ก.ค.. 7, 2009

คนแห่เข้ายูทูบทะลัก! ดูวิญญาณแจ็คสัน (ไอเอ็นเอ็น)
แฟนเพลงต่างฮือฮา เห็นวิญญาณแจ็คสัน ปรากฎในรายการของแลร์รี่ คิง ซีเอ็นเอ็น ขณะส่วนหนึ่งตื่นเต้นได้บัตรร่วมงานไว้อาลัยที่จะจัดในวันอังคารนี้ที่สนาม กีฬาสเตเปิลส์ เซ็นเตอร์ในนครนิวยอร์ก
แฟน เพลงของไมเคิล แจ็คสัน กำลังให้ความสนใจกับเทปรายการ “แลรี่ คิงส์” ที่ออกอากาศทางเครือข่ายสถานีโทรทัศน์ CNN ที่เขาสัมภาษณ์ เจอร์เมน แจ็คสัน พี่ชายของไมเคิล ในตอนที่มีชื่อว่า “อินไซด์ เนเวอร์แลนด์ “ และมีอยู่ตอนหนึ่งที่เขาส่งผู้สื่อข่าวภาคสนามเข้าไปสำรวจคฤหาสน์เนอ เวอร์แลนด์ และที่ห้องนอนของไมเคิลที่ปกติเขาจะล็อคเอาไว้ตลอดเวลา ซึ่งเมื่อประตูห้องนี้ถูกเปิดออก ก็ได้เห็นภาพของสิ่งที่ไม่อาจอธิบายได้ว่าเป็นเงาของใคร ((http://www.youtube.com/watch?v=9Am67-Sew7k)
เงาที่ชวนขนลุก รูปร่างเหมือนไมเคิล ปรากฎอยู่ที่ผนังในระหว่างการถ่ายทำรายการของแลร์รี่ คิงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และยังเดินจากซ้ายไปขวาของโถงทางเดินอย่างรวดเร็วก่อนจะหายไป ตอนแรกทั้งผู้ดำเนินรายการและช่างกล้องต่างก็ไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติ ที่เกิดขึ้น จนกระทั่งมีผู้ชมสังเกตเห็นแล้วนำไปโพสต์ลงในยูทูบ หลังจากนั้นก็เกิดข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วอินเทอร์เน็ตราวกับไฟลามทุ่ง
ช่วงที่รายการตอนนี้ออกอากาศ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วง 1 สัปดาห์หลังการเสียชีวิตของไมเคิล โดยมีไมโก้ แบรนโด บุตรชายของมาร์ลอน แบรนโด ที่คบหาเป็นเพื่อนกับไมเคิลมานาน เป็นคนพาทีมงานของ CNN ทัวร์คฤหาสน์เนเวอร์แลนด์ รวมถึงตอนที่กล้องถ่ายตรงห้องโถงที่เห็นเงาปรากฎระยะไกลพอดี
โดย zokzaak@sanook.com ในหมวด ข่าว | ไม่มีคอมเมนท์
ก.ค.. 7, 2009
วิธีรักอย่างผู้หญิงฉลาด (เดลินิวส์)
เดลินิวส์ออนไลน์มีเคล็ดลับการ “รัก” อย่างฉลาด มาฝากคุณสาว ๆ
1. รู้ว่า…ต้องใช้ชีวิตคุ้มค่า
เมื่อมีคนรัก จงปรับเปลี่ยนเฉพาะในส่วนที่ทำให้ชีวิตคู่ราบรื่น หากคุณเปลี่ยนแปลงไปทุกอย่างกลายเป็น ผู้หญิงอีกคนหนึ่งซึ่งเขาไม่คุ้นเคย เขาก็จะค่อย ๆ หมดความสนใจในตัวคุณ ถ้าคุณมองไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง แล้วใครจะมองเห็นคุณค่าของคุณ
2. รู้ว่า…เซ็กส์ไม่ใช่เรื่องง่าย
ไม่ว่าคุณจะหลงเสน่ห์เขาแค่ไหน ไม่ว่าความสัมพันธ์จะดำเนินต่อไปอย่างไรอย่าลืมว่าคนแปลกหน้าก็ ยังเป็นคนแปลกหน้าอยู่ดี ถึงประวัติส่วนตัวเขาจะดี แต่ที่แน่ ๆ คุณไม่มีโอกาสรู้ว่าเขามีโรคติดต่อทางเพศหรือเปล่า ไม่จำเป็นที่คุณต้องมีอะไรกับเขาถ้าคุณยังไม่พร้อมในทุกด้าน เรารู้จักรักผู้ชายได้โดยไม่ต้องมีเซ็กส์ได้
3. รู้ว่า…ผู้ชายแสนดีไม่จำเป็นต้องหล่อ
ถ้าเขาคนนั้นทำให้คุณมีความสุข อบอุ่น หัวเราะได้มีความชอบอะไรเหมือนกันหลายอย่าง แถมเขายังฉลาด แต่ไม่หล่อเลย คุณสาว ๆ ลองไปเดินสังเกตุตามซูเปอร์มาเก็ตดู ผู้ชายที่มาซื้อของกับครอบครัวหรือเล่นอยู่กับลูก ๆ ตามชายหาด ผู้ชายเหล่านี้หน้าตาอาจจะไม่เหมือนนายแบบในนิตยสารเลย แต่เขานี่แหละที่เหมาะจะเป็นพ่อของลูกคุณ
4. รู้ว่า…ความรักมีปริมาณ 50-50
สิ่งที่คู่รักต้องการ คือ ความรักที่พบกันครึ่งทางมีการให้และรักอย่างสมดุล ต่างฝ่ายต่างเอาใจใส่ห่วงใยกัน ช่วยเหลือกัน มอบความรักให้อีกฝ่ายเท่าเทียมกัน ไม่มากเกินไป หรือน้อยเกินไป
5. รู้ว่า…คุณไม่มีวันเปลี่ยนแปลงผู้ชายได้
เหตุผลก็คือ คุณไม่สามารถและไม่สมควรที่จะพยายามเปลี่ยนสิ่งที่เขาชอบหรือไม่ชอบ ไม่มีใครเปลี่ยนใครได้นอกจากตัวของเขาเอง เก็บพลังใจกายและเวลาอันมีค่าที่จะสูญเสียไปไว้ให้ กับคนที่ต้องการความสัมพันธ์ดี ๆ กับเราดีกว่า หรือทำอะไรก็ได้ร้อยแปดประการที่ทำให้ชีวิตคุณดีขึ้น หากเขาแสดงการไม่ให้เกียรติคุณเขาก็ไม่สมควรที่จะได้รับความรัก ห่วงใยจากคุณอีก ถ้าปล่อยให้เขาทำตัวแย่กับเราเขาก็จะแย่ลงเรื่อย ๆ
6. รู้ว่า…เป็นคนรักต่างกับคนรับใช้
จริงแล้วผู้ชายที่มีความรับผิดชอบดี เขาจะไม่ชอบผู้หญิงที่อ่อนแอและเป็นเบี้ยล่างให้เขาตลอดเวลา หรือเกรงใจผู้อื่นจนปฏิเสธใครไม่เป็น เราต้องรู้จักปฏิเสธและโต้กลับบ้าง การปฏิเสธข้อเรียกร้องของคนอื่นบ้างไม่ใช่เรื่องหยาบคาย
7. รู้ว่า…การแต่งงานไม่ใช่กระดาษแผ่นเดียว
ใบทะเบียนสมรสไม่ใช่สิ่งที่จะรับรองว่าชีวิตคู่ของคุณจะอยู่กันตลอดรอดฝั่ง แต่การแต่งงานนั้นเป็น”งาน”จริง ๆ งานที่ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ ต้องทำความตกลงกันในหลายเรื่องอาศัยการประนีประนอม และหมายถึงการใช้ชีวิตซ้ำ ๆ ในแต่ละวันกับมนุษย์คนเดิมซึ่งเขาอาจจะไม่จำเป็นต้องได้ดั่งใจคุณทุกอย่าง ไม่จำเป็นต้องรู้สึกหรือมีความคิดเห็นเหมือนคุณทุกเรื่อง และชีวิตคู่ไม่ต้องโรแมนติกตลอดเวลาก็สามารถมีความหมายลึกซึ้งและเป็นรักที่ แท้และฉลาดได้
8. รู้ว่า…ไม่ควรประจานข้อบกพร่องของตัวเองให้เขาฟัง
ทุกคนย่อมมีข้อเสียหรือนิสัยแย่ ๆ กันทั้งนั้น แต่ก็ไม่ต้องไม่แฉทั้งหมดว่า เรามีข้อเสียอะไรบ้าง เพราะอาจจะทำให้ต้องโบกมือลา ตั้งแต่ก่อนจะได้คบกัน..และแน่นอนหนุ่ม ๆ ของคุณก็มีข้อเสียเช่นกันก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าคุณทั้งคู่จะปรับตัว ปรับใจ ยอมรับนิสัยแย่ ๆ ได้ไม ถ้าไม่ได้ก็คงต้องลาจากกัน
9. รู้ว่า…ต้องไม่เป็นหนังสือที่อ่านง่ายสำหรับเขา
คงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วว่า อะไรที่ได้มาอย่างง่าย ๆ มันก็ไปง่าย ๆ ได้เช่นกัน หรือดูไม่มีคุณค่าให้รักษานั่นเอง
10. รู้ว่า…อย่าเรียกร้องความเท่าเทียมจากผู้ชาย ถ้าคุณยังดูแลตัวเองไม่ได้
หากคุณยังไม่มีความเข้มแข็งพอ หรือดูแลตัวเองยังไม่ได้ แล้วอย่างนี้เราจะมีสิทธิ์อะไรไปต่อกรกับผู้ชายแมนๆ เขาได้ ดีไม่ดีจะโดนดูถูกเอาด้วย
สาว ๆ คนไหน อยากรักอย่างฉลาด ก็ลองนำวิธีที่แนะนำไปประยุกต์ใช้กับความรักตัวเองได้
ภาพประกอบจาก Glitter.kapook.com
โดย zokzaak@sanook.com ในหมวด ความรัก | ไม่มีคอมเมนท์
ก.ค.. 7, 2009


นางแบบตาแป๋ว
พักกายพักใจไปสัมผัส มนต์เสน่ห์แห่ง มัลดีฟส์ (ไทยรัฐ)
หลังเหนื่อยล้าจากการงานและเครียดกับปัญหาบ้านเมือง หลายคนแสวงหาสถานที่พักกายพักใจเพื่อชาร์จพลังให้ชีวิตกลับมามีชีวาอีกครั้ง สำหรับคนรักทะเล ชื่อของ มัลดีฟส์ คงอยู่ในลิสต์ต้นๆ ของเกาะในฝัน
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกันก่อน มัลดีฟส์ (Maldives) เป็นประเทศหมู่เกาะที่มีเกาะน้อยใหญ่ราว 1,190 เกาะ ตั้งเรียงรายอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ใกล้กับประเทศศรีลังกา แต่มีเกาะที่ผู้คนอาศัยอยู่ได้เพียง 200 กว่าเกาะเท่านั้น หากรวมทั่วประเทศจะมีพื้นแผ่นดินอยู่ราว 300 ตารางกิโลเมตร มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุข

ฝูงฉลามน้อยออกล่าเหยื่อ
ประชากรราว 3.5 แสนคน นับถือศาสนาอิสลาม เมืองหลวงชื่อ มาเล (Male’) เวลาที่นั่นช้ากว่าเมืองไทยอยู่ 2 ชั่วโมง ชาวมัลดีฟส์ใช้ภาษาดิเวฮิและอังกฤษเป็นภาษาราชการ เนื่องจากเคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษถึง 79 ปี มีสกุลเงิน 1 รูฟียาห์ (MVR) มูลค่าแลกเปลี่ยนราว 3 บาท เศรษฐกิจที่นี่พึ่งพาการท่องเที่ยวและการประมงเป็นหลัก สินค้าสำคัญคือ ปลาทูน่า มะพร้าว ละผลิตภัณฑ์จากทะเล

สนามบินลอยน้ำของแท้
รัฐบาลมัลดีฟส์อนุญาตให้นักลงทุนชาวต่างชาติเช่าเกาะเพื่อพัฒนาเป็นที่พัก รองรับนักท่องเที่ยวแค่ 74 เกาะ หรือ 1 เกาะ 1 รีสอร์ท กฎคือทุกรีสอร์ทต้องดูแลสิ่งแวดล้อม ห้ามตัดต้นไม้ใหญ่ ระบบกำจัดขยะและน้ำเสียต้องได้มาตรฐาน ทุกรีสอร์ทจะมีเครื่องปั่นกระแสไฟฟ้าและผลิตน้ำประปาจากน้ำทะเลใช้เอง ส่วนโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตจะใช้ระบบผ่านดาวเทียม หลายรีสอร์ทยังทุ่มทุนสร้างเขื่อนกันคลื่นไว้นอกชายฝั่ง กฎหมายด้านการท่องเที่ยวก็เข้มงวด การโดยสารเรือหรือเครื่องบินทะเล (Seaplane) ที่ต้องใช้เวลาเดินทางไปยังที่พักซึ่งอยู่ไกลเกิน 2 ชั่วโมง ถ้าค่ำมืดดึกดื่นเกิน 4 ทุ่ม นักท่องเที่ยวจะต้องนอนพักในโรงแรมที่เมืองมาเล ก่อน 1 คืน รุ่งสางถึงเดินทางต่อไปได้ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยเป็นหลัก

คู่รักโรแมนติก
เรา ทะยานออกจากสนามบินสุวรรณภูมิในช่วงเย็น ใช้เวลาบินลัดฟ้าราว 4 ชั่วโมง ก็มาถึงดินแดนพันเกาะในตอนค่ำ จากนั้นนั่งเรือสปีดโบ้ทต่อไปอีก 20 นาทีก็ถึง คลับเมด คานิ (Club Med Kani) ที่พักของเราในทริปนี้ แม้จะเป็นเกาะห่างไกลฝั่ง แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบทุกอย่าง นักท่องเที่ยวจึงไม่รู้สึกอ้างว้างเหมือนถูกปล่อยเกาะ ผู้ชื่นชอบการท้าทายสายลมแสงแดดก็มีกิจกรรมกลางแจ้งให้เลือก อาทิ เรือใบ, วินด์เซิร์ฟ, คยัค, ว่ายน้ำ, กีฬาชายหาด, ดำน้ำตื้น, ดำน้ำลึก
ส่วนคนขี้เบื่อแต่ไม่อยากออกแรง ก็แค่ย้ายก้นไปนั่งจุ้มปุ๊กที่บาร์ริมหาด จิบเครื่องดื่มเย็นๆ ที่บริการฟรี พร้อมนั่งมองดูฉลามน้อยล่าเหยื่อก็เพลินไปอีกแบบ หรือจะไปนอนนวดในสปาก็เป็นการฆ่าเวลาที่ไม่เลว แต่หากใครอยากเหินฟ้าขึ้นดูมัลดีฟส์ในมุมสูง ติดต่อซื้อทัวร์บินไปกับซีเพลนได้จากที่พัก นักบินจะพาคุณร่อนเหนือหมู่เกาะน้อยใหญ่ราว 20 นาที ก่อนจะพากลับมาส่งในจุดเดิมอย่างปลอดภัย แต่ต้องแลกกับเงินในกระเป๋าที่หายไปเกือบครึ่งหมื่น!!!

