google logo
สนุก! ค้นหา สารบัญเว็บไทย ข่าว อีเมล์ หาเพื่อน คิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน สนุก! ทูลบาร์ ดูทั้งหมด>>
ดูบล็อกอื่น >
รูปโลโก้ S! Blogger เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

wheyonline

บอกเล่าทุกเรื่องราวประทับใจ

เวย์โปรตีน

">

เวย์โปรตีน

โดย wheyonline@sanook.com เมื่อ กรกฎาคม - 9 - 2009

18.

เวย์โปรตีน

คืออะไร

เวย์โปรตีน

คืออะไร whey protein ?
เวย์โปรตีน คือผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากการนำนมดิบมาผ่านกระบวนการผลิตเป็นชีส ส่วนที่แยกออกมาจากชีสเรียกว่าเวย์โปรตีน เวย์โปรตีน อุดมไปด้วยอะมิโน ซึ่งก็คือโปรตีนล้วนๆนั่นเอง เวย์โปรตีนถือเป็นสุดยอดอาหารเสริมที่ขาดไม่ได้เป็นพื่นฐานของการเพาะกายและนิยมใช้เป็นอย่างสูงในวงการเพาะกายและฟิตเนสรวมไปถึงนักกีฬาประเภทอื่นๆ

เวย์โปรตีนมีกี่ประเภท?
เวย์โปรตีนมีอยู่สองประเภทโดยทั้วไปคือ เวย์โปรตีนคอนเซนเตรท (WPC) และเวย์โปรตีนไอโซเลต(WPI) ถ้าไม่นับรวมถึงเวทเกนเนอร์(Weight gainer) ซึ่งเป็น เวย์โปรตีน ที่มีส่วนผสมของคาร์โบไฮเดรตซึ่งถุกออกแบบมาเพื่อการเพิ่มน้ำหนักโดยตรง

เวย์โปรตีน คอนเซนเตรท (WPC)
อคอนเซนเตรทเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการสกัดชีส โดยจะมีปริมาณของโปรตีนอยู่ประมาณ 80% โดยทางผู้ผลิดอาจมีการแต่งกลิ่นและส่วนผสมอื่นเล็กน้อยลงไปเพิ่อรสชาติที่ดีขึ้น

เวย์โปรตีน ไอโซเลท(WPI)
เป็นการนำ เวย์โปรตีน คอนเซนเตรทมาผ่านกระบวนการ ซึ่งจะได้ปริมาณโปรตีนที่สูงขึ้น (มากกว่า 90%) โดยกระบวนการจะคัดแยกเอาคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และ แลคโตสออกไป โดยผู้ผลิตอาจมีการเติมรสชาติลงไปเช่นเดียวกับ เวย์โปรตีน คอนเซนเตรท

ควรใช้ เวย์โปรตีน แบบไหนดีที่สุด?
เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบที่ตายตัว เนื่องจากขึ้นอยู่กับลักษณะของจุดประสงค์ของการฝึกในช่วงนั้น WPC ช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อโดยตรงและยังช่วยให้พลังงานและเพิ่มน้ำหนักแก่ผู้ฝึกด้วยเนื่องจากไขมันและคาร์โบไฮเดรตที่ผสมอยู่ ส่วน WPI นั้นจะมีไขมันและคาร์โบไฮเดรตตำมากดังนั่นจะเหมาะสมกับผู้ที่ต้องการความคมชัดพร้อมๆกับสร้างกล้ามเนื้อในเวลาเดียวกัน

ควรรับประทาน เวย์โปรตีน ช่วงไหนดีที่สุด?
ดังที่เราทราบกันมาแล้วว่าร่างกายจะดูดซับ เวย์โปรตีน ไปเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ดังนั้นเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะใช้ เวย์โปรตีน ก็คือหลังฝึกเสร็จทันที สำหรับผู้ที่ฝึกอย่างเข้มข้นและต้องการสร้างกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็วนั้นควรรับประทานเพิ่มก่อนฝึก 1-2 ชัวโมง และหลังตื่นนอนตอนเช้าด้วย

