู่เว็บกูเกิ้ล จนทุกวันนี้บางคนแทบไม่ได้ออกจากเว็บกูเกิ้ล และบริการต่าง ๆ ของกูเกิ้ลไปยังเว็บอื่นเลย ในที่สุดภูเกิ้ลก็กรีฑาทัพเข้าสู่สมรภูมิบราวเ ซอร์ ด้วยอาวุธใหม่ล่าสุด นั่นคือ Chrome

ท้าวความกันไปถึงเมื่อครั้งมหาสงครามบราวเซอร์ครั้งแรกอุบัติขึ้น ครั้งนั้นเป็นสงครามระหว่าง Netscape Navigator (จากนี้ไปจะขอเรียกสั้น ๆ ว่า Netscape แต่จริง ๆ แล้ว Netscape เป็นชื่อบริษัทที่ผลิตบราวเซอร์ชื่อ Netscape Navigator) กับ IE (มีใครทันมั่งเนี่ย) Netscape ซึ่งเป็นจ้าวครองอินเตอร์เน็ตอยู่ ประชาชนอินเตอร์เน็ตในยุคนั้นยังน้อยกว่ายุคนี้หลายเท่า แต่มนุษย์แทบทุกผู้ต่างก็ใช้ Netscape เป็นบราวเซอร์ในการท่องโลกอินเตอร์เน็ต มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ใช้บราวเซอร์อื่น ๆ ซึ่งก็ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมานัก เช่น mosaic หรือ mozilla ที่เกิดมาทีหลัง จวบจนกระทั่งไมโครซอฟต์ ยักษใหญ่วงการซอฟต์แวร์ ยาตราทัพเข้าสู่สมรภูมิช่วงชิงผู้ใช้บนอินเตอร์เน็ต โดยส่งอาวุธเด็ดเข้าสู่สมรภูมิ นั่นคือ IE อันที่จริงจะว่า IE เป็นอาวุธเด็ดก็ไม่จริงเสียทีเดียวนัก เพราะ IE มีจุดอ่อนมากมายที่ทำให้ยังไม่สามารถเทียบชั้นกับจ้าวสมรภูมิอย่าง Netscape ได้ อาวุธเด็ดที่แท้จริงของไมโครซอฟต์คือ Microsoft Windows รุ่นต่าง ๆ มากกว่าและด้วยความนิยมอย่างสูงของ Microsoft Windows ทำให้มีการแปลไปใช้งานในภาษาต่าง ๆ มากมาย นั่นทำให้ไมโครซอฟต์รู้กลวิธีในการทำงานกับภาษาต่าง ๆ มากมาย และ IE ก็ได้รับคุณสมบัติข้อนี้ไปด้วย บวกกับการผนวก IE เข้าไปใน Microsoft Windows 98 นั่นเป็นครั้งแรกที่ทำให้ Netscape เพลี่ยงพล้ำ เอาล่ะ พักมาคุยเรื่องเบา ๆ กันหน่อย ผมจะเช็คอายุล่ะนะ ใครมาก็ยกมือขึ้นนนนนน ^o^/

ใครเคยใช้ Microsoft Windows 95 แล้วใช้บราวเซอร์เป็น Netscape บ้าง?

สำหรับคนอื่น ๆ จะตอบอย่างไรผมไม่รู้ แต่ตัวผมเองใช้อย่างนั้น จนกระทั่งเปลี่ยนมาใช้ Microsoft Windows 98 ผมจึงได้รู้จักกับ IE แต่ผมก็ไม่มีความสุขกับการใช้ IE นัก เพราะคุณสมบัติหลายอย่างที่เทียบกันไม่ได้ เหมือนกับนักมวยที่แบกน้ำหนักกันอยู่ แต่ IE ในสมัยนั้นถึงแม้จะด้อยกว่า Netscape ในหลาย ๆ ด้าน แต่เป็นเหมือนนักมวยขยันแย็ป ต่อยเยอะมันต้องมีสักหมัดที่เข้าเป้า การที่ IE ถูกแถมไปกับ Microsoft Windows 98 ทำให้ปริมาณผู้ใช้เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และเริ่มเบียดช่วงชิงผู้ใช้จาก Netscape มากขึ้นทุกที ๆ