สีสันบาร์ริมหาดยามค่ำ
มีโอกาสมาเยือนมัลดีฟส์ทั้งที ไม่ควรนอนเอกเขนกตีพุงอยู่แต่ในรีสอร์ทหรู ลองแวะไปดูวิถีชีวิตของชาวพื้นเมืองมาเลดูบ้าง จะได้อะไรใส่สมองมากกว่าที่คิด และคุ้มกับค่าเงินที่เสียไป แค่นั่งเรือเร็วไป-กลับไม่เกินชั่วโมง และเปิดใจให้กว้างๆ ก็จะได้สัมผัสความจริงอีกด้านที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่เคยรับรู้ เมืองมาเลไม่ใหญ่โตโอ่อ่าแต่น่ารัก เดินเรื่อยๆ ไปตามถนนแคบๆ สัก 45 นาที ก็วนได้รอบเกาะแล้ว ชาวเมืองมีอัธยาศัยไมตรีและรอยยิ้มให้นักท่องเที่ยวเสมอ
ตลาดปลาเป็นจุดแรกที่ควรไปดู ที่นี่สะท้อนวัฒนธรรมการกินอยู่ของคนมัลดีฟส์ขนานแท้ดั้งเดิมได้ดีที่สุด เห็นปลาทูน่าสดๆ ตัวโตๆ เนื้อแน่นๆ แล้วน้ำลายไหล คิดถึงรสชาติซาซิมิขึ้นมาจับใจ ใกล้กันในย่านท่าจอดเรือประมง ที่นี่จะได้ชมวิถีชีวิตชาวเกาะห่างไกล แวะเวียนมาซื้อข้าวของเครื่องใช้กลับ บ้านกันอย่างคึกคัก เห็นแล้วแอบอิจฉาชีวิตพอเพียงที่มีอิสรเสรี ได้พายเรือไม้ลำเล็กคู่กายท่องไปในทะเลกว้างตามหัวใจเรียกร้อง

ลูกค้าเลือกซื้อทูน่าในตลาดปลา
มามัลดีฟส์อย่าฝันถึงการช็อปปิ้ง เพราะเหลือบตาแลสินค้าส่วนใหญ่ล้วนประทับตรา เมดอินไชน่า, เวียดนาม และไทยแลนด์ ของที่ระลึกก็ขนข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากเจเจ (จตุจักร) และย่านประตูน้ำบ้านเรา บางชิ้นยังไม่แกะป้ายราคาเก่าออกเลย ฉะนั้น สิ่งที่ควรนำกลับไปมากที่สุดคือประสบการณ์ในการเดินทาง ความทรงจำและภาพถ่ายสวยๆ

รอยยิ้มพิมพ์ใจจากสาวมาเล
หาย สงสัยแล้วว่าทำไมมัลดีฟส์ ถึงเป็นเกาะสวรรค์ในฝันของนักเดินทาง เพราะความที่อยู่โดดเดี่ยวกลางมหาสมุทร มีหาดทรายขาวละเอียดทอดตัวยาวเหยียดให้เดินเล่นนุ่มเท้า เกลียวคลื่นสาดซัดฟองขาวกระจายเข้าหาฝั่ง เมฆขาวลอยเด่นบนท้องฟ้าตัดกับสีน้ำเงินเข้มของน้ำทะเลใสแจ๋ว มองเห็นฝูงปลาสีลูกกวาดแหวกว่ายหยอกล้อไปมาตามแนวปะการัง ยิ่งยามเย็นหลายคู่เดินจู๋จี๋บนหาดงามในยามตะวันลับฟ้าแล้วตาร้อนผ่าว คิด ถึงคำพูดของใครบางคนที่ว่า “อาทิตย์ตกดินที่ไหนก็เหมือนกัน แต่จะสวยและโรแมนติกหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่ว่าไปดูกับใคร” อืม… ท่าจะจริงแฮะ

มาเลเมืองหลวงมัลดีฟส์
ยังไม่รู้ว่าอีก 50 ปีข้างหน้า ดินแดนเกาะสวาทหาดสวรรค์แห่งนี้จะจมหายใต้ผืนน้ำสีคราม กลายเป็นตำนานให้เล่าขานเหมือนทวีปแอตแลนติส ตามคำบอกเล่าหรือไม่ พราะหากโลกยังร้อนขึ้นเรื่อยๆ คนที่นี่ก็คงไม่ใช่ผู้กุมชะตากรรมตัวเองไว้เพียงฝ่ายเดียว แต่มันตกอยู่ในกำมือของมนุษยชาติ ที่จะมีส่วนช่วยกันประคับประคองให้แผ่นดินมัลดีฟส์ ได้มีโอกาสปรากฏบนแผนที่โลกต่อไปหรือไม่ต่างหาก
อยากรู้เรื่องราวของมัลดีฟส์เพิ่มเติม ลองคลิกไปที่ http://www.paimaldives.com/ หรือโทร.0-2935-5700 จะได้รับความกระจ่างมากขึ้น
โดย zokzaak@sanook.com ในหมวด ท่องเที่ยว | ไม่มีคอมเมนท์
ก.ค.. 6, 2009

การ์ตูน ควง แป๊ก -โดม ห่าง แต่ยังหวง ห่วงรีเทิร์น (ไทยรัฐ)
รับ สนิทกับแป๊กจริง แต่เป็นเพียงพี่น้องเท่านั้น เผยมิสทีนทุกคนจะสนิทกับแป๊กหมด ระบุส่วนใหญ่จะปรึกษากันเรื่องเรียน ลั่นยังไม่คิดพัฒนาขอเวลาเรียนจบก่อน
ถึงจะจบทั้งเรื่องถูกแฉว่า เคยแต่งงานและปิดบัญชีรักกับนักร้องหนุ่มหล่อขั้นเทพ โดม-ปกรณ์ ลัม ไปแล้ว แต่ข่าวฉาวของสาว การ์ตูน-อินทิรา เกตุวรสุนทร ก็ยังไม่เลิกฮอต ล่าสุดมีข่าวว่า การ์ตูน กลับมาคุยจิ๊จ๊ะกับ โดมอีกรอบ แถมมีภาพควงหนุ่มตี๋ คล้าย แป๊ก-วรรคสร โหลทอง ทายาทสยามกีฬา การ์ตูน เลยขอเคลียร์ใน “สยามดาราสตาร์ส ปาร์ตี้ 2009″
เอาเรื่อง พี่โดม ก่อน
การ์ตูน : กับพี่โดมก็ถามสารทุกข์สุกดิบกันมากกว่าไม่ได้ คุยแนวนั้น
มีข่าวว่าการ์ตูนไปแซวโดมเรื่องแฟนใหม่?
การ์ตูน : ไม่ได้แซวแบบนั้น แค่พูดว่า ชีวิตตอนนี้แฮปปี้ดีมั้ย พี่เค้าก็บอกแฮปปี้ ตอนนี้โฟกัสเรื่องงาน
โอกาสกลับมาคุยเหมือนเก่าไหม?
การ์ตูน : ไม่ๆ เค้ายังถามอยู่เลยว่าเรารีเทิร์นกับใครรึเปล่า
ล่าสุดมีภาพหลุดกับหนุ่มตี๋?
การ์ตูน : ไม่ใช่แฟนใหม่ค่ะ เป็นเพื่อน เป็นพี่ค่ะ
กับพี่แป๊ก สนิทกันมากน้อยแค่ไหน?
การ์ตูน : สนิทมานานแล้วค่ะ มิสทีนทุกคนสนิทกับพี่เค้า ส่วนใหญ่ก็จะปรึกษาเรื่องการเรียน กับพี่แป๊กรู้จักกันมานานแล้ว เคยเป็นข่าวด้วยกันมาครั้งนึงแล้ว กลับมาเป็นอีก
ไปไหนกับพี่เค้าจริง?
การ์ตูน : ก็คงต้องไปจริง ไม่งั้นจะมีภาพได้ไง ก่อนหน้านี้ ตูนก็มีไปไหนมาไหนกับพี่เค้า ก่อนจะมีข่าวกับพี่โดมเพียงแต่ยังไม่มีคนจับตามอง
มีข่าวว่าการ์ตูนเป็นแฟนแป๊ก?
การ์ตูน : คงไม่ใช่ ไม่ถึงขนาดนั้น ก็ยังเป็นพี่น้องกันอยู่ค่ะ
เพราะมีภาพกับพี่แป๊กรึเปล่า พี่โดมเลยถาม?
การ์ตูน : ใช่ ก็มีถาม พี่เค้ารู้อยู่แล้วค่ะ ว่าเราเคยรู้จักพี่แป๊ก
เรียกว่าแป๊กคือคนสนิทที่สุด?
การ์ตูน : สนิทที่สุด แต่ว่าสนิทในแบบพี่น้อง ณ วันนี้ ยังไม่มีการพัฒนาอะไร ไว้ตูนเรียนจบก่อนแล้วค่อยคิด พี่เค้าก็เป็นคนดี เสน่ห์แรง พี่เค้าสาวๆ เยอะ ก็คงมีคนมาชอบเค้าเยอะค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
![]()
ภาพประกอบโดย kapook.com
โดย zokzaak@sanook.com ในหมวด ดารา | ไม่มีคอมเมนท์
ก.ค.. 6, 2009



คิดถึง ณ เชียงคาน (กรุงเทพธุรกิจ)
ปายแห่งลุ่มน้ำโขง…คู่แฝดหลวงพระบาง…น้องสาววังเวียง ฯลฯ สารพัดคำเปรียบที่ “คนอื่น” ใช้นิยามถึง “เชียงคาน” ในขณะที่ “เจ้าของบ้าน” พยายามตะโกนร้องบอกกับทุกคนว่า “เชียงคาน” คือ “เชียงคาน” ไม่ได้เป็นอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคตของใคร เพราะฉะนั้น กรุณาอย่าคาดหวัง!!
ไม่ ปฏิเสธว่าฉันเองก็แอบจินตนาการถึงเมืองเล็กๆ แห่งนี้อยู่เหมือนกัน แต่ “จินตนาการ” ไม่ได้แปลว่า “คาดหวัง” ผลลัพธ์ประเภทที่ว่าเจ็บปวด เสียใจ จึงไม่อาจใช้ได้กับภาพที่วาดไว้ในความคิด แล้วอย่างนี้ความจริงที่เจอจะส่งผลอย่างไรกับภาพในจินตนาการ บอกได้คำเดียวเลยว่า มันช่วย “เติมเต็ม” ให้ภาพนั้นดูสมบูรณ์มากขึ้น
สะบายดี เชียงคาน
ถ้า แคสเปอร์ เดวิด ฟรีดดริก (Caspar David Friedrich) ไม่ด่วนจากโลกนี้ไปก่อน ฉันคงทึกทักเอาว่า ภาพตรงหน้าเป็นผลงานเสมือนจริง ที่หลุดมาจากการตวัดพู่กันของศิลปินชาวเยอรมันยุคโรแมนติกคนนี้แน่ๆ ฟรีดดริก เป็นจิตรกรที่ชอบวาดภาพธรรมชาติ และผลงานที่ทำให้คนทั่วโลกรู้จักดี นั่นก็คือ Wanderer Above the Sea of Fog หรือ นักเดินทางผู้เฝ้ามองทะเลหมอก
ฉันไม่ใช่นักเดินทางในผลงานชิ้นเอก แต่กำลังยืนดูทะเลหมอกจากไอฝนที่กำลังห่มคลุมเส้นเลือดสายใหญ่ที่ใครๆ ต่างเรียกมันว่า แม่น้ำโขง
“เชียงคานสวยทุกฤดู” เสียงของพี่ชายชาวเชียงคาน ทำให้ฉันต้องก้มหัวให้กับคำกล่าวอ้างนั้นจริงๆ เพราะแม้จะต้องเสียเหงื่อไปกับความรุ่มร้อนในตอนบ่าย สายฝนแห่งความฉ่ำเย็นที่เทกระหน่ำลงมาในยามค่ำ กลับทำให้ภาพของเชียงคานเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ

เชียงคาน เป็นอำเภอเล็กๆ อำเภอหนึ่งของจังหวัดเลย ที่ตั้งอยู่อย่างสงบงามริมแม่น้ำโขง จากประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานทำให้เข้าใจว่า “ราก” สำคัญต่อการมีอยู่ของชาวเชียงคานอย่างไร ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นบ้านเชียงคาน ภาษาเชียงคาน อาหารเชียงคาน การละเล่นเชียงคาน หรืออะไรก็ตามที่เป็นเชียงคาน สะท้อนให้เห็นถึงความเคารพที่คนไทเชียงคานยุคปัจจุบันพึงมีต่อบรรพบุรุษ เชียงคานได้ชัดเจน นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากชาวเชียงคานบางกลุ่มจะลุกขึ้นมาต่อต้านกระแสธารแห่งการท่องเที่ยวอันไร้ ขีดจำกัด ที่ไหลบ่าเข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับน้ำป่าในช่วงปีที่ผ่านมา
” ไม่ได้แปลว่าการท่องเที่ยวไม่ดี คนเฒ่าคนแก่ดีใจที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามา แต่ไม่อยากให้มาเปลี่ยนเชียงคาน” ดวง-ธนภูมิ อโศกตระกูล ลูกหลานชาวเชียงคาน บอก
ดวง เป็นหนึ่งในสมาชิกชาวเชียงคานรุ่นใหม่ที่พยายามผลักดันให้เกิดการตั้ง “กลุ่มคนเชียงคานรักเมือง” ขึ้น เพื่อดูแลรักษาสภาพเมืองเชียงคานให้คงอยู่อย่างเดิมตลอดไป ซึ่งนอกจากจะดูแลแล้วยังเฝ้าระวังไม่ให้ “คนนอก” มาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชาวเชียงคานที่แท้จริงด้วย
ระหว่างสนทนา ดวง พาฉันเดินสำรวจเมืองเชียงคานไปพร้อมกัน ผังเมืองเชียงคานอาจจะไม่แตกต่างจากเมืองริมน้ำอื่นๆ มากนัก คือมีถนนเส้นเลียบชายโขง ที่ชาวเชียงคานเรียก ว่า ถนนหลุ่ม (ล่าง) เป็นเส้นที่มีเรือนแถวโบราณอยู่มากที่สุด ซึ่งจุดนี้เองที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วสารทิศให้แวะเวียนมาเยี่ยมเยือนเชียงคาน ส่วนถนนคมนาคมสายหลัก หรือถนนเทิง (บน) นั้น เป็นชุมชนเมืองที่ความเจริญเข้าถึง บ้านเรือนส่วนใหญ่จึงก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ สีสันฉูดฉาด ไม่ต่างกับเมืองอื่นๆ ของไทย
สังเกต ว่าบ้านแต่ละหลังค่อนข้างชำรุดทรุดโทรมมาก อาจจะด้วยกาลเวลาที่ผ่านมาเนิ่นนานนั่นเอง เจ้าถิ่นบอกว่าคนเชียงคานค่อนข้างมีฐานะ เพราะฉะนั้นจะไม่ยอมขายบ้านให้กับคนต่างถิ่น อย่างมากคือให้เช่า และเก็บไว้เป็นมรดกตกทอดสู่ลูกหลาน
แม่กุญแจขนาดใหญ่ที่ปิดตายบ้านหลายหลัง ทำให้ดูคล้ายกับไม่มีคนอยู่ แต่จริงๆ แล้วบ้านเก่าทุกหลังมีเจ้าของ ฉันเห็นร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกหลายร้านแทรกตัวอยู่กับบ้านโบราณในย่านนี้ แต่ละร้านตกแต่งให้มีเสน่ห์ต่างกันไป บางร้านคงรูปแบบเดิมไว้อย่างเงียบงาม ในขณะที่บางร้านปรุงโฉมบ้านเก่าจนมองเค้าเดิมแทบไม่ออก ดีหรือไม่ อยู่ที่วิจารณญาณของแต่ละคน สำหรับฉันประมาณนี้กำลังดี

วันวานและพรุ่งนี้
จากเอกสารที่ วัดศรีคุณเมือง ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ของอำเภอเชียงคาน เล่าถึงการสร้างเมืองเชียงคานที่ปรากฎในพงศาวดารล้านช้าง สรุปความได้ว่า “ขุนคาน” เป็นโอรสของ “ขุนครัว” แห่งอาณาจักรล้านช้าง โดยขุนคานเป็นผู้สร้างบ้านแปงเมืองเชียงคานขึ้นมา ในตอนแรกนั้นเมืองเชียงคานตั้ง อยู่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง (ฝั่งลาว) ต่อมาปี 2436 (รศ.112) ฝรั่งเศสได้เข้ามาทำสงครามและยึดครองดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงทั้งหมด ตามสนธิสัญญา ชาวเมืองเชียงคานทั้งหมดจึงได้อพยพหนีภัยมาสร้างเมืองเชียงคานใหม่ หรือเมืองปากเหือง ที่บริเวณปากแม่น้ำเหือง จนเมื่อฝรั่งเศสรุกหนัก จากบ้านปากเหือง แขวงไซยะบุรี ชาวบ้านจึงพากันหนีอีกรอบมาตั้งบ้านอยู่ที่บ้านท่านาจันทร์ บริเวณฝั่งขวาของแม่น้ำโขง ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเชียงคานปัจจุบันราว 2 กิโลเมตร
ดูเหมือนว่า ชาวเชียงคานจะมีชีวิตอยู่กับการหนีมาตลอด และทุกครั้งที่หนีมาจากการรุกรานของ “คนอื่น”
“ตอนนี้เริ่มมีนายทุนเข้ามาติดต่อ แต่ชาวบ้านยังรวมพลังที่จะไม่ขาย” ดวง บอกเสียงเรียบ
“ยายไม่ขายหรอก คนเชียงคานเขาก็ไม่มีใครขาย” ยายเสงี่ยม ตอบคำถามคนต่างถิ่นอย่างฉัน แล้วพอถามว่า ทำไม ยายบอกว่า “ไม่ได้เดือดร้อน ถ้าขายแล้วจะไปอยู่ไหน” ฉันสะอึกกับคำตอบ ภาพชาวเชียงคานที่เคยวิ่งหนีฝรั่งบ้าอำนาจวนกลับเข้ามาในความคิด ถ้าวันนี้คนเชียงคานตัดสินใจขายบ้าน ชะตากรรมก็คงไม่ต่างจากบรรพบุรุษที่เร่ร่อนหาที่อยู่เพียงเพื่อให้พ้นเงื้อม มือของต่างชาติ
อาหาร มือเช้าครบรสไปด้วยสาระและความบันเทิง มันไม่ได้หรูหราเหมือนนั่งกินอยู่ในภัตตาคาร หรือล้อมวงคุยกันในบ้านหลังใหญ่ แต่มื้อเช้าแสนพิเศษของฉันอยู่บนศาลากลางวัดศรีคุณเมือง ใช่แล้ว…ฉันกำลังกินข้าวก้นบาตรพระ
“กินข้าวในวัดนี่แหละดี มีอาหารพื้นบ้านให้กินเยอะแยะ มาเชียงคานแล้วต้องกินอาหารเชียงคานนะ” บุรุษหนุ่มสายเลือดเชียงคาน บอก
จะปฏิเสธก็กลัวเสียน้ำใจ มื้อนั้นฉันจึงได้นั่งอร่อยไปกับเมนูอาหารเฉพาะถิ่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หยู่ปลาทู (น้ำพริกปลาทูแบบแห้ง), เอาะหลาม หรือซั้ว หรือต้มซั้ว (คล้ายๆ แกงเลียง แต่ไม่ใส่พริกไทย), บ่นปลา(คล้ายๆ แจ่วปลา), หมกปลา, อั่วะเนื้อ, แจ่วหมากเผ็ดใหญ่ (แจ่วพริกเม็ดใหญ่) ฯลฯ ทั้งหมดกินกับข้าวเหนียว และอาหารมื้อนั้นก็ไขข้อสงสัยของฉันที่มีมาตั้งแต่เช้าว่า ทำไมคนที่นี่จึงใส่บาตรเฉพาะข้าวเหนียว ดูแล้วไม่ต่างจากใส่บาตรที่หลวงพระบางเลย
” คนเชียงคานจะใส่ข้าวเหนียวอย่างเดียว กับข้าวกับขนมหวานเอามาถวายที่วัด ถวายเสร็จบางวันก็ฟังเทศน์ฟังธรรมต่อไปเลย” คุณยายท่านหนึ่ง บอก
หลังอิ่มเอมกับอาหารมื้อพิเศษ ฉันจึงมีโอกาสได้ชมวัดเก่าแก่แห่งนี้แบบเต็มตา…
วัดศรีคุณเมือง อยู่บริเวณถนนศรีเชียงคาน ซอย 7 สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2485 วัดนี้เป็นแหล่งรวมงานศิลปะทั้งแบบล้านนาและล้านช้างไว้มากมาย ที่น่าสนใจคือ พระพุทธรูปไม้จำหลักลงรักปิดทอง ปางประทานอภัยแบบล้านช้าง ฉันมองขึ้นไปที่ผนังด้านหน้าอุโบสถ เห็นภาพจิตรกรรมฝาผนังปรากฎอยู่เต็มหน้าบัน ภาพทั้งหมดเป็นภาพนิทานชาดก ชุดพระเจ้าสิบชาติ แต่ที่น่าสนใจคือ สังเกตว่ามีรูปรถตุ๊กตุ๊กอยู่ที่ด้านล่างของภาพด้วย แสดงว่าภาพเหล่านี้เป็นภาพวาดสมัยใหม่ หรือไม่ก็อาจจะมีการแต่งเติมลงไป
จาก ซอยเย็น ดวง พาเราย้อนกลับไปที่ ซอย 0 แปลกแต่จริงที่เชียงคานมีซอย 0 ด้วย เจ้าถิ่นเองก็ไม่ทราบที่มา แต่เห็นว่าแปลก จึงพามาชม ใกล้ๆ ซอย 0 เป็นร้านขายข้าวหลามยาว อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของเชียงคาน ดวง บอกว่าในอดีตเมื่อชาวเชียงคานจะไปเยี่ยมญาติต่างถิ่น ของฝากที่ติดไม้ติดมือไปนั่นคือ ข้าวหลามยาว และโดนัททำมือ
แต่ในบรรดาของกินที่ได้ลองลิ้มชิมรส ฉันค่อนข้างชอบ “ข้าวปุ้นฮ้อน” ที่สุด เพราะแปลกและอร่อย สามารถเลือกเส้นได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็น แมงด๊องแด๊ง (เส้นเหมือนเกี้ยมอี๋), หัวไก่โอก (เส้นใหญ่ปั้นกลมเหมือนลูกชิ้น) หรือเส้นธรรมดา (คล้านซ่าหริ่ม) กินกับน้ำจิ้มคลุกพริกสด มะนาว น้ำปลา น้ำตาล แค่นี้ก็แซบได้ถึงใจ
“ถ้ามาเชียงคานแล้วไม่ได้กินข้าวปุ้นน้ำแจ่ว ถือว่ามาไม่ถึงเชียงคาน” บางคนเคยโฆษณาไว้อย่างนั้น แต่ในฐานะนักเดินทางผู้นิยมมังสวิรัติ (มังเขี่ย-เขี่ยหมู เขี่ยไก่) ขอปรับเนื้อหานิดหน่อยว่า “มาเชียงคานแล้วไม่ได้กินข้าวปุ้นฮ้อน ถือว่ามาไม่ถึงเชียงคาน” แค่นี้ก็ทำให้ฉันมาถึงเชียงคานได้อย่างสมบูรณ์(ว่าไปนั่น)