ควรรับประทาน เวย์โปรตีน ปริมาณเท่าไร?
โดยปกติแล้วปริมาณโปรตีนที่ร่างกายต้องการต่อวันนั้นสำหรับนักเพาะกายหรือฟิตเนสถูกคำนวณจากนำหนักในหน่วยปอนด์
ตัวอย่าง นักเพาะกายน้ำหนักตัว 70 Kg หรือ 70×2.2=154 ปอนด์
นั่นหมายถึงนักเพาะกายคนนั้นต้องการโปรตีน 154 กรัมต่อวัน เพื่อที่จะถูกนำไปสร้างกล้ามเนื้ออย่างเพียงพอ ซึ่งการรับประทานอาหารปกตินั้นไม่สามารถให้ปริมาณโปรตีนที่เพียงพอได้เลย โดยปกติแล้วในกระป๋อง เวย์โปรตีน จะให้ช้อนตวงมาด้วยพร้อมทั้งบอกปริมาณโปรตีนต่อหนึ่งช้อนตวงมา ดังนั้นเราก็จะทราบว่าเราควรจะใช้โปรตีนกี่ช้อนตวงเพื่อให้ร่างกายได้รับปริมาณโปรตีนตามที่ต้องการ

แอลคาร์นิทีน

">

แอลคาร์นิทีน

โดย wheyonline@sanook.com เมื่อ มิถุนายน - 25 - 2009

แอลคาร์นิทีน เป็นชื่อกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติในการนำโมเลกุลไขมันเล็กๆเข้าไปในเซลล์ต่างๆ เพื่อเปลี่ยนไขมันให้เป็นพลังงาน ดังนั้นหากร่างกายขาดสาร แอลคาร์นิทีน หรือมีไม่เพียงพอ กระบวนการสันดาปไขมันก็จะลดตามลงมา ซึ่งทำให้เกิดการสะสมของไขมันตามบริเวณเนื้อเยื่อไขมันที่แทรกอยู่ระหว่างเนื้อเยื่อต่างๆได้ในส่วนผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ แอลคาร์นิทีน นอกจากจะช่วยส่งเสริมกระบวนการสันดาไขมันให้เป็นพลังงานแล้ว ผลพลอยได้สำคัญก็คือ จะทำให้มัดใยกล้ามเนื้อมีการปรากฎชัดเจนและแข็งแรงมากขึ้น เนื่องจากมวลไขมันที่สะสมระหว่างเนื้อเยื่อมีปริมาณลดลง สำหรับขนาดที่แนะนำเพื่ขจัดไขมันส่วนเกินคือ 500-1,000 มิลลิกรัม/วัน(500 มิลลิกรัม/แคปซูล หรือ ชนิดน้ำ 1000 มิลลิกรัม/30 มิลลิลิตร) ก่อนออกกำลังกาย 30 นาที และหากคุณมีดัชนีมวลร่างกาย (BMI) มากกว่า 25 ปริมาณการใช้จะสูงขึ้นตามลำดับ สำหรับผลการศึกษาความปลอดภัยจากการใช้ แอลคาร์นิทีน พบว่ายังไม่มีผลลบแม้จะรับประทานในขนาดสูงถึง 4กรัม/วัน อย่างไรก็ตามการใช้ แอลคาร์นิทีน เพื่อสลายไขมันสะสมจะมีประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อผู้ออกกำลังกายสามารถออกกำลังกายชนิดแอร์โรบิกได้นานกว่า 40 นาที ซึ่งเป็นช่วงที่ไกลโคเจนถูกใช้จนเหลืออยู่น้อยมากร่างกายจึงเริ่มดึงพลังงานมาจากการเผาผลาญไขมัน และหากออกกำลังกายได้นานถึง 60 นาที กรดไขมันอิสระถุกนำมาใช้เป็นพลังงานได้สูงถึง 70% ซึ่งจะส่งผลให้มวลไขมันที่สะสมในร่างกายลดลงได้อย่างชัดเจน
เข้าไปดูที่เวปนี้ได้ครับ
แอลคาร์นิทีน