Netscape เดิมนั้นเป็นบริษัทเล็ก ๆ ที่ทำการผลิตซอฟต์แวร์ที่ชื่อ Netscape Navigator ซึ่งเป็นเว็บบราวซ์เซอร์รุ่นแรก ๆ ขึ้นมา และทำการแจกจ่ายฟรี อันเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในขณะนั้น และเป็นปรากฏการณ์ที่ค่อนข้างอุตริ เนื่องจากซอฟต์แวร์ในสมัยนั้นจะต้องซื้อขายกันเหมือนกับสินค้าชิ้นหนึ่ง (ใครเคยซื้อ DOS มาใช้บ้าง) ความอุตรินี้ส่งผลในวงกว้าง กลายเป็นว่าอะไร ๆ ที่ได้จากอินเตอร์เน็ตต้องฟรี และในประเทศที่มีความเข้าใจในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาน้อย ก็เข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่นำมาใช้ในคอมพิวเตอร์ต้องฟรีไปโน่นเลย (บ้านเราไม่ฟรี แผ่นละร้อยห้าสิบบาทครับ :-P ) แต่ความอุตรินี้ก็จุดประกายให้กับวงการโอเพนซอร์ส และซอฟต์แวร์เสรี อีกทั้งยังเป็นการสร้างนวัตกรรมใหม่ ด้วยโมเดลธุรกิจใหม่คือใช้ตัวบราวเซอร์ Netscape มาเป็นจุดขายให้ผู้คนเข้าไปดาวน์โหลดจากหน้าเว็บไซต์ของตน จากนั้นก็ทำการขายโฆษณาบนหน้าเ ว็บไซต์ ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจอีคอมเมอร์ซรุ่นแรก ๆ เลยทีเดียว จากนั้น ทั้ง MSN และเสิร์ชเอนจิ้นรุ่นเก๋าอย่าง Yahoo ก็ดำเนินรอยตามบ้าง และประสบความสำเร็จไปตาม ๆ กัน แม้เป็นผู้สร้างนวัตกรรมใหม่จนประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง แต่ธุรกิจของ Netscape ก็มีจุดอ่อนอยู่บ้าง ตามการวิเคราะห์ของผมคือมุ่งหวังลูกค้าในประเทศมากเกินไป ทำให้ Netscape ไม่ค่อยสนับสนุนภาษาอื่น ๆ นอกจากภาษาอังกฤษมากนัก (สมัยนั้นกว่าจะทำให้ Netscape แสดงผลภาษาไทยได้ ต้องตั้งค่า หาฟ้อนต์กันให้วุ่นวาย) ในขณะที่ไมโครซอฟต์มีลูกค้ามากมายหลายประเทศ จุดนี้เป็นจุดได้เปรียบใหญ่ของ IE ที่ Netscape มองไม่เห็น และเป็นประตูนำไปสู่การล่มสลายของ Netscape เมื่อไมโครซอฟต์ออก IE เวอร์ชั่น 6 มาเพื่อต่อกร IE เวอร์ชั่นนี้ปรับปรุงความสามารถขึ้นมาอย่างผิดหูผิดตา จากนักมวยที่ต้องแบกน้ำหนัก กลายมาเป็นนักมวยที่มีฝีมือสูสีกัน แต่หมัดที่เฉียบคมที่สุด และเป็นหมัดที่ล้มแชมป์เก่าอย่าง Netscape คือสนับสนุนการแสดงผลหลายภาษา ซึ่งเป็นมรดกที่ได้มาจาก Microsoft Windows นั่นเอง อีกจุดที่ทำให้ผู้ใช้เปลี่ยนใจมาหา IE นั่นคือความง่ายในการใช้งาน IE นั้นเมื่อติดตั้งเสร็จก็สามารถใช้งานได้ทันที สามารถแสดงผลเว็บไซต์เป็นภาษาต่าง ๆ เช่นภาษาไทยได้เลย โดยไม่ต้องตั้งค่าใด ๆ ให้ยุ่งยาก ในขณะที่ Netscape ยังวุ่นวายอยุ่กับการ ตั้งต่า หาฟ้อนต์ อยู่เหมือนเดิม

แต่ Netscape ผู้เคยครองความเป็นจ้าว ก็ไม่ได้ทิ้งลายเสียทีเดียว

แม้จะพ่ายแพ้ให้กับ IE อย่างหมดรูป แต่ก็จุดประกายไฟสงครามให้กับคนรุ่นหลัง ด้วยการเปิดเผยซอร์สโค๊ดให้กับ มูลนิธิ Mozilla ผู้ให้กำเนิดบราวเซอร์เจเนอเรชั่นที่สองอย่าง Firefox