รักเชียงคานต้องขี่ (จักรยาน)
ของฝากเชียงคานนอกจากอาหารแล้วยังมีผ้าห่มนวม ผ้าห่มที่ชาวบ้านยืนยันนักหนาว่า อุ่น นุ่ม กว่าที่ไหนๆ
“เมื่อก่อนเชียงคานค้าขายฝ้าย ปลูกฝ้ายขาย แต่พอมีนายทุนมาซื้อที่ดินชายโขงที่เคยเป็นไร่ฝ้าย ตอนหลังเราจึงต้องซื้อฝ้ายจากที่อื่น” ชาวเชียงคาน สะท้อน
แม้วัตถุดิบจะต้องนำเข้า แต่ฝีมือแรงงานยังเป็นของชาวเชียงคานล้วนๆ อย่างที่ร้านนิยมไทย ก็เป็นหนึ่งในร้านจำหน่ายผ้าห่มนวมคลาสสิคที่สามารถเข้าไปชมกรรมวิธีการทำ ได้ และเมื่อฉันลองเข้าไปนั่งดูใกล้ๆ ก็พบว่า การถักทอผ้านวมแต่ละผืน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
“อยากเห็นโรงหนังเก่ามั้ย” พี่ชายคนเดิมชวน ไม่ลังเลเราหันหัวรถถีบไปยังจุดหมายปลายทางใหม่ทันที
สุวรรณ รามา เป็นโรงหนัง 1 ใน 2 แห่งที่มีในเชียงคาน ดวงบอกว่า สมัยนั้นเชียงคานยัง ไม่มีแหล่งบันเทิง โทรทัศน์ก็มีน้อย ผู้คนจึงนิยมซื้อตั๋วเข้ามาดูหนัง บางเรื่อง 3 บาท บางเรื่อง 4 บาท ซึ่งบางเรื่องก็ได้รับความนิยมมากขนาดฉายแบบรอบชนรอบเลยทีเดียว
” ตอนนี้เป็นร้านกาแฟโบราณ แต่ก็เอาข้าวของเครื่องใช้สมัยเป็นโรงหนังมาจัดแสดง มีตั๋วเก่าด้วย มีเครื่องฉาย ตอนนี้โรงหนังปิดไปแล้ว เปลี่ยนมาเป็นสนามแบดมินตัน เพราะความบันเทิงต่างๆ เข้ามา”
ฉันเดินชมอดีตของสุวรรณรามาอย่างเพลิดเพลิน จนลืมเวลาว่าจะต้องขี่จักรยานปีนเขาขึ้นไปนมัสการพระที่ “วัดท่าแขก” ซึ่งวัดท่าแขกเป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ห่างจากตัวเมืองเชียงคานไป ประมาณ 2 กิโลเมตร สังเกตง่ายๆ คืออยู่ก่อนถึงหมู่บ้านน้อยและแก่งคุดคู้ วัดนี้เป็นวัดธรรมยุติ ภายในโบสถ์มีพระพุทธรูป 3 องค์ ที่สกัดจากหินทรายทั้งก้อน เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ มีอายุประมาณ 300 กว่าปี เห็นแล้วอดทึ่งในฝีมือของช่างโบราณไม่ได้
ลงจากเขาเรามุ่งหน้าฝ่าลมแรงไปที่ “แก่งคุดคู้” ซึ่งเป็นแก่งหินขนาดใหญ่กลางลำน้ำโขง มองไปเห็นภูเขาสูงใหญ่วางทับซ้อนกันดูสวยงาม มีสายหมอกลอยระเรี่ยอยู่ลิบๆ ฉันมองลงไปที่แก่งคุดคู้ กระแสน้ำบริเวณนั้นค่อนข้างเชี่ยว กอปรกับฝนที่เริ่มลงเม็ด ทำให้เรามีเวลาเก็บความรู้สึกอยู่ได้ไม่นาน แต่ก็พอทันได้สังเกตว่า มีรถยนต์หลายคันจอดอยู่กลางหาดริมโขง ซึ่งไม่น่าจะเป็นภาพที่ชวนพิสมัย เพราะทำให้ทัศนียภาพสูญเสียความงามไปอย่างสิ้นเชิง
ฝน ซาฟ้าสว่างเราปั่นจักรยานกลับมาที่ถนนเชียงคานล่างอีกครั้ง ความเมื่อยล้าทำให้ต้องหาที่บีบนวดกันเล็กน้อย ไม่ผิดหวัง “คิดถึง ณ เชียงคาน” เป็นสวรรค์ที่ฉันค้นพบ นอกจากจะเป็นร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกสไตล์คนเมืองเชียงคานแล้ว ด้านในยังมีบริการนวดแบบที่เรียกว่า “ยองเส้นให้แหลว” อีกด้วย
“ก็เหมือนนวดเส้นให้เหลว คลายกล้ามเนื้อ ป้าเน้นนวดเท้า เพราะเท้าคือศูนย์รวมของประสาททุกส่วน ป้านวดที่นี่แล้วก็มีสอนด้วย ในเชียงคานถามได้เลยป้าก้อยมือหนึ่งเรื่องนวดอยู่แล้ว” ป้าก้อย - อุไรรัตน์ มั่งมีศรี หมอนวดมือทอง ว่าอย่างนั้น ไม่พูดพร่ำป้าก้อยลงมือนวดอย่างขันแข็ง
จริงๆ เชียงคานยังมีเรื่องราวให้พูดได้ไม่รู้จบ เวลาเพียงแค่ 2-3 วัน คงไม่สามารถเข้าถึงคำว่า “เสน่ห์” ของเชียงคานได้ อาจต้องใช้เวลาเป็นเดือน เป็นปี หรือเป็นสิบปี กว่าจะถ่องแท้กับความรู้สึกนี้ เหมือนกับที่ชาวเชียงคานสะท้อนไว้
” รักเชียงคานจริง ต้องเฝ้าทะนุถนอม ดูการเติบโตอย่างช้าๆ ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป เติบโตอย่างแข็งแรง มีคุณภาพ รู้ทิศทาง ควบคุมตัวเองได้ ให้เชียงคานเป็นเชียงคาน อย่าไปเสริมเติมแต่งจริตให้มากเกิน มิฉะนั้น เสน่ห์เชียงคานจะจางหาย”

การเดินทาง
เชียงคานเป็น เมืองชายโขงที่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมาก สามารถเดินทางไปได้ทั้งทางรถยนต์และรถประจำทาง รถยนต์แนะนำให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนมิตรภาพ) ผ่านสระบุรี อ.ปากช่อง แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 201 ที่อำเภอสีคิ้ว ขับตรงไปผ่านอำเภอด่านขุนทด อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ใช้เส้นทางเดิมผ่านอำเภอภูเขียว จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 12 ผ่านอำเภอชุมแพ ก่อนจะเปลี่ยนเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 201 ผ่านอำเภอภูกระดึง อำเภอวังสะพุง ผ่านตัวเมืองจังหวัดเลย แล้วขับตรงต่อไปเส้นเดิมราว 47 กิโลเมตร ก็จะถึงเชียงคาน
หากไปรถประจำทาง มีรถปรับอากาศให้บริการมากมาย รถ บขส. 999 โทร. 0-2936-2841-8, 0-2936-0657 ต่อ 605 รถทัวร์แอร์เมืองเลย โทร. 0-2936-0142 หรือสอบถามที่ ททท. สำนักงานเลย (เลย-หนองบัวลำภู) โทร. 0-4281-2812, 0-4281-1405
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

โดย : นิภาพร ทับหุ่น
โดย zokzaak@sanook.com ในหมวด ท่องเที่ยว | ไม่มีคอมเมนท์
ก.ค.. 4, 2009




วงษ์คำเหลา (สหมงคลฟิล์ม)
กำหนดฉาย : 1 กรกฎาคม 2552
แนว : คอมิดี้เฮฮาโรแมนติครักใสหัวใจไฮโซแบบหม่ำๆ
นำแสดง : เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา , อคัมย์สิริ สุวรรณศุข,ฉันทนา กิติยพันธ์,สมชาย ศักดิกุล, แวววาว จ๊กมก, อาภาพร นครสวรรค์ ,เฉลิม แย้มขะมัง, อนุวัฒน์ ทาระพันธุ์ , ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ (สุดารัตน์ บุตรพรม), เดฟ ดวงดี,อรชร(สุพัฒน์ ศรีนวล)
กำกับ : พ็ชรทาย วงษ์คำเหลา
เรื่อง : เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา
บทภาพยนตร์ : เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา,พิพัฒน์ จอมเกาะ
เรื่องย่อ
“ท่านชายเพชราวุธ” (เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา) หนุ่มนักเรียนนอกผู้เงียบขรึม ทายาทผู้ดูแลธุรกิจพันล้าน “วงษ์คำเหลาจิวเวอร์รี่” และ “อภิมหาคฤหาสน์อลังการประจำตระกูล” เสาหลักที่ดูแลมวลเหล่าสมาชิกในตระกูลวงษ์คำเหลาที่ว่ากันว่าแต่ละคนล้วน เอ่อล้นไปด้วยเสน่ห์ที่แสนเจิดจรัสโดดเด่นท้าทายทุกสายตาในสังคมชั้นสูงได้ อย่างไม่เป็นสองรองตระกูลมหาเศรษฐีรายใดในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นคุณหญิงแม่พราวพิลาศ (ฉันทนา กิติยพันธ์) คุณหญิงผู้รักศักดิ์ศรีและความเป็นผู้ดีทุกอณูแห่งลมหายใจ, หญิงใหญ่พลอยวรินทร์ (แวววาว จ๊กมก) สาวโสดทึนทึกสุดเฮี้ยบ แถมเจ้าระเบียบอย่างสุดสุด ,หญิงเล็กพราวแพรว (ฮาย อาภาพร นครสวรรค์) ขากรี๊ดปรี๊ดแตก จอมวีนตัวจริงเสียงจริง และไพฑูรย์ (เฉลิม แย้มขะมัง หรือ เหลิม หม่ำโชว์) น้องเล็กประจำตระกูลที่มีนิกเนกว่าจูเนียร์ ชายเล็กเด็กพิเศษที่แสนซื่อ แต่แสบบริสุทธิ์อย่างร้ายเดียงสา โดยเจ้าคุณปู่พรจรัส (สมเล็ก - สมชาย ศักดิกุล) ชายชราที่ทำตัวลึกลับ ผู้ก่อตั้งตระกูลวงษ์คำ
เหลา วันๆ คอยเก็บตัวอยู่บริเวณตึกในของคฤหาสน์หรือที่รู้กันว่าป็นเขตต้องห้ามประจำ ตระกูลเป็นอีกหนึ่งบุคคลสำคัญ นี่ขนาดยังไม่รวม 2 สมาชิกอย่างผักบุ้ง (อรชร) สาวใช้ร้อยชื่อบ่าวช่างยุของหญิงเล็กที่ดูเผินๆ นึกว่าหลุดมาจากแคทวอล์คสยองขวัญ และนายเขื่อง (เดฟ ดวงดี) ผู้รับโชคสองชั้นครองตำแหน่งโชเฟอร์ และการ์เดนเนอร์ (คนสวน) ประจำตระกูล ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลต่างรวมตัวกันสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะแห่งความสนุกสนานให้พาลบังเกิดกับทุกคนที่ได้พบพาน
จนกระทั่งความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่ผู้ใดก็หาได้คาดคิดไม่ บังเกิดขึ้นในตระกูลวงษ์คำเหลาแห่งนี้ เมื่อพิรมน (รับบทโดย นางเอกซุปเปอร์สตาร์สาว จั๊กจั่น - อคัมย์สิริ สุวรรณศุข ที่หม่ำบรรจงเลือกเองกับมือ) ครูสอนภาษาอังกฤษประจำตัวคนใหม่ของ จูเนียร์ น้องชายคนเล็กประจำตระกูล ได้ปรากฎตัวขึ้น ทันทีที่หญิงสาวผู้งามงดหมดจดทั้งรูปร่างหน้าตาและก้านสมองได้ย่างกรายเข้า มาในเขตชายรั้วของคฤหาสน์วงษ์คำเหลา ไม่เพียงทำให้ท่านชายเพชราวุธ ชายหนุ่มผู้เก็บงำความรู้สึกของตัวเองและไม่เคยมอบหัวใจอุ่นๆ ให้กับหญิงใดกลับต้องเสน่ห์ถึงขั้นอดไม่ได้ที่จะตกหลุมรักอย่างจังเบอร์กับ คุณพิรมน หนำซ้ำความงามของเธอยังสะกิดต่อมดวงใจของท่านเป้า (แจ้ง อนุวัตน์ ทาระพันธุ์ หรือ ยอดชายอะเฮ้ย จากแหยมยโสธร) ชาย หนุ่มผู้สูงศักดิ์ คู่หมั้นของหญิงพราวแพรว จนทำให้เกิดอาการ “ตาสว่าง” อยากเปลี่ยนคู่หมั้นแทบทันที เมื่อเกิดอาการ “รักหมดใจ” ต่อคุณพิรมนไปอีกคน
ในขณะเดียวกันหญิงนุช (ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ - สุดารัตน์ บุตรพรม) เจ้า แม่แฟชั่นขนเฟอร์น้องสาวของท่านเป้าเองก็เกิดอาการ “แห้วรับประทาน” ที่จู่ๆ จะต้องสูญเสียท่านชายเพชร ยอดชายในดวงใจที่หมายมั่นมานานนมเป็นแน่แท้ จึงตัดสินใจแท็คทีมกับหญิงพราวแพรวที่กำลังจะสูญเสียท่านเป้าไปเฉกเช่นเดียว กันจัดแจงนัดแนะสารพัดวิธีและงัดแงะกลเม็ดสุดแพรวพราวเพื่อกันท่าและขวางลำ อย่างสุดชีวิตมิให้ “ท่านชายเพชรและพิรมน” พระเอกนางเอกของเราได้ครอบครองหัวใจของกันและกันได้สำเร็จ เพียงทว่าปัญหาเรื่องหัวใจที่นอกจากจะไม่ทั้งเข้าหรือออกหัวหงายก้อยตกไป อยู่ในมือใครแล้ว ท่านชายเพชรเองกลับต้องตกอยู่ในสถานะภาพน้ำท่วมปากเมื่อท่านเป้ามาเอ่ยปากขอ พิรมนด้วยตัวเอง แถมยังมีอีกหลากหลายเรื่องราววุ่นๆ อีรุงตุงฮาที่เกี่ยวโยงผูกกันพัลวันไปหมดที่ต้องแก้ไข รวมไปถึงการค้นพบความลับบางอย่างในตระกูลวงษ์คำเหลา อันนำไปสู่จุดเริ่มต้นของเรื่องราวสนุกสนานหรรษาฮาในแบบฉบับหนังรักไฮโซ สไตล์หม่ำ จ๊กมก ที่คันไม้คันมืออยากให้คนไทยทั้งประเทศได้พร้อมใจกันฮาระเบิดระเบ้อพร้อมกัน 1 กรกฎาคมนี้ทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

