Ubuntu 9.04 countdown
บล็อกล่าสุด
เว็บเพจ
คอมเมนท์ล่าสุด
- 〓★BOXCOLOR〓★☆══─ on รู้สึก…
- aum on รู้สึก…
- ploy666 on รู้สึก…
- aum on รู้สึก…
- seegame@sanook.com on รู้สึก…
Sanook Blogger
- Aum
- box
- kanun
- Piggy Pim
- Ploy666
- seegame
- SinneR LadY
- ครูนก
- ปลา
- ว๊านนน หวาน
- อิเจ๊ (ขนานแท้)
- เจ้าชายกาแฟ
- เจ๊แพท
ลิงค์น่าสนใจ
หมวดหมู่
Tags
- ออฟฟิศโมบาย 2010 เพิ่ม SharePoint มี viewer สำหรับ OS อื่น และดูการนำเสนอสดผ่านมือถือได้
- ไมโครซอฟท์จะจ่ายเงินให้ News Corp เอาดัชนีเนื้อหาออกจากกูเกิล?
- Sergey Brin: ในอนาคต Android กับ Chrome OS จะรวมกัน
- กองทัพอากาศสหรัฐฯ ซื้อ PlayStation 3 มาสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์เพื่อทำงานวิจัย
- ทดสอบ Chrome OS ตัวจริงเสียงจริง
บล็อกย้อนหลัง
- กรกฎาคม 2009 (1)
- เมษายน 2009 (2)
- มีนาคม 2009 (2)
- กุมภาพันธ์ 2009 (3)
- มกราคม 2009 (6)
- ธันวาคม 2008 (3)
- ตุลาคม 2008 (2)
- กันยายน 2008 (5)
- สิงหาคม 2008 (7)
ลิงล่อช้าง…
มีนาคม 11, 2009
บัดสีบัดเถลิง
วิปริตผิดธรรมชาติเป็นที่สุด
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ราหูอมจันทร์
กุมภาพันธ์ 13, 2009

กลางมหานที
มกราคม 22, 2009
ผมใช้เวลาหลังเลิกงาน เขียนนิยาย…
ทันทีที่กลับถึงบ้าน ผมเปิดคอมขึ้นมา นั่งรอจนกระทั่งเครื่องบู๊ตเสร็จ จากนั้นก็เปิดเกมส์ขึ้นมา…
เล่นฆ่าเวลา…
เฮ้ยยยยยยยยยย ไม่ได้ ๆๆๆๆ ทำงาน ๆๆๆๆ
ผมปิดเกมส์ แล้วเปิดโปรแกรมเวิร์ดโปรเซสเซอร์ กับโปรแกรมบราวซ์เซอร์ขึ้นมา เช็คเมล เข้าเว็บบอร์ด เข้าบล็อก…
เฮ้ยยยยยยยยยยย ไม่ได้ ๆๆๆๆ ทำงาน ๆๆๆๆ
ผมตัดใจปิดโปรแกรมบราวซ์เซอร์ สลับหน้าต่างไปยังโปรแกรมเวิร์ดโปรเซสเซอร์ จรดนิ้วมือลงบนแป้นพิมพ์
แต่แล้วผมก็นึกอะไรออก ผมละมือจากคอมพิวเตอร์ เดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วกดปุ่มปิดเครื่อง แต่เพื่อความรอบคอบ ผมเดินลงไปชั้นล่าง ยกหูโทรศัพท์บ้านออก “ได้แต่งนิยายซะที เฮ้อออออออ” ผมยิ้มให้กับตัวเอง
ผมเดินกลับขึ้นมาชั้นบน แต่ยังไม่ทันถึงห้องก็ต้องตกใจสะดุ้งสุดตัว เมื่อมีเสียงดังโครมครามมาจากชั้นล่าง เท้าที่กำลังก้าวขึ้นบันไดชะงักค้างกลางอากาศ เป็นไปได้ไง… ในเมื่อ… คืนนี้ผมอยู่บ้านคนเดียว
ถ้างั้น…
เสียงดังโครมครามข้างล่างเป็นเสียงอะไรกัน…
เหงื่อเม็ดเป้งไหลลงมาจากกลางหน้าผาก ทั้ง ๆ ที่อากาศหนาวเหน็บ…