โดย Vince DelMonte

เมื่อคุณเดินเข้าไปในยิมและเห็นคน 9 ใน 10 คน กำลังฝึกกล้ามเนื้อหน้าแขน biceps curls พร้อมๆกัน เพื่อที่จะเพิ่มรอบแขนอีกสัก 1/4 นิ้ว การฝึกกล้ามเนื้อหน้าแขนกลายเป็น “สิ่งเสพติด” ในยิมไปเสียแล้ว ผมเห็นผู้ชายหลายคนกำลังฝึก bicep curls เพื่อที่พวกเขาจะได้เห็นขนาดของแขนใหญ่ขึ้นมากอีกนิด

ผมเห็นผู้ชายมากมายครับที่ใช้เวลาทั้งชั่วโมงก้มหน้าก้มตาทำ concentration curls ขณะที่นั่งอยู่หน้ากระจก ผู้ชายหลายคนเอาดรัมเบลล์ติดตัวไปด้วยขณะที่เดินทางไปพักผ่อนเพื่อที่พวกเขาจะได้เล่น biceps curls ที่โรงแรมก่อนที่จะเข้าไปในผับในบาร์ และผู้ชายหลายคนใช้เวลาในการช๊อปปิ้งมากกว่าผู้หญิงเสียอีกในการหาเสื้อยืดที่ทำให้แขนของพวกเขาดูดี ;-)

คนบางคนไม่เห็นด้วยกับผมครับว่าการฝึกกล้ามเนื่อหน้าแขน biceps นั้นเป็นสิ่งเสพติดที่ไปเสียแล้ว คนหลายคนที่ผอมกร่องนั้นการมีกล้ามเนื้อหน้าแขนที่ใหญ่โตนั้นเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจเหลือเกินและก็เป็นสิ่งที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบด้วยสิ ใช่ไหมครับ

คำถามของผมก็คือถ้าผู้ชาย 9 ใน 10 คน เฝ้าฝันที่จะเห็นกล้ามเนื้อหน้าแขน biceps ของพวกเขาใหญ่โต และ เฝ้าฝึกอย่างหนักเพื่อที่จะได้กล้ามเนื้อหน้าแน biceps ที่สวยงามโดยใช้ทุกวิถีทางจาก forced reps, drop sets และ 21’s ที่เป็นวิธีฝึกที่ได้รับการยืนยันมาจากโปรทั้งหลาย ทำไมกล้ามแขนพวกเขายังไม่ใหญ่ละ

มาดูกันก่อนว่าปัญหาหลักๆของการฝึกกล้ามเนื้อหน้าแขน biceps ก่อนที่ผมจะเสนอโปรแกรมการฝึกแบบ step-by-step ให้กล้ามหน้าแขน biceps นูนสุดๆไปเลย

ปัญหา 5 รูปแบบเกี่ยวกับการฝึกกล้ามเนื่อหน้าแขน biceps

ปัญหาข้อที่ 1 เล่นมากไปใช่ว่าจะดีเสมอไป

ถ้าการเล่น 4 เซต ดีกว่า 3 เซต ทำไมไม่เล่นไปเลย 10 เซตละครับ หรือไม่ก็เล่นทั้งวันไปเลย บางครั้งจุดที่ดีที่สุดก็คือการไม่มากจนเกินไปโดยเฉพาะเมื่อคุณมียีนส์ที่ไม่ค่อยจะตอบสนองกับการกระตุ้นกล้ามเนื่อ เมื่อคุณเล่นเสร็จด้วยน้ำหนักมากขึ่นแล้วและเพิ่มจำนวน rep แล้วก็ควรจะหยุดและเล่นอย่างอื่นต่อ ไม่ใช่เล่นแบบนั้นเป็นชั่วโมง นี่เป็นคอนเซปที่ค่อนข้างจะยากสำหรับคนผอมๆหลายคนที่ต้องการให้หน้าแขนดูใหญ่ขณะที่เล่นมากกว่าที่จะให้ใหญ่แบบถาวร นี่ก็เป็นปัญหาสำหรับพวกเขาละ