บทบาทและคาแรคเตอร์ “วงษ์คำเหลา”

เพชราวุธ วงษ์คำเหลา (ชายเพชร) รับบทโดย หม่ำ จ๊กมก (เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา)
ชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ พี่ชายคนโตแห่งตระกูลมหาเศรษฐีพันล้านวงษ์คำเหลา หนุ่มนักเรียนนอก สูงด้วยวัยวุฒิและคุณวุฒิ ผู้ดีเก่า ผู้สืบทอดและดูแลกิจการจิวเวอร์รี่ แบรนด์วงษ์คำเหลามาสเตอร์สุขุมเยือกเย็น นิ่ง รอบรู้ในทุกด้าน เก็บความรู้สึกเก่ง กระทั่งตกหลุมรักคุณพิรมน ครูสอนภาษาอังกฤษของน้องชายเข้าอย่างจัง

พิรมน เพ็ญพิชชา รับบทโดย จั๊กจั่น - อคัมย์สิริ สุวรรณศุข
หญิงสาว ผู้งามงด ทั้งกิริยา มารยาท ความคิดความอ่าน ฉลาดมั่นใจในตัวเองสูง อยู่กับแม่มาตั้งแต่เด็ก เป็นคนเข้มแข็งลึกๆ อ่อนไหว ไม่เคยก้มหัวให้กับความไม่ถูกต้อง จนเข้ามารับภารกิจสำคัญในตระกูลวงษ์คำเหลา ต้องตั้งคำถามกับหัวใจตัวเองว่ารู้สึกอย่างไรท่านชายเพชรพี่ชายคนโตแห่ง คฤหาสน์วงษ์คำเหลา

คุณหญิงแม่พราวพิราศ วงษ์คำเหลา (คุณหญิงแม่) รับบทโดย แม่แดง (ฉันทนา กิติยพันธ์)
ภรรยาหม้าย มารดาของลูกๆ ทั้งสี่ ชายเพชร, พลอยวรินทร์, พราวแพรว และจูเนียร์ แห่งตระกูลวงษ์คำเหลา รักศักดิ์ศรีมีความเป็นผู้ดี อยู่ในสายเลือด เจ้ายศเจ้าอย่าง ยึดถือศักดินาไม่วางวาย ต่อให้โลกก้าวไปไกลถึงไหนต่อไหน แต่ความยึดมั่นถือมั่นของคุณหญิงไม่เคยเว้นวาย

หญิงพลอยวรินทร์ วงษ์คำเหลา (หญิงพลอย) รับบทโดย แวววาว จ๊กมก
ลูกสาวคนรองของตระกูลวงษ์คำเหลา หญิงผู้มีความดีพร้อม ดำรงในศีลในธรรม ถอดความเป็นผู้ดีจากหญิงแม่ แต่เข้าใจในชีวิตและความเท่าเทียมกันของมนุษย์มากกว่า ข้างนอกดูใจเย็นเช่นพี่ชาย แต่เมื่อถึงจุดเดือดแห่งความบ้าคลั่งก็ยากที่จะมีผู้ใดรับไหว ที่สำคัญคือครองความโสดมาได้อย่างยาวนานมาก

หญิงพราวแพรว วงษ์คำเหลา (หญิงแพรว) รับบทโดย ฮาย - อาภาพร นครสวรรค์
ลูกสาวคนเล็ก สุดที่รักสุดดวงใจของคุณหญิงแม่ ถูกตามใจ ตั้งแต่เด็ก เวลาที่ถูกขัดใจไม่ได้สิ่งต้องการ พร้อมจะระเบิดถ้อยคำ และความสยดสยองให้ทุกผู้คนได้พบเห็นทันที รักการแต่งตัว พอๆ กับเพื่อนสาวอย่างหญิงนุช มีท่านเป้าเป็นคู่หมั้นคู่หมาย และมีนางเอกอย่าง “พิรมน” เป็นศัตรูของหัวใจ

ไพฑูรย์ วงษ์คำเหลา (จูเนียร์) รับบทโดย เหลิม - เฉลิมศักดิ์ แย้มขะมัง
ชายเล็ก น้องสุดท้องประจำตระกูลวงษ์คำเหลา ถึงจะเป็นลูกหลงที่มีอาการพัฒนาการทางสมองช้า แต่จูเนียร์คือเด็กพิเศษ ที่ร่าเริง สดใส มองโลกในแง่ดี ทำให้คฤหาสน์วงษ์คำเหลาเต็มไปด้วยสีสันน่ารักๆ ตามวิธีคิดของจูเนียร์ที่ทั้งบริสุทธิ์และไร้เดียงสา เป็นน้องชายที่ชายเพชรรักมาก จูเนียร์ชอบเล่นซ่อนแอบกับครูพิรมนและมักมีกิจกรรมให้นายเขื่องคนสวนปวดเฮ ดอยู่เสมอ

ท่านพรจรัส วงษ์คำเหลา (ท่านปู่) รับบทโดย สมเล็ก - สมชาย ศักดิกุล
เจ้าคุณปู่แห่งตระกูลวงษ์คำเหลา ผู้ก่อตั้งกิจการวงษ์คำเหลาจิวเวอรี่ แต่ด้วยเหตุการณ์สะเทือนใจบางอย่าง ทำให้ท่านพรจรัสเก็บตัวเงียบ ทำตัวลึกลับ ไม่พบปะผู้คน ฝั่งตัวอยู่บริเวณตึกในของคฤหาสน์ มีเพียงชายเพชรที่เข้าใจถึงความต้องการลึกๆ ของชายชราที่เปรียบดั่งไม้ใกล้ฝั่ง ที่เฝ้ารอไออุ่นแห่งความรักซึ่งเปรียบดั่งยาอายุวัฒนะช่วยหล่อหลอมให้มี กำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป

ท่านเป้า รับบทโดย แจ้ง - อนุวัฒน์ ทาระพันธ์ (แหยมยโสธร)
คู่หมั้นของหญิงพราวแพรว สูงด้วยศักดิ์ศรี บารมีและชนชั้นที่ไม่ด้อยไปกว่า ตระกูลวงษ์คำเหลา ด้วยบุคลิกดูดีแบบแปลกๆ ทำให้ท่านเป้าช่างโดดเด่น เฉิดฉาย ไฉไลในสังคมชั้นสูงโดยเฉพาะการพูดจาอันเป็นเอกลักษ์ แต่เมื่อได้สบตากับพิรมน ทำให้เป้าหมายของการเข้าออกในคฤหาสน์วงษ์คำเหลาก็เปลี่ยนไปทันที

หญิงนุช รับบทโดย ตุ๊กกี้ (ชิงร้อย ชิงล้าน) สุดารัตน์ บุตรพรม
น้องสาวของท่านเป้า รู้อกรู้ใจในตัวเพื่อนสนิทอย่างหญิงแพรวซะทุกเรื่อง โดยเฉพาะรสนิยมในเรื่องแฟชั่นและการแต่งตัวที่อินเทรนด์และล้ำยุคไม่ด้อย กว่าผู้ใด นิยมทุกอย่างที่เป็นเฟอร์ และขนสัตว์ แม้นสภาพอากาศเมืองไทยจะร้อนตับแตก หญิงนุชไม่หวั่น เพราะได้หญิงแพรวคอยเป็นสะพานเชื่อมใจ ฝันที่จะได้เป็นทองแผ่นเดียวกันกับชายเพชรคงไม่ไกลเกินเอื้อม (รึเปล่า)

ผักบุ้ง รับบทโดย อรชร (หม่ำโชว์)
(เด็กปั้นคนล่าสุดจากหม่ำโมเดลลิ่ง)
เมด หรือ คนรับใช้ประจำคฤหาสน์วงษ์คำเหลา บ่าว ช่างยุและยั่ว(โมโห)ประจำตัวของหญิงเล็กและหญิงนุช คอยหาเรื่องกลั่น แกล้งพิรมนตลอดเวลา รักและหลงใหลในแฟชั่นและการแต่งตัวถอดแบบเจ้านายมาเปี๊ยบ แต่รสนิยมออกแรงนิ๊ดส์นึง ทั้งหน้าตาเสื้อผ้าทรงผมไม่เคยซ้ำพอๆ กับชื่อที่เปลี่ยนได้ทุกวัน ทั้งจูเลีย ,โมนิก้า ฯลฯ

นายเขื่อง รับบทโดย เดฟ ดวงดี
(บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม)
โชเฟอร์และคนสวน (การ์เดนเนอร์) ประจำตระกูลวงษ์คำเหลา คนเก่าคนแก่ของตระกูล ซื่อสัตย์ และคอยดูแลชายเล็กจูเนียร์ ทำให้กลายเป็นเพื่อนเล่นและมีส่วนร่วมในกิจกรรมแผลงๆ และเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ของจูเนียร์ตลอด เป็นไม้เบื่อไม้เบาและตกเป็นเบี้ยล่างในความเกรี้ยวกราดของหญิงพราวแพรวอยู่ เสมอ