ผมกลั้นใจรีบเดินขึ้นห้องไป ใจยังเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ อยู่ เมื่อมาถึงห้อง เสียงเจ้ากรรมดังกล่าวก็ดังขึ้นอีกครั้ง แม้จะเคยได้ยินมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ผมก็ยังอดสะดุ้งไม่ได้ โชคดีที่ไฟในห้องสว่างโร่ ทำให้ใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง ผมค่อย ๆ ตั้งสติคิด และเริ่มวิเคราะห์ว่าเสียงที่ได้ยินคือเสียงอะไรกันแน่ อืมม์ เสียงนี้… เคยได้ยินมาก่อน มันเสียงอะไรน้าาาาาาาา
อีกครั้งที่เสียงดังกล่าวดังขึ้น แต่ครั้งนี้ผมไม่ได้สะดุ้งหวาดเสียวไปกะมันแล้ว เพราะมันทำให้ผมนึกออก ที่แท้มันก็คือเสียง…
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
เสียง…
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
เสียงเขย่าประตูบ้านของผมเอง ป่ะติโถ๊
คงมีใครมาหาผมอ่ะนะ ผมคว้ากุญแจ แล้วเดินลงไปข้างล่างอีกครั้ง…
เมื่อเปิดประตูบ้าน ก็พบว่าที่แท้แขกมาเยือนยามวิกาลของผมคือไอ้ตู่นั่นเอง
“มาทำไรวะ” ผมถาม
“ทำไรอยู่วะ” มันถาม
“กำลังจะเขียนนิยาย”
“เฮ้ยยยยย เก็บไว้ก่อน กูหิวเหล้า”
“โห… ไอ้…” พูดไม่ออกครับ
“ไป ๆๆๆ”
ไอ้ตู่ทำหน้าหมาเศร้าอีกแล้วครับ จากนั้นมันก็ลากแขนผมออกจากบ้านไป…
ไปไหนรู้มั้ยครับ…
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ปล. เฉลยคำถามตอนที่แล้ว คำตอบคือดอกกุหลาบ
นทีสีทันดร
มกราคม 21, 2009
ผมใช้เวลาหลังเลิกงาน เขียนนิยาย…
ทันทีที่กลับถึงบ้าน ผมเปิดคอมขึ้นมา นั่งรอจนกระทั่งเครื่องบู๊ตเสร็จ จากนั้นก็เปิดเกมส์ขึ้นมา…
เล่นฆ่าเวลา…
เฮ้ยยยยยยยยยย ไม่ได้ ๆๆๆๆ ทำงาน ๆๆๆๆ
ผมปิดเกมส์ แล้วเปิดโปรแกรมเวิร์ดโปรเซสเซอร์ กับโปรแกรมบราวซ์เซอร์ขึ้นมา เช็คเมล เข้าเว็บบอร์ด เข้าบล็อก…
เฮ้ยยยยยยยยยยย ไม่ได้ ๆๆๆๆ ทำงาน ๆๆๆๆ
ผมตัดใจปิดโปรแกรมบราวซ์เซอร์ สลับหน้าต่างไปยังโปรแกรมเวิร์ดโปรเซสเซอร์ จรดนิ้วมือลงบนแป้นพิมพ์
” ชีวิตแค่โดนทำร้าย แต่ที่สุดมันต้องไม่โดนทำลาย” เสียงเพลงอกหักของวงสวีทนุชดังขึ้นจากโทรศัพท์ของผม เป็นเพลงที่ผมเพิ่งตั้งเป็นเสียงเพลงเรียกเข้าเมื่อไม่นานมานี้ ผมลุกเดินไปหยิบโทรศัพท์ และกดรับ
“ฮัลโหล”
“เฮ้ย อยู่ที่ไหนเนี่ย” เป็นเสียงของไอ้ตู่
“อยู่บ้าน”
“ทำอะไรอยู่วะ”
“เขียนนิยาย”
“เฮ้ย ไม่ต้องเขียนแล้ว มีเรื่องโว้ย”
“เฮ้ย เรื่องอะไร ที่ไหน”