ปัญหาข้อที่ 2 กังวลกับหุ่นตัวเองขณะที่ทำการฝึกมากเกินไป ไม่ได้สนใจว่ากลับไปช่วงไม่ได้ฝึกจะเป็นอย่างไร

การที่คุณฝึกกล้ามเนื้อหน้าแขน biceps นานๆนั้นแน่นอนจะทำให้แขนคุณดูนูนเด่นอย่างเห็นได้ชัดหรือที่เรียกว่า pump นั่นเอง แม้น้ำหนักทียกจะไม่ได้มากนัก ถูกครับที่มีการพูดถึงการรักษาระดับเลือดภายในกล้ามเนื้อให้นานที่สุด แต่ถ้าคุณไม่ overload เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งแล้วละก็ biceps ของคุณก็จะแฟบลงเหมือนเดิมเมื่อคุณฝึกเสร็จ

ปัญหาข้อที่ 3 ไม่โฟกัสในการเพิ่มความแข็งแรงโดยรวม

นักกล้ามตัวใหญ่ๆบางคนที่ผมรู้จักฝึกแขนน้อยมาก สิ่งที่พวกเขาทำก็คือให้ความสำคัญกับอก หลัง และไหล่ ถ้าคุณเพิ่มน้ำหนักในการฝึกท่า rows, pull ups และ chin-ups แน่นอนว่าหน้าแขน biceps จะใหญ่ตามมาเป็นสัดส่วนกัน

อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณยังอัดหน้าแขน biceps ของคุณอย่างต่อเนื่อง มันก็จะอ่อนล้าจนคุณฝึกหลังไม่ไหว นี่เป็นสาเหตุให้ลดขนาดการฝึกแขนลง

ปัญหาข้อที่ 4 ใช้วิธีการเดิมๆในการฝึก

นักเพาะกายระดับ Pro จะทุ่มเทการฝึกลงในท่าการฝึกง่ายๆเพื่อที่จะสร้างกล้ามเนื้อหน้าแขน biceps ก็คือ barbell curls และ dumbbell curls ตามข้อมูลจาก pro สองท่านี้จะสร้างกล้ามเนื้อหน้าแขนที่ใหญ่โตมัดใจสาวๆมากกว่าท่าอื่นใดในโลกนี้

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าการฝึกแบบง่ายๆคือรากฐานการสร้างโปรแกรมการฝึก แต่ที่ต้องจำไว้อย่างหนึ่งก็คือ นักเพาะกายระดับ pro เค้าใช้ steroids ครับ เพื่อที่จะเพิ่มการตอบสอนงของการการฝึกในทุกๆท่า

ไม่ใช่ว่าผมจะมีปัญหากับสองท่านี้นะครับ barbell curls และ dumbbell curls คุณจะแข็งแรงขึ้นอาทิตย์ต่ออาทิตย์เลยละ ตราบใดที่คุณยังเพิ่มน้ำหนักและจำนวน reps ที่สัมพันธ์กัน แขนของคุณก็จะใหญ่ขึ้นๆ  พุ่งเป้าไปที่การฝึก barbell curls ให้ได้ 110 ปอนด์เพียงไม่กี่เซ็ตด้วยความเร็วต่ำๆ และ dumbbell curls ให้ได้ 50 ปอนด์เพียงไม่กี่เซตด้วยความเร็วต่ำๆเพื่อที่จะบังคับไม่ให้ลำตัวเคลื่อนที่

เมื่อคุณสามารถฝึก barbell curls ได้ถึง 110 ปอนด์แล้ว คุณก็จะพร้อมที่จะลองเปลี่ยนตำแหน่งการจับบาร์ คุณอาจจะต้องลดขนาดของน้ำหนักลงนิดนึงครับ และเริ่มฝึกสองแบบนี้จนฝึกได้ถึง 110 ปอนด์อีกครั้งหนึ่ง