โดย zokzaak@sanook.com ในหมวด ภาพยนต์ | ไม่มีคอมเมนท์
ก.ค.. 4, 2009

อหังการโคตรคนเหยียบฟ้า 1 (เอ็ม พิคเจอร์ส)
กำหนดฉาย : 2 กรกฎาคม 2552 (เฉพาะ เอเพ็กซ์ สยามสแควร์)
แนว : แอ็คชั่น
นำแสดง : Vincent Cassel, Gerard Depardieu, Cecile de France
กำกับ : Jean-Francois Richet
เรื่องย่อ
ฌาคส์ เมซรีน อาชญากรผู้ยิ่งใหญ่คนสุดท้ายของฝรั่งเศส ถูกประกาศให้เป็นภัยอันดับหนึ่งต่อประเทศชาติในช่วงที่เขายังมีชีวิตอยู่ นอกจากนี้ เขายังติดอันดับหนึ่งของโพลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับบุคคลที่สมควรนำเสนอ ข่าวอยู่เป็นประจำ มรณกรรมอันน่าตื่นตาตื่นใจของเขา กล่าวคือ ถูกตำรวจกระหน่ำยิงในระยะประชิดจนพรุนไปทั้งร่างใจกลางกรุงปารีส ราวกับเป็นการสวมมงกุฎสุดยอดแห่งตำนานให้เขาไปโดยปริยาย เกือบ 30 ปีแล้วหลังจากที่เขาตายในปี 1979 แต่ตำนานแห่ง ฌาคส์ เมซรีน ไม่เคยตายจากไป จวบจนปัจจุบัน คือเวลาของโปรเจกต์เหนือคำบรรยายซึ่งจะนำชีวิตของชายผู้นี้มาโลดแล่นบนจอ เงินเป็นครั้งแรก
จุดเด่น
- อ้างอิงจากชีวิตจริงของ ฌาคส์ เมซรีน อาชญากรผู้โด่งดัง ทั้งปล้น, ฆ่า, เรียกค่าไถ่ และแหกคุก หรือเปรียบเหมือน ‘ตี๋ใหญ่’ แห่งเมืองฝรั่งเศส ที่ถูกนำมาสร้างผ่านแผ่นฟิล์มครั้งแรก โดยดัดแปลงเนื้อเรื่องจากหนังสือที่ เมซรีน เขียนเอาไว้ขณะที่ติดคุก อัดแน่นด้วยเนื้อหาที่ถูกถ่ายทอดออกมาถึง 2 ภาค ในภาคแรกจะเป็นเรื่องราวเริ่มต้นก่อนที่ เมซรีน จะมาเป็นอาชญากรที่ถูกทางการขึ้นบัญชีดำ ส่วนภาคจบจะเป็นเรื่องราวการดำเนินชีวิตหลังจากที่เขาได้กลายเป็นอาชญากรคน สำคัญและจุดจบแห่งความอหังการที่ถูกจารึกเอาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์แห่ง เมืองน้ำหอม
- นำแสดงโดยนักแสดงชั้นแนวหน้าของฝรั่งเศส Vincent Cassel, Gerard Depardieu และ Cecile de France กำกับการแสดงโดย Jean-Francois Richet ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้เวลาในการถ่ายทำนานมากกว่า 7 ปี ทำให้ตัวนักแสดงนำ Vincent Cassel ต้องเพิ่ม และลดน้ำหนักมากกว่า 40 ปอนด์ เพื่อรับบท เมซรีน
จุดเริ่มต้น Public Enemies Number one
ข้ามน้ำข้ามทะเลจากแคนาดาและสหรัฐอเมริกามาสเปน ผ่านฝรั่งเศสและอัลจิเรีย แก๊งอาชญากรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ถือกำเนิดขึ้นอย่างเหลือเชื่อ ชีวิตเยี่ยงขบถซึ่งหนีการไล่ล่าเรื่อยมา มีเพียงลูกปืนเท่านั้นจึงจะหยุดยั้งได้
เซซิล เดอ ฟรองซ์ รับบท จีน ชไนเดอร์
“คุณชื่อจีนเหรอ? งั้นผมเป็นทาร์ซาน [นางเอกของทาร์ซานจริงๆ ชื่อเจน]” คือประโยคแรกที่เมซรีนกล่าวกับโสเภณีสาวรุ่นใจเย็นจากย่านปิกัลล์ ทั้งคู่ตกหลุมรักกันตั้งแต่แรกเห็น บนเส้นทางระหว่างปารีสกับมอนทรีอัล เธอเป็นมากกว่าภรรยาและผู้สมรู้ร่วมคิด เธอเปลี่ยนแปลงตัวตนของเขา
“ฉันค้นพบผู้หญิงน่าทึ่งคนหนึ่งซึ่งมีชีวิตและโชคชะตาเหนือธรรมดาในตัวละคร จีน ชไนเดอร์ การแสดงบทนี้จะต้องทุ่มเทจริงจังมากๆ ฉันพยายามจะกลายเป็นเธอจริงๆ ให้ได้ โดยอาศัยแรงบันดาลใจจากโลกแห่งความเป็นจริง”
“ฌาคส์คือรักเดียวในชีวิต เธอเชื่อมั่นศรัทธาในความรัก และเขาคือรักของเธอ เธอตามเขาไปทุกหนทุกแห่ง เธอไม่ได้เป็นแค่ภรรยาเท่านั้น แต่ยังเป็นทั้งคู่แท้และผู้สมรู้ร่วมคิดอีกด้วย”
“แน่นอนว่าเวลามองผ่านสายตาของจีน ฉันมองเห็นฌาคส์โดยไม่มีอคติใดๆ มาขวาง… เขาดูดีมีความรู้ ชอบพาเธอไปดูหนังบ้างดูโอเปร่าบ้าง และอ่อนโยนกับเธอมาก จริงๆ แล้วเขาภูมิฐานและมีระดับมากทีเดียว”
“ฉันรู้สึกว่าโชคดีเหลือเกินที่ได้แสดงบทนี้ซึ่งค่อนข้างร้ายกาจกว่าปกติ สำหรับนักแสดงสาวแล้ว ฉันคิดว่าน่าตื่นเต้นที่สุดกับการแสดงเป็นตัวละครอย่างจีน”
“แวงซงเองก็ตีบทแตกอย่างง่ายดายด้วยการค่อยๆ ประคับประคอง สนุกไปกับบท และมีสมาธิ เรานอกบทกันเพียบเลย น่าตกใจมากจริงๆ ส่วนเวลาที่ฉันมาถึงกองถ่ายแต่เตรียมบทมาไม่ค่อยพร้อมเท่าไหร่ มิหนำซ้ำทุกอย่างยังเปลี่ยนใหม่หมด และต้องเข้าฉากกับนักแสดงสักคนซึ่งเข้าถึงแก่นแท้ของตัวละคร ฉันจะรู้สึกแปลกๆ งงๆ แต่ก็ชอบนะ”
เจอราด์ เดอปาร์ดิเออ รับบท กุยโด
หัวหน้าแก๊งผู้ไร้ความปรานีซึ่งอดีตคือผู้สนับสนุนการยึดครองอัลจิเรียของ ฝรั่งเศสผู้นี้ สนใจในตัวเมซรีนทันทีตั้งแต่แรกเห็น ด้วยความที่เมซรีนรู้จักสงบและสุขุมเยือกเย็น ต่อมาจึงตัดสินใจชุบเลี้ยงเมซรีน เมื่อครั้งที่ยังอยู่ข้างกายกุยโด อนาคตภัยอันดับหนึ่งต่อประเทศ ได้เรียนรู้เครื่องมือในการประกอบธุรกิจ และค้นพบความฝันอันสูงสุดของตัวเองกุยโดคือผู้ปลุกปั้นในแบบที่เมซรีนเฝ้ารอ มานาน
“ไม่บ่อยนักหรอกที่จะได้ดูหนังเกี่ยวกับคนเลว หนังที่ตีแผ่เรื่องราวในแก๊งอาชญากรแบบหักมุม คุกที่มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา สงครามอัลจิเรีย องค์กร Secret Armed [องค์กรใต้ดินในช่วงสงครามอัลจิเรียของกองกำลังฝรั่งเศสชาตินิยม] บรรดาเด็กหนุ่มซึ่งกลับมาจากสงคราม ไม่มีงานให้ทำ และได้แต่แกว่งปืนเล่นไปวันๆ… มันคือนรกในยุคนั้น! ซึ่งทุกวันนี้ไม่มีแก๊งอาชญากรจริงๆ หลงเหลือให้เห็นแล้ว”
“กุยโดคือคนในองค์กร Secret Armed ผู้ค้นพบเมซรีน และฝึกฝนสิ่งต่างๆ ให้เขา กุยโดเล็งเห็นประโยชน์จากความหุนหันพลันแล่นที่ซ่อนอยู่ในตัวเขา ก่อนที่มันจะแรงจนเกินจะควบคุมไหว”
“แวงซงยอดเยี่ยมมาก เขาคือสุดยอดเมซรีน เป็นนักแสดงอารมณ์ดี กล้าหาญ รอบคอบ และมีทัศนคติโดดเด่น เขาเป็นผู้ชายที่น่าทึ่งมากๆ”
“ผมคิดว่าเมซรีนมีจริยธรรมในแบบของตัวเอง เขาไม่ใช่คนโหดเหี้ยมทารุณ และซับซ้อนมากกว่าที่เราๆ รู้จักกันทุกวันนี้”
รัว ดูปีส์ รับบท ฌอง - ปอล แมคซีร์
ผู้สมรู้ร่วมคิดคนสำคัญของเมซรีนในช่วงที่หนีออกจากคุกในแคนาดา ซึ่งเมซรีนเรียกว่า “น้องชายชาวควิเบก” ทั้งสองหลบหนีจากความโหดร้ายในเรือนจำ แซง-แวงซง-เดอ-ปอล พร้อมกัน จากนั้นไม่นานก็ร่วมกันฆาตกรรมเจ้าหน้าที่ดูแลป่าไม้สองนาย ก่อนจะแยกย้ายกันภายใต้แสงตะวันในประเทศเวเนซูเอลา เพื่อไปพักผ่อนกับคู่รักของแต่ละคน
จิลล์ เลอลูช รับบท ปอล
นอกจากจะเป็นเพื่อนสมัยเด็กของเมซรีนแล้ว เขายังเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดคนแรกอีกด้วย ปอลรักชีวิตสุขสบาย หลงใหลกีฬา คลั่งไคล้รถยนต์ และมารับเมซรีนออกไปจากบ้านพ่อแม่เป็นประจำ บ่อยครั้งที่ทั้งสองไปลุยกับเด็กๆ ในย่านบล็องช์และปิกัลล์ พวกเขาออกโจรกรรมครั้งแรกด้วยกัน และใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายของความไร้เดียงสาด้วยกัน
เอเลนา อนายา รับบท โซเฟีย
เมซรีนพบสาวน้อยคนนี้ตอนที่ออกไปสังสรรค์ยามค่ำคืนในสเปน เธอตกหลุมรักเขาชนิดถอนตัวไม่ขึ้น ถึงขนาดตามเขากลับมาฝรั่งเศสและแต่งงานกัน จนกระทั่งมีลูกด้วยกัน 3 คน เธอพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อรักษาความสุขความสงบในการใช้ชีวิตครอบครัวกับเขา เอาไว้ ทว่าความพยายามของเธอกลับสูญเปล่า ไม่ว่าเธอหรือใครๆ ก็ไม่อาจฉุดรั้งเขาให้หลุดพ้นจากโชคชะตาได้
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

โดย zokzaak@sanook.com ในหมวด ภาพยนต์ | ไม่มีคอมเมนท์
ก.ค.. 4, 2009

วีรบุรุษปล้นสะท้านเมือง (ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล พิคเจอร์ส)
กำหนดฉาย : 23 กรกฎาคม 2552
แนว : แอ็คชั่น ทริลเลอร์เรื่อง
นำ แสดง : จอหน์นี่ เดปป์ (Johnny Depp), คริสเตียน เบล (Christian Bale), แชนนิง ทาทัม (Channing Tatum), เดวิด เวนแฮม (David Wenham)
กำกับ : มเคิล มานน์ (Michael Mann)
เรื่องย่อ
ภาพ ยนตร์แอ็คชั่น ทริลเลอร์เรื่องเด่นแห่งปี จากผู้กำกับยอดฝีมือ ไมเคิล มานน์ ซี่งได้ดาราชายยอดนิยมอย่าง จอห์นนี่ เดปป์ กับ คริสเตียน เบล และดาราสาวเจ้าของออสการ์ มาเรียน คอติยาร์ด มาร่วมงาน
จากเรื่องจริงอันน่าทึ่งของจอมโจรปล้นธนาคารในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ จอห์น ดิลิงเจอร์ (เดปป์) โจรสุดหล่อมาดดีที่ทำให้ตัวเองตกเป็นเป้าตามล่าอันดับหนึ่งของเอฟบีไอมือใหม่ เจ เอ็ดการ์ ฮูเวอร์ส กับมือเก๋าอย่าง เมลวิน เพอร์วิส (เบล) พร้อมกับถูกมองว่าเป็นฮีโร่ของผู้คนที่กำลังยากไร้ในสังคม ไม่มีใครหยุดการปล้นเพื่อประชาชนของดิลิงเจอร์ได้ ไม่มีคุกไหนสามารถจับกุมเขาได้
เสน่ห์และความสามารถในการแหกคุกทำให้เขาเป็นที่ชื่นชอบของทุกๆ คน นับจากแฟนสาวของเขา บิลลี่ เฟรเชทท์ (คอติยาร์ด) รวมไปถึงคนทั่วไปในสังคมที่ไม่ได้เห็นใจกับธนาคารทั้งหลายที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำ
ขณะที่แก็งค์ของดิลิงเจอร์ กำลังสร้างเรื่องราวอันน่าตื่นเต้น ฝ่ายของฮูเวอร์ก็คิดจะใช้การจับกุมตัวจอมโจรที่โด่งดังนี้เป็นหนทางในการยก ระดับหน่วยงานสืบสวนของเขาขึ้นเป็นหน่วยงานระดับชาติอย่างเอฟบีไอ เขาออกหมายให้ดิลิงเจอร์เป็นศัตรูอันดับหนึ่งของรัฐ ฮูเวอร์ส่งเพอร์วิส ซึ่งได้ฉายาว่าเป็น พระเอกคลาร์ค เกเบิลของเอฟบีไอเข้าไปจัดการ การ ไล่ล่า ดวลปืน และเรื่องราวของการหักหลัง หักเหลี่ยมกันเองภายในแก็งค์ ทำให้เพอร์วิส และเอฟบีไอสามารถปิดคดีของดิลิงเจอร์ได้ในที่สุด


โดย zokzaak@sanook.com ในหมวด ภาพยนต์ | ไม่มีคอมเมนท์
ก.ค.. 3, 2009




นางไม้ (ไฟว์สตาร์)
“ความรัก ความใคร่ กับความต้องการ ที่ไม่รู้จักพอของหญิงสาว ที่พัวพันกับสองชายหนุ่ม จนเกิดเรื่องราว ลี้ลับ ชวนขนลุก”
กำหนดฉาย : 2 กรกฎาคม 2552
นำแสดง : กิ๊บซี่ - วนิดา เติมธนาภรณ์, ปีเตอร์ - นพชัย ชัยนาม, เอก - ชมะนันท์ วรรณวินเวศร์
กำกับ : เป็นเอก รัตนเรือง
เนื้อเรื่อง “นางไม้”
“เมย์” (วนิดา เติมธนาภรณ์) หญิงสาวทันสมัยวัยทำงานในสังคมเมือง ที่มีพร้อมทุกอย่าง ทั้งธุรกิจส่วนตัวที่กำลังไปได้สวย และความรักที่ได้รับจาก “นพ” (ปีเตอร์ - นพชัย ชัยนาม) ช่างภาพฝีมือดีผู้เป็นสามีของเธอ ที่ใช้ชีวิตคู่อยู่ร่วมกันมานาน แต่ด้วยวิถีและจังหวะชีวิตแบบคนเมืองทั่วไป ที่มักใช้ชีวิตหมดไปวันๆโดยไม่มีเวลาคิดอะไร เมย์ ก็ปล่อยให้ตัวเองมีความสัมพันธ์กับชายอีกคนหนึ่ง “กรณ์” (เอก - ชมะนันท์ วรรณวินเวศร์) ผู้ชายอีกคนของเธอ ทั้งๆ ที่ กรณ์ ก็มีภรรยาอยู่แล้ว แต่ความสัมพันธ์ลับๆ ของทั้งคู่ก็ไม่เคยจบลง วันหนึ่ง นพ ต้องเดินทางไปทำงาน เพื่อเข้าไปถ่ายภาพธรรมชาติในป่า เขาจึงพา เมย์ ไปด้วยเพียงเพราะต้องการหาเวลาที่จะอยู่กับเธอให้มากขึ้นกว่าเดิม แต่สิ่งที่ นพ พยายามทำ กลับไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นไปกว่าเดิม เมย์ ยังคงใช้ชีวิตแบบคนทำงานในเมืองเช่นเดิม เพียงแต่แค่เปลี่ยนสถานที่จากออฟฟิสในเมืองมาเป็นเต้นท์ในป่า ท่ามกลางธรรมชาติเท่านั้น
ขณะที่ นพ เริ่มออกเดินเข้าป่าเพียงลำพัง เพื่อเก็บภาพที่เขาพบเจอ กับธรรมชาติที่เงียบสงบ ที่เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเขา เขาสามารถสื่อสารและสัมผัสธรรมชาติที่งดงามกลางป่าเปลี่ยว ที่ตัวเขาเองก็ไม่คุ้นเคยและเมื่อ นพ หายตัวไปในป่าอย่างลึกลับ เมย์ พยายามออกค้นหาเท่าไหร่ก็ไม่พบสามีของเธอ เมย์ เริ่มรู้สึกว่าตัวเธอเองที่เป็นคนทำร้ายสามี ท่ามกลางความโดดเดี่ยวที่ เมย์ กำลังเผชิญอยู่ ยิ่งเธอเริ่มรู้สึกต้องการ นพ มากขนาดไหน นพ ก็ยิ่งห่างไกลมากขึ้นไปทุกที และขณะที่เธอกำลังเศร้าใจกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จู่ๆ สามีของเธอก็กลับมา แต่การกลับมาของ นพ ในครั้งนี้เขาไม่เหมือนเดิม

“นางไม้” ภาพยนตร์ผีลี้ลับชวนขนลุก
ผลงานแหวกกระแสหนังผีแบบไทยๆ ของ เป็นเอก รัตนเรือง
ไฟว์ สตาร์ โปรดักชั่น ร่วมกับ FORTISSIMO FILMS ภูมิใจเสนอ นางไม้ ภาพยนตร์ ผีลี้ลับ ชวนขนลุก ที่ เป็นเอก รัตนเรือง ทำให้แหวกกระแสหนังผีแบบไทยๆ ทั่วไป เรื่องนี้เขาจับ กิ๊บซี่ เกิร์ลลี่ เบอร์รี่ นักร้องสาวสุดเซ็กซี่ มาในบทบาทที่จะทำให้ผู้ชมตะลึงในความสามารถของเธอ ปีเตอร์ - นพชัย ชัยนาม นักแสดงมาดเข้ม เท่ เซอร์ และ เอก - ชมะนันท์ วรรณวินเวศร์ นักแสดงมาดแมนดูดีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
“นางไม้” ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ เป็นเอก รัตนเรือง นางไม้เปิดกล้องถ่ายทำเมื่อปลายปี 2551 และมีกำหนดเข้าฉายในเดือนกรกฏาคมนี้
“นางไม้” ได้สามนักแสดงคุณภาพที่มีความตั้งใจอย่างสูง มาร่วมงานกันเป็นครั้งแรก คือ ปีเตอร์ - นพชัย ชัยนาม นักแสดงหนุ่มหล่อมาดเท่ ที่ประสบความสำเร็จไม่น้อยจากการที่ ท่านมุ้ย ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ทรงเลือกให้เขาเป็นหนึ่งในนักแสดงคนสำคัญของภาพยนตร์ เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทั้งภาคที่ 2 และ 3 ในบทบุญทิ้ง ทหารคู่ใจของสมเด็จพระนเรศวร ด้วยคาแร็คเตอร์ที่ตรงกับตัวละครในเรื่อง ทำให้เขาเป็นนักแสดงคนแรกๆ ที่ถูกทาบทามให้มารับบทนี้ ในการที่ต้องมารับบทเป็นช่างภาพมืออาชีพ ทำให้ เป็นเอก รัตนเรือง ได้มอบกล้องถ่ายรูป นิคอนให้กับปีเตอร์หนึ่งตัว เพื่อให้เขาได้ใช้ฝึกถ่ายรูปนานนับเดือน โดยระหว่างการถ่ายทำ ปีเตอร์มีกล้องตัวนี้ติดตัวอยู่ตลอดเวลา จนเกือบจะนับได้ว่าเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของเขาในช่วงนั้น กับบทบาทการแสดงของเขาในเรื่องนางไม้ เป็นบทใหม่ที่เขาไม่เคยเล่นมาก่อน เป็นเรื่องที่ท้าทายความสามารถของเขาเป็นอย่างยิ่ง และการที่เขาได้มาร่วมงานกับเป็นเอกในครั้งนี้ เปรียบเหมือนฝันที่เป็นจริงของเขา
นักแสดงนำฝ่ายชายอีกคนที่มีบทบาทในเรื่องนี้ไม่น้อยคือ เอก - ชมะนันท์ วรรณวินเวศร์ หนุ่มมากความสามารถ ผ่านงานมามากมาย ทั้งการเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับธนาคารธนชาติ เคยเป็นผู้ประกาศข่าว ทนายความ เป็นอาจารย์พิเศษ เป็นมนุษย์ทองคำที่ยอมทิ้งคิวทอง มาร่วมงานกับเป็นเอกในครั้งนี้ ด้วยความรู้สึกยินดีอย่างยิ่ง กับบทบาทของเขาในเรื่องนี้ เขารับบทเป็นมือที่สาม ที่ท้าทายความสามารถในการแสดงไม่น้อย
ส่วนนักแสดงนำฝ่ายหญิง ตัวละครสำคัญของเรื่องนั้น เป็นเอกผู้กำกับ หลงรักแคแร็คเตอร์เธอตั้งแต่เห็นเทปแคสติ้งครั้งแรก คือ กิ๊บซี่ - วนิดา เติมธนาภรณ์ นักร้องสาวชื่อดังจาก วงเกิร์ลลี่ เบอร์รี่ ที่ทางอาร์เอส โปรโมชั่นฯ เปิดไฟเขียวอนุญาตให้ข้ามค่ายมาร่วมงานกับทางไฟว์สตาร์ฯ ด้วยความยินดี เพราะมั่นใจในตัวผู้กำกับ ซึ่งกับบทที่กิ๊บซี่ได้รับในครั้งนี้จะทำให้คนลืมภาพการแสดงเรื่องที่ผ่านมา ของเธอ และเป็นเรื่องที่เซอร์ไพรส์ผู้ชมอย่างแน่นอน
โดยใช้โลเกชั่นทั้งในกรุงเทพฯ และที่ เขาใหญ่ ซึ่งใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำฉากบรรยากาศลี้ลับในป่า ทีมงานต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตในป่า, รู้จักหลบเส้นทางสัตว์เดินผ่าน เช่น ช้างป่า, เสือ และสัตว์ใหญ่อื่นๆ ต้องทนต่ออากาศหนาวเย็น ส่วนของทีมงานโปรดักชั่น เป็นเอกยังคงมีคนรู้ใจที่ร่วมทำงานกันมาในภาพยนตร์หลายๆ เรื่องของเขา อาทิ ผู้ช่วยกำกับ เชิดพงษ์ เหล่ายนตร์ และ ชานนท์ อมรทัตพงษ์, ดูแลการผลิต ศักดิ์ศิริ จันทรังษี, วอเตอร์ บาเรเดร็ชท์ และ ไมเคิล เจ.เวอร์เนอร์, กำกับภาพ ชาญกิจ ชำนิวิชัยพงศ์, กำกับศิลป์ วิทยา ชัยมงคล, ดูแลเครื่องแต่งกาย วิสาข์ คงคา ภาพยนตร์ เรื่อง “นางไม้” มีกำหนดเข้าฉายเดือน กรกฎาคมนี้

ต้อม - เป็นเอก รัตนเรือง กับ นางไม้
“หนังผีเป็นหนังที่ผมอยากทำ และเป็นอีกอย่างหนึ่งที่ต้องทำ และเราจะทำอย่างไรให้ท้าทาย”
เป็นผู้กำกับที่ฝากผลงานกำกับภาพยนตร์ ในวงการมามากมายหลากหลายแนว เริ่มตั้งแต่ ฝันบ้าคาราโอเกะ,เรื่องตลก 69, มนต์รักทรานซิสเตอร์, เรื่องรักน้อยนิดมหาศาล, คำพิพากษา ของมหาสมุทร และ พลอย ผลงานที่ผ่านมาได้รับรางวัล และได้รับเชิญไปร่วมในงานเทศกาลภาพยนตร์ระดับโลกมากมาย
จากภาพยนตร์หลากแนวที่กำกับมา ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรก และเป็นเรื่องแรกในชีวิตการทำงานของเขา ในการกำกับภาพยนตร์ผีลี้ลับชวนขนลุกเรื่อง “นางไม้” ภาพยนตร์ที่จะตั้งคำถามว่า “คน” หรือ “ผี” สิ่งไหนน่ากลัวมากกว่ากัน ความรัก ความใคร่ กับความต้องการที่ไม่รู้จักพอของสาวสวยที่พัวพันกับสองชายหนุ่ม จนเกิดเรื่องราวลี้ลับ ชวนขนลุก
ต้อม - เป็นเอก รัตนเรือง กับการกำกับ และที่มา ของ “นางไม้”
“นึกไว้ว่าจะทำหนังแนวนี้มา 5 ปีแล้ว ก็คิดไว้นานแล้ว แต่ยังไปมั่วกับหนังเรื่องอื่นอยู่ และก็มามีโอกาสได้กำกับในปีนี้
” นางไม้” เป็นหนังผีครับ เป็นหนังที่เหนือธรรมชาติ เกินจริง มีความจริงปนความฝัน เป็นแนวลี้ลับชวนขนลุกนิดๆ ซึ่งผีในเรื่องนี้ไม่ทำตัวแบบหนังผี หนังเรื่องนี้จะเป็นหนังที่คนกำกับทำหนังอยู่เอาใจช่วยอยู่ฝั่งผี” (หัวเราะ)
“ในส่วนของการคัดเลือกนักแสดงอย่าง กิ๊บซี่ นี่ ไม่เคยรู้จักเขาเลยนะ ไม่รู้ว่าเขาเป็นหนึ่งในวงเกิร์ลลี่ เบอร์รี่ ฝ่ายแคสติ้งที่เขาเอารูปมาให้ดู พอเห็นในแผ่นก็ชอบกิ๊บซี่เลย จริงๆ แล้วตัวเค้าไม่ได้ตรงในบทเลย คือผิดเป้าอย่างรุนแรง แต่ผมเห็นว่าน้องเขาน่าสนใจดี จึงต้องเปลี่ยนบทใหม่ เพราะชอบตรงที่ตา ตาเขาดูมีความผิดตลอดเวลาเลย เหมือนไปทำอะไรผิดมาตลอดเวลา บทของเขาในเรื่อง เค้าเป็นคนสร้างปัญหาให้กับความรักของเค้า และพอมาทำงานด้วยแล้วไม่น่าเชื่อเลยว่าเล่นได้ดี”
“ปีเตอร์ ผมเคยเห็นหนังที่เขาเล่นอยู่เรื่องเดียว คือเรื่อง นเรศวร ก็ไม่ใช่หนังสไตล์ผมเท่าไหร่ แต่ว่าเคยเจอกับเขาตอนที่เขามาดูหนัง เรื่อง “พลอย” ในโรงหนัง และก็ได้คุยกัน เขาบอกว่าเขาอยากทำงานกับผม ก็เลยให้มาแคสดู ก็ใช้ได้ มีบุคลิกเป็นช่างภาพดี และผมก็มาปรับเปลี่ยนบทใหม่ ปีเตอร์เป็นคนที่มีความสามารถ ผมทำอย่างนี้กับทุกๆ ตัวละครนะครับ อย่างปีเตอร์เนี่ย มีอะไรที่ทำให้ต้องเปลี่ยนบท ผมก็เปลี่ยน” “อย่าง คุณเอก ชมะนันท์ ฝ่ายแคสติ้งเสนอมา เขาก็เหมาะกับบทที่ได้รับดี มีความตั้งใจมากในการทำงาน” ”หนังเรื่องนี้ผมเน้นความเร้นลับ ไม่ใช่หนังผีที่ออกมาจิ้มตาใคร ผมเน้นความน่ากลัวแบบขนลุก” ”สิ่งที่อยากได้จากหนังเรื่องนี้ คืออยากให้คนดูรับประสบการณ์ที่ดี ก็หวังว่าคนดูจะได้รับความสนุกครับ”
หนึ่งหญิง สองชาย ใน นางไม้