แล้วสงครามบราวเซอร์ครั้งที่สองก็ถืออุบัติ

พร้อม ๆ กับการถือกำเนิดของบราวเซอร์โอเพนซอร์สสายเลือดใหม่อย่าง Firefox สงครามครั้งใหม่นี้โดยรูปแบบแล้ว เกือบจะเหมือนสงครามครั้งก่อนไม่มีผิดเพี้ยน เพียงเปลี่ยนคู่ต่อสู้มาเป็น IE กับ Firefox แต่หากมองให้ลึกลงไปในเนื้อแท้แล้ว Firefox ไม่ใช่นักมวยแบกน้ำหนักเฉกเช่นที่ IE เคยเป็น หากแต่เป็นคู่ต่อสู้ที่ศึกษาทางมวยของแชมป์เก่าอย่าง IE มาเป็นอย่างดี สิ่งใดที่ IE ทำได้ดีอยู่แล้วก็ดำเนินรอยตาม เสริมสร้างในส่วนที่ IE ไม่มี และบางอย่างไม่สามารถทำตามได้ หรือยากจะทำตาม (เช่นการสร้างชุมชนผู้ใช้ที่เข้มแข็ง) ดังนั้นการที่ Firefox จะน็อค IE ได้เมื่อไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น

แต่แล้วก็มีผู้แข่งขันหน้าใหม่ ที่มาแรงแซงทางโค้ง และก่อให้เกิดศึกสามก๊กบนอินเตอร์เน็ตขึ้นมา

นั่นก็คือ Chrome หรือ Google Chrome บราวเซอร์ตัวใหม่ล่าสุดจากกูเกิ้ล ที่เพิ่งถูกปล่อยออกมาไม่นานมานี้ โดยเวอร์ชั่นที่ปล่อยออกมานี้เป็นเวอร์ชั่นเบต้าสำหรับ Windows (ส่วนเวอร์ชั่นแมคและลินุกซ์ยังคงต้องรอไปก่อน) นักวิเคระห์หลายรายได้ให้ความเห็นว่า (หรือแม้แต่ทางกูเกิ้ลเองก็ให้เหตุผลว่า) Chrome เป็นบราวเซอร์ที่ออกแบบเมื่อเพื่อให้การใช้งานกับ google apps ได้ดีขึ้น ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเข้าร่วมสมรภูมิบราวเซอร์แต่อย่างใด (กูเกิ้ลเป็นผู้อุปถัมป์หลักทางการเงินอย่างเป็นทางการให้กับ Firefox) ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง แฟน ๆ Firefox ก็คงได้ถอนหายใจโล่งออกไปสักพัก แต่ใครจะรู้ อนาคตข้างหน้าจะเป็นเช่นไร สงครามครั้งใหม่จะดำเนินไปในทิศทางเช่นไร

จากการที่ได้ทดลองใช้

พบว่าน่าประทับใจอยู่พอสมควร กับหน้าตาที่เรียบหรูดูดี การกินทรัพยากรเครื่องที่น้อยกว่า Firefox (ซึ่งกินทรัพยากรเครื่องน้อยกว่า IE) แต่อีกหลาย ๆ ความสามารถก็ยังไม่น่าประทับใจนัก เช่นการแสดงผลหน้าเว็บช้ากว่า Firefox (วัดจากความรู้สึก) การมีบั๊กเล็ก ๆ น้อย ๆ เมื่อพิมพ์ภาษาไทยลงในช่องเท็กซ์ฟอร์ม แต่ก็ถือว่าไม่หนักหนา เนื่องจากยังเป็นเวอร์ชั่นเบต้า ก็หวังว่าตัวจริงที่ออกมาคงได้รับการแก้ไขปัญหานี้เรียบร้อยแล้ว

หน้าตาเรียบ ๆ แต่ดูดี ทุกครั้งเปิดแท็บ หรือเปิดหน้าต่างใหม่ จะมีลิสต์ของเว็บที่เข้าบ่อย ๆ มาให้ ดู ๆ ไปก็คล้าย ๆ คุณสมบัติ speed dial ของ opera

สามารถแสดงผลภาษาไทยได้เลย โดยไม่ต้องตั้งค่าใด ๆ

บั๊กที่พบ ไม่สามารถแสดงหน้าแรกของ sanookblogger ได้อย่างถูกต้อง

การพิมพ์ภาษาไทยลงในฟอร์มยังพบข้อผิดพลาดอยู่บ้าง บางทีการแก้ตัวอกษรที่พิมพ์ผิดตัวเดียว อาจหมายถึงการลบแล้วพิมพ์ใหม่ทั้งบรรทัด

 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Google Chrome

thanks for image : http://tiesthatbind.wordpress.com/2008/09/04/google-chrome-icon/