Biceps #1 เน้นด้านนอกของ biceps โดยถ่างศอกออกนิดนึงและจับแคบครับ

Biceps #2 เน้นด้านในของ biceps โดยจับกว้างครับและเหน็บศอกไว้กับลำตัว อย่าให้ศอกเคลื่อนที่ครับ

Biceps #3 เน้นที่กล้ามเนื่อ brachialis และ brachioradialis โดยใช้ท่าผึกแบบโบราณ คือ hammer curls และ reverse curls อย่าดูถูกท่าเก่าๆแบบนี้เชียวนะครับ

ปัญหาข้อที่ 5 กล้ามเนื่อยืดหดไม่มากพอ

ผมคิดว่าผู้ฝึกหลายๆคนไม่ยึดในคอนเซ็ปของการแยกส่วนการฝึกกล้ามเนื้อ พวกเขาไม่รู้เรื่องการทำให้กล้ามเนื้อทำงานและเรื่องของความล้า แต่พวกเขาฝึกแบบผ่านๆไปทีด้วยการแกว่งลำตัว ใช้ความเร็วเพื่อให้เกิดโมเมนตัมช่วย และยกเวทแบบเคลื่อนที่ทุกๆส่วนของลำตัวยกเว้นกล้ามเนื้อส่วนที่ต้องการจะฝึก

กล้ามเนื้อหน้าแขน biceps มีการตอบสนองที่ดีต่อการความตึงแบบต่อเนื่อง นั่นหมายถึงคุณไม่ควรให้มันมีโอกาสที่จะหายใจ ให้ยกบาร์ขึ้นลงโดยไม่ต้องหยุดที่ตำแหน่งสูงสุดหรือต่ำสุด ให้โฟกัสที่การยืดหดของกล้ามเนื่อและอย่าให้ biceps ของคุณได้พักจนกว่าจะจบเซต

จุดหมายคืออย่าปล่อยให้อ๊อกซิเจนเข้าสู่กล้ามเนื่อซึ่งจะทำให้เกิดการพลุ่งพล่านของ anabolic hormones เพื่อที่จะทำให้กล้ามเนื่อโต จับจังหวะช้าๆ 3-0-3 หรือ 4-0-4 จนกว่าเสร็จ

4 อาทิตย์เพื่อได้กล้ามเนื้อหน้าแขนใหญ่มัดใจสาวๆ

ข้างล่างเป็นตัวอย่างตารางการฝึกต่อเนื่อง 4 อาทิตย์

การฝึกอาทิตย์แรก

Exercises Sets Reps Tempo Rest
Bent Over Rows 3-4 6-8 322 2 min
Pull Ups 3-4 6-8 322 2 min
Elbows in Wide Grip Curls 3 6-8 322 2 min
Wide Grip Shrugs 3-4 6-8 322 2 min
Stiff Leg Deadlifts 3-4 6-8 322 2 min

การฝึกอาทิตย์ที่สอง

Exercises Sets Reps Tempo Rest
Incline Barbell Press 3-4 6-8 322 2 min
Standing DB Shoulder Press 3-4 6-8 322 2 min
Close Grip Bench Press 3 6-8 322 2 min
Seated Calve Raises 3-4 6-8 322 2 min
1- Leg Box Squats 3-4 6-8 322 2 min

การฝึกอาทิตย์ทีสาม

Exercises Sets Reps Tempo Rest
Close Grip Bicep Curls 3-4 4-8 322 2 min
Chin Ups 3-4 4-8 322 2 min
Bent Over Overhand Barbell Rows 3-4 4-8 322 2 min
Seated DB Shrugs 3-4 4-8 322 2 min
Deadlifts 3-4 4-8 322 2 min

การฝึกอาทิตย์ทีสี่

Exercises Sets Reps Tempo Rest
Dips 3-4 4-8 322 2 min
Seated DB Shoulder Press 3-4 4-8 322 2 min
Flat Barbell Chest Press 3-4 4-8 322 2 min
Standing Calve Raises 3-4 4-8 322 2 min
Barbell Squats 3-4 4-8 322 2 min