กิ๊บซี่ เกิร์ลลี่ เบอร์รี่ Gybzy - Wanida Termthanaporn ชื่อจริง วนิดา ( กิ๊บซี่ ) เติมธนาภรณ์
เกิดเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2526 ปัจจุบันเป็นนักศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ ภาคภาษาอังกฤษ ดาราสาวคนนี้เป็นหนึ่งในนักร้องของศิลปินชื่อดัง วงเกิร์ลลี่ เบอร์รี่ ในสังกัด อาร์เอส โปรโมชั่น ตั้งแต่ปี 2545 มีผลงานอัลบั้มเพลงออกมาหลายชุด ชุดแรก คือ Girly Berry 2547, อัลบั้มชุดที่ 2 Very Berry, ตามมาด้วย อัลบั้ม Girly Berry Unseen on the beach, อัลบั้ม B-Mix & Girly Berry Friend Club ปี 2548, Girly Berry Gossip 2549, Girly Berry Reality และอัลบั้ม Girly Berry See through และล่าสุด 2551 อัลบั้ม Stop me Babe ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง
นอกจากผลงานเพลงแล้ว ยังมีผลงานทางภาพยนตร์โฆษณาอีกมากมายหลายชิ้นด้วยกัน อาทิ โฆษณา 12 Plus / YAMAHA / Green Nut / Milk Plus / Shinee / PCT / IN 2 IT ผลงานทางด้านการแสดงที่ผ่านมา มีทั้งในละครโทรทัศน์มากมายหลายเรื่อง อาทิ ละครเรื่องแรก วายร้ายไฮสคูล, 18/80 เพื่อนซี้ไม่มีซั้ว, ซอย 3 สยาม สแควร์, รถด่วนขบวนสุดท้าย, เหนือทรายใต้ฟ้า ส่วนผลงานทางด้านภาพยนตร์มี อาทิ เรื่องคลับซ่าปิดตำราแสบ และ ภาพยนตร์ ปอป 2000
กิ๊บซี่ : เรื่อง นี้รับบทเป็น ”เมย์” เป็นผู้หญิงสมัยใหม่ เป็นคนโลเลเรื่องความรัก มีสามีเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว แต่พอตัวเราหลุดไปอยู่ในป่าแห่งหนึ่ง ก็มีเรื่องราวลี้ลับต่างๆ เกิดขึ้น ตรงนี้เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมากมาย ซึ่งในเรื่องนี้ก็ต้องเล่นฉากเลิฟซีนกับพี่เอกด้วย แต่รับประกันได้ว่าเป็นเลิฟซีนที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน เลิฟซีนจะแหวกแนวตามสไตล์พี่ต้อม ก็อย่างที่รู้ๆ กันว่าพี่ต้อมมองอะไรไม่เหมือนคนอื่น การมีโอกาสได้ร่วมทำงานกับพี่ต้อม กิ๊ฟซี่ว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับพี่ต้อม เวลาเขาอยากให้เราสื่ออารมณ์แบบไหนออกมาเขาจะไกด์เราก่อน และให้เราเล่นในแบบของเรา แต่ถ้าอันไหนที่เขาคิดว่ายังไม่ใช่ก็จะขอให้เราปรับ เขาให้อิสระทางความคิดกับนักแสดงดี เขามีเซนส์ในการทำหนังมาก ฉากแต่ละฉากในเรื่องจะมีนัยตลอด คนดูต้องตีโจทย์กันว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร ถามว่าเรื่องนี้ดูยากมั้ย ไม่ยากแน่นอน เพียงแต่เราอาจจะต้องคิดตามกันเล็กน้อยค่ะ”
“โดยส่วนตัวแล้วชอบงานหนัง งานพี่ต้อม เป็นเอก มีเอกลักษณ์ ชอบงานของพี่ ดูมาตั้งแต่ “Last Life in the Universe” , “พลอย” แนวดี ลายมือเขาชัดเจนดี ดูแล้วทำให้เกิดความรู้สึก”

เอก - ชมะนันท์ วรรณวินเวศร์ Ake - Chamanun Wanwinwasara
นัก แสดงมากความสามารถคนนี้ เกิดวันที่ 28 กรกฎาคม 2521 เคยเป็นนักเรียนทุน AFS จบปริญญาโท นิติศาสตร์บัณฑิต เกียรตินิยมทางด้านกฏหมายพาณิชย์และภาษี จากมหาวิทยาลัยเอแบค ปัจจุบันเป็นทนายความ เป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยเอแบค เป็นพิธีกร เป็นผู้ประกาศข่าว และพิธีกรรายการ ฟ้าเดียวกัน ทางช่อง ททบ. 5 เริ่มเข้าสู่วงการโทรทัศน์ด้วยการเป็นผู้ประกาศข่าวทางช่อง 9 โมเดิร์นไนน์ ทีวี และทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกัน ทั้งการเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับ แบรนด์ และ ธนาคารธนชาติ และภาพยนตร์ โฆษณา อีกหลายเรื่อง เคยเป็นวีเจ ในรายการ Top of the pops และร่วมแสดงในมิวสิควิดีโอ ให้กับนักร้องชื่อดังหลายคน เคยได้รับรางวัลผู้ประกาศข่าวชายที่ใช้ภาษาไทยดีเด่น ของกรมประชาสัมพันธ์ ถึงสองปี คือ ปี 2548 และ 2550 ในปี 2549 ได้รับรางวัล เปรียว อะวอร์ด นักสื่อสารมวลชนชายยอดเยี่ยม ทางด้านงานแสดงภาพยนตร์ที่ผ่านมา บ้านผีสิง (2007)
เอก : ใน เรื่องรับบทเป็นผู้ชายที่กระทำอะไรที่หลงผิดไป ไปมีอะไรกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่มีครอบครัวแล้ว คือ กิ๊บซี่ (วนิดา เติมธนาภรณ์) แทนที่จะมาดูแลแฟนตัวเอง และกิ๊ฟซี่ก็หลงผิดเหมือนกัน มีชู้กับเรา ในหนังเรื่องนี้บทก็ไม่ซับซ้อนกันนะครับ ในเรื่องนี้จะมีเลิฟซีนกับกิ๊ฟซี่ ซึ่งหวือหวามาก จะเป็นแนวอีโรติกอาร์ตๆ มากกว่า”
หนังเรื่องนี้ ผมว่าเป็นหนังผีลึกลับมาก และมีความรักแฝงไว้ด้วย ก็จะมีแบบพวกตลกร้ายๆน่ะครับ ตัวแสดงที่พูดเนี่ยตรงใจคนดูแน่นอน ฮาตูมแน่ และจะได้ข้อคิดด้วย ว่าเราละเลยบางอย่างที่อยู่รอบตัวเราไปหรือ ปล่าว เราเดินทางผิดไปหรือปล่าว เคยหันมาดูรอบๆ ตัวเราเองบ้างหรือปล่าว

ปีเตอร์ - นพชัย ชัยนาม Peter - Nopachai Jayanama
เกิด วันที่ 21 พฤศจิกายน 2516 ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช นอกจากการเป็นนักแสดงแล้วเขายังมีธุรกิจส่วนตัว เปิดบริษัทกราฟฟิกดีไซเนอร์ เข้ามาสู่วงการเมื่อปี 2540 ด้วยงานโฆษณา งานแสดงที่ผ่านมา มีอาทิ ละครโทรทัศน์ เจ้าสาวของอานนท์, สะพานดาว, หน้ากาก, เลือกแล้วคือเธอ, ไอ้ค่อม, แสดงมิวสิควิดีโอให้กับนักร้องชื่อดังหลายคน ส่วนผลงานแสดงภาพยนตร์ มีอาทิ ภาพยนตร์เรื่อง องคุลิมาล (2546), ตำนานสมเด็จพระนเรศวรภาค 2 และ ภาค 3
ปีเตอร์ : ที่มาเล่นหนังเรื่องนี้ได้ก็เพราะไปแคส เริ่มจากการไปแคสใน “อินทรีแดง” ของวิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง และถึงได้มาแคสในบทนี้ พอได้เล่นก็มีการเตรียมตัว พี่ต้อมโยนกล้องมาให้ 1 ตัว ให้ลองถ่ายรูปให้จริงจังเป็นมืออาชีพ เพราะผมต้องรับบทเป็น “นพ” เป็นช่างภาพ โดยคาแร็คเตอร์ อายุ 30 กว่า ใช้ชีวิตแต่งงานมา 3 ปีแล้ว เคยรับแต่บทในหนังพีเรียด เป็นครั้งแรกที่เล่นเป็นคนธรรมดา ซึ่งรู้สึกว่าเป็นธรรมชาติมากกว่าหนังพีเรียด “นพ” มีบางอย่างคล้ายกับตัวผม คือบางทีเราก็เห็นแก่ตัว ให้ความสำคัญกับงานเยอะ อยู่กับมันจนทำให้ลืมความรู้สึกของคนใกล้ชิด อยากทำแต่งาน ฝักใฝ่แต่การถ่ายรูป คนสมัยนี้มักเป็นแบบนี้เยอะ บางครั้งห่วงงานมากกว่าความรัก ซึ่งเรื่องนางไม้นี้ จะทำให้เรารู้ว่า จริงๆแล้ว ผีกับคนนั้น ใครกันแน่ที่น่ากลัวกว่ากัน
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

โดย zokzaak@sanook.com ในหมวด ภาพยนต์ | ไม่มีคอมเมนท์
ก.ค.. 3, 2009

ไอซ์ เอจ เจาะยุคน้ำแข็งมหัศจรรย์ 3 จ๊ะเอ๋ไดโนเสาร์ (20th century FOX )
กำหนดฉาย : 2 กรกฎาคม 2009
เว็บไซต์ทางการภาพยนตร์
กลับมาแล้ว เหล่าฮีโร่ติดลบต่ำกว่าศูนย์องศาจากภาพยนตร์สุดฮาที่ทำรายได้ถล่มทลายทั่ว โลกทั้ง Ice Age เจาะยุคน้ำแข็งมหัศจรรย์ และ Ice Age: The Meltdown ไอซ์เอจ 2 เจาะยุคน้ำแข็งมหัศจรรย์ กลับมาแล้ว กลับมาคราวนี้ กลับมาพร้อมกับการผจญภัยสุดเหลือเชื่อ….ที่ข้ามยุคกันยาว
สแคร็ท (Scrat) ยังคงไล่ล่าเม็ดถั่วที่ยังคงตามหลอกหลอนชนิดไม่รู้จักเหน็ดไม่รู้จักเหนื่อย (ในขณะเดียวกันก็, อาจจะ, ตามล่าหารักแท้ไปพร้อมๆ กันด้วย)
แมนนี่ (Manny) กับ เอลลี่ (Ellie) เฝ้าตั้งตารอคอยการถือกำเนิดของแม็มม็อธน้อย ลูกๆ ของทั้งคู่
ซิด (Sid) ตัวสล็อธสันหลังยาวก็อยู่ดีไม่ว่าดี ก่อเรื่องป่วน เมื่อพยายามจะสร้างครอบครัวขึ้นมาบ้าง ด้วยการไปอุ้มไข่ไดโนเสาร์มาฟูมฟัก
ส่วน ดิเอโก้ (Diego) เสือเขี้ยวดาบก็เริ่มหวั่นใจว่าจะเสียชาติเกิด เพราะนับวันที่ใช้ชีวิตอยู่กับผองเพื่อน ก็ยิ่งทำให้เขา “อ่อนโยน” ลงไปทุกที
ภารกิจช่วยชีวิต ซิด ผู้อับโชค ทำให้ผองเพื่อนยกก๊วนต้องถลำเข้าไปในโลกใต้ดินสุดลึกลับ ที่ซึ่งทำให้เพื่อนๆ ต้องเผชิญหน้าระยะประชิดกับไดโนเสาร์ทั้งหลาย, หลุดเข้าไปทำศึกกับเหล่าพืชและสัตว์ที่แทบจะเอาชีวิตไม่รอด, แล้วยังต้องรับมือกับ บั๊ค (Buck) ตัววีเซลนักล่าไดโนเสาร์ตาเดียว ที่ไม่เคยย่อท้อ
ภาพยนตร์เรื่อง ICE AGE: DAWN OF THE DINOSAURS หรือ ไอซ์ เอจ เจาะยุคน้ำแข็งมหัศจรรย์ 3 จ๊ะเอ๋ไดโนเสาร์ อัดแน่นไปด้วยสารพัดสารพันสิ่งอันเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมจากทั้งสองภาคแรก แถมยังเสริมมุขเฮฮาให้ขำกลิ้ง, แอ็คชั่นสุดมันส์, และภาพตระการตาสุดอลังการยิ่งขึ้นกว่าเดิม – และภาพมหัศจรรย์ 3 มิติ เหล่าฮีโร่แสนรักของพวกเรายังมาเสนอหน้ากับครบถ้วนทุกตัว เสริมทัพด้วยเหล่าตัวละครหน้าใหม่ๆ ที่ถูกจับมาเขย่าให้เข้ากันแบบ “มหัศจรรย์แห่งยุคน้ำแข็ง” ที่จะทำให้ได้ปลื้มกันไม่มีวันลืมเลือนเลย
ความแปลกใหม่ในภาคล่าสุดของ Ice Age อยู่ที่โลกใต้ดินกว้างใหญ่ และสุดแสนเหลือเชื่อที่เต็มไปด้วยเหล่าไดโนเสาร์ โลกใบใหม่เขียวขจีที่แตกต่างไปจากสภาพแวดล้อมซึ่งปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งใน Ice Age สองภาคแรกโดยสิ้นเชิง และความกว้างใหญ่ไพศาลของมันยิ่งทำให้ยุคน้ำแข็งบนดินกลายเป็นโลกใบจิ๋วไปใน บัดดล
ดินแดนซึ่งเต็มไปด้วยอันตราย, สัตว์ตัวมหึมา, พืชกินคน, ตัววีเซลระห่ำนรก, สาวงามที่หมายมั่นปั้นมือจะทำให้ สแคร็ท (Scrat) หลงรักหัวปักหัวปำให้จนได้ หล่อนชื่อ สแคร็ทตี้ (Scratte), และเขตอันตรายที่ได้ยินแค่ชื่อก็ขนพองสยองเกล้าแล้ว อาทิ หุบเหวแห่งความตาย (Chasm of Death) และจานแห่งความปวดร้าว (Plates of Woe) ก็ขนาดแมนนี่ (Manny the Mammoth) ช้างแม็มม็อธตัวมหึมา - พี่เบิ้มแห่งยุคน้ำแข็ง (the B.M.O.C. - Big Mammal on Campus - in the Ice Age) ยังรู้สึกกระจิ๋วหลิวในโลกมหัศจรรย์ใหญ่มหึมาเลย
“พอไดโนเสาร์โผล่เข้ามา แมนนี่ก็ไม่ใช่ราชาแห่งพงไพร อีกต่อไป” เรย์ โรมาโน่ (Ray Romano) ดาวตลกขั้นเทพกล่าว เขากลับมาพากย์เสียงเป็นช้างแม็มม็อธขนปุยชื่อดังคับโลกภาพยนตร์ในภาคล่าสุดด้วย



















รักการท่องเที่ยว อ่านสถานท่องเที่ยว มากมาย คลิกเลยค่ะ