พอ ไอ้ตู่บอกสถานที่เสร็จ ผมก็กระโจนไปหยิบกางเกงยีนส์ พยายามยัดขาข้างหนึ่งใส่ขากางเกง ขาอีกข้างเขย่งไปหน้าห้อง แต่แล้วผมกลับสะดุดขาโต๊ะเข้าอย่างจัง
“แอ๊ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ”
ผมรีบ ลุกขึ้นทั้ง ๆ ที่ยังใส่กางเกงได้เพียงครึ่งขา ไม่ใส่ใจต่อความเจ็บปวดของตนเอง “ผู้พิชิตความเจ็บปวด” ผมคิดพลางอมยิ้ม จากนั้นก็คว้ารองเท้ามาสวม และคิดได้ว่าผมทำผิดลำดับ เมื่อพยายามใส่รองเท้าทับกางเกงที่ผมเพิ่งสวมลงไปได้แค่ครึ่งขา ผมจัดการดึงขากางเกงขึ้นมาใส่ให้เต็มตัว จากนั้นจึงใส่รองเท้าแล้วรีบวิ่งลงไปเปิดประตูบ้าน
ลมหนาวที่พัดสวนเข้ามาเล่นเอากายสั่นสะท้าน แต่แล้วผมก็นึกขึ้นมาได้
“ฉิบหาย ลืมใส่เสื้อ”
ผม วิ่งขึ้นไปบนห้องใหม่ เพื่อหยิบเอาเสื้อมาสวมหัว แล้วผมก็ชนประตูห้องล้มลงไปอีกครั้ง เพราะรีบวิ่งออกมาโดยที่ยังสวมเสื้อไม่เสร็จ ผมสะบัดหัวไล่ความมึนงง
“อะไรกันนักกันหนาวะ”
คราวนี้ผมค่อย ๆ เดินลงบันได “ช่วยตัวเองก่อนโว้ย ตัวเองรอดก่อน แล้วถึงจะช่วยเพื่อนได้” ผมคิด
หลังจากเข็นมอเตอร์ไซค์ฮ่าง ๆ ออกมาจากบ้าน ผมก็สตาร์ทเครื่องแล้วรีบขี่ไปยังสถานที่ที่ไอ้ตู่บอกไว้ เมื่อไปถึง
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
สถานที่ดังกล่าว…
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ผม… ยืนหันหน้าเข้าไปยังในร้าน สายลมหนาวพัดใบไม้แห้งปลิวม้วนตัวอย่างสวยงามผ่านหลังผมไป สายตาผมเขม้นมองเข้าไปข้างใน มีแขกอยู่สามสี่โต๊ะ ไอ้ตู่กับเพื่อนผมอีกสามสี่คนนั่งอยู่โต๊ะริมหน้าต่าง ผมเดินเข้าไปหามันช้า ๆ
“ไหน ไอ้ซ๊าดดดดดดดด ไหนว่ามีเรื่อง เรื่องอะไรของมึง”
“นี่ไง เรื่องกูหิวเหล้า กำกับการแสดงโดยกูเอง”
“เชี่ยยยยยยยยยยยยย เลวสัด ๆ เสียเวล่ำเวลาแต่งนิยายกูหมด”
ไอ้ตู่ทำหน้าหมาเศร้ามองผม ในมือมันยื่นของสิ่งหนึ่งมาให้ ของสิ่งนั้นทำให้ผมใจอ่อน และทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่ว่าง
ของสิ่งนั้นคือ…
หมดตัว…
ธันวาคม 14, 2008
เจ๊ : นี่ ชั้นไปเสริมจมูกมา สวยมะ
อุ : โอ้วว์ เยี่ยมเลยเจ๊ ทีนี้เวลาฝนตกหน้าเจ๊ก็ไม่เป็นทะเลสาบแล้ว เอิ้ก ๆๆๆๆ
เจ๊ : โห ไอ้นี่ ปาก…
อุ : เจ๊ ถามไรหน่อยดิ
เจ๊ : อะไร
อุ : ไปผ่าจมูกที่ไหน
เจ๊ : ทำไม แกจะไปผ่ามั่งเหรอ
อุ : อืมม์ แต่ไม่ได้ผ่าจมูกนะ ผ่าหมา เอิ้ก ๆๆๆๆ
เจ๊ : อืมม์ ชั้นว่านะ หมาเยอะอย่างแกน่ะ ถ้าหมอไม่หมดแรงผ่าซะก่อน แกก็คงหมดตัวอ่ะนะ
-_-